| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 17 November 2016 10:10 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐทรงตัวในเดือนตุลาคม จากที่ลดลง 0.2% ในเดือนกันยายน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้น 0.2% โดยผลผลิตในภาคการผลิต และเหมืองแร่ปรับตัวขึ้น ขณะที่ภาคสาธารณูปโภคร่วงลง ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงสู่ระดับ 75.3% ในเดือนตุลาคม ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนตุลาคมทรงตัว เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนกันยายน ขณะที่ราคาอาหารปรับตัวขึ้น แต่ราคาในภาคบริการอ่อนตัวลง ขณะที่เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 0.8% (yoy) ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2014 หลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนกันยายน ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน และ 1.2% เมื่อเทียบรายปี สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐฯ รายงานว่า ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยในเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ระดับ 63 โดยไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับในเดือนตุลาคม ขณะที่ก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยอาจอยู่ที่ระดับ 63 นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า จะเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ ถ้าหากFed ไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า โดยนายบูลลาร์ดระบุว่า เหตุผลเดียวที่จะทำให้ Fed ระงับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค. ก็คือการที่ตลาดการเงินโลกเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง หรือสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานที่ย่ำแย่อย่างมาก นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า การที่ Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงหนึ่งครั้งในการประชุมเดือนหน้า ก็อาจเป็นการเพียงพอแล้วที่จะทำให้อัตราดอกเบี้ยของ Fed ปรับตัวสู่ระดับเป็นกลาง สำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ว่า ผู้ผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) ของสหรัฐจะเพิ่มการผลิตน้ำมัน หากราคาพุ่งแตะระดับ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งบ่งชี้ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง หากมีการปรับลดกำลังการผลิตเพื่อกระตุ้นให้ราคาดีดตัวขึ้น IEA คาดการณ์ว่า อาจจะต้องใช้เวลา 9 เดือน กว่าที่ปริมาณน้ำมันใหม่ของสหรัฐจะเข้าสู่ตลาด นอกจากนี้ IEA ยังระบุว่า การลงทุนในการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันได้ลดลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากสาเหตุการดิ่งลงของราคาน้ำมัน และภาวะการณ์ดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อไปในปีหน้า ซึ่งจะทำให้ราคามีความผันผวนมากขึ้น
ประเด็นที่ต้องติดตาม นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเข้าแถลงต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมของสภาคองเกรส เพื่อแสดงมุมมองเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้ ในการประชุมระหว่างนางเยลเลนและคณะกรรมาธิการดังกล่าว ยังจะบ่งชี้ท่าทีของพรรครีพับลิกันในความพยายามจำกัดอำนาจของเฟด
ยุโรป: อังกฤษ สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) รายงานว่า อัตราว่างงานช่วงเดือนก.ค.-ก.ย. ปรับตัวลงสู่ระดับ 4.8% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี จากระดับ 4.9% ในช่วงสามเดือนก่อนหน้า โดยรายงานระบุว่า จำนวนผู้ว่างงานลดลง 37,000 ราย สู่ระดับ 1.6 ล้านราย ส่วนจำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้น 49,000 ราย ซึ่งชะลอตัวจากที่เพิ่มขึ้น 172,000 รายในช่วงสามเดือนก่อนหน้า และเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่ช่วงม.ค.-มี.ค.ปีนี้ทั้งนี้ ONS เผยด้วยว่า จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานในเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 9,800 ราย มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.
นิวซีแลนด์ รัฐบาลนิวซีแลนด์สามารถผลักดันร่างกฎหมายให้สัตยาบันต่อความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจยุทธศาสตร์ภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) สู่ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ส่งผลให้นิวซีแลนด์มีแนวโน้มเป็นประเทศแรกที่สามารถผลักดันข้อตกลงดังกล่าวเป็นกฎหมาย โดยร่างกฎหมายข้อตกลง TPP สามารถผ่านวาระ 3 ในรัฐสภานิวซีแลนด์แล้ว ทำให้ขณะนี้เหลือแต่เพียงการลงนามให้ความเห็นชอบจากมุขมนตรีนิวซีแลนด์เพื่อให้ครบถ้วนกระบวนการในการให้สัตยาบัน ทั้งนี้ นายทอดด์ แมคเคลย์ รมว.การค้านิวซีแลนด์ กล่าวว่า การที่ข้อตกลง TPP สามารถผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่บ่งชี้ว่านิวซีแลนด์มีพันธกรณีต่อระบบการค้าเสรีทั่วโลก
น้ำมัน: กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะประชุมอย่างไม่เป็นทางการในวันศุกร์นี้ที่กรุงโดฮา เพื่อหารือการลดกำลังการผลิตน้ำมันที่มีการบรรลุข้อตกลงในเดือนกันยายน ทั้งนี้ รัฐมนตรีพลังงานของกลุ่มโอเปกจะจัดการประชุมดังกล่าว ก่อนการประชุมอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 พฤศจิกายน อย่างไรก็ดี นายบิจาน ซานกาเนห์ รัฐมนตรีน้ำมันของอิหร่าน จะไม่เข้าประชุมในวันศุกร์นี้ แต่ผู้ว่าการโอเปกประจำอิหร่านจะเข้าประชุมแทน
อื่นๆ บริษัทมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสระบุว่า ความวิตกต่อภาวะการค้าที่ย่ำแย่, ความเสี่ยงทางการเมือง และนโยบายการเงินทำให้แนวโน้มสินเชื่อทั่วโลกในปีหน้าจะย่ำแย่ อย่างไรก็ดี มูดี้ส์คาดว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะมีเสถียรภาพที่ 3% ในปีหน้า เทียบกับที่คาดไว้ที่ 2.6% ในปีนี้ ขณะที่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ขณะที่การเปลี่ยนแปลงด้านปัจจัยพื้นฐานจากนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และปัญหาขัดข้องจะเริ่มปรากฏให้เห็นในปี 2017 และ 2018 ขณะที่จะมีการพุ่งความสนใจอีกครั้งไปที่การขยายเชิงการคลังผ่านงบรายจ่ายในโครงสร้างพื้นฐานในประเทศพัฒนาแล้ว อย่างไรก็ดี ความผันผวนของเครดิต สเปรด, อัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากความเสี่ยงทางการเมืองอาจกระทบความสามารถของบริษัทบางแห่งในการขอกู้ หรือรีไฟแนนซ์หนี้ ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉลี่ยอาจจะเพิ่มขึ้นในปีหน้า ขณะเดียวกัน มูดี้ส์ยังคาดว่าจะมีความไม่แน่นอนในระดับสูงเนื่องจากนโยบายของฝ่ายบริหารชุดใหม่ของสหรัฐฯ ต่อข้อตกลงปารีส นอกจากนี้ การเริ่มต้นออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอาจจะกระทบผลทางเศรษฐกิจและเครดิต
เอเชีย: จีน หยวนอ่อนค่าลงเล็กน้อยในวันพุธที่ผ่านมา หลังจากธนาคารกลางจีนได้กำหนดค่ากลางอ่อนค่าเป็นวันที่ 9 ติดต่อกันท่ามกลางดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่า ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางที่ 6.8592 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯก่อนเปิดตลาด อ่อนค่าจากค่ากลางครั้งก่อนที่ 6.8495 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หยวนในตลาดสปอตเปิดตลาดที่ 6.8608 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และอยู่ที่ 6.8686 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเที่ยง โดยยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 9 ปี
ญี่ปุ่น การให้สินเชื่อใหม่แก่ภาคอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณนี้ ซึ่งสูงกว่าการปล่อยสินเชื่อในช่วงเศรษฐกิจภาวะฟองสบู่ของช่วงทศวรรษ 1980 ซึ่งเป็นการเตือนว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์อาจจะขยายตัวร้อนแรงเกินไป อสังหาริมทรัพย์เป็นประเด็นที่อ่อนไหว เนื่องจากราคาที่ดินและสินทรัพย์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงภาวะฟองสบู่ทางเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษ 1980 โดยราคาสินทรัพย์ดิ่งลงในช่วงต้นทศวรรษ 1990 และญี่ปุ่นก็ยังไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบดังกล่าวอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยว่า การให้สินเชื่อใหม่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสเดือนเม.ย.-ก.ย.พุ่งขึ้น 16%จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สู่ระดับ 5.9 ล้านล้านเยน (5.394 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งทำลายสถิติสูงสุดครั้งก่อนในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 1989 การให้สินเชื่อใหม่ทั้งหมดในไตรมาสเดือนเม.ย.-ก.ย.เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สู่ระดับ 23.9 ล้านล้านเยน ที่ปรึกษาของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า คาดว่านายทรัมป์จะใช้การประชุมครั้งแรกของเขาในฐานะว่าที่ประธานาธิบดี กับผู้นำต่างประเทศในสัปดาห์นี้เพื่อพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และชาติพันธมิตรอื่นๆในเอเชียที่รู้สึกสั่นคลอนจากถ้อยแถลงในการรณรงค์หาเสียงของเขา นายอาเบะ และนายทรัมป์ มีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับประเด็นในนโยบายต่างๆ อาทิ การค้าเสรี แต่ทั้งสองฝ่ายอาจจะพบว่า พวกเขามีจุดยืนร่วมกันมากขึ้นเมื่อเขาพบปะกันที่นครนิวยอร์คในวันพฤหัสนี้ ซึ่งรวมถึงการประกาศว่าจะฟื้นฟูสถานะระดับโลกของทั้งสองประเทศ และความต้องการที่จะต้านทานจีนที่ขยายอำนาจมากขึ้น และปรับปรุงความสัมพันธ์กับรัสเซีย
ไทย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความผันผวนในตลาดการเงินโลกจากผลกระทบของนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐซึ่งส่งให้เงินบาทอ่อนค่ามาที่ประมาณ 35 เศษนั้น ถือเป็นระดับที่อ่อนค่าพอดี และมีประโยชน์พอสมควรกับไทย ไม่มีอะไรที่ต้องตื่นตกใจเป็นพิเศษ แม้ในระยะสั้นจะมีผลกระทบความผันผวนพอสมควร โดยเฉพาะในตลาดการเงิน และอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งมองว่าจะเป็นในช่วงแรก เนื่องจากกลัวเรื่องกระแสเงินทุนไหลกลับ ซึ่งทำให้ค่าเงินบาทก็อ่อน นายสมคิดกล่าวว่าเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้าย ก็ได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) อยู่ตลอดเวลา และธปท.ก็ดูตรงนี้ให้มีเสถีรภาพอยู่แล้ว
อื่นๆ บริษัทมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสระบุว่า ความวิตกต่อภาวะการค้าที่ย่ำแย่, ความเสี่ยงทางการเมือง และนโยบายการเงินทำให้แนวโน้มสินเชื่อทั่วโลกในปีหน้ามืดมน มูดี้ส์คาดว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะมีเสถียรภาพที่ 3% ในปีหน้า เทียบกับที่คาดไว้ที่ 2.6% ในปีนี้ ขณะที่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงด้านปัจจัยพื้นฐานจากนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และปัญหาขัดข้องจะเริ่มปรากฎให้เห็นในปี 2017 และ 2018 ขณะที่จะมีการพุ่งความสนใจอีกครั้งไปที่การขยายเชิงการคลังผ่านงบรายจ่ายในโครงสร้างพื้นฐานในประเทศพัฒนาแล้ว อย่างไรก็ดี ความผันผวนของเครดิต สเปรด, อัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากความเสี่ยงทางการเมืองอาจกระทบความสามารถของบริษัทบางแห่งในการขอกู้ หรือรีไฟแนนซ์หนี้ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉลี่ยอาจจะเพิ่มขึ้นในปีหน้า มูดี้ส์คาดว่าจะมีความไม่แน่นอนในระดับสูงเนื่องจากนโยบายของฝ่ายบริหารชุดใหม่ของสหรัฐต่อข้อตกลงปารีส (ความตกลงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) ภาวะสินเชื่อทั่วโลกจะยังคงไม่สม่ำเสมอในปีหน้า ขณะเดียวกัน การค้าที่มีการฟื้นตัวช้า, ความเสี่ยงทางการเมือง, ความวิตกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของนโยบายการเงินมีส่วนที่ทำให้เกิดแนวโน้มที่ไม่แน่นอน และอุปสงค์โลกก็อาจจะไม่เพิ่มขึ้นมากเพียงพอที่จะกระตุ้นให้การค้าขยายตัวในปีหน้า นอกจากนี้ การเริ่มต้นออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอาจจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและเครดิต ธนาคารกลางอาร์เจนตินาปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลงในวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการปรับลดครั้งที่สองในรอบ 2 สัปดาห์ ถึงแม้ตลาดเคยคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ธนาคารกลางจะตรึงอัตราดอกเบี้ย หลังจากอัตราเงินเฟ้ออาร์เจนตินาอยู่ในระดับสูง ธนาคารกลางอาร์เจนตินาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50 % สู่ 25.75 % ในวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากที่เพิ่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50 % ในสัปดาห์ที่แล้ว โดยให้เหตุผลว่าการคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อปรับลดลง โดยก่อนหน้านั้นธนาคารกลางเคยตรึงอัตราดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 สัปดาห์ติดต่อกัน รัฐบาลอาร์เจนตินารายงานในวันพฤหัสบดีที่ 10 พ.ย.ว่า อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.4 % ต่อเดือนในเดือนต.ค. ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ธนาคารกลางตั้งไว้ที่ 1.5 % ต่อเดือนสำหรับช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันพุธ (16 พ.ย.) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้หลังจากที่บาทได้มีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อกลางสัปดาห์ก่อนเป็นต้นมาเนื่องจากการคาดการณ์ที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะขยายตัวสูงขึ้นในปีหน้าจากนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่รวมทั้งการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมปีนี้ ทั้งนี้นายเจฟฟรีย์ แลคเกอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาริชมอนด์กล่าวว่านโยบายกระตุ้นการคลังภายใต้การบริหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ อาจผลักดันให้เฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับที่นายสแตนลีย์ ฟิชเชอร์ กรรมการเฟดได้ส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่า นโยบายของนายทรัมป์ในการเพิ่มมาตรการกระตุ้นทางการคลังนั้น จะเอื้ออำนวยให้เฟดสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นายเอริค โรเซนเกรน ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาบอสตันกล่าวว่า Fed มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า โดยมีเพียงข่าวร้ายครั้งใหญ่เท่านั้น ที่จะสกัดความคาดหวังในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว พร้อมระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนนายแดเนียล ทารูลโล กรรมการเฟดอีกท่านหนึ่งได้กล่าวว่า Fed ไม่จำเป็นต้องปรับนโยบายเพียงเพราะมีการคาดการณ์กันว่ารัฐบาลของนายทรัมป์จะทำการใช้จ่ายครั้งใหญ่ในด้านสาธารณูปโภค ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้น แต่ข้อมูลเศรษฐกิจก็ได้สร้างสถานการณ์ที่แตกต่างออกไปแล้วสำหรับ Fed เมื่อเทียบกับหลายเดือนก่อน ทำให้ Fed มุ่งความสนใจในการหารือเกี่ยวกับช่วงจังหวะของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ทั้งนี้บาทอ่อนค่าในช่วงตลาดสหรัฐฯ - ดอลลาร์/เยน วันพุธ (16 พ.ย.) เยนแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่มีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างรวดเร็วนับจากกลางสัปดาห์ก่อนเนื่องจากการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ (16 พ.ย.) ยูโรแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์ฯในเช้าวันนี้หลังจากมีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างรวดเร็วนับจากกลางสัปดาห์ก่อนเนื่องจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเดือนธันวาคมนี้ โดยยูโรกลับมาอ่อนค่าในช่วงตลาดสหรัฐฯ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพุธ (16 พ.ย.) ดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันพุธ และดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดในแดนลบเป็นวันแรก หลังจากปิดตลาดในแดนบวกมานาน 7 วันติดต่อกัน ในขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินลดลง อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดตลาดปรับขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลดลง 0.29% สู่ 18,868.14, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.16 % สู่ 2,176.94 และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 0.36 % สู่ 5,294.584 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ (16 พ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่รายงานตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯที่ขยายตัวสูงเกินคาดเพิ่มโอกาสในการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมปีนี้ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐแถลงในวันอังคารว่า ยอดค้าปลีกสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.8 % ต่อเดือนในเดือนต.ค. และได้ปรับทบทวนตัวเลขยอดค้าปลีกเดือนก.ย.ให้สูงขึ้นจากเดิมด้วย โดยระบุว่าเพิ่มขึ้น 1.0 % ต่อเดือนในเดือนก.ย. หลังจากที่รายงานก่อนหน้านี้ว่าเพิ่มขึ้นเพียง 0.6 % การเพิ่มขึ้นของยอดค้าปลีกในเดือนก.ย.และต.ค.ปีนี้ถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2014 ขณะที่เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนยอดค้าปลีกเดือนต.คเพิ่มขึ้น 4.3 % ขณะเดียวกันนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมของสภาคองเกรสในวันพฤหัสเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ ซึ่งการแถลงดังกล่าวจะเป็นการแสดงความเห็นครั้งแรกของนางเยลเลนหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนี้แนวโน้มในการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมปีนี้ยังคาดว่าจะส่งผลลบต่อดัชนีตลาดหุ้นเอเซีย อย่างไรก็ดีการอ่อนค่าของเงินเยนก็เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 1.10% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลดลง 0.05% - ตลาดหุ้นไทย วันพุธ (16 พ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สูงขึ้นในช่วงแรกก่อนที่จะลดลงหลังจากนั้น โดยวันนี้นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 2,079.16 ล้านบาท ส่งผลให้ในเดือนนี้จนถึงวันนี้นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 22,389.67 ล้านบาท ขณะที่ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 1.82 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 17 พ.ย. 2559
|






![]() | Today | 688 |
![]() | All days | 688 |
Comments