| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Tuesday, 17 January 2017 10:46 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ไม่มีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดหุ้น, ตลาดการเงิน และหน่วยงานราชการสหรัฐปิดทำการ เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวในการให้สัมภาษณ์ต่อหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสท์ว่าตั้งเป้าที่จะนำแผนการที่จะให้การประกันกับทุกคน มาใช้แทนที่กฎหมายประกันสุขภาพของประธานาธิบดีบารัค โอบามา หรือ "โอบามาแคร์" อย่างไรก็ดี นายทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอของเขาที่จะใช้แทนที่โอบามาแคร์ แต่เขากล่าวว่า การวางแผนการนี้ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว และเขาพร้อมที่จะเปิดเผยแผนนี้พร้อมกับผู้นำของสภาคองเกรสที่อยู่ภายใต้การนำของพรรครีพับลิกัน
ยุโรป: สวิตเซอร์แลนด์ ผลสำรวจระบุว่า ความเชื่อมั่นในรัฐบาล, บริษัท และสื่อมวลชนลดลงในปีที่แล้ว ในขณะที่การเลือกตั้งและการทำประชามติในสหรัฐ, อังกฤษ และฟิลิปปินส์สั่นคลอนกลุ่มฐานอำนาจเดิมทางการเมือง และภาคธุรกิจได้รับความเสียหายจากข่าวอื้อฉาว โดยผลสำรวจอีเดลแมน ทรัสต์ บาโรมิเตอร์รายปีก่อนที่จะมีการจัดประชุมเวทีเศรษฐกิจโลกหรือเวิลด์ อิโคโนมิค ฟอรัม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ 17-20 ม.ค. โดยผลสำรวจระบุว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่า ระบบเศรษฐกิจและการเมืองในปัจจุบันสร้างความผิดหวัง โดยนายริชาร์ด อีเดลแมน ประธานบริษัทอีเดลแมน ซึ่งเป็นบริษัทด้านการตลาดการสื่อสารกล่าวต่อรอยเตอร์ว่า ประชาชนมองว่าระบบเสียแล้ว โดยสถิติที่น่าตกใจที่สุดในผลสำรวจทั้งหมดนี้คือสถิติที่ว่า ประชาชนที่มีรายได้สูง, จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย และมีความรู้กว้างขวางราวครึ่งหนึ่ง เชื่อว่าระบบไม่สามารถทำงานได้ ทั้งนี้ ผู้นำด้านธุรกิจ, การเมือง และวิชาการจำนวนราว 3,000 คนจะมาประชุมกันที่เมืองดาวอสในสัปดาห์นี้ โดยผู้นำกลุ่มนี้พบว่า ประชาชนจำนวนมากและผู้นำฝ่ายประชานิยมในหลายประเทศทั่วโลกไม่ไว้วางใจในชนชั้นนำมากขึ้นเรื่อยๆ โดยผลสำรวจพบว่า ประชาชนเพียง 41% ไว้วางใจในรัฐบาล และประชาชนเพียง 43% ไว้วางใจในสื่อมวลชน โดยความเชื่อมั่นในสื่อมวลชนดิ่งลงอย่างรุนแรง ในขณะที่ดิกชันนารี อ็อกซ์ฟอร์ดยกให้คำว่า post-truth (การเพิกเฉยต่อความจริง) เป็นคำศัพท์ประจำปี 2016 ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นในธุรกิจอยู่ที่ 52% แต่ลดลงจากปีก่อนหน้านั้น ในขณะที่ภาคธุรกิจเผชิญกับข่าวอื้อฉาวหลายข่าว ซึ่งรวมถึงการที่บริษัทโฟล์คสวาเกนซึ่งที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์ของเยอรมนี เผชิญกับคดีการโกงการทดสอบการปล่อยก๊าซไอเสียจากเครื่องยนต์ดีเซล และการที่บริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ของเกาหลีใต้เผชิญกับกรณีไฟไหม้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ขณะเดียวกัน ความน่าเชื่อถือของซีอีโอลดลงในทุกประเทศที่อยู่ในผลสำรวจ โดยความน่าเชื่อถือของซีอีโอดิ่งลงสู่ 18% ในญี่ปุ่น, 28% ในเยอรมนี และ 38% ในสหรัฐฯ ด้านความน่าเชื่อถือของรัฐบาลรูดลงใน 14 ประเทศในผลสำรวจ โดยอันดับต่ำสุดเป็นของแอฟริกาใต้ที่ระดับ 15% ในขณะที่ประธานาธิบดีเจค็อบ ซูมาของแอฟริกาใต้เผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องการคอร์รัปชั่น ทั้งนี้ อีเดลแมนจัดทำผลสำรวจนี้ทุกปีนับตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา โดยผลสำรวจล่าสุดนี้จัดทำจากการสอบถามประชาชน 33,000 คนใน 28 ประเทศในวันที่ 13 ต.ค.-16 พ.ย. 2016
ประเด็นที่จับตามอง ตลาดการเงินทั่วโลกจับตานางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งจะแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยการแถลงดังกล่าวจะมีขึ้นในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้ ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษออกแถลงการณ์ ระบุว่า สุมทรพจน์ของนางเมย์จะย้ำถึงความจำเป็นที่ชาวอังกฤษจะต้องมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยยุติการแบ่งแยกระหว่างผู้ที่ลงมติเห็นด้วย หรือคัดค้านการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป เพื่อให้กระบวนการ Brexit ประสบความสำเร็จ และสร้างอังกฤษที่จะมีความสัมพันธ์ในระดับโลกอย่างแท้จริง ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะกล่าวเรียกร้องให้ชาวอังกฤษมีความเป็นเอกภาพในกระบวนการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ขณะที่สื่อคาดการณ์กันว่า ถ้อยแถลงครั้งนี้จะระบุถึงการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปอย่างเด็ดขาด และส่งผลกระทบที่รุนแรง (hard Brexit) ด้านหนังสือพิมพ์หลายฉบับในอังกฤษ เช่น เดอะ ซันเดย์ ไทม์ส และซันเดย์ เทเลกราฟ ต่างรายงานว่า กระทรวงการคลังเตรียมหารือกับธนาคารรายใหญ่ในลอนดอน เพื่อหาทางลดความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในตลาดเงิน โดยที่รัฐบาลคาดว่า ค่าเงินปอนด์จะได้รับผลกระทบอีกระลอก ทั้งนี้ อังกฤษได้เข้าร่วมกับสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2517 หรือกว่า 40 ปีมาแล้ว เนื่องจากมองเห็นประโยชน์ที่จะได้รับจากการรวมตัวกับสหภาพยุโรป อย่างไรก็ดี กระแสเรียกร้องให้มีการถอนตัวจากสหภาพยุโรปเริ่มปะทุขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากบรรดานักการเมืองทั้งจากพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ รวมทั้งนายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน
เอเชีย : จีน สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า มณฑลซานซีของจีนจะปรับลดกำลังการผลิตถ่านหินลง 20 ล้านตันในปีนี้ โดยซานซีถือเป็นมณฑลที่ผลิตถ่านหินมากที่สุดในจีน นายหลู หยางเซิง ผู้ว่าการมณฑลซานซีกล่าวในวันเสาร์ว่า การแก้ไขปัญหากำลังการผลิตถ่านหินล้นตลาดจะยังคงถือเป็นประเด็นที่รัฐบาลมณฑลนี้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในปี 2017 มณฑลซานซีที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของจีนครองสัดส่วนราว 25% ของปริมาณการผลิตถ่านหินในจีน โดยซานซีได้ปรับลดกำลังการผลิตถ่านหินลงไปแล้ว 23.25 ล้านตัน และปิดเหมืองถ่านหินไปแล้ว 25 เหมืองในปี 2016
เกาหลีใต้ นายชอย ซาง-ม็อค รมช.คลังของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังจับตาความผันผวนที่เพิ่มขึ้นของตลาดปริวรรตเงินตราอย่างใกล้ชิด เขาแสดงความเห็นต่อผู้สื่อข่าวนอกรอบการประชุมในกรุงโซล หลังจากที่ถูกถามเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในช่วงที่ผ่านมา วอนและสกุลเงินอื่นๆ ของตลาดเกิดใหม่ปรับตัวผันผวนมากขึ้น นับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย.
ญี่ปุ่น ผู้นำญี่ปุ่นและอินโดนีเซียกล่าวว่า อินโดนีเซียและญี่ปุ่นได้ตกลงกันว่าจะเพิ่มความมั่นคงทางทะเล และจะเริ่มต้นหารือกันเรื่องโครงการทางรถไฟสำคัญเพื่อเชื่อมกรุงจาการ์ตากับเมืองสุราบายา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอินโดนีเซีย ในอดีตนั้นญี่ปุนเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้ามาลงทุนมากที่สุดในอินโดนีเซีย แต่สถานะของญี่ปุ่นถูกสั่นคลอนในปี 2015 เมื่อรัฐบาลของประธานาธิบดีโจโก วิโดโดของอินโดนีเซียมอบสัมปทานให้จีนในการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมกรุงจาการ์ตากับเมืองบันดุงที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะชวา ความตึงเครียดเรื่องข้อตกลงทางรถไฟผ่อนคลายลง เมื่อนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นกล่าวหลังจากประชุมกับปธน.วิโดโดว่า ญี่ปุ่นจะร่วมมือกับอินโดนีเซียในการวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับทางรถไฟและภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของญี่ปุ่นลดลงในเดือนพ.ย.ในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 7 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า บริษัทต่างๆอาจชะลอการใช้จ่ายทุน เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และยังคงมีความวิตกเกี่ยวกับภาวะอุปสงค์ทั่วโลก ทั้งนี้ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การใช้จ่ายทุนนั้นลดลง 5.1% ในเดือนพ.ย.จากเดือนต.ค. โดยลดลงมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 1.7%
อินโดนีเซีย นายเองการ์เทียสโต ลูคิตา รมว.การค้าอินโดนีเซียกล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียวางแผนจะออกใบอนุญาตนำเข้าน้ำตาลดิบเพิ่มเติมราว 400,000 ตันสำหรับการบริโภคในครัวเรือน กระทรวงการค้าอินโดนีเซียระบุในช่วงต้นเดือนนี้ว่า ทางกระทรวงได้ออกใบอนุญาตนำเข้าน้ำตาลดิบ 1.5 ล้านตันสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม นายลูคิตากล่าวเสริมว่า ภาคครัวเรือนอินโดนีเซียบริโภคน้ำตาลราว 3.2-3.5 ล้านตันต่อปี ในขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำตาลทรายขาวในอินโดนีเซียอยู่ที่ราว 2.1 ล้านตันในปี 2016 สำนักงานสถิติอินโดนีเซียแถลงว่า ยอดส่งออกและนำเข้าของอินโดนีเซียปรับขึ้นแบบเทียบปีต่อปีเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือนธ.ค. แต่ปรับขึ้นในอัตราที่ช้ากว่าในเดือนพ.ย. สำนักงานสถิติระบุว่า ยอดส่งออกพุ่งขึ้น 15.57% ต่อปี สู่ 1.377 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนธ.ค. โดยก่อนหน้านี้โพลล์รอยเตอร์เคยคาดว่า ยอดส่งออกอาจปรับขึ้น 13.27% ต่อปี รายได้จากการส่งออกในเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 24 เดือน ยอดนำเข้าปรับขึ้น 5.82% ต่อปี สู่ 1.278 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนธ.ค. โดยก่อนหน้านี้โพลล์คาดว่า ยอดนำเข้าอาจปรับขึ้นเพียง 3.50%
ไทย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เผยกระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมร่วมกันจัดตั้งกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท โดยคาดจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้ในวันอังคารนี้ เพื่อพัฒนาและช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นการเฉพาะ โดยเฉพาะธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น กองทุนนี้จะมาจากงบประมาณวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท จะเป็นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจบนฐานของผู้ประกอบการ ให้เกิดผู้ประกอบการใหม่ขึ้นมาเต็มพื้นที่ เด็กที่จบใหม่ก็ไม่ต้องเข้ากรุงเทพฯ สามารถทำงานในต่างจังหวัดได้ เขากล่าวว่าการส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีในระยะต่อไป จะไม่เน้นเฉพาะเอสเอ็มอีภาคการผลิต หรือภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่จะส่งเสริมไปถึงเอสเอ็มอีที่เกี่ยวกับภาคบริการและการท่องเที่ยว เนื่องจากขณะนี้ภาคบริการเติบโตได้เร็วกว่าภาคอุตสาหกรรม และยังจะรวมถึงเอสเอ็มอีภาคเกษตรและแปรรูปเกษตร ตลอดจนภาคการขนส่งสินค้าด้วย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ยืนยันจะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชน ให้หมดภายในปีนี้ หลังพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา มีผลบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้เจ้าหนี้นอกระบบที่ปล่อยกู้ดอกเบี้ยแพง มีความผิดทางอาญา ขณะที่ภาครัฐจะให้ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เปิดหน่วยงานพิเศษเพื่อปล่อยกู้ให้ประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน โดยจะไม่พิจารณาถึงความสามารถในการชำระคืน แต่จะพิจารณาตามความจำเป็น โดยรัฐบาลจะช่วยชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปล่อยกู้ของธนาคารทั้ง 2 แห่ง ในสัดส่วน 50% เนื่องจากเป็นโครงการตามนโยบายของรัฐ
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันจันทร์ (16 มค.) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเอเชียส่วนใหญ่ ในช่วงบ่ายเงินบาทได้อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ สอดคล้องกับเงินสกุลอื่นๆของเอเชีย เนื่องจากวันนี้ปัจจัยเรื่องความกังวล Brexit และความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อนโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯส่งผลลบต่อความต้องการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง - ดอลลาร์/เยน วันจันทร์ (16 มค.) เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์เนื่องจากนักลงทุนลดความเชื่อมั่นเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่สัปดาห์นี้นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐจะกล่าวสุนทรพจน์เรื่องเป้าหมายของนโยบายการเงินและวิธีการปฏิบัติตามนโยบายที่นครซานฟรานซิสโก ในวันพุธนี้ นอกจากนี้นางเยลเลนจะกล่าวสุนทรพจน์เรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายการเงินที่เมืองสแตนฟอร์ดในวันพฤหัสบดีนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ ( 16 มค.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ สอดคล้องกับการที่เงินปอนด์อ่อนค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากสื่อรายงานว่า รัฐบาลอังกฤษเตรียมที่จะใช้วิธีการที่แข็งกร้าวในการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ hard Brexit ปอนด์ได้รับแรงกดดันในวันนี้ หลังจากหนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทมส์รายงานว่า ในสัปดาห์นี้นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ของอังกฤษจะส่งสัญญาณถึงแผนการสำหรับ hard Brexit โดยนางเมย์จะกล่าวว่า เธอเต็มใจที่จะให้อังกฤษถอนตัวออกจากตลาดรวมของสหภาพยุโรป เพื่อที่อังกฤษจะได้มีอำนาจควบคุมพรมแดนของตนเอง นักลงทุนกังวลว่าการที่อังกฤษถอนตัวออกจากตลาดรวมของอียู จะสร้างความเสียหายต่อยอดส่งออกของอังกฤษ และจะส่งผลให้ต่างชาติถอนการลงทุนออกจากอังกฤษ โดยนายกรัฐมนตรีอังกฤษจะกล่าวแถลงในวันอังคารนี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์ ( 16 มค.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ - ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ ( 16 มค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 1% สู่ระดับ 19,095.24 โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกันนักลงทุนกังวลว่าอังกฤษอาจจะเลือกใช้วิธีถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) อย่างแข็งกร้าวหรือ hard Brexit นอกจากนี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังได้รับแรงกดดัน จากการที่นักลงทุนลดความมั่นใจในนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพปิดตลาดลดลง 0.32% มาที่ 3,102.69 ขณะที่นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีนกล่าวว่า เศรษฐกิจจีนจะเผชิญกับปัญหาและแรงกดดันมากยิ่งขึ้นในปี 2017 ในขณะที่ความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น โดยเป็นผลจากความเปลี่ยนแปลงในการเมืองโลก และปัญหาด้านกฎระเบียบทางเศรษฐกิจ จีนระบุในวันศุกร์ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในเมืองใหญ่ที่สุดบางเมืองของจีนอาจชะลอตัวลงในปี 2016 และจะยังคงชะลอตัวลงต่อไปในปี 2017 สำหรับดัชนีฮั่งเส็งปิดลดลง 0.96% สู่ระดับ 22,718.15 โดยได้รับผลกระทบจากการลดลงของหุ้นจีนและดัชนีหุ้นเอชหรือหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงที่ปิดลดลง - ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์ ( 16 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเปิดตลาดก่อนที่จะเพิ่มขึ้นหลังจากนั้นและเคลื่อนไหวอยู่ที่ช่วงแคบๆโดยวันนี้ปัจจัยเรื่องความกังวล Brexit และนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯส่งผลลบต่อตลาดหุ้นเอเซียโดยรวม โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 3.44จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 17 ม.ค. 2560
|






![]() | Today | 930 |
![]() | All days | 930 |
Comments