| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Wednesday, 18 January 2017 09:31 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ค รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) มีการขยายตัวเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนมกราคม ขณะที่ได้แรงหนุนจากการทะยานขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ทั้งนี้ ดัชนีภาคการผลิตอยู่ที่ระดับ 6.5 ในเดือนม.ค. จากระดับ 7.6 ในเดือนธันวาคม ทั้งนี้ ดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขยายตัว นายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวในวันนี้ว่า เฟดยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีการใช้ในขณะนี้ เนื่องจากเงินเฟ้อไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหา นอกจากนี้ ยังระบุเชื่อมั่นว่า มาตรการสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในขณะนี้จะยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าเฟดได้ดำเนินนโยบายดังกล่าวเป็นเวลานานมากแล้ว เมื่อเทียบกับมาตรฐานในอดีต กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐสำหรับปี 2017 และ 2018 โดยเป็นผลจากแผนการใช้จ่ายและแผนปรับลดภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ แต่ IMF ระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่สำคัญบางประเทศจะชะลอการเติบโต อย่างไรก็ดี ในส่วนของเศรษฐกิจโลก IMF คาดว่าจะขยายตัวเท่ากับประมาณการครั้งก่อนที่ 3.4% และ 3.6% ในปี 2017 และ 2018 ตามลำดับ ด้านเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น 0.1% ในปี 2017 และ 0.4% ในปี 2018 อันเป็นผลมาจากผลของ มาตรการกระตุ้นทางการคลังของนายโดนัลด์ ทรัมป์ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งรวมถึงการปรับลดภาษี และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดย IMF ระบุว่า ปัจจัยนี้จะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเติบโต 2.3% ในปี 2017 และ 2.5% ในปี 2018 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งนี้อาจจะกระตุ้นภาวะเงินเฟ้อ ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐใกล้จะบรรลุภาวะการจ้างงานเต็มที่ อย่างไรก็ดี รายงานคาดการณ์ใหม่ของ IMF ในครั้งนี้ไม่ได้พิจารณาสมมุติฐานที่ว่า นายทรัมป์จะดำเนินนโยบายการค้า อย่างเช่นการจัดเก็บภาษีศุลกากรจากสินค้าจีนหรือเม็กซิโก และการเจรจาต่อรองใหม่สำหรับเขตการค้าเสรีทวีปอเมริกาเหนือ (นาฟตา) ที่ครอบคลุมสหรัฐ, แคนาดา และเม็กซิโก ขณะเดียวกัน IMF ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของเม็กซิโกลง 0.6% ทั้งสำหรับปี 2017 และ 2018 โดยให้เหตุผลว่านโยบายของสหรัฐส่งผลให้การลงทุนในเม็กซิโกมีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ IMF ปรับทบทวนตัวเลขอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีน โดยคาดว่าเศรษฐกิจจีนอาจเติบโต 6.5% ในปี 2017 โดยปรับขึ้น 0.3% จากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนตุลาคม 2016 เนื่องจากคาดว่า รัฐบาลจีนจะดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี IMF คาดว่า เศรษฐกิจจีนอาจเติบโตเพียง 6.0% ในปี 2018 ด้านเศรษฐกิจยูโรโซนและญี่ปุ่น IMF ได้ปรับเพิ่มประมาณการจากเดิม 0.1% เนื่องจากเศรษฐกิจปรับตัวแข็งแกร่งเกินคาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2016 ซึ่งรวมไปถึงการปรับตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจอังกฤษให้สูงขึ้น 0.4% สำหรับปี 2017 แต่ปรับลดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจอังกฤษสำหรับปี 2018 ลง 0.3%
ยุโรป: อังกฤษ นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แถลงรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยระบุจะเริ่มกระบวนการเจรจาข้อตกลง Brexit กับสหภาพยุโรป (EU) ในช่วงสิ้นเดือนมี.ค. โดยจะใช้เวลา 2 ปี ซึ่งนางเมย์จะใช้หลักการเจรจา 4 ข้อ ได้แก่ ความแน่นอนและความชัดเจน, การทำให้อังกฤษมีความแข็งแกร่งขึ้น, การทำให้อังกฤษมีสภาพที่ดีขึ้น และการทำให้อังกฤษมีความเป็นระดับโลกอย่างแท้จริง พร้อมระบุเกี่ยวกับวัตถุประสงค์สำคัญ 12 ข้อดังนี้ 1.การสร้างความชัดเจนให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชนโดยทั่วไป เมื่อใดก็ตามที่มีการเจรจาเกิดขึ้นระหว่างอังกฤษและ EU 2.การทำให้อังกฤษกลับมามีอำนาจใช้กฎหมายของประเทศ โดยการถอนตัวออกจากศาลยุติธรรมยุโรป (ECJ) 3.การสร้างความเข้มแข็งระหว่าง 4 ชาติในสหราชอาณาจักร 4.การรักษาไว้ซึ่งพื้นที่ในการเดินทางร่วมกันระหว่างไอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร 5.การทำให้อังกฤษสามารถควบคุมการเข้าประเทศของชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากยุโรป 6.การดำเนินการรับประกันสิทธิของประชาชนของ EU ที่อาศัยในอังกฤษ และสิทธิของชาวอังกฤษที่อาศัยใน EU ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 7.การรับประกันว่าสิทธิของแรงงานจะได้รับการรักษาและปกป้อง 8.การทำข้อตกลงการค้าเสรีฉบับใหม่กับ EU เพื่อให้อังกฤษสามารถเข้าสู่ตลาดร่วมยุโรปให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หลังจากที่อังกฤษถอนตัวจากตลาดร่วมยุโรป ขณะที่ยังคงมีข้อตกลงด้านศุลกากรกับ EU เพื่อรับประกันว่าการค้าข้ามชายแดนกับยุโรปจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง 9.การทำข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับประเทศอื่นๆทั่วโลก 10.การทำให้อังกฤษยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับวิทยาศาสตร์, การวิจัย และนวัตกรรม 11.การบรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับ EU ในด้านการบังคับใช้กฎหมาย, การต่อต้านการก่อการร้าย, ด้านการต่างประเทศ รวมทั้งนโยบายป้องกันประเทศและด้านต่างประเทศ 12.การดำเนินกระบวนการแยกตัวออกจาก EU อย่างราบรื่นและเป็นระบบระเบียบ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะชะงักงันครั้งใหญ่ นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) กล่าวปาฐกถาที่วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน ว่า ธนาคารกลางอังกฤษมีมาตรการในการรับมือกับแรงกดดันต่างๆจากผลพวงของการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) เพื่อรักษาอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจอังกฤษให้มีเสถียรภาพต่อไป ท่ามกลางกระแสความหวาดวิตกของนักลงทุนจากปัญหาความไม่แน่นอนต่างๆที่เกิดขึ้น ก่อนที่นายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ จะแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอน Brexit
เยอรมนี สถาบัน ZEW รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 16.6 จุด จากระดับ 13.8 จุดในเดือนธันวาคม ขณะที่นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้นสู่ 18.3 จุด ส่วนดัชนีภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันของเยอรมนีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 77.3 จุด จาก 63.5 ในเดือนธันวาคม ขณะที่นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 65.0
เอเชีย : ฟิลิปปินส์ ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตของฟิลิปปินส์พบปะกับนายหลิว เจิ้นหมิน รมช.ต่างประเทศของจีนในวันอังคารที่ผ่านมา โดยนายหลิวถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของจีนที่เดินทางไปเยือนฟิลิปปินส์ นับตั้งแต่นายดูเตอร์เตขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2016 โดยนายเออร์เนสโต อาเบลลา โฆษกของปธน.ดูเตอร์เตกล่าวว่า การพบปะนี้เป็นเพียงการเยี่ยมคารวะ นายอาเบลลาระบุว่า นายหลิวจะประชุมกับรมช.ต่างประเทศของฟิลิปปินส์เพื่อหารือถึงประเด็นสำคัญในข้อตกลงทวิภาคี เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นเพิ่งเดินทางเยือนฟิลิปปินส์ ในขณะที่จีนและญี่ปุ่นแข่งขันกันในการเข้ามาสร้างอิทธิพลและคว้าโอกาสการลงทุนในฟิลิปปินส์ โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้จัดสรรงบประมาณไว้สูงเป็นประวัติการณ์สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรม ปธน.ดูเตอร์เตได้ปรับเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศครั้งใหญ่นับตั้งแต่เขาเข้ามาดำรงตำแหน่ง โดยเขาแสดงความไม่พอใจต่อสหรัฐซึ่งเคยเป็นพันธมิตรของฟิลิปปินส์มานานแล้ว และเขาแสดงท่าทีต้อนรับจีน หลังจากที่จีนกับฟิลิปปินส์ขัดแย้งกันมาเป็นเวลานานหลายปีแล้วในเรื่องทะเลจีนใต้
มาเลเซีย นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 11 คนที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า ธนาคารกลางมาเลเซียจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.00% ในวันพฤหัสบดีนี้ โดยระบุว่า สกุลเงินริงกิตที่อ่อนค่าทำให้เป็นการยากที่ธนาคารกลางจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก หลังจากปรับลดครั้งที่ผ่านมาในเดือนก.ค. 2016 เพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
เวียดนาม กรมศุลกากรเวียดนามเปิดเผยว่า เวียดนามมียอดเกินดุลการค้า 2.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2016 หลังจากขาดดุลการค้า 3.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2015 กรมศุลกากรเวียดนามเปิดเผยว่า การส่งออกของเวียดนามในปีที่ผ่านมาขยายตัว 9% สู่ 1.766 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 5.2% สู่ 1.741 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ไทย คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) สหกรณ์ฉบับใหม่ เพื่อให้การกำกับตรวจสอบสหกรณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีมาตรการเชิงรุก เพื่อป้องกันหรือแจ้งเตือนปัญหาให้สหกรณ์ ก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้น โดยมีสาระสำคัญ เช่น การจัดตั้งกองทุนพัฒนาสหกรณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร พร้อมทั้งกำหนดให้มีทุนรักษาเสถียรภาพระบบสหกรณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่สหกรณ์ที่ขาดสภาพคล่อง รวมถึงการปรับปรุงข้อกำหนดที่เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ และปรับปรุงอัตราโทษให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบมาตรการสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก โดยออกมาตรการทางด้านภาษี และมาตรการทางการเงินสนับสนุนผู้ประกอบการ พร้อมตั้งเป้าให้มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 62 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า จากปี 59 ที่มีมูลค่าการส่งออก 1.34 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับมาตรการทางภาษีที่ออกมาในครั้งนี้ ได้แก่ การยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบที่ใช้ผลิตอัญมณีและเครื่องประดับ ใน 32 ประเภทย่อย โดยให้มีผลภายในวันที่ 20 ม.ค.60 เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเข้าสินค้าได้ทันช่วงเทศกาลตรุษจีน รวมทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการให้ผู้ประกอบการสามารถนำรายจ่ายประเภทเงินเดือนและค่าจ้างของแรงงานที่เป็นช่างเครื่องประดับ ประเภทที่ผลิตด้วยมือ หรือผลิตด้วยมือร่วมกับการใช้เครื่องจักรที่ไม่ซับซ้อน มาหักรายจ่ายได้ 2 เท่า นอกจากนี้ ยังมีมาตรการทางด้านการเงิน โดยขยายระยะเวลามาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักร และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ได้ถึงวันที่ 31 ต.ค.60 หรือจนกว่าวงเงินที่จัดสรรไว้จะหมด โดยโครงการนี้เป็นการขยายระยะเวลาโครงการเดิม ที่มีวงเงินรวม 3 หมื่นล้านบาท และต้องขอใช้ภายใน 31 ธ.ค.59 ซึ่งจนถึง 30 ธ.ค.59 มีการอนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 1.27 หมื่นล้านบาท ยังเหลือวงเงินอีก 1.73 หมื่นล้านบาท คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบการจัดทำพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณเพิ่มเติมปี 2560 วงเงิน 1.9 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นงบประมาณโครงการตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด เพื่อสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ 8 หมื่นล้านบาท และมีการตั้งเป็นงบกลางไว้อีก 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อสำรองไว้หากมีโครงการในการพัฒนากลุ่มจังหวัดเพิ่มเติมในอนาคต นอกจากนี้ยังมีงบประมาณสำหรับกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี 2 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่มีปัญหาด้านเงินทุนหมุนเวียนและการต่อยอดธุรกิจ โดยจะเน้นไปที่อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล เช่น อาหาร สาธารณสุขภาพ หุ่นยนต์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวแถลงข่าวภายหลังการประชุมครม. ว่าองค์ประกอบที่สำคัญของการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมครั้งนี้ คือ การลงทุนเพิ่มในกลุ่มจังหวัด และกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี แต่ในวันนี้เป็นการอนุมัติวงเงินเบื้องต้นก่อน รายละเอียดของโครงการขอไว้ก่อน จะมีรายละเอียดของแต่ละโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันอังคาร (17 มค.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันจันทร์สอดคล้องกับเงินเอเชียส่วนใหญ่ที่แข็งค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยดอลลาร์สหรัฐฯ กลับมาอ่อนค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินในช่วงนี้ก่อนนายโดนัลด์ ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันศุกร์นี้ ทั้งนี้นักลงทุนมีความไม่มั่นใจมากขึ้นเกียวกับแนวโน้มกรรดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ว่าจะส่งผลบวกหรือลบอย่างไรบ้างในอนาคตโดยดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าต่อเนื่องหลังการแถลงของนายกอังกฤษขณะนักลงทุนจับตาการรับตำแหน่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ - ดอลลาร์/เยน วันอังคาร (17 มค.) เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ ขณะที่วันนี้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นเรื่องความเสี่ยงก่อนนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษแถลงเกี่ยวกับ Brexit ในวันนี้ และก่อนนายโดนัลด์ ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันศุกร์นี้ โดยดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าต่อเนื่องหลังการแถลงของนายกอังกฤษขณะนักลงทุนจับตาการรับตำแหน่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ - ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 17 มค.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้เช่นเดียวกับเงินปอนด์ที่แข็งค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯหลังจากที่เงินปอนด์อ่อนค่าเมื่อวันจันทร์ ทั้งนี้นักลงทุนรอฟังนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษซึ่งจะแถลงเกี่ยวกับการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปหรือ Brexit ในช่วงเย็นวันนี้ ขณะที่วันนี้สถาบัน ZEW เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีเพิ่มขึ้นสู่ 16.6 จุดในเดือนม.ค. จากระดับ 13.8 จุดในเดือนธ.ค. ส่วนดัชนีภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันของเยอรมนีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 77.3 จุดในเดือนม.ค. จาก 63.5 ในเดือนธ.ค. ขณะเดียวกันนักลงทุนจะรอฟังถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงต่อไปในสัปดาห์นี้ และรอดูพิธีเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของนายโดนัลด์ ทรัมป์ในวันที่ 20 ม.ค. โดยยูโรและปอนด์แข็งค่ามากขึ้นหลังการแถลงของนายกอังกฤษ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร ( 17 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันอังคารนำโดยหุ้นกลุ่มการเงิน, ขนส่ง และหุ้นอื่นๆที่ปรับตัวขึ้นอย่างมากหลังการเลือกตั้ง ขณะที่ตลาดมุ่งความสนใจไปที่การเริ่มต้นฤดูการรายงานผลประกอบการของบริษัทต่างๆ โดยธนาคารรายใหญ่ๆ จะรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ ความวิตกเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้าของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ถ่วงตลาดหุ้นและดอลลาร์ร่วงลงด้วย ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.30% สู่ 19,826.77, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.30% สู่ระดับ 2,267.89 และดัชนี Nasdaq ปิดติดลบ 0.63% สู่ 5,538.73 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร ( 17 มค.) ดัชนีนิกเกอิปิดลดลง 1.48% สู่ระดับ 18,813.53 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค.โดยเยนที่แข็งค่ากระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดบวก 0.17% มาที่ 3,108.76 สำหรับดัชนีฮั่งเส็งปิดบวก 0.54% สู่ระดับ 22,840.97 ท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบาง ขณะที่นักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขายก่อนนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษแถลงเกี่ยวกับ Brexit ในวันนี้ และก่อนนายโดนัลด์ ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันศุกร์นี้ - ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร ( 17 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สูงขึ้นในช่วงแรกก่อนที่จะลดลงในเวลาต่อมา โดยมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พาณิชย์ และปิโตรเคมี โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 4.96 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 18 ม.ค. 2560
|






![]() | Today | 847 |
![]() | All days | 847 |
Comments