| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Friday, 06 January 2017 09:41 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ รายงานว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐประจำเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 153,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 170,000 ตำแหน่ง และต่ำกว่าที่เพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่งของเดือนพฤศจิกายน โดยภาคบริการมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 169,000 ตำแหน่ง ส่วนภาคการผลิตมีการจ้างงานลดลง 16,000 ตำแหน่ง IHS Markit ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมอยู่ที่ระดับ 53.99 ลดลงจากระดับ 54.60 ในเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ ด้านสถาบันจัดการอุปทาน (ISM) รายงานว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมทรงตัวที่ระดับ 57.2 มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า ดัชนี PMI ภาคบริการของสหรัฐอาจอยู่ที่ 56.6 ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ที่แล้ว ลดลง 28,000 ราย สู่ระดับ 235,000 ราย ซึ่งใกล้กับระดับ 233,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 1973 หรือต่ำสุดในรอบ 43 ปี ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกอยู่ที่ระดับ 260,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว โดยยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 96 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1970 ส่วนยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่แบบถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 4 สัปดาห์เคลื่อนที่ ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ ลดลง 5,750 ราย สู่ระดับ 256,750 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ด้านยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ต่อเนื่อง มีจำนวนเพิ่มขึ้น 16,000 ราย สู่ระดับ 2.11 ล้านราย ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 24 ธันวาคม
ปัจจัยที่ควรติดตาม จับตาดูตัวเลขยอดการจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่จะประกาศในวันนี้ รวมทั้งยอดสั่งซื้อโรงงาน และข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ โดยสำหรับยอดการจ้างงานนอกภาคการเกษตรทีจะประกาศ สำนักวิจัยคาดว่า จะเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับเดือนก่อน ซึ่งสอดคล้องกับที่ นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรอาจอยู่ที่ 178,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ไม่เปลี่ยนแปลงจาก 178,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และอัตราการว่างงานอาจอยู่ที่ 4.7% ในเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้นจาก 4.6% ในเดือนพ.ย
ยุโรป: เยอรมนี: สำนักข่าวรอยเต้อรส์เปิดเผยว่า นักเศรษฐศาสตร์เยอรมันเรียกร้องให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ในเดือนธันวาคม โดยนายสเตฟาน บีลไบเยอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก DZ Bank กล่าวว่า ขณะนี้ การปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่อาจจะทำได้ ขณะที่นายมาร์เซล แฟรทเชอร์ ผู้อำนวยการสถาบัน DIW กล่าวว่า ยิ่งอัตราเงินเฟ้อในยุโรปแตะเป้าหมาย 2% เร็วเท่าไหร่ ECB ก็สามารถขึ้นดอกเบี้ยเร็วเท่านั้น ผู้ออมเงินจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ด้วย ด้านนายอิซาเบล ชนาเบล นักเศรษฐศาสตร์ในคณะที่ปรึกษารัฐบาลของนายกรัฐมนตรีแอลเจลา เมอร์เคลกล่าวว่า การยุตินโยบายการเงินเชิงขยายเป็นพิเศษควรจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ขณะที่นายเคลมองส์ ฟิวเอสต์ ผู้อำนวยการสถาบัน Ifo กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นของเยอรมนีเป็นสัญญาณเพื่อให้อีซีบียุตินโยบายการเงินเชิงขยาย และโครงการซื้อพันธบัตรฯ
อังกฤษ IHS Markit รายงานว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของอังกฤษในเดือนธันวาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 56.2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 17 เดือน และเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน จากระดับ 55.2 ในเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ
เอเชีย : ญี่ปุ่น ผลสำรวจของภาคเอกชนพบว่า กิจกรรมในภาคบริการของญี่ปุ่นขยายตัวในเดือนธ.ค.ในอัตราสูงสุดในรอบ 11 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจอาจจะขยายตัวมากขึ้นเนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ มาร์กิต/นิกเกอิเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับภาคบริการญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.3 ในเดือนธ.ค.จาก 51.8 ในเดือนพ.ย. ดัชนี PMI ยังคงยืนเหนือระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และเพิ่มสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2016
จีน สำนักงานบริหารพลังงานแห่งชาติ (NEA) ของจีนเปิดเผยว่า จีนจะลงทุน 2.5 ล้านล้านหยวน (3.61 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทนในปี 2016-2020 ขณะที่จีนซึ่งเป็นตลาดพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังจะหลีกเลี่ยงการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน NEA ระบุในเอกสารที่ร่างแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานของจีนภายในเวลา 5 ปีว่า การลงทุนดังกล่าวจะสร้างงานกว่า 13 ล้านตำแหน่งในอุตสาหกรรมนี้ NEA ได้ย้ำเป้าหมายที่จะมีการใช้พลังงานหมุนเวียนเทียบเท่าถ่านหินจำนวน 580 ตันภายในปี 2020 ซึ่งคิดเป็น 15% ของการใช้พลังงานโดยรวม โรงไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานทดแทนที่ติดตั้งแล้วซึ่งได้แก่ลม, น้ำ, แสงอาทิตย์ และนิวเคลียร์จะมีส่วนสนับสนุนกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าใหม่ราวครึ่งหนึ่งภายในปี 2020
เกาหลีใต้ กระทรวงการคลังเกาหลีใต้แถลงว่า ทางกระทรวงวางแผนจะขายพันธบัตรรักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปีนี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ทุนสำรองของกระทรวงเพื่อใช้ในการจัดการกับความผันผวนในตลาดปริวรรตเงินตรา และเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านเงินทุนไหลออกในปี 2017 ในรายงานประจำปีที่ชี้แจงเรื่องประเด็นสำคัญของทางกระทรวงสำหรับปีนี้ กระทรวงการคลังเกาหลีใต้ระบุว่า แผนนี้มีจุดประสงค์เพื่อ "ครอบครองสกุลเงินต่างประเทศมากยิ่งขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเพิ่มสูงขึ้น" โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องกำหนดเวลาหรือผู้จัดการจำหน่ายพันธบัตร เกาหลีใต้ขายพันธบัตรสกุลดอลลาร์สหรัฐฯครั้งสุดท้ายในเดือนมิ.ย. 2014 โดยในครั้งนั้นเกาหลีใต้ขายพันธบัตรประเภทอายุ 30 ปีในวงเงิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีอัตราผลตอบแทน 4.143% ซึ่งสูงกว่าอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในเวลานั้นราว 0.725%
ฟิลิปปินส์ สำนักงานสถิติของฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดในรอบ 2 ปีในเดือนธ.ค. เนื่องจากต้นทุนอาหารและค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่อัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยทั้งปียังคงต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลาง ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.6% ในเดือนธ.ค. ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และอยู่ภายในกรอบ 2.2-3.0% ที่ธนาคารกลางฟิลิปปินส์คาดไว้สำหรับเดือนธ.ค. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนธ.ค.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อล่าสุดส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ระดับ 1.8% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2-4% สำหรับปี 2016-2020
ฮ่องกง นิกเกอิเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับภาคเอกชนของฮ่องกงประจำเดือนธ.ค.อยู่ที่ระดับ 50.3 ซึ่งเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 22 เดือนจากความหวังว่ายอดสั่งซื้อจะเพิ่มขึ้น ดัชนี PMI เพิ่มขึ้นจากระดับ 49.5 ในเดือนพ.ย. โดยยืนเหนือระดับ 50.0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคธุรกิจในฮ่องกงหลังจากที่ถดถอยติดต่อกันเป็นเวลานาน
ไทย ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค.อยู่ที่ 73.7 จาก 72.3 ใน พ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้นในเดือน ธ.ค. เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงปลายปี และการส่งออกที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะยางพารา ส่งผลให้ผู้บริโภคมีอำนาจซื้อมากขึ้น และมีความพร้อมในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีมากขึ้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทย ในปี 59 ที่ 32.59 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.91% จากปีก่อน และสูงกว่าเป้าหมายซึ่งตั้งไว้ที่ 32.4 ล้านคน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีน เพิ่มขึ้น 11.82% มาอยู่ที่ 8.87 ล้านคน แม้รัฐบาลไทยเร่งปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญจากจีนในปีที่ผ่านมา ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวในปี 59 มีจำนวน 2.51 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายซึ่งตั้งไว้ที่ 2.49 ล้านล้านบาท และเพิ่มขึ้น 10.93% จากปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.64 ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวไทย 8.69 แสนล้านบาท
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันพฤหัส (5 มค.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้สอดคล้องกับการที่ดอลลาร์สหรัฐฯวันนี้อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆส่วนใหญ่หลังการเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯวันที่ 13-14 ธันวาคม เมื่อคืนนี้ โดยรายงานการประชุมชี้ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะขยายตัวสูงขึ้นในปี 2017 จากการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยมาตรการทางการคลัง ซึ่งก็เป็นปัจจัยที่หนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐฯมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น ขณะเดียวกันรายงานการประชุมก็ชี้ว่ามีกรรมการหลายคนย้ำถึงความจำเป็นที่อาจจะต้องมีการปรับนโยบายการเงินในอนาคตเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจ โดยมองไปถึงความเสี่ยงข้างหน้าที่ยังมีอีกหลายประการ อีกทั้งยังมีการย้ำถึงความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดจากนโยบายการคลังของประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ เช่น ความเป็นไปได้ที่จะมีการลดอัตราภาษีให้แก่ภาคธุรกิจ และการใช้จ่ายงบประมาณต่างๆ รวมทั้งนโยบายเศรษฐกิจอื่นๆซึ่งยังไม่สามารถประเมินได้ในขณะนี้ถึงแนวโน้มที่จะนำไปปฏิบัติ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากมาตรการต่างๆ โดยภาพรวมแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินจึงมีความเป็นไปได้ทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้เร็วขึ้นหากมาตรการทางการคลังส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้น และมีความเป็นไปได้เช่นกันที่มาตรการเศรษฐกิจบางอย่างเช่น การกีดกันการค้า ฯ จะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจและทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย - ดอลลาร์/เยน วันพฤหัส (5 มค.) เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อคืนนี้เนื่องจากรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯที่เปิดเผยเมื่อคืนนี้ส่งผลให้นักลงทุนมองว่ายังมีความไม่แน่นอนข้างหน้าอีกมากที่อาจจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯปรับแผนการขึ้นอัตราดอกเบี้ย - ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 5 มค.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อคืนนี้สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆหลังการเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส ( 5 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันพฤหัสบดี แต่ดัชนี Nasdaq ปิดบวกที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ตลาดถูกกดดันจากการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนธ.ค. และนักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์นี้ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.21% ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.08% และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 0.20% - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส ( 5 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียหลายตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้เนื่องจากรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อวันที่ 13-14 ธันวาคม ที่เปิดเผยเมื่อคืนนี้ ทำให้นักลงทุนมองว่ายังมีความไม่แน่นอนข้างหน้าอีกมากที่อาจจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯปรับแผนการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.46% โดยหากธนาคารกลางสหรัฐฯชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลดีต่อฮ่องกงเนื่องจากจะช่วยให้อัตราดอกเบี้ยของฮ่องกงขึ้นช้าตามไปด้วย และช่วยลดการถูกโจมตีค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกง ส่วนดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.37% เนื่องจากเงินเยนที่แข็งค่าอย่างรวดเร็วในวันนี้ส่งผลลบต่อการคาดการณ์การส่งออกของญี่ปุ่น สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนิ้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.21% หุ้นกลุ่มต่างๆปรับตัวขึ้นลงแตกต่างกัน โดยหุ้นกลุ่มขนส่งและกลุ่มพลังงานนำตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มผู้บริโภค และกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวลดลง การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจเป็นปัจจัยที่หนุนให้หุ้นบลูชิพบางตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่จีนประกาศว่าจะผลักดันการปฏิรูปการถือครองกรรมสิทธิ์แบบผสมในอุตสาหกรรมที่สำคัญหลายกลุ่ม - ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส ( 5 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สูงขึ้นในช่วงเช้าตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่หลังการเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเดือนธันวาคมซึ่งส่งผลให้นักลงทุนมองถึงความเป็นไปได้ที่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯอาจจะไม่เร่งเท่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้เพราะกรรมการหลายคนมองว่าความเสี่ยงในอนาคตยังมีมาก อย่างไรก็ดีในช่วงสายและช่วงบ่ายดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ทยอยปรับตัวลดลงก่อนจะปรับสูงขึ้นในช่วงท้าย โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 7.47 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 6 ม.ค. 2560
|






![]() | Today | 1117 |
![]() | All days | 1117 |
Comments