Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 14 December 2016 10:21

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ว่า การผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) ของสหรัฐจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 2,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 4.542 ล้านบาร์เรล/วัน ในเดือนมกราคม จากระดับของเดือนธันวาคม  โดยรายงานคาดการณ์ของ EIA ระบุว่า การผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดานที่บ่อ Permain Basin ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หลายแห่งในรัฐเท็กซัสฝั่งตะวันตกและรัฐนิวเม็กซิโกฝั่งตะวันออกเฉียงใต้นั้น จะเพิ่มขึ้น 37,000 บาร์เรล/วัน แต่คาดว่า การผลิตจากบ่อ Eagle Ford ในรัฐเท็กซัสตอนใต้ จะลดลงมากถึง 23,000 บาร์เรล/วัน

ดัชนีราคานำเข้าในเดือนพฤศจิกายนลดลง 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนตุลาคม โดยเป็นการลดลงในอัตรามากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หลังจากปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 2 เดือน อันเป็นผลมาจากต้นทุนราคาน้ำมันที่ลดลง ขณะที่การแข็งค่าของดอลลาร์เป็นปัจจัยสกัดราคานำเข้า อย่างไรก็ดี น้อยกว่า นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีราคานำเข้าจะลดลง 0.4% ขณะที่เมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคานำเข้าลดลง 0.1% (yoy) ซึ่งเป็นการปรับตัวลงน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2014 หลังจากลดลง 0.3% ในเดือนตุลาคม ด้านดัชนีราคาส่งออกในเดือนพฤศจิกายนลดลง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน และลดลง 0.3% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวลงน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2014 หลังจากลดลง 1.0% ในเดือนก่อน

 

ยุโรป: เยอรมนี

สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทรงตัวในเดือนพฤศจิกายนเมื่อเทียบรายเดือน แม้ธนาคารกลางยุโรปได้พยายามกระตุ้นราคาผู้บริโภคในประเทศต่างๆของยูโรโซนก็ตาม อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ดัชนี CPI ปีนี้ขยายตัว 0.7% ทั้งนี้ รัฐบาลเยอรมนีคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี CPI จะขยายตัวที่ระดับ 1.4% ในปี 2560 จากระดับ 0.3% ในปีนี้

 

อังกฤษ

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (ONS) ของสหราชอาณาจักร รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบรายปี โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.1% และเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2014 และสูงกว่าอย่างมากเมื่อเทียบกับระดับ 0.1% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อันเป็นผลมาจากการปรับตัวของราคาเสื้อผ้า และกิจกรรมสันทนาการ  ขณะเดียวกัน ดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 1.4% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.3%

 

เอเชีย:

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียลงสู่ 5.6% ในปีนี้ จากที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 5.7% โดยเป็นผลจากการที่เศรษฐกิจอินเดียขยายตัวอย่างเชื่องช้าเกินคาด ADB ระบุในเนื้อหาส่วนเสริมของรายงานแนวโน้มการพัฒนาในเอเชียประจำปี 2016 ว่า  เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกซึ่งประกอบด้วย 45 ประเทศ มีแนวโน้มเติบโต 5.7 % ในปี 2017 ซึ่งเท่ากับตัวเลขคาดการณ์ครั้งก่อน ADB ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจอินเดียลงสู่ 7.0% ในปีนี้ จากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ 7.4% โดยเป็นผลจากการลงทุนที่อ่อนแอ, การชะลอตัวในภาคการเกษตร และการที่รัฐบาลอินเดียยกเลิกธนบัตรบางประเภท อย่างไรก็ดี ADB คาดว่าเศรษฐกิจอินเดียอาจเติบโต 7.8% ในปี 2017 นอกจากนี้ ADB คาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ที่ 6.6% และในปีหน้าที่ 6.4%

มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสระบุว่า ธนาคารในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีแนวโน้มในทางลบในปี 2017 เพราะการดำเนินงานในภูมิภาคนี้เผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทาย และสิ่งนี้จะส่งผลลบต่อประสิทธิภาพในการทำกำไรและคุณภาพสินทรัพย์ของภาคธนาคาร นายสตีเฟน ลอง กรรมการผู้จัดการคนหนึ่งของมูดี้ส์กล่าวว่า "สินทรัพย์ที่มีปัญหาจะเพิ่มสูงขึ้นจากระดับต่ำ โดยเป็นผลจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของสินเชื่อในช่วงก่อนหน้านี้, จากการที่ภาคเอกชนและภาคครัวเรือนในบางประเทศมีหนี้สินสูง, จากการรับรู้ปัญหาสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง และจากปัญหาในภาคสินค้าโภคภัณฑ์และภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ" นายลองกล่าวว่า "กระแสเงินลงทุนภาคเอกชนจากต่างประเทศจะยังคงแกว่งตัวผันผวนต่อไปในประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย และปัจจัยนี้จะกดดันสกุลเงินในเอเชีย และส่งผลลบต่อการดำเนินงานในภาคธนาคาร นอกจากนี้ การปรับขึ้นของราคาอสังหาริมทรัพย์ในบางพื้นที่ในเอเชีย-แปซิฟิก ก็จะส่งผลให้ความเสี่ยงด้านเครดิตสำหรับภาคธนาคารเพิ่มสูงขึ้น" ประสิทธิภาพการทำกำไรที่อยู่ในระดับแข็งแกร่งในธนาคารส่วนใหญ่ จะยังคงได้รับแรงกดดันต่อไปจากต้นทุนสินเชื่อที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดีมูดี้ส์ระบุว่า ถึงแม้ภาคธนาคารในเอเชีย-แปซิฟิกมีแนวโน้มในทางลบเป็นส่วนใหญ่ ความเสี่ยงช่วงขาลงสำหรับภาคธนาคารก็ได้รับการถ่วงดุลในบางส่วนด้วยระดับเงินกองทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในธนาคาร และด้วยสถานะสภาพคล่องและการระดมทุนที่แข็งแกร่งของธนาคารต่างๆ

 

จีน

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NBS) ของจีนเปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนเพิ่มขึ้น 6.2% ในเดือนพ.ย.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมอาจเพิ่มขึ้น 6.1% ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับเดือนต.ค. ส่วนยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 10.8% ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยนักวิเคราะห์คาดไว้ว่า ยอดค้าปลีกอาจเพิ่มขึ้น 10.1% ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรออกมาสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้  โดยเพิ่มขึ้น 8.3% ในเดือนม.ค.-พ.ย. ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้  การลงทุนในภาคเอกชนขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 3.1% จาก 2.9% ในไตรมาสเดือนม.ค.-ต.ค.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NBS) ของจีนเปิดเผยว่า ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ของจีนขยายตัวในอัตราชะลอตัวลงอย่างมากสู่ระดับ 7.9% ในเดือนพ.ย.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับการขยายตัวต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2015 และต่ำลงอย่างมากจากที่เพิ่มขึ้น 26.4% ในเดือนต.ค. ขณะเดียวกัน การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 6.5% ในเดือนม.ค.-พ.ย.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

นายจู เป่าเหลียง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของศูนย์สารสนเทศของรัฐบาลจีน (SIC) กล่าวว่า จีนอาจจะปรับเพิ่มยอดขาดดุลงบประมาณขึ้นสู่ 3.5% ในปี 2017 เพื่อจะได้บรรลุเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ นายจูกล่าวในการให้สัมภาษณ์ต่อหนังสือพิมพ์ทเวนตีเฟิร์ส เซ็นจูรี บิสเนส เฮรัลด์ว่า ถ้าหากรัฐบาลจีนตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไว้ที่ 6.5% สำหรับปี 2017 ยอดขาดดุลก็จำเป็นต้องปรับขึ้น 0.5% เพื่อจะได้ชดเชยการปรับลดภาษี และเพื่อรักษางบใช้จ่ายของรัฐบาล นายจูกล่าวว่า จีนไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินลงไปได้อีก เพราะมีแนวโน้มว่าอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐจะปรับสูงขึ้น SIC เพิ่งระบุในวันจันทร์ว่า จีนควรจะตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ระดับราว 6.5% ในปี 2017 อย่างไรก็ดี มีแนวโน้มสูงมากที่เศรษฐกิจจีนจะเติบโตสูงกว่าระดับดังกล่าว รัฐบาลจีนมีแนวโน้มที่จะบรรลุเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 6.5-7.0% สำหรับปี 2016

 

ญี่ปุ่น

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะจัดการประชุมกำหนดนโยบายในวันที่ 19-20 ธ.ค. โดยแหล่งข่าวกล่าวว่า บีโอเจมีแนวโน้มที่จะคาดการณ์เศรษฐกิจญี่ปุ่นในทางบวกมากยิ่งขึ้นในการประชุมครั้งนี้ ในขณะที่อุปสงค์ในประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียเพิ่มสูงขึ้น และการบริโภคภาคครัวเรือนในญี่ปุ่นส่งสัญญาณในทางบวก การที่บีโอเจปรับขึ้นคาดการณ์เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะช่วยส่งเสริมการคาดการณ์ในตลาดที่ว่า บีโอเจจะยังไม่ขยายขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยบีโอเจดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินมานานหลายปีแล้ว แต่ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นให้ออกจากภาวะเงินฝืดได้ ในการประชุมครั้งก่อนซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 1 พ.ย.นั้น บีโอเจระบุว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มฟื้นตัวปานกลาง แต่อุปสงค์ชะลอตัวลงในประเทศตลาดเกิดใหม่ และปัจจัยนี้ส่งผลลบต่อการส่งออกและผลผลิตของญี่ปุ่น หลังจากการประชุมในวันที่ 1 พ.ย. แหล่งข่าวก็กล่าวว่า เจ้าหน้าที่บีโอเจมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นว่า การค้าโลกกำลังจะออกจากภาวะซบเซา ในขณะที่กิจกรรมภาคโรงงานในเอเชียและยุโรปปรับขึ้นในเดือนพ.ย.

 

เกาหลีใต้

ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เงินฝากสกุลต่างประเทศของเกาหลีใต้ลดลงในเดือนพ.ย.เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน ขณะที่สถาบันต่างๆได้ถอนเงินทุนจากบัญชีสกุลดอลลาร์สหรัฐฯและยูโร ทั้งนี้ ปริมาณเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศทั้งหมดกับธนาคารกลางเกาหลีลดลงสู่ 6.105 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนพ.ย. โดยลดลงจาก 6.182 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นปริมาณต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมิ.ย. ปริมาณเงินฝากสกุลดอลลาร์สหรัฐฯลดลงจากระดับ 5.274 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 5.203 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเวลาเดียวกัน

 

ไทย

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) คาดยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนในปี 60 ที่ 6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 59 ซึ่งคาดว่าจะทำได้ใกล้เคียงเป้าหมายที่ 5.5 แสนล้านบาท ขณะที่ประเมินยอดการลงทุนจริงในปีหน้า ไว้ราว 5.5-6.0 แสนล้านบาท จากปีนี้ที่ประมาณ 5 แสนล้านบาท บีโอไอมองด้วยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน จะเป็นอุตสาหกรรมที่มีการขอส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดในปี 60 ภายหลังรัฐบาลมีนโยบายที่จะสนับสนุนโครงการรถยนต์ไฟฟ้า(EV) ขณะเดียวกัน นักลงทุนจากจีนมีโอกาสที่จะแซงญี่ปุ่น ขึ้นมาเป็นประเทศที่มีการลงทุนในไทยมากที่สุดในปีหน้า เนื่องจากไทยเป็นประเทศนักลงทุนจีนสนใจเข้าลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการซื้อสินค้าหรือบริการ โดยให้นำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้า มาหักเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 14-31 ธ.ค.59 รวม 18 วัน คาดจะมีผู้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี 2 ล้านคน ทำให้มียอดการซื้อขายเพิ่มขึ้นราว 2 หมื่นล้านบาท หรือทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้น 0.2% ขณะที่ คาดว่ามาตรการในครั้งนี้ ภาครัฐจะสูญเสียรายได้จากภาษี 3.2 พันล้านบาท แต่จะเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) มากขึ้น และส่งผลดีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวม รวมทั้งจะช่วยทำให้เกิดการจ้างงานและการผลิตที่เข้าไปหนุนเศรษฐกิจต่อเนื่องในต้นปี 60

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันอังคาร ( 13 ธ.ค.) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินเอเชียส่วนใหญ่ก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเป็นเวลาสองวันซึ่งเริ่มในคืนนี้ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% และมีแนวโน้มที่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2017 และ 2018 จะเร็วกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้เนื่องจากปัจจัยเรื่องการคาดการณ์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯในปีหน้าและราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้นซึ่งจะกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯให้สูงขึ้น

- ดอลลาร์/เยน วันอังคาร (13 ธ.ค.) เยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนรอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในคืนนี้และพรุ่งนี้ซึ่งคาดว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ผ่านมาชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯเติบโตแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อก็สูงขึ้นและมีแนวโน้มเข้าสู่ระดับเป้าหมายธนาคารกลางสหรัฐฯที่ 2%

- ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร (13 ธ.ค.) ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆส่วนใหญ่ในวันนี้ก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในคืนนี้และต่อเนื่องไปถึงวันพรุ่งนี้ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ ขณะเดียวกันก็จับตาว่าจะมีการปรับเพิ่มการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อหรือไม่

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร (13 ธ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นทำนิวไฮในวันอังคารและดัชนีดาวโจนส์อยู่ห่างจากระดับ 20,000 ไม่ถึง 100 จุด โดยดาวโจนส์พุ่งขึ้นประมาณ 9% แล้วนับตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย. จากการคาดการณ์ที่ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่จะลดภาษีและกฏระเบียบ รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเพิ่ม 0.58% สู่ระดับ 19,911.21, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.65% สู่ระดับ 2,271.72 และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 0.95% สู่ระดับ 5,463.83

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร (13 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้ก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในคืนนี้และคืนพรุ่งนี้ซึ่งนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.50% โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่เงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดเพิ่มขึ้น 0.08% โดยรายงานข่าวชี้ว่าข้อมูลยอดค้าปลีก และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ดีเกินคาดในเดือนพ.ย.ทำให้มีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามา หลังจากดัชนีลดลงมากเมื่อวันจันทร์ ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดเพิ่มขึ้น 0.06% หุ้นกลุ่มต่างๆปรับตัวขึ้นลงแตกต่างกัน โดยหุ้นกลุ่มพลังงาน และกลุ่มวัสดุมีราคาเพิ่มขึ้น แต่หุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีราคาลดลง

- ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร  (13 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงในช่วงเช้าก่อนที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงบ่ายตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเป็นเวลาสองวันซึ่งเริ่มต้นในคืนนี้ โดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่มพาณิชย์ และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 3.89 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 14 ธ.ค. 2559

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1076
mod_vvisit_counterAll days1076

We have: 1075 guests online
Your IP: 216.73.217.82
Mozilla 5.0, 
Today: May 03, 2026

4216200