| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Wednesday, 09 December 2015 09:20 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจในวันศุกร์ที่ผ่านมาระบุว่า ธนาคารขนาดใหญ่ในย่านWall Street คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะเริ่มต้นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 ธันวาคมนี้ และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างช้าๆ ในปี 2016 โดยผลสำรวจระบุว่า บริษัทดีลเลอร์ชั้นนำเกือบทุกแห่งคาดว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจากระดับ 0-0.25% ในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ โดยปรับขึ้นสู่ระดับ 0.25-0.50% โดยมีบริษัทมิสุโฮเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่คาดว่า Fed จะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ 0-0.25% ต่อไป ขณะที่ค่ากลางของโพลล์ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอาจอยู่ที่ 0.75% ในช่วงกลางปี 2016 และอยู่ที่ 1.125 % ในช่วงปลายปี 2016 โดยดีลเลอร์ส่วนใหญ่คาดว่า Fed จะยังคงกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นให้อยู่ให้รูปของกรอบตัวเลขเป้าหมายต่อไป แทนที่จะกำหนดเป็นตัวเลขเดียวแบบเฉพาะเจาะจง ขณะที่ในเรื่องการปรับลดงบดุลบัญชีของ Fed พบว่านักเศรษฐศาสตร์ 11 จาก 18 รายคาดว่า Fedจะยังไม่ปรับลดขนาดงบดุลบัญชีของตนเองลงในเวลาหนึ่งปีหลังจาก Fed เริ่มต้นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ หลังจากที่ Fed ได้ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้งบดุลบัญชีของ Fed เพิ่มขึ้นสู่ระดับราว 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปัจจุบัน จากระดับราว 8.70 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงกลางปี 2550 สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อมในเดือนพฤศจิกายนลดลงสู่ระดับ 94.8 จากระดับ 96.1 ในเดือนตุลาคม โดยNFIB ระบุว่า เจ้าของธุรกิจมีความเชื่อมั่นลดลงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ เนื่องจากยอดขายลดลง ขณะที่สต็อกสินค้าเพิ่มมากขึ้น และผู้บริโภคเพิ่มความระมัดระวังในการใช้จ่าย ทั้งนี้ ดัชนีย่อย 6 ใน 10 ของดัชนีความเชื่อมั่นต่างปรับตัวลงในเดือนพฤศจิกายน
ยุโรป: สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซนมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.3% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบรายไตรมาส และเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบรายปี ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับตัวเลขประมาณการเบื้องต้น และตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยการขยายตัวในไตรมาส 3 ได้รับปัจจัยบวกจากการใช้จ่ายในภาคครัวเรือน และในภาครัฐ รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของสต็อกสินค้า ขณะที่การใช้จ่ายด้านการลงทุนทรงตัว อย่างไรก็ดี ปริมาณการนำเข้าที่สูงกว่าการส่งออกเป็นปัจจัยลบต่อการขยายตัวของจีดีพีในไตรมาส 3
ฝรั่งเศส ธนาคารกลางฝรั่งเศสคาดว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสในไตรมาส 4/2558 จะขยายตัว 0.3% โดยธนาคารกลางได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวในผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคธุรกิจรายเดือน ซึ่งพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นในภาคบริการลดลงสู่ระดับ 96 ในเดือนพฤศจิกายน จากระดับ 97 ในเดือนตุลาคม อันเป็นผลมาจากการได้รับผลกระทบจากเหตุโจมตีในปารีสเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 130 คน โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ขณะเดียวกันผลสำรวจยังพบว่า ความเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรมลดลงสู่ระดับ 98 จากระดับ 99 ในเดือนตุลาคม กระทรวงงบประมาณฝรั่งเศส รายงานว่า ยอดขาดดุลงบประมาณของฝรั่งเศสลดลงในเดือนตุลาคมสู่ระดับ 7.62 หมื่นล้านยูโร (8.27 หมื่นล้านดอลลาร์) เมื่อเทียบกับระดับ 8.47 หมื่นล้านยูโรในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว นอกจากนี้ ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ยอดขาดดุลงบประมาณลดลงสู่ระดับ 3.15 แสนล้านยูโร จากระดับ 3.179 แสนล้านยูโรในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยการลดลงของยอดขาดดุลดังกล่าว มีปัจจัยจากการใช้จ่ายภาครัฐที่ลดลง ขณะที่รายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ รายได้จากภาษีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.433 แสนล้านยูโรในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ จาก 2.376 แสนล้านยูโรในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
อังกฤษ Halifax รายงานว่า ราคาบ้านในอังกฤษเดือนพฤศจิกายนลดลง 0.2% จากเดือนตุลาคม ขณะที่ราคาบ้านในรอบ 3 เดือนที่สิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 9.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ชะลอตัวลงจากที่เพิ่มขึ้น 9.7% ในเดือนตุลาคม สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) รายงานว่า ผลิตในภาคอุตสาหกรรมในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบรายปี โดยการผลิตในอุตสาหกรรมน้ำมันที่ทะเลเหนือส่งสัญญาณบวกของการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน อย่างไรก็ดี ตัวเลขการผลิตดังกล่าวถูกถ่วงจากการลดลงของการซ่อมบำรุงเครื่องบินและอากาศยาน
เอเชีย: จีน สำนักงานศุลกากรกลางของจีนรายงานว่า ยอดส่งออกของจีนลดลง 3.7% ในเดือนพ.ย.ปีนี้เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อนหากวัดในรูปของหยวน ทางด้านยอดนำเข้าปรับลง 5.6% โดยจีนมียอดเกินดุลการค้า 3.4310 แสนล้านหยวนในเดือนพ.ย.จีนยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขการค้าในรูปของดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยอดส่งออกของจีนลดลง 6.8% ในเดือนพ.ย.ปีนี้เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน หากวัดในรูปของดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน ทางด้านยอดนำเข้าลดลง 8.7% ต่อปีในเดือนพ.ย.ในรูปของดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการลดลง เป็นเดือนที่ 13 ติดต่อกัน ก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์เคยคาดว่า ยอดส่งออกจีนอาจลดลง 5.0% ในรูปของดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนพ.ย. หลังจากลดลง 6.9% ในเดือนต.ค. และคาดว่ายอดนำเข้าอาจลดลง 12.6% ในรูปของดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนพ.ย. หลังจากลดลง 18.8% ในเดือนต.ค. สกุลเงินหยวนของจีนเปิดตลาดวันอังคารที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมาที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม หลังจากธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางของหยวนที่ระดับต่ำลงจากเดิม และนักลงทุนรอดูตัวเลขการค้าจีนประจำเดือนพ.ย.ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางของหยวนในช่วงก่อนเปิดตลาดวันอังคารที่ผ่านมาที่ 6.4078 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอ่อนค่าจากค่ากลางของเมื่อวันจันทร์ที่ 6.3985 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ญี่ปุ่น เศรษฐกิจญี่ปุ่นสามารถหลีกเลี่ยงจากภาวะถดถอยได้สำเร็จในไตรมาส 3 หลังจากญี่ปุ่นเปิดเผยว่าเศรษฐกิจขยายตัว 1.0% เมื่อเทียบเป็นรายปีในไตรมาส 3 โดยปรับทบทวนขึ้นจากระดับ -0.8% ในรายงานขั้นต้นโดยตัวเลขใหม่นี้จะช่วยสร้างความหวังให้แก่ผู้กำหนดนโยบายของญี่ปุ่นในการยุติภาวะเศรษฐกิจชะงักงันที่ดำเนินมานานหลายปี การขยายตัว 1.0% ในรายงานใหม่นี้เป็นระดับที่สูงเกินคาด ทั้งนี้เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัว 0.5% ในไตรมาสเดือนเม.ย.-มิ.ย.ภาวะเศรษฐกิจถดถอยคือภาวะที่เศรษฐกิจหดตัวสองไตรมาสติดต่อกัน ดังนั้นการที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นสามารถเติบโต 1.0% ในไตรมาส 3 จึงหมายความว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่ได้เข้าสู่ภาวะถดถอย การปรับทบทวนตัวเลขในครั้งนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากรายจ่ายด้านทุน โดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นรายงานว่า รายจ่ายด้านทุนเติบโต 0.6% ในไตรมาส 3 หลังจากที่เคยระบุในรายงานขั้นต้นว่า รายจ่ายด้านทุนดิ่งลง 1.3% ในไตรมาส 3 อย่างไรก็ดีผู้กำหนดนโยบายของญี่ปุ่นจะยังคงได้รับแรงกดดันให้ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป โดยเป็นที่คาดกันว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะจัดทำงบประมาณเสริมที่มีขนาดสูงกว่า 3 ล้านล้านเยน (2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะยังคงดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป เพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อของผู้บริโภคพุ่งขึ้นสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% นักวิเคราะห์หลายรายคาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจฟื้นตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยในไตรมาสปัจจุบัน เนื่องจากยอดส่งออกและการจับจ่ายใช้สอยของภาคครัวเรือนอยู่ในระดับอ่อนแอ นายโคอิชิ ฮามาดะ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นกล่าวว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะมีเสรีภาพมากขึ้นในการรักษาจุดยืนนโยบายในขณะนี้ ถ้าหากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้เยนร่วงลง เขากล่าวว่าบีโอเจควรจะรอดูผลของการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ บีโอเจไม่จำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายถ้าหากเยนร่วงแตะระดับ 130 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ไทย คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี วงเงิน 1.1 แสนล้านบาท โครงการรถไฟสายสีส้ม เป็นหนึ่งในแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะเร่งด่วนปี 58-60(Action Plan) จำนวน 20 โครงการ รวมวงเงิน 1.796 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการวางโครงข่ายคมนาคมทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งทางบก น้ำ อากาศ และระบบราง เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะเสนอแผนการจัดตั้งกองทุน Thailand Future Fund ให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาในสัปดาห์หน้า โดยเบื้องต้นกองทุนดังกล่าวจะมีมูลค่า 1 แสนล้านบาท แต่จะทยอยระดมเงินเข้ามาในกองทุนเป็นงวดๆ เมื่อสัปดาห์ก่อน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่าการจัดตั้ง Thailand Future Fund ซึ่งเป็นกองทุนที่จะดึงเอกชนเข้าร่วมทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศนั้น อาจจะมีความล่าช้าอยู่บ้าง เนื่องจากกระทรวงการคลังต้องการออกแบบกองทุนให้มีความคล่องตัว ที่สามารถลงทุน ได้หลากหลาย และมีผลตอบแทนที่น่าพอใจแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ร่วมลงทุน และมีการรับประกันผลตอบแทนขั้นต่ำในช่วงแรกที่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานยังไม่ได้เกิดขึ้นมากนัก และยังเปิดโอกาสให้กองทุนดังกล่าว สามารถนำเงินที่มีอยู่ไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ เงินฝากในช่วงต้น ที่ยังไม่มีความต้องการใช้เงินลงทุนมากนักได้ด้วย รมว.คลัง กล่าวก่อนหน้านี้อีกว่ากองทุนดังกล่าวจะให้บริษัทจัดการกองทุน(บลจ.) ที่เป็นมืออาชีพมาบริหารและมีลักษณะ Open End โดยให้ซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดหลักทรัพย์ได้
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันอังคาร (8 ธ.ค.) บาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้เช่นเดียวกับหลายสกุลเงินในเอเซียที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯสอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้จากการลดลงของราคาน้ำมันที่กดราคาหุ้นกลุ่มพลังงานและการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 ธันวาคมนี้ - เยน/ดอลลาร์ วันอังคาร (8 ธ.ค.) เยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากอ่อนค่าในวันศุกร์และวันจันทร์ที่ผ่านมาจากการที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนพฤศจิกายนออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ซึ่งส่งผลให้มีความเป็นไปได้สูงขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 15-16 ธันวาคมนี้ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดีวันนี้เยนได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อเยนและขายหุ้นในเอเซียออกมามากซึ่งเป็นผลของราคาน้ำมันที่ลดลงที่กระทบต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงานและการคาดการณ์แนวโน้มการไหลออกของเงินทุนจากตลาดเอเซียจากแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร (8 ธ.ค.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังยูโรอ่อนค่าในวันศุกร์และวันจันทร์จากการคาดการณ์แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทั้งนี้ช่วงนี้นักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันที่ 15-16 ธันวาคมซึ่งมีแนวโน้มสูงที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยซึ่งจะเป็นปัจจัยที่หนุนให้ดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งค่าเทียบกับยูโร ขณะที่ปัจจัยเรื่องนโยบายการเงินของ ECB ก็เป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเช่นกัน โดยล่าสุดประธานธนาคารกลางยุโรปกล่าวว่า ECB พร้อมจะขยายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหากจำเป็นแม้ก่อนหน้านั้นในการประชุมเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาการดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางยุโรปจะน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ซึ่งส่งผลให้เงินยูโรแข็งค่าทันทีหลังการประชุมเมื่อวันพฤหัสที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร (8 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันอังคารหลังการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่ราคาน้ำมันที่ลดลงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน และข้อมูลการค้าที่อ่อนแอของจีนทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลดลง 0.92% สู่ 17,568, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.65% สู่ 2,063.59 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 0.07% สู่ 5,098.24 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร (8 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้จากการที่ราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลลบต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะเดียวกันนักลงทุนก็ระมัดระวังมากขึ้นก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันที่ 15-16 ธันวาคมนี้ซึ่งมีการคาดการณ์กันมากขึ้นว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังจากที่ในสัปดาห์ที่แล้วทั้งการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯและรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯล้วนสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมปีนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต และดัชนีฮั่งเส็งลดลง 1.04%, 1.89% และ 1.34% ตามลำดับ - ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร (8 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางตลาดหุ้นอื่นๆในเอเซียที่ลดลงเป็นส่วนใหญ่เช่นกันเนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงซึ่งส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 ธันวาคมนี้ โดยวันนี้มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 26.59จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 9 ธ.ค. 2558
|






![]() | Today | 1220 |
![]() | All days | 1220 |
Comments