| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Friday, 16 December 2016 09:59 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 4,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 254,000 ราย ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 255,000 ราย หลังจากอยู่ที่ระดับ 258,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยยอดผู้ขอรับสวัสดิการยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 93 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1970 ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ยของยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 5,250 ราย สู่ระดับ 257,750 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สำหรับจำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง มีจำนวนเพิ่มขึ้น 11,000 ราย สู่ระดับ 2.02 ล้านราย ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 3 ธันวาคม บริษัท IHS Markit ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมอยู่ที่ระดับ 54.2 จากระดับ 54.1 ในเดือนพฤศจิกายน โดยดัชนีอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิต และเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 ซึ่งบ่งชี้ถึงการดีดตัวขึ้นอย่างยั่งยืนจากภาวะอ่อนตัวในไตรมาส 2 ของปีนี้ สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐฯ รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 7 จุด สู่ระดับ 70 จากระดับ 60 ในเดือนธันวาคม โดยเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2005 และเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากการที่คาดว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และลดกฎระเบียบในภาคอุตสาหกรรมตามที่เขาได้สัญญาไว้ ด้านดัชนีย่อยด้านสภาวะยอดขายในปัจจุบัน เพิ่มขึ้น 7 จุด สู่ระดับ 76 ในเดือนธันวาคม ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ยอดขายในช่วงเวลา 6 เดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้น 9 จุด สู่ระดับ 78 ทั้งนี้ ค่าดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงมุมมองโดยทั่วไปที่เป็นบวก ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงในไตรมาส 3/2559 สู่ระดับ 1.130 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.116 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ สหรัฐขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.183 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาส 2 ทั้งนี้ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 3 ท่ากับ 2.4% ของจีดีพี โดยลดลงจาก 2.6% ในไตรมาส 2 สำหรับการส่งออกสินค้าได้เพิ่มขึ้น 1.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 3.759 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกถั่วเหลือง ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาฟิลาเดลเฟีย รายงานว่าดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 21.5 ในเดือนธันวาคม สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 9% หลังจากอยู่ที่ระดับ 7.6 ในเดือนพฤศจิกายน โดยดัชนีที่อยู่ต่ำกว่า 0 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัว หากอยู่เหนือระดับ 0 บ่งชี้ภาวะขยายตัว ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขานิวยอร์ค รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9.0 จากระดับ 1.5 ในเดือนพฤศจิกายน โดยได้แรงหนุนจากการทะยานขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ ทั้งนี้ ดัชนีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 0 บ่งชี้ภาวะหดตัว ขณะที่เหนือระดับ 0 บ่งชี้ถึงภาวะขยายตัว ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนพฤศจิกายนปรับตัวขึ้น 0.2% หลังจากปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนตุลาคมโดยได้แรงหนุนจากค่าเช่าที่พุ่งขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันชะลอตัวลง และราคาอาหารเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 1.7% (yoy) ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2014 หลังจากเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนตุลาคม และหากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานขยับขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนตุลาคม และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานทรงตัวที่ระดับ 2.1% (yoy) นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวหลังการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ว่า ตนจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ประธานเฟดต่อไปจนครบวาระ ถึงแม้เผชิญแรงกดดันจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐทั้งนี้ นางเจเน็ต ได้ระบุว่า ดิฉันได้รับการรับรองจากวุฒิสภาให้มาทำหน้าที่เป็นเวลา 4 ปี และช่วงเวลาในการดำรงตำแหน่งประธานเฟดก็ไม่ได้จงใจให้ตรงกับการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีคนใด โดยดิฉันมีความประสงค์ที่จะดำรงตำแหน่งจนครบวาระ 4 ปี
ยุโรป: ยูโรโซน มาร์กิต อิโคโนมิคส์ ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีรวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของยูโรโซนในเดือนธ.ค.อยู่ที่ระดับ 53.9 ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนพฤศจิกายน โดยดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้นอยู่ที่ระดับ 53.1 จากระดับ 53.8 ในเดือนก่อน ด้านดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54.9 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 68 เดือน จากระดับ 53.7 มาร์กิตระบุว่า กิจกรรมภาคธุรกิจในยูโรโซนเดือนธ.ค.ขยายตัวเท่ากับเดือนที่แล้ว โดยจำนวนธุรกิจใหม่ การจ้างงาน และปริมาณงานในมือเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกับเดือนก่อน ขณะที่กิจกรรมภาคการผลิตได้ช่วยหนุนธุรกิจยูโรโซนในภาพรวม จากอานิสงส์การอ่อนค่าของสกุลเงินยูโร ทั้งนี้ ดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีต่ำกว่า 50 บ่งชี้ภาวะหดตัว
อังกฤษ ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 เสียง ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.25% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน นอกจากนี้ BoE ยังได้ประกาศคงวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ระดับ 4.35 แสนล้านปอนด์ และคงวงเงินซื้อหุ้นกู้ในภาคเอกชนที่ระดับ 1 หมื่นล้านปอนด์
เอเชีย: ญี่ปุ่น นายยาซูโตชิ นิชิมูระ ที่ปรึกษานายกรัฐมตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นกล่าวให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า เยนที่อ่อนค่าเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น เนื่องจากจะช่วยให้บริษัทต่างๆเพิ่มค่าจ้าง และการลงทุนได้ เพราะทำให้ผลกำไรของพวกเขาเพิ่มขึ้น แผนการของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐที่จะเพิ่มการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการลดภาษีมีความน่าสนใจ เพราะนั่นจะช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว และจะเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจญี่ปุ่นด้วย นายโยชิฮิเดะ ซูกะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยในการแถลงข่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะจับตาอย่างใกล้ชิดต่อผลกระทบจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายซูกะกล่าวเสริมว่า การตัดสินใจของเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นอยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้น และไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายสำหรับเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ช่วง 0.50-0.75% เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 และส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอีกในอัตราที่เร็วขึ้นในปีหน้า ต่อข้อถามเกี่ยวกับรายงานของสหรัฐที่ว่า ดูเหมือนจีนได้ทำการติดตั้งอาวุธรวมถึงระบบต่อต้านอากาศยานและต่อต้านขีปนาวุธบนเกาะเทียมทั้ง 7 แห่งที่จีนสร้างไว้ในทะเลจีนใต้นั้น นายซูกะได้กล่าวว่า ญี่ปุ่นก็กำลังจับตาสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดด้วย
จีน เทรดเดอร์สองรายคาดว่า ธนาคารของรัฐบาลจีนได้ขายดอลลาร์สหรัฐฯในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศในวันพฤหัสที่ผ่านมา ขณะที่หยวนอ่อนค่า หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ธนาคารของรัฐบาลจีนได้ขายดอลลาร์สหรัฐฯเป็นปกติในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเทรดเดอร์เชื่อว่า เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะพยุงค่าเงินหยวนไม่ให้อ่อนค่าเร็วเกินไป
มาเลเซีย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดว่า เศรษฐกิจของมาเลเซียจะขยายตัว 4.5% ในปีหน้า เนื่องจากการอุปโภคบริโภคที่แข็งแกร่งของภาคเอกชน แต่จะยังคงได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ตกต่ำลง และการลงทุนของภาคเอกชนที่ชะลอตัว มาเลเซียได้รับผลกระทบจากภาวะอุปสงค์ชะลอตัวสำหรับการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในรอบปีที่ผ่านมา และในเดือนม.ค. รัฐบาลได้ปรับลดงบรายจ่าย และทบทวนคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ลงสู่ 4.0-4.5% จาก 4.0-5.0%
ฟิลิปปินส์ สำนักงานวางแผนเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์อาจอยู่ในช่วง 6.5-7.0% ในปีนี้ ทั้งนี้เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบกว่า 3 ปีที่ 7.1% ในไตรมาส 3 อันเป็นผลจากการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลและอุปสงค์ในประเทศที่แข็งแกร่ง ขณะที่ฟิลิปปินส์ตั้งเป้าหมายการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้ไว้ที่ 6-7%
อินโดนีเซีย สำนักงานสถิติของอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ยอดส่งออกของอินโดนีเซียในเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2011 ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้อย่างมาก ทั้งนี้ ยอดส่งออกพุ่งขึ้น 21.34% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สู่ระดับ 1.350 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนพ.ย. ขณะที่มูลค่าการส่งออกในเดือนพ.ย.อยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 17 เดือน ส่วนผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่า ยอดส่งออกอาจเพิ่มขึ้น 10% ยอดนำเข้ามีมูลค่า 1.266 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 9.88% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้น 0.10% อินโดนีเซียมียอดเกินดุลการค้า 838 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนพ.ย. ซึ่งลดลงจาก 1.24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนต.ค.
เกาหลีใต้ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ลงมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.25% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันตามความคาดหมาย
ฮ่องกง ธนาคารกลางฮ่องกงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1% ในวันที่ 15 ธันวาคม 2559 หลังธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ช่วง 0.50-0.75% เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ทั้งนี้ฮ่องกงปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นตามสหรัฐ เนื่องจากดอลลาร์ฮ่องกงผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐ
ไทย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง คาดเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะขยายตัวได้ 3.6-3.7% ซึ่งดีกว่าคาดไว้เดิม โดยได้แรงหนุนจากการทำงบประมาณกลางปีเพิ่มกว่า 1 แสนล้านบาท ส่วนปีนี้ยังเชื่อว่าจะเติบโต 3.3% หลังมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคออกมา แต่หากจะให้เศรษฐกิจเติบโตได้เต็มศักยภาพที่ 4% จะต้องให้ภาคเอกชนลงทุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากไทยขาดการลงทุนใหม่ๆ มากว่า 10 ปี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เผยกระทรวงการคลังตั้งเป้าจัดทำงบประมาณให้เป็นสมดุล ในอีก 8 ปีข้างหน้า หรือในปีงบประมาณ 2568 เนื่องจากรัฐบาลยังจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้นำในการลงทุน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปในระยะนี้ เนื่องจากภาคเอกชนยังไม่มีการลงทุนเกิดขึ้นมากนัก เขากล่าวว่าสำหรับปีงบประมาณ 61 รัฐบาลก็จะทำงบประมาณขาดดุล เพื่อเร่งการเติบโตของประเทศต่อไป เนื่องจากภาระหนี้ต่อจีดีพีของไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยกระทรวงการคลังจะรักษาวินัยทางการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด แม้ว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น รมว.คลัง กล่าวด้วยว่า การจัดทำแผนงบประมาณในระยะต่อไป จะเน้นการจัดทำแผนในลักษณะที่เน้นพื้นที่ หรือ Area Base ที่ให้เงินตามกลุ่มจังหวัดเพิ่มมากขึ้น สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) ระบุยอดหนี้สาธารณะคงค้างของไทย ณ สิ้นเดือน ต.ค.อยู่ที่ 5.985 ล้านล้านบาท คิดเป็น 42.71% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) เทียบกับ 42.77% ณ สิ้นเดือน ก.ย. เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายกลางปี ในปีงบประมาณ 60 เพิ่มอีก 1.9 แสนล้านบาท เพื่อรองรับการจัดสรรงบประมาณผ่านโครงการลงทุนกลุ่มจังหวัด และกองทุนหมู่บ้าน โดยเตรียมที่จะออกพันธบัตรออมทรัพย์ วงเงิน 1.6 แสนล้านบาท เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติมดังกล่าว
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันพฤหัส ( 15 ธ.ค.) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้และสอดคล้องกับเงินเอเซียส่วนใหญ่ที่อ่อนค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้และส่งสัญญาณที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นในปี 2017 โดยจากที่ในการประชุมเดือนกันยายนที่ผ่านมา dot plot ชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีหน้า แต่ในการประชุมครั้งนี้ dot plot ชี้ว่าคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯมองว่าอาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า และมองว่าในปี 2018 จะขึ้นอีก 3 ครั้ง และปี 2019 จะขึ้นอีก 3 ครั้ง ขณะเดียวกันยังได้เพิ่มการคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้และปีหน้า รวมทั้งปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปีนี้ และมองว่าอัตราเงินเฟ้อจะเข้าสู่ระดับ 2% ใน 1-2ปีข้างหน้า - ดอลลาร์/เยน วันพฤหัส (15 ธ.ค.) เยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้หลังธนาคารกลางสหรัฐฯขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ และชี้ถึงแนวโน้มที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นในปี 2017 รวมทั้งเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ - ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส (15 ธ.ค.) ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อคืนนี้สอดคล้องกับค่าเงินส่วนใหญ่หลังธนาคารกลางสหรัฐฯขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เมื่อคืนนี้และชี้แนวโน้มที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นในปีหน้า
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส (15 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี นำโดยการบวกขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สองในรอบเกือบ 10 ปี ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 59.71 จุดหรือ 0.30% สู่ระดับ 19,852.24, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 8.75 จุดหรือ 0.39% สู่ระดับ 2,262.03 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 20.18 จุดหรือ 0.37% สู่ระดับ 5,456.85 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส (15 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเมื่อคืนนี้และชี้ว่ามีแนวโน้มจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นในปี 2017 โดยจากที่ในการประชุมเดือนกันยายน dot plot ชี้ว่าอาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีหน้า แต่ในการประชุมครั้งนี้ dot plot ชี้ว่าอาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า และมองว่าในปี 2018 จะขึ้นอีก 3 ครั้ง และปี 2019 จะขึ้นอีก 3 ครั้ง อย่างไรก็ดีปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.10% ทั้งนี้การที่เยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากผลของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกและเศรษฐกิจญี่ปุ่น ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ลดลง 1.77% โดยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯส่งผลลบมากต่อฮ่องกงเนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงผูกไว้ค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้นฮ่องกงจึงต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามสหรัฐฯด้วย โดยธนาคารกลางฮ่องกงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1% ในวันนี้ หลังธนาคารกลางสหรัฐ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ช่วง 0.50-0.75% เมื่อวานนี้ ซึ่งการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯมีแนวโน้มจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหลายครั้งใน 3 ปีข้างหน้าทำให้เศรษฐกิจฮ่องกงมีแนวโน้มจะมีความเสี่ยงมากขึ้นโดยเฉพาะผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกันก็จะมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเสถียรภาพค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกง สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดลดลง 0.71% - ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส (15 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เมื่อคืนนี้และชี้ว่าอาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหลายครั้งในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 1.60 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 16 ธ.ค. 2559
|






![]() | Today | 1158 |
![]() | All days | 1158 |
Comments