Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 10 January 2017 09:46

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

นายเอริค โรเซนเกรน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาบอสตัน กล่าวเรียกร้องให้ Fed เร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จากรูปแบบเดิมที่ปรับขึ้นเพียงปีละ 1 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2015 โดยระบุว่า หาก Fed ไม่เร่งรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก็จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ พร้อมยังระบุว่า อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นแตะระดับ 2% ตามเป้าหมายของเฟดในปลายปีนี้ ทั้งนี้ ท่าทีของนายโรเซนเกรนครั้งล่าสุดนี้ ถือว่าแตกต่างจากก่อนหน้านี้ซึ่งมักสนับสนุนให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเพื่อกระตุ้นการจ้างงาน แม้มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินเฟ้อ

 

ปัจจัยที่ควรติดตาม

ในวันนี้มีการเปิดเผยตัวเลขสต็อกสินค้าและยอดค้าส่งเดือนพ.ย. ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า สต็อกสินค้าภาคค้าส่งอาจเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนต.ค. ส่วนยอดขายส่งอาจเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนต.ค.

 

ยุโรป:

สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มที่จะยังคงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไปในปีนี้ ถึงแม้มีสัญญาณบ่งชี้ว่าแรงกดดันจากเงินเฟ้อกำลังเพิ่มมากขึ้น โดยรายงานของ S&P ระบุว่า ถึงแม้เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นในยูโรโซน แต่หากไม่พิจารณารวมถึงปัจจัยราคาน้ำมัน จะพบว่าดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะช่วยให้ ECB มีช่องทางในการดำเนินนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจต่อไป นอกจากนี้ S&P ยังระบุว่า รายงานที่มีการเปิดเผยในวันนี้ จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่อยูโรโซนแต่อย่างใด

สถาบันวิจัย Sentix รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักวิเคราะห์ในยูโรโซนปรับตัวขึ้นในเดือนม.ค. โดยดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 18.2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2015 จากระดับ 10.0 ในเดือนธ.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 12.5 การพุ่งขึ้นของความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้รับแรงหนุนจากการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย. ซึ่งทำให้คาดการณ์ว่าจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจในยูโรโซน ทั้งนี้ ดัชนีย่อยเกี่ยวกับสภาวะปัจจุบันในยูโรโซนปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 16.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2011 จากระดับ 8.3 ในเดือนธ.ค. ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ในอนาคตดีดตัวสู่ระดับ 20.0 จากระดับ 11.8 สำหรับดัชนีย่อยของเยอรมนีบ่งชี้ความเชื่อมั่นพุ่งขึ้นแตะระดับ 33.1 ในเดือนม.ค. จากระดับ 27.8 ในเดือนธ.ค.

 

เอเชีย : จีน

ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางของหยวนที่ 6.9262 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯก่อนที่ตลาดจะเปิดทำการในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยอ่อนค่า 0.86% จากค่ากลางครั้งก่อน  ซึ่งถือเป็นการปรับค่ากลางอ่อนค่าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 6 เดือน สำหรับค่ากลางของหยวนในวันศุกร์อยู่ที่ 6.8668 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

สื่อของรัฐบาลจีนเปิดเผยว่า นายหยู หยิงติง อดีตสมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีนกล่าวว่า จีนไม่สามารถปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่ามากกว่า 25% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในปีนี้ได้  ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์อีโคโนมิค อินฟอร์เมชั่น เดลี่รายงานว่า จีนจะยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากเงินทุนไหลออกต่อไป และจากการลดค่าเงินในปีนี้ หยวนอ่อนค่า 6.6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2016 ซึ่งเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดเมื่อเทียบรายปีนับตั้งแต่ปี 1994 และคาดว่าหยวนจะอ่อนค่าอีกในปีนี้

ปริมาณทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศของจีนลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปีในเดือนธ.ค. แต่ก็ทรงตัวสูงกว่าระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯเพียงเล็กน้อย ขณะที่ทางการได้เข้ามาพยุงค่าเงินหยวนก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ทุนสำรองของจีนลดลง 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนธ.ค. ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เล็กน้อย แต่ก็เป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน หลังจากจีนได้ดำเนินการแบบเชิงรุกเพื่อลงโทษผู้ที่เก็งกำไรเงินหยวน และทำให้เป็นเรื่องยากขึ้นที่จะนำเงินออกจากประเทศ นักวิเคราะห์คาดไว้ว่า ทุนสำรองของจีนอาจลดลง 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนธ.ค. สำหรับทั้งปีที่ผ่านมา ทุนสำรองของจีนลดลงเกือบ 3.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 3.011 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากลดลงมากเป็นประวัติการณ์ 5.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2015

ทางการจีนรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 เพิ่มขึ้นอีก 7 คนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปรับขึ้นสู่ 40 คน ในขณะที่เกาหลีใต้และประเทศเพื่อนบ้านก็กำลังรับมือกับการระบาดของโรคไข้หวัดนกเช่นกัน สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มีการยืนยันเรื่องการพบผู้ติดเชื้อ 4 คนในมณฑลเจียงสีทางภาคใต้ของจีน และมีการพบผู้ติดเชื้อ 1 คนในมณฑลชานตง, มณฑลหูหนาน และในนครเซี่ยงไฮ้ จีนได้ฆ่าสัตว์ปีกไปแล้วกว่า 170,000 ตัวใน 4 มณฑลนับตั้งแต่เดือนต.ค.เป็นต้นมา และได้ปิดตลาดการซื้อขายสัตว์ปีกมีชีวิตไปแล้วบางแห่ง หลังจากประชาชนและไก่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนก

 

ไทย

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(คนร.) รับทราบความคืบหน้าการแก้ปัญหารัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง รวมถึงการดำเนินงานในปี 59 ที่ผ่านมา และการกำหนดเป้าหมายในปี 60 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) ในฐานะเลขานุการ คนร.กล่าวในการแถลงข่าวว่าโดยสรุป แผนฟื้นฟูของรัฐวิสาหกิจ ก็มีความคืบหน้ามากบ้าง น้อยบ้างต่างกันไป หลังจากนี้แต่ละรัฐวิสาหกิจก็ต้องไปดำเนินการ และเสนอแผนความคืบหน้ามาให้ คนร.รับทราบในอนาคต เขากล่าวว่าในส่วนธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) พบว่าการดำเนินงานดีขึ้น กำไรดีขึ้น สามารถขยายสินเชื่อได้ใกล้เคียงกับเป้าหมาย และสามารถลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPLs) ได้เหลือ 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมาย ขณะที่ คนร.กำหนดเป้าหมายในปี 60 ให้ ธพว.ปล่อยสินเชื่อรายละไม่เกิน 15 ล้านบาท วงเงินรวมไม่เกิน 3 หมื่นล้านบาท และลด NPLs ให้เหลือไม่เกิน 1.66 หมื่นล้านบาท รวมถึงให้ ธพว.ร่วมมือกับกระทรวงการคลัง เพื่อพัฒนาการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจขนาดขนาดกลางและขนาดย่อม  ด้านธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย(ธอท.) นั้น คนร.ให้เร่งรัดการดำเนินการโอนหนี้สิน NPFs คือ หนี้ที่ไม่ใช่มุสลิมเป็นผู้กู้ ออกจากธนาคาร เพื่อให้ธนาคารมีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยในปี 60 ตั้งเป้าให้ ธอท.ปรับปรุงตัวเองให้มีกำไรให้ได้ ซึ่งกระทรวงการคลังเตรียมแผนเพิ่มทุนวงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท ให้กับ ธอท. รวมถึงให้เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ลด NPLs และสรรหาพันธมิตรในการร่วมทุนภายในเดือนมิ.ย.60 ส่วนองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ในปี 60 คนร.ให้กระทรวงคมนาคมหารือกับกรมการขนส่งทางบก และขสมก. ในการดูเรื่องความปลอดภัยในการให้บริการ การทบทวนการจัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวี การใช้ระบบตั๋วร่วม การติดตั้งจีพีเอส และการทำแผนปฏิรูปองค์กร ด้านบมจ.การบินไทย มีผลประกอบการที่ดีขึ้น 3 ไตรมาส กำไรสูงกว่าที่ตั้งเป้าไว้ แต่มีแผนหลายอย่างที่ดำเนินงานล่าช้าเล็กน้อย ตรงนี้ก็ให้เร่งรัด รวมถึงให้ไปดูเรื่องการบริหารจัดการการซื้อขายตั๋วผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ประเด็นสำคัญ คือ ให้รฟท.ไปสรุปและเสนอเรื่องการพัฒนาที่ดินย่านมักกะสัน รวมถึงการบริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งทาง คนร.ได้มอบหมายให้นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม เป็นผู้สรุปรายละเอียดมาให้ทราบถึงแผนการดำเนินการทั้งหมด รวมถึงการเพิ่มรายได้ การเพิ่มมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและการบริการ ตลอดจนแผนการบริหารหนี้กว่า 1 แสนล้านบาท ของรฟท. ขณะที่บมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม มีการเสนอจะควบรวม NGN กับ IDC โดยจัดตั้งเป็นบริษัท NGDC ในการดำเนินธุรกิจเคเบิ้ลใยแก้วใต้น้ำและอินเทอร์เน็ตดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อผลประโยชน์ในการดำเนินการ และการประกอบการด้านธุรกิจ ซึ่งคนร.ได้มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไปหารือกับทีโอที และกสท โทรคมนาคม ก่อนสรุปเรื่องทั้งหมดมาให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจทราบ ภายในเดือนก.พ.นี้  นอกจากนี้ ที่ประชุม คนร.ยังได้รับทราบการกำหนดแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจปี 60 โดยจะกำหนดบทบาทรัฐวิสาหกิจต่างๆให้ชัดเจน ทั้งการเร่งลงทุน แผนลงทุนใน 5 ปี การเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน การสนับสนุนการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0 และแผนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(Digital Economy) รวมทั้งส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลให้มีความโปร่งใสและมีคุณธรรม

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันจันทร์ (9 มค.) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์หลังการรายงานข้อมูลการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 156,000 ตำแหน่ง และกระทรวงแรงงานสหรัฐได้ทบทวนปรับเพิ่มตัวเลขการจ้างงานในเดือนพฤศจิกายน โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 204,000 ตำแหน่ง จากที่การรายงานก่อนหน้านี้ว่าเพิ่มขึ้น 178,000 ตำแหน่ง และทบทวนปรับลดตัวเลขการจ้างงานในเดือนตุลาคม โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 135,000 ตำแหน่ง จากที่รายงานก่อนหน้านี้ว่าเพิ่ม 142,000 ตำแหน่ง โดยเฉลี่ยในช่วง 12 เดือนแรกปีนี้เพิ่ม 178,333 ตำแหน่งต่อเดือน จากเฉลี่ยปี 2015 ซึ่งเพิ่ม 228,667 ตำแหน่งต่อเดือน ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหลายครั้งในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า

- ดอลลาร์/เยน วันจันทร์ (9 มค.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯจะออกมาน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เล็กน้อยแต่ว่าเมื่อรวมการปรับตัวเลขสองเดือนก่อนหน้าก็ถือว่าการจ้างงานฯของสหรัฐฯยังเติบโตต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา และยังคงเป็นตัวเลขที่สนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2-3 ครั้งในปีนี้

- ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ (9 มค.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์สอดคล้องกับการที่ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆในช่วงสองวันทำการที่ผ่านมาหลังการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์ ( 9 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลดลง อันเป็นผลมาจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มพลังงานและการเงิน ก่อนถึงฤดูกาลเปิดเผยผลประกอบการ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายใต้การบริหารประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์  ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 76.42 จุดหรือ 0.38% สู่ 19,887.38, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 8.08 จุดหรือ 0.35% สู่ 2,268.90 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 10.76 จุดหรือ 0.19% สู่ 5,531.82

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ ( 9 มค.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียมีทั้งปรับสูงขึ้นและลดลงในวันนี้ โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดเพิ่มขึ้น 0.55% โดยในช่วงสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้าจีนจะมีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัว โดยในด้านการเติบโตนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ยังคาดว่าจีนจะยังขยายตัวได้ดีในหลายด้านเนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน อย่างไรก็ดีด้านการส่งออกนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะยังหดตัวหากวัดในรูปดอลลาร์สหรัฐฯ แต่หากวัดในรูปหยวนอาจจะเพิ่มขึ้นจากผลของการอ่อนค่าของหยวน แต่สิ่งที่สร้างความกังวลต่อนักลงทุนยังคงเป็นเรื่องหนี้สินในจีนที่เพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่องแม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นซึ่งจำกัดความสามารถในการใช้นโยบายการเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และปัญหาการไหลออกของเงินทุน โดยล่าสุดทางการจีนรายงานว่าทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศของจีนเดือนธันวาคม 2559 ลดลงเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน โดยลด 41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้การที่จีนมียอดเกินดุลการค้าสูงมากทุกเดือน แต่เงินหยวนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงนี้ ก็เป็นประเด็นที่ต้องจับตาเช่นกันว่ารัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯที่มีนโยบายกีดกันการค้ามากขึ้นจะดำเนินมาตรการใดที่รุนแรงต่อจีนหรือไม่ สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดเพิ่มขึ้น 0.25% โดยแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อเศรษฐกิจและค่าเงินของฮ่องกง ส่วนตลาดหุ้นโตเกียวปิดทำการวันนี้ เนื่องจากเป็นวันหยุดประจำชาติของญี่ปุ่น

- ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์ ( 9 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงนำโดยหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกลุ่มพาณิชย์ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 7.40 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 10 ม.ค. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday157
mod_vvisit_counterAll days157

We have: 1715 guests, 2 members online
Your IP: 216.73.216.50
Mozilla 5.0, 
Today: May 01, 2026

4204056