| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 08 December 2016 09:39 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา นายแอช คาร์เตอร์ รมว.กลาโหมสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐมีผลประโยชน์ที่ยั่งยืนนานในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และสหรัฐกำลังเตรียมการสำหรับการถ่ายโอนอำนาจอย่างเป็นระเบียบให้แก่คณะผู้บริหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ นายคาร์เตอร์อยู่ที่ญี่ปุ่นในขณะนี้เพื่อพยายามลดความกังวลที่เกิดจากการที่นายทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง โดยนายทรัมป์เคยเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรจ่ายเงินเพิ่มเติมเพื่อคงกองกำลังทหารของสหรัฐไว้ในประเทศนั้น ไม่เช่นนั้นกองทหารสหรัฐอาจจะถอนทัพออกไป คณะผู้บริหารของประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเอเชีย ขณะนี้นายทรัมป์ยังแทบไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า เขาจะดำเนินความสัมพันธ์อย่างไรกับเอเชีย แต่เขาต้องการให้ประเทศพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แบกภาระมากขึ้นในด้านต้นทุนการป้องกันประเทศ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงาน (EIA) ของสหรัฐคาดว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐสำหรับปี 2016 และ 2017 จะลดลงน้อยกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ การคาดการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีข้อตกลงในสัปดาห์ที่แล้วระหว่างสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เพื่อลดการผลิต ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือน กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐซึ่งประสบภาวะสภาพคล่องตึงตัวหลังจากที่ราคาน้ำมันดิ่งลงมานาน 2 ปี จะได้รับประโยชน์ ถ้าหากการลดการผลิตของโอเปกทำให้ราคาพุ่งขึ้นในระยะยาว การผลิตน้ำมันรายเดือนของสหรัฐอาจเพิ่มขึ้นเร็วขึ้นในปีหน้า ถ้าการตัดสินใจของโอเปกเพื่อลดการผลิตทำให้ราคาน้ำมันสูงกว่าระดับ 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ซึ่งจะส่งเสริมการลงทุนมากขึ้นในเขตต่างๆของสหรัฐที่มีการผลิตน้ำมัน สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐประจำสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 2 ธ.ค.ลดลงเกินคาด 2.4 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้นเกินคาด 2.5 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นเกินคาด 3.4 ล้านบาร์เรล และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 0.6% สู่ระดับ 90.4% โพลล์รอยเตอร์คาดไว้ว่า สต็อกน้ำมันดิบอาจลดลง 1.0 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันกลั่นอาจเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันเบนซินอาจเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรล
ยุโรป: อิตาลี หนังสือพิมพ์ลา สแตมปาของอิตาลีรายงานเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า แหล่งข่าวในกระทรวงการคลังอิตาลีเปิดเผยว่าอิตาลีจะขอกู้เงิน 1.5 หมื่นล้านยูโรจากกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) เงินดังกล่าวจะนำมาใช้ช่วยเหลือธนาคารแบงกา มอนเต เดอี ปาสกี ดิ ซีนา และใช้ช่วยเหลือธนาคารที่อ่อนแอแห่งอื่นๆในอิตาลีด้วย รายงานข่าวระบุว่า มาตรการที่จะนำมาใช้นี้จะคล้ายคลึงกับมาตรการที่เคยนำมาใช้ในสเปนในปี 2012 เพื่อสกัดกั้นการล่มสลายของภาคธนาคารสเปน การขอกู้เงินนี้ รัฐบาลอิตาลีจำเป็นต้องให้สัญญาว่าจะคุมเข้มงบประมาณ และรัฐบาลชุดใหม่ของอิตาลีจำเป็นต้องอนุมัติกฤษฎีกาเพื่อใช้ประโยชน์จากเงินกู้นี้ก่อนสิ้นปีนี้
เอเชีย: จีน กลุ่มล็อบบี้ธุรกิจสองกลุ่มใหญ่ระบุเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า การที่จีนคุมเข้มกฎระเบียบเรื่องเงินทุนไหลออก ถือเป็นการเพิ่มอุปสรรคให้แก่บริษัทยุโรปและบริษัทสหรัฐในการนำเงินออกจากจีน โดยการจ่ายเงินปันผลก็ได้รับผลกระทบจากกฎนี้ด้วย ผู้ควบคุมกฎระเบียบของจีนได้คุมเข้มกฎระเบียบเรื่องการทำธุรกรรมโดยใช้สกุลเงินต่างชาติ และเงินทุนไหลออกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่มีความกังวลกันว่า เงินทุนไหลออกมีส่วนกดดันให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าไปอีก หอการค้าของสหภาพยุโรป (อียู) ในจีนระบุในแถลงการณ์ว่า สำนักปริวรรตเงินตราของรัฐบาลจีน (SAFE) ได้ให้คำแนะนำแก่ธนาคารพาณิชย์ในจีนในสัปดาห์ที่แล้วเพื่อให้ควบคุมเงินทุนที่ไหลออกจากจีน โดยใช้วิธีคุมเข้มเกณฑ์การอนุมัติการโอนเงินข้ามพรมแดนจากบัญชีทุน และการจ่ายเงินปันผล หอการค้าของอียูในจีนระบุว่า การคุมเข้มกฎนี้จะส่งผลกระทบต่อการโอนเงินที่มีปริมาณสูงกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่ว่าการจ่ายเงินดังกล่าวจะอยู่ในรูปสกุลเงินหยวนหรือสกุลเงินต่างชาติ ธนาคารกลางจีนเปิดเผยว่า ปริมาณทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศของจีนลดลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันในเดือนพ.ย. และลดงมากเกินคาดสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนมี.ค.2011 ขณะที่ทางการพยายามอย่างหนักเพื่อพยุงค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าท่ามกลางดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ปริมาณทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศลดลง 6.906 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนพฤศจิกายน สู่ระดับ 3.052 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่ลดลง 4.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนต.ค. เชื่อกันว่าธนาคารกลางจีนได้ขายดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อพยุงค่าเงินหยวน เนื่องจากหยวนอ่อนค่าสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 8 ปีครึ่งในเดือนที่แล้ว จีนได้ประกาศมาตรการต่างๆในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อคุมเข้มมาตรการควบคุมเม็ดเงินที่ไหลออกจากจีน ซึ่งเพิ่มการคาดการณ์ในตลาดที่ว่า เม็ดเงินกำลังไหลออกจากจีนมากขึ้น
เอเชีย: เกาหลีใต้ ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่า การลดลงของยอดส่งออกของจีนไปยังสหรัฐจะขัดขวางการส่งออกจากเกาหลีใต้ เนื่องจากนั่นจะทำให้ความต้องการสินค้าขั้นกลางของเกาหลีใต้ลดลง ในรายงานที่มีรายละเอียดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ ธนาคารกลางระบุว่า ยอดส่งออกของจีนไปยังสหรัฐที่ลดลง 10% จะทำให้ยอดส่งออกทั้งหมดของเกาหลีลดลง 0.36% เมื่ออิงตามสมมติฐานที่ว่าสหรัฐจะกลับไปใช้นโยบายกีดกันทางการค้าอีกครั้ง อุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์, เซมิคอนดัคเตอร์ และปิโตรเคมีภัณฑ์ของเกาหลีใต้เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมที่มีความเปราะบางที่สุดต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในการค้าจีน-สหรัฐ การชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ได้เพิ่มความวิตกเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐ หลังจากนายทรัมป์ขู่ว่าจะยกเลิกข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ และเก็บภาษีนำเข้า
เอเชีย: เกาหลีใต้ นายยู อิล-โฮ รมว.คลังเกาหลีใต้กล่าวว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคกำลังลดลง เนื่องจากความไม่แน่ใจเกี่ยวกับผู้นำทางการเมืองในเกาหลีใต้ และเนื่องจากความผันผวนมากขึ้นในตลาดการเงิน การผลิตและการลงทุนชะลอตัว และเราก็กำลังเห็นความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ และความผันผวนมากขึ้นที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐใเขากล่าวอีกว่ารัฐบาลจะจับตาความเสี่ยงในตลาดอย่างใกล้ชิด ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ และผลกระทบจากการลงประชามติของอิตาลี
ญี่ปุ่น ผลสำรวจของรอยเตอร์พบว่า ดัชนีนิกเกอิมีแนวโน้มว่าจะปิดปรับตัวลงเล็กน้อยในปีนี้ แต่จะบวกขึ้นในปีหน้า ขณะที่การคาดการณ์ที่ว่า นโยบายต่างๆของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะทาให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นนั้น ช่วยหนุนดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับเยน ซึ่งทำให้ผลกำไรของภาคเอกชนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ค่ากลางจากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ 21 คนโดยรอยเตอร์ในรอบ-สัปดาห์ที่ผ่านมาคาดว่า ดัชนีนิกเกอิจะอยู่ที่ 18,600 ณ สิ้นปีนี้ เทียบกับระดับปิดของปี 2015 ที่ 19,033.71 นักวิเคราะห์คาดว่าดัชนีนิกเกอิจะอยู่ที่ระดับ 19,000 ในกลางปีหน้า และอยู่ที่ระดับ 20,000 ณ สิ้นปีหน้า นักวิเคราะห์กล่าวว่า การคาดการณ์ที่ว่าสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวนั้น อาจจะเป็นปัจจัยบวกสำหรับหุ้นญี่ปุ่นด้วย แต่การพุ่งขึ้นมาก-ของตลาดหุ้น, ของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในเวลาอันรวดเร็ว อาจจะส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรที่อาจชะลอแรงบวกในปีหน้า นายคิคุโอะ อิวาตะ รองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นกล่าวว่า บีโอเจจะไม่ลังเลในการขยายขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าหากจำเป็นต้องทำเช่นนั้นเพื่อช่วยหนุนเศรษฐกิจให้บรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% นายอิวาตะกล่าวย้ำว่า บีโอเจมีความมุ่งมั่นที่จะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ในปริมาณมากต่อไป ถึงแม้บีโอเจได้เปลี่ยนมาใช้กรอบการทำงานใหม่ที่ตั้งเป้าหมายไปที่อัตราดอกเบี้ย นายอิวาตะกล่าวว่าเขาต้องการจะกล่าวย้ำว่า บีโอเจจะยังคงขยายฐานเงินออกไปในอนาคตภายใต้กรอบนโยบายใหม่ ในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา บีโอเจได้ปรับเปลี่ยนเป้าหมายของนโยบายไปที่อัตราดอกเบี้ย จากเดิมที่เคยตั้งเป้าหมายไปที่อัตราการพิมพ์เงินใหม่ หลังจากการดำเนินนโยบายเข้าซื้อสินทรัพย์จำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ประสบความสำเร็จในการทำให้เศรษฐกิจออกจากภาวะชะงักงัน รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ความเชื่อมั่นของบริษัทผู้ผลิตของญี่ปุ่นปรับขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน โดยปรับตัวขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบ 16 เดือนในเดือนธ.ค. ทางด้านความเชื่อมั่นของบริษัทในภาคบริการของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นเช่นกัน ในขณะที่การอ่อนค่าของเยนช่วยให้กลุ่มผู้ส่งออกญี่ปุ่นมีแนวโน้มดีขึ้น ผลสำรวจรอยเตอร์ ทังกันรายเดือนระบุว่า ความเชื่อมั่นทั้งของบริษัทผู้ผลิตและบริษัทภาคบริการของญี่ปุ่นต่างก็ปรับตัวขึ้นจากช่วง 3 เดือนก่อน และสิ่งนี้บ่งชี้ว่าผลสำรวจทังกันรายไตรมาสที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะเปิดเผยออกมาในสัปดาห์หน้าก็อาจปรับตัวดีขึ้นด้วยเช่นกัน โดยผลสำรวจรอยเตอร์ ทังกันนี้มักจะปรับตัวสอดคล้องกับผลสำรวจทังกันของบีโอเจ รอยเตอร์จัดทำผลสำรวจนี้จากการสอบถามบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น 531 แห่งระหว่างวันที่ 22 พ.ย.-2 ธ.ค. โดยมีบริษัท 268 แห่งตอบแบบสอบถามนี้ ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นของบริษัทผู้ผลิตปรับขึ้นสู่ระดับ 16 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 14 ในเดือนพ.ย. โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของบริษัทผู้ผลิตเหล็กกล้าและบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์การขนส่ง ดัชนีที่ระดับ 16 นี้ถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือน-ส.ค. 2015 แต่เป็นที่คาดกันว่าดัชนีนี้อาจจะลดลงสู่ระดับ 10 ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นของบริษัทภาคบริการของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 19 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 15 ในเดือนพ.ย. และปรับขึ้น 5 จุดจากช่วง 3 เดือนก่อน โดยดัชนีที่ระดับ 19 นี้ถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. และคาดกันว่าดัชนีอาจปรับขึ้นสู่ระดับ 20 ในเดือนมี.ค. 2017
มาเลเซีย รัฐบาลมาเลเซียเปิดเผยว่า ยอดส่งออกของมาเลเซียในเดือนต.ค.ลดลง 8.6% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2015 รัฐบาลระบุว่าการลดลงดังกล่าว มีสาเหตุมาจากผลของฐานเปรียบเทียบที่สูงของเดือนต.ค. 2015 ทั้งนี้ ยอดส่งออกในเดือนต.ค.ลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากลดลง 3.0% ในเดือนก.ย.
ไทย คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายกลางปี ในปีงบประมาณ 60 เพิ่มอีก 1.9 แสนล้านบาท เพื่อรองรับการจัดสรรงบประมาณผ่านโครงการลงทุนกลุ่มจังหวัด และกองทุนหมู่บ้าน โดยเตรียมที่จะออกพันธบัตรออมทรัพย์ วงเงิน 1.6 แสนล้านบาท เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติมดังกล่าว นายสมศักดิ์ โชติรัตนศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมครม.ว่าจะมีการทำงบกลางปีอีก 1.9 แสนล้านบาท เป็นงบของกลุ่มจังหวัด 1 แสนล้าน กองทุนหมู่บ้านอีก 6 หมื่นล้าน เพื่อพัฒนากองทุนหมู่บ้าน คิดว่าหมู่บ้านละ 5 แสน และชดเชยเงินคงคลังอีก 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมีการกู้เงิน 1.6 แสนล้านบาท ซึ่งทั้งหมดต้องเข้าสู่สภา ภายในเดือนมกราคม เดิมงบประมาณปี 60(ต.ค.59-ก.ย.60) กำหนดงบประมาณรายจ่ายไว้ 2.73 ล้านล้านบาท โดยมีการขาดดุลงบประมาณ 3.9 แสนล้านบาท ขณะที่มีรายจ่ายลงทุนทั้งสิ้น 5.48 แสนล้านบาท
Money Market วันพุธ( 7 ธ.ค.) เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าของจีนวันนี้ วันนี้ ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินของเอเชีย สำหรับเงินหยวนดอลลาร์/บาทก็อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยหยวนอ่อนค่าในช่วงเช้า หลังจากธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางหยวนอ่อนค่าอย่างมากเพื่อสะท้อนการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางหยวนที่ 6.8808 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯก่อนเปิดตลาดอ่อนค่าจากค่ากลางครั้งก่อนที่ 6.8575 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ และมีแนวโน้มจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีหน้าซึ่งเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯให้แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลอื่น ดอลลาร์/เยน วันพุธ (7 ธ.ค.) เยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ตามภาวะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้และมีแนวโน้มจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้ามากกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดีดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงในช่วงตลาดสหรัฐฯ ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ (7 ธ.ค.) ยูโรแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็รอดูการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันพฤหัสบดีนี้ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะต่ออายุมาตรการ QE ขณะเดียวกันนักลงทุนก็มุ่งความสนใจไปยังประเด็นที่ว่าธนาคารกลางยุโรปจะส่งสัญญาณว่าจะปรับลดขนาดการเข้าซื้อพันธบัตรลงหรือไม่
Capital Market ตลาดสหรัฐฯ วันพุธ ( 7 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดเพิ่มขึ้นในวันพุธ โดยดัชนีดาวโจนส์และ S&p 500 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์กลุ่มการขนส่งปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 1.55% สู่ระดับ 19,549.62, ดัชนี S&p 500 ปิดเพิ่มขึ้น 1.32% สู่ระดับ 2,241.35 และดัชนี Nasdaq ปิดขึ้น 1.14% ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ ( 7 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้ โดยดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้น0.74% เนื่องจากได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นซอฟท์แบงก์ หลังจากบริษัทได้ประกาศการลงทุนจำนวนมากในสหรัฐ หุ้นซอฟท์แบงก์ปิดเพิ่มขึ้น 6.2% หลังจากซีอีโอของบริษัทกล่าวว่า เขาจะลงทุน 5.0 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในบริษัทของสหรัฐ ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดบวก 0.70% โดยหุ้นบลูชิพยังคงมีการซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุด หลังจากผู้ควบคุมกฎระเบียบด้านหลักทรัพย์ของจีนเตือนเรื่องข้อตกลงการเทคโอเวอร์แบบปฏิปักษ์ของผู้จัดการสินทรัพย์โดยใช้เงินทุนที่ผิดกฎหมาย ข่าวที่ว่ากองทุนบำเหน็จบำนาญของรัฐบาลท้องถิ่นของจีนมีความคืบหน้าอีกขั้นที่จะลงทุนในตลาดหุ้นนั้น ช่วยให้นักลงทุนคลายกังวลบ้าง เนื่องจากมีความหวังว่าแผนการลงทุนในระยะยาวขึ้นของกองทุนดังกล่าวจะส่งเสริมเสถียรภาพ และเพิ่มสภาพคล่อง รายงานข่าวชี้ว่าทางการจีนได้คัดเลือกสถาบันบริหารจัดการด้านการลงทุน 21 แห่งสำหรับกองทุนประกันบำเหน็จบำนาญ ซึ่งทำให้มีความคืบหน้ามากขึ้นที่จะลงทุน 2.90 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯในตลาดการเงิน สำหรับดัชนีฮั่งเส็งปิดเพิ่มขึ้น 0.55% โดยนักลงทุนรอผลการประชุมอีซีบี ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าอีซีบีจะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของโครงการซื้อสินทรัพย์เพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนพันธบัตร และขยายโครงการซื้อสินทรัพย์ออกไปหลังวันสิ้นสุดในเดือนมี.ค.ปีหน้า ตลาดหุ้นไทย วันพุธ (7 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงบ่ายสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่โดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ รับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 4.05 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 8 ธ.ค. 2559
|






![]() | Today | 476 |
![]() | All days | 476 |
Comments