| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Wednesday, 23 November 2016 09:55 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐประชุมกับผู้ที่มีสิทธิได้เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีสหรัฐฯ ในวันจันทร์ที่ผ่านมา และหลังจากนั้นเขาได้ประกาศแผนสำหรับการทำงานวันแรกของเขาในตำแหน่งประธานาธิบดี โดยแผนดังกล่าวรวมถึงการถอนตัวออกจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) และการสอบสวนการใช้โครงการวีซ่าทำงานในทางที่ผิด ขณะเดียวกัน นายทรัมป์ได้ประชุมกับนางแมรี ฟอลลิน ผู้ว่าการรัฐโอกลาโฮมา, นางทุลซี แกบบาร์ด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพรรคเดโมแครต และนายริค เพอร์รี อดีตผู้ว่าการรัฐเท็กซัส แต่เขาไม่ได้ประกาศแต่งตั้งใครในวันจันทร์ ในขณะที่สาธารณชนยังคงพยายามคาดการณ์ว่า คณะผู้บริหารชุดใหม่ของสหรัฐจะประกอบด้วยใครบ้าง เมื่อบุคคลกลุ่มนี้เข้าดำรงตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค. 2017 ทั้งนี้ นายทรัมป์กล่าวว่า เขาจะแทนที่ TPP ด้วยข้อตกลงทางการค้าแบบทวิภาคี ซึ่งจะนำการจ้างงานและอุตสาหกรรมกลับคืนมาสู่แผ่นดินสหรัฐฯ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) รายงานว่า ยอดขายบ้านมือสองในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 2.0% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 5.6 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2007 หรือในรอบเกือบ 10 ปี ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายบ้านมือสองจะลดลง 0.5% สู่ระดับ 5.43 ล้านยูนิต และเมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 5.9% (yoy) ขณะเดียวกัน ราคากลางของบ้านได้เพิ่มขึ้น 6% สู่ระดับ 232,200 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ปัจจัยที่ควรติดตาม ในสัปดาห์นี้นักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐจะมุ่งความสนใจไปยังประเด็นที่ว่า รัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้างต่อตลาดหุ้น ทั้งนี้ การที่นายทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย.ส่งผลให้นักลงทุนเร่งรีบปรับเปลี่ยนการลงทุนที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้ตามการคาดการณ์ที่ว่า นางฮิลลารี คลินตันอาจจะชนะการเลือกตั้ง โดยการปรับเปลี่ยนการลงทุนนี้ส่งผลให้หุ้นกลุ่มธนาคาร, เทคโนโลยีชีวภาพ และการก่อสร้างพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ ขณะที่ตัวเลขและดัชนีที่สำคัญทางเศรษฐกิจที่จะประกาศออกมาในวันนี้ได้แก่ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนต.ค. ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนพ.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐช่วงท้ายเดือนพ.ย. และยอดขายบ้านใหม่เดือนต.ค.
ยุโรป: อังกฤษ ? รัฐบาลอังกฤษวางแผนในงบประมาณมูลค่า 1.3 พันล้านปอนด์ (1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อปรับปรุงถนนหนทาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าหลายพันล้านปอนด์ของนายฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีคลังอังกฤษ ทั้งนี้ นายแฮมมอนด์มีกำหนดจะแถลงนโยบายเศรษฐกิจต่อรัฐสภา หรือที่เรียกว่า Autumn Statement ในวันพุธนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่รัฐมนตรีคลังและรัฐบาลอังกฤษจะแถลงนโยบายเศรษฐกิจและการคลัง นับตั้งแต่ที่อังกฤษลงมติถอนตัวออกจาก EU เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ด้านกระทรวงการคลังอังกฤษระบุว่า ในการแถลงนโยบายเศรษฐกิจต่อรัฐสภาวันพุธนี้ นายแฮมมอนด์จะกำหนดกรอบงานด้านการคลัง เพื่อให้รัฐบาลมีความยืดหยุ่นในการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และจะแถลงถึงความจำเป็นของการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน
OECD องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รายงานว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ช่วงไตรมาส 3/59 ขยายตัว 0.6% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ที่มีการขยายตัวเพียง 0.3%สำหรับประเทศที่มีอัตราการขยายตัวของ GDP รวดเร็วในไตรมาสที่ 3 ประกอบไปด้วยกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักทั้ง 7 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ และ เยอรมนี โดย OECD ระบุว่า ในช่วงไตรมาส 3 นั้น GDP ของสหรัฐขยายตัว 0.7% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับ 0.4% ขณะที่ GDP ญี่ปุ่นมีการขยายตัว 0.5% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับ 0.2% GDP อิตาลีขยายตัวขึ้นแตะ 0.3% จากระดับ 0% ส่วน GDP ของฝรั่งเศสขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.2% จากระดับ -0.1% อย่างไรก็ตาม อังกฤษและเยอรมนีมีอัตราการเติบโตของ GDP ที่ชะลอตัวลง โดยมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ 0.5% และ 0.2% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ที่ระดับ 0.7% และ 0.4% สำหรับ GDP ของสหภาพยุโรปและประเทศในกลุ่มยูโรโซนมีอัตราการขยายตัวที่ 0.4% และ 0.3% ตามลำดับ ในไตรมาส 3
เอเชีย: จีน นายหยู หยงติง อดีตสมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีน (PBOC) ระบุว่า วิธีการใหม่ที่จีนนำมาใช้ในการกำหนดอัตรากลางของค่าเงินหยวน "ส่งเสริม" ความพยายามนำเงินออกนอกประเทศ และส่งผลให้หยวนอ่อนค่าลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงที่ผ่านมา นายหยูเขียนลงในหนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้ ซีเคียวริตีส์ นิวส์ว่า กลไกลใหม่ที่ธนาคารกลางจีนนำมาใช้ในการกำหนดอัตรากลางของหยวน ไม่ได้เปิดโอกาสให้อัตราแลกเปลี่ยนหยวนแกว่งตัวผันผวนในทั้งสองทิศทางได้อย่างแท้จริงและสร้างความเสียหายต่อทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ นายหยูระบุว่าการสกัดกั้นหยวนจากการบรรลุถึงจุดดุลยภาพในตลาด ถือเป็นการปฏิเสธการปรับเพิ่มต้นทุนในการนำเงินออกนอกประเทศ และสิ่งนี้ถือเป็นการสนับสนุนความพยายามนำเงินออกนอกประเทศ ก่อนที่ธนาคารกลางจีนจะปรับเปลี่ยนวิธีการในเดือนสิงหาคมนั้น ธนาคารกลางจีนเคยกำหนดอัตรากลางของหยวนด้วยการสอบถามมาร์เก็ตเมคเกอร์เรื่องราคา ส่วนกลไกใหม่ที่นำมาใช้ในการกำหนดอัตรากลางนั้น เป็นกลไกที่ตั้งอยู่บนระดับปิดจากวันทำการก่อนหน้านั้น และตั้งอยู่บนตะกร้าสกุลเงินด้วย บริษัทฟิทช์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของจีนที่ 'A+' และแนวโน้มมีเสถียรภาพ
ญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นกล่าวว่า ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) จะเป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย ถ้าหากสหรัฐไม่เข้าร่วมด้วย ในขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่าเขาจะให้สหรัฐถอนตัวออกจาก TPP นายกรัฐมนตรีอาเบะกล่าวว่าในการประชุมผู้นำ TPP ที่กรุงลิมา ประเทศเปรูในวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีการหารือกันในประเด็นที่ว่า ประเทศสมาชิก TPP ควรจะพยายามทำให้ TPP มีผลบังคับใช้ ถึงแม้สหรัฐไม่เข้าร่วมด้วย ด้านนายทรัมป์ได้เผยแพร่วิดีโอในช่วงเย็นวันจันทร์ ซึ่งระบุถึงแผนการสำหรับการทำงานวันแรกของเขาในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 20 ม.ค. 2017 โดยแผนดังกล่าวรวมถึงการประกาศอย่างเป็นทางการถึงความตั้งใจของเขาที่จะถอนตัวออกจาก TPP โดยเขาระบุว่า TPP อาจจะเป็นหายนะสำหรับสหรัฐฯ นายทรัมป์หาเสียงในช่วงที่ผ่านมาด้วยการให้สัญญาว่าจะถอนตัวออกจาก TPP เนื่องจาก TPP เป็นสิ่งที่ทำลายการจ้างงานในสหรัฐ
ฟิลิปปินส์ นายคาร์ลอส โดมิงเกซ รมว.คลังฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ต้องการให้นายอะแมนโด เททังโก ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) ดำรงตำแหน่งต่ออีกสมัยเป็นเวลา 6 ปีหลังเดือนก.ค.2017 ซึ่งเป็นช่วงที่นายเททังโกต้องสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งตามกฎหมาย เททังโกกำลังจะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของเขา ซึ่งกฎหมายกำหนดจำนวนวาระที่สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไว้ที่ 2 วาระ
ไทย คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบมาตรการค้ำประกันสินเชื่อให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอี ระยะที่ 6 ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) ในวงเงินค้ำประกัน 1 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลจะมีภาระชดเชยค่าประกันในวงเงิน 5.75 พันล้านบาท นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการแถลงข่าวภายหลังการประชุมครม.ว่ามาตรการช่วยเหลือในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ประมาณ 33,000 ราย และก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน 1.68 แสนล้านบาท และเกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 4.58 แสนล้านบาท สำหรับโครงการค้ำประกันสินเชื่อในระยะที่ 6 ได้มีการปรับหลักเกณฑ์เพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ โดยเอสเอ็มอีที่จะเข้าร่วมโครงการ จะต้องยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้ด้วย และจะต้องเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียม ในอัตรา 1.75% ของวงเงินค้ำประกันเอง โดยโครงการนี้จะสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.61 ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อมาแล้ว 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 52 โดยมีวงเงินค้ำประกันสินเชื่อทั้งสิ้น 3.8 แสนล้านบาท ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 1.14 แสนราย คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ที่ไม่ใช่เกษตรกร ในวงเงิน 1.28 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 5.4 ล้านราย หลังพบกำลังซื้อของผู้มีรายได้น้อยมีสัญญาณชะลอตัว นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวในการแถลงข่าวภายหลังการประชุมครมว่าในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกไม่ดี ทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบไปด้วย กำลังซื้อของประชาชนที่มีรายได้น้อยมีสัญญาณชะลอตัว และเมื่อวันที่ 27 กันยาฯ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยไปแล้ว ดังนั้นเพื่อให้ครอบคลุมถึงผู้มีรายได้น้อยทั้งหมด กระทรวงการคลังจึงเห็นว่าควรมีมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ที่ไม่ใช้เกษตรกรด้วย เกณฑ์การช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าว กำหนดให้ผู้ที่ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท/ปี จะได้รับการช่วยเหลือรายละ 3 พันบาท ซึ่งเป็นเงินช่วยเหลือที่ให้เพียงครั้งเดียว โดยประมาณการผู้มีสิทธิจำนวน 3.1 ล้านคน วงเงินที่ใช้ราว 9.3 พันล้านบาท ส่วนผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 3 หมื่นบาท แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท/ปี จะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 1.5 พันบาท โดยประมาณการผู้มีสิทธิจำนวน 2.3 ล้านคน วงเงินที่ใช้ราว 3.45 พันล้านบาท เขากล่าวอีกว่ารัฐบาลจะสามารถโอนเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยได้ภายในวันที่ 1-30 ธ.ค.นี้ โดยจะเป็นการโอนผ่านบัญชีของธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติรับทราบมติของคณะกรรมการค่าจ้าง(บอร์ดค่าจ้าง) ในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปี 60 ใน 69 จังหวัด โดยปรับขึ้น 5-10 บาท/วัน ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.7%
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันอังคาร (22 พ.ย.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้สอดคล้องกับเงินเอเซียส่วนใหญ่ที่แข็งค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกันวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ก็เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีปัจจัยเรื่องแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯและปัจจัยเรื่องความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกคาดว่าจะยังส่งผลกดดันค่าเงินเอเซียส่วนใหญ่ให้มีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ - ดอลลาร์/เยน วันอังคาร (22 พ.ย.) เยนแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ อย่างไรก็ดีทิศทางเงินเยนยังมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากการคาดการณ์แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯรวมทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ขยายตัวดีกว่าญี่ปุ่น โดยเยนได้อ่อนค่าในช่วงตลาดสหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร (22 พ.ย.) ยูโรแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้สอดคล้องกับการที่ดอลลาร์สหรัฐฯวันนี้อ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินหลังจากที่ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าอย่างรวดเร็วในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯและแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆส่วนใหญ่ โดยยูโรได้อ่อนค่าในช่วงตลาดสหรัฐฯ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร (22 พ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นต่อหลังการเลือกตั้งโดยดัชนีดาวโจนส์บวกขึ้นเหนือระดับ 19,000 ได้เป็นครั้งแรก ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.35% สู่ 19,023.87, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.22% สู่ 2,202.94 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.33% สู่ 5,386.35 ทั้งนี้นักลงทุนมองว่านโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐที่จะปรับลดภาษี, กระตุ้นการใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค และลดกฏระเบียบต่างๆ จะเป็นประโยชน์ต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร, อุตสาหกรรมและเฮลธ์แคร์ - ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร (22 พ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่วันนี้สูงขึ้น โดยดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดเพิ่มขึ้น 0.31% ท่ามกลางภาวะซื้อขายผันผวน โดยเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน แต่ตลาดถูกสกัดช่วงบวก เนื่องจากนักลงทุนเลือกที่จะไม่ถือสถานะการลงทุนจำนวนมากก่อนวันหยุดของตลาดญี่ปุ่นในวันพุธนี้ ขณะที่แผ่นดินไหวรุนแรงทางภาคเหนือของญี่ปุ่นในช่วงเช้านี้แทบไม่มีผลกระทบต่อตลาด สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดเพิ่มขึ้น 0.98% โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นอย่างมากของหุ้นบลูชิพ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มการเงิน และกลุ่มพลังงาน หลังจากดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐเพิ่มขึ้น หุ้นกลุ่มพลังงานอยู่ในกลุ่มที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด ขณะที่ราคาน้ำมันเพิ่มแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ในวันนี้ และตลาดได้ปรับตัวรับโอกาสที่จะมีการลดการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) - ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร (22 พ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ โดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มพลังงาน พาณิชย์ และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 7.38 จุด ขณะที่วันนี้นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 992.61 ล้านบาท ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 1-22 พฤศจิกายน 2559 นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 29,313.08 ล้านบาท
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 23 พ.ย. 2559
|






![]() | Today | 820 |
![]() | All days | 820 |
Comments