Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 01 November 2016 10:35

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.5% หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนสิงหาคม และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น 0.4% โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดได้ปัจจัยบวกจากคำสั่งซื้อรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม และหากมีการปรับค่าตามเงินเฟ้อ การใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนสิงหาคม ด้านรายได้ส่วนบุคคลในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนสิงหาคม และค่าแรงและเงินเดือน ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดในรายได้ส่วนบุคคล เพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากขยับขึ้น 0.1% ในเดือนสิงหาคม ส่วนการออมของผู้บริโภคลดลงสู่ระดับ 7.978 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากระดับ 8.205 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคม

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในเดือนกันยายนปรับตัวขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนสิงหาคม และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE ปรับตัวขึ้น 1.2% (yoy) ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2014 นอกจากนี้ ดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พื้นฐาน เพิ่มขึ้น 1.7% (yoy) หลังจากเพิ่มขึ้น 1.7% เช่นกันในเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ดี ยังคงต่ำกว่าเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% ของ Fed

ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาแอตแลนตา รายงานว่า แบบจำลองการคาดการณ์ GDP Now แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 4/2559 จะขยายตัว 2.7% ขณะที่ตัวเลขประมาณการขั้นสุดท้ายสำหรับการขยายตัวในไตรมาส 3 อยู่ที่ระดับ 2.1% โดยอยู่ในระดับต่ำกว่าการคาดการณ์ที่ระดับ 2.9% ที่รัฐบาลสหรัฐรายงานเมื่อวันศุกร์

นักลงทุนคาดว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ ท่ามกลางการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่ไร้ทิศทาง ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พฤศจิกายน ทั้งนี้ CME Group FedWatch ระบุว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาส 73% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. ขณะที่มีโอกาสเพียง 6% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 1-2 พ.ย.

ตลาดการเงินจับตาคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เริ่มการประชุมกำหนดนโยบายการเงินวันแรกในวันนี้ (1 พ.ย.)

 

ยุโรป: ยูโรโซน

สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานว่า เศรษฐกิจยูโรโซนมีการขยายตัว 0.3% ในไตรมาส 3 ถึงแม้เผชิญกับความไม่แน่นอนจากการที่อังกฤษตัดสินใจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป พร้อมระบุว่า หากเศรษฐกิจยูโรโซนมีการขยายตัว 0.3% ทั้งในไตรมาส 3 และ 4 ก็จะส่งผลให้ปีนี้ยูโรโซนจะมีการเติบโตเพียง 1.5% ทั้งนี้ ในขณะนี้ ยูโรสแตทยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขการขยายตัวเป็นรายประเทศ

 

เยอรมนี

สำนักงานสถิติเยอรมนี (Destatis) รายงานว่า ยอดค้าปลีกของเยอรมนีในเดือนกันยายนได้ปรับตัวลดลง 1.4% (mom) โดยคาดว่าครัวเรือนมีความวิตกต่อภัยก่อการร้ายและทิศทางเศรษฐกิจโลก จนส่งผลให้มีการใช้จ่ายลดลง และยังปรับตัวลดลงหนักกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่คาดไว้ว่าจะขยายตัว 0.2%อย่างไรก็ดีหากเทียบเป็นรายปีแล้ว ยอดค้าปลีกปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% (yoy)

 

เอเชีย: จีน

แหล่งข่าวเปิดเผยว่ารัฐบาลจีนได้ขอให้บริษัทเหมืองถ่านหินชั้นนำของจีนจำกัดราคาขายสำหรับสัญญาการขายในปีหน้าไว้ที่ระดับตลาดสปอตในปัจจุบัน  หรือต่ำกว่าระดับในตลาดสปอตในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ผิดปกติอย่างมาก และสะท้อนถึงความตื่นตระหนกมากขึ้นของจีนเกี่ยวกับราคาที่พุ่งขึ้นมาก แหล่งข่าว 2 รายเปิดเผยว่า ในการประชุมด่วนเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3 กับอุตสาหกรรมถ่านหินในรอบ 1 สัปดาห์ คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ได้ขอให้บริษัทเหมืองเห็นด้วยกับราคาตามสัญญาการจำหน่ายในปีหน้าที่ระดับหรือต่ำกว่าระดับ 12 เซนต์ต่อกิโลแคลอรี (kcal) สำหรับถ่านหิน thermal coal 5,000 kcal และสำหรับถ่านหิน thermal coal 5,500 kcal  จากการคำนวณของรอยเตอร์ ราคาดังกล่าวเทียบเท่ากับ 600 หยวน (88.63 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อตัน และ 660 หยวนต่อตันตามลำดับ แหล่งข่าวขอไม่เปิดเผยชื่อ เนื่องจากพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยกับสื่อ ด้าน NDRC ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อข่าวนี้

 

ญี่ปุ่น

การผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นหยุดชะงักในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าวิตกที่แสดงว่า เศรษฐกิจที่กำลังประสบปัญหาอยู่แล้วในการฟื้นตัวนั้น อาจจะกำลังชะลอตัวลงอีก เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค และการส่งออกที่ซบเซา ขณะเดียวกัน ยอดค้าปลีกลดลงมากเกินคาดในเดือนก.ย.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่แสดงว่า การอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลยังคงเป็นปัจจัยถ่วงเศรษฐกิจ กระทรวงเศรษฐกิจ, การค้า และอุตสาหกรรมระบุว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมไม่เปลี่ยนแปลงในเดือนก.ย.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.0% และหลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนส.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวประกอบกับข้อมูลอื่นๆ ที่พบว่า การอุปโภคบริโภคที่ซบเซาและดัชนีราคาผู้ผลิตที่ลดลงอาจจะเพิ่มการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะเลื่อนกำหนดเวลาของเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อออกไปอีกครั้ง การผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัวในเดือนก.ย. ขณะที่การลดลงของการผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ และการผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลได้หักล้างการเพิ่มขึ้นของการผลิตรถยนต์ และอุปกรณ์การก่อสร้าง ผู้ผลิตในผลสำรวจของกระทรวงคาดว่า การผลิตจะเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนต.ค. และ 2.1% ในเดือนพ.ย. แต่ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวมักจะเป็นการมองมุมบวกมากเกินไป  ขณะเดียวกัน กระทรวงการค้าเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกลดลง 1.9% ในเดือนก.ย.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะลดลง 1.8% เนื่องจากการใช้จ่ายที่ลดลงในเรื่องเสื้อผ้า และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ยอดค้าปลีกลดลงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกันแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงภาวะชะลอตัวพื้นฐานในเศรษฐกิจ

 

อินโดนีเซีย

ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) แจ้งธนาคารต่างๆให้แนบเอกสารประกอบสำหรับการโอนเงินตราต่างประเทศออกจำนวนมาก โดยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป ธนาคารของอินโดนีเซียมักจะรายงานข้อมูลการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนให้แก่ BI และกฎระเบียบใหม่กำหนดให้ธนาคารต้องเพิ่มเอกสารประกอบที่แจกแจงรายละเอียดของวัตถุประสงค์ของการโอนเงินตราต่างประเทศที่มีมูลค่ามากกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯทุกครั้ง ดังนั้นธนาคารจึงต้องขอให้ลูกค้าเตรียมเอกสารดังกล่าวมาก่อนทำการโอนเงิน  BI ระบุว่า กฎระเบียบใหม่ดังกล่าวออกมาเพื่อสนับสนุนความโปร่งใสมากขึ้น และเพิ่มปริมาณข้อมูลที่มีอยู่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยน BI ระบุว่า เอกสารที่จะยอมรับ ได้แก่เอกสารนำเข้าและส่งออก, ข้อตกลงการซื้อ, ข้อตกลงการกู้, ใบแจ้งหนี้สำหรับธุรกรรมต่างๆ, สำเนาบัญชีเงินฝากในธนาคารต่างประเทศ และตัวเลขคาดการณ์ค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตในต่างประเทศ  แต่ถ้าลูกค้าไม่มีเอกสารดังกล่าวมา พวกเขาต้องเขียนหนังสือชี้แจงวัตถุประสงค์ของการทำธุรกรรม

 

สิงคโปร์

นายเอส. อิสวาราน รมว.การค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์กล่าวว่า รัฐบาลสิงคโปร์กำลังพิจารณาว่าจะช่วยเหลือภาควิศวกรรมนอกชายฝั่งและกิจการทางทะเล (M&OE) ของสิงคโปร์หรือไม่ ในขณะที่ภาคดังกล่าวอาจจะตกต่ำลงเป็นเวลายาวนาน โดยเป็นผลจากการดิ่งลงของราคาน้ำมัน  อย่างไรก็ดีถึงแม้รัฐบาลจะพยายามให้ความช่วยเหลือในแบบที่เหมาะสม รัฐบาลก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้ นายอิสวารานไม่ได้เปิดเผยว่า รัฐบาลจะดำเนินขั้นตอนใดบ้างในอนาคต แต่กล่าวว่าบริษัทสิงคโปร์สามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการที่มีอยู่แล้วอย่างเช่นสินเชื่อที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งเป็นสินเชื่อสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่มีปัญหาเรื่องกระแสเงินสดและการระดมทุน นายอิสวารานกล่าวว่า รัฐบาลสิงคโปร์กำลังลงทุนเป็นเงิน 107 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (77 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในการช่วยพัฒนาศูนย์วิจัยใหม่สำหรับอุตสาหกรรม M&OE สิงคโปร์ถือเป็นศูนย์กลางสำหรับบริษัทต่อเรือและบริษัทสนับสนุนกิจการนอกชายฝั่ง ทั้งนี้บริษัทบางแห่งในสิงคโปร์ได้รับความเสียหายในช่วงที่ผ่านมาจากการดิ่งลงของราคาน้ำมัน และจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ แนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอส่งผลให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า รัฐบาลสิงคโปร์จะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในอนาคต

 

ไทย

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(MPI) เดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 0.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เทียบกับที่เพิ่มขึ้น 3.18% ในเดือน ส.ค. และเป็นการปรับขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ตัวเลข MPI ในเดือนก.ย.ดังกล่าว ออกมาดีกว่าที่โพลล์รอยเตอร์คาดไว้ว่าจะปรับลง 0.3%  ขณะที่เมื่อเทียบรายเดือน MPI เดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 0.75% จากเดือนก่อนหน้า เทียบกับที่เพิ่มขึ้น 3.38% ในเดือนส.ค.สศอ.ระบุในเอกสารเผยแพร่ว่า MPI ที่เพิ่มขึ้น ในเดือนก.ย. เป็นผลจาก การผลิตที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ, เครื่องปรับอากาศ, เซมิคอนดัคเตอร์และไอซี, เครื่องใช้ไฟฟ้า และเยื่อกระดาษ สำหรับในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ MPI ปรับเพิ่มขึ้น 0.06% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สศอ.ระบุว่า อัตราการใช้กำลังการผลิตในเดือนก.ย. อยู่ที่ 65.23% เพิ่มขึ้นจาก 64.42% ในเดือน ส.ค.

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงภาวะเศรษฐกิจและการเงินเดือนกันยายน 59 ระบุว่า การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวดีทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน ขณะที่มูลค่าการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นก็ช่วยชดเชยการชะลอตัวของการท่องเที่ยวหลังการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ด้านการลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้นบ้างในบางธุรกิจ สะท้อนจากการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อการส่งออก ขณะที่ด้านการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ด้านในภาพรวมของเศรษฐกิจในไตรมาส 3/2559 ขยายตัวจากการใช้จ่ายของภาครัฐ ภาคการส่งออกเริ่มมีทิศทางปรับดีขึ้น ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังขยายตัวได้แม้มีเหตุระเบิดและการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ การบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้หลังรายได้เกษตรกรที่ทยอยปรับดีขึ้นหลังผลของภัยแล้งคลี่คลาย ด้านการลงทุนภาคเอกชนยังคงหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันจันทร์ (31 ต.ค.) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐฯก็อ่อนค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินของเอเซียในวันนี้ อย่างไรก็ดีข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯล่าสุดยังสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมปีนี้ อย่างไรก็ดีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ก็เป็นปัจจัยที่อาจจะส่งผลให้ตลาดการเงินโลกผันผวนมากขึ้นในช่วงนี้ ทั้งนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่าตัวเลขประมาณการครั้งแรกของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่แท้จริงประจำไตรมาส 3/2016 ขยายตัวเกินคาด 2.9% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่าจีดีพีสหรัฐฯอาจขยายตัว 2.5% ในไตรมาส 3/2016 หลังจากขยายตัว 1.4% ในไตรมาส 2/2016 และ 0.8% ในไตรมาส 1 ขณะที่ในคืนนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯจะเปิดเผยข้อมูลรายได้ส่วนบุคคลเดือนก.ย. ทั้งนี้ในช่วงตลาดสหรัฐฯดอลลาร์สหรัฐฯได้ปรับแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับบาท ขณะที่รายงานข้อมูลการใช้จ่ายส่วนบุคคลในสหรัฐฯเพิ่มขึ้นเกินคาด 0.5%, รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด 0.3%

- ดอลลาร์/เยน วันจันทร์ (31 ต.ค.) เยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เยนแข็งค่าเมื่อวันศุกร์ อย่างไรก็ดีในช่วงเดือนตุลาคม 2559 ที่ผ่านมาเยนอยู่ในทิศทางอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมปีนี้ ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่องเนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นล่าสุดยังคงชี้ว่ายังต้องใช้เวลาอีกนานในการที่อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นจะเข้าสู่เป้าหมาย 2% ของบีโอเจขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนก็ยังลดลงต่อเนื่อง ทั้งนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันนี้และวันพรุ่งนี้

- ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ (31 ต.ค.) ยูโรอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ยูโรแข็งค่าเมื่อวันศุกร์ สัปดาห์นี้นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสำคัญหลายแห่ง เข่นธนาคารกลางญี่ปุ่น (31ตค.-1พย.) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (1-2 พย.) และธนาคารกลางอังกฤษ (3 พย.) ส่วนสัปดาห์หน้าก็จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในวันที่ 8 พย.

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์ (31 ต.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนปรับตัวรับข่าวการควบรวมกิจการของบริษัทต่างๆ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย. หลังสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ของสหรัฐทำการตรวจสอบอีเมลจำนวนมากขึ้นที่เกี่ยวข้องกับการใช้ระบบอีเมลส่วนตัวของนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต  ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.1% สู่ 18,142.42, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.01% สู่ 2,126.15 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.02% สู่ 5,189.13

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ (31 ต.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้เนื่องจากความกังวลเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในสัปดาห์หน้าโดยนักลงทุนมองว่าผลการเลือกตั้งอาจจะกระทบต่อข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ และตลาดการเงิน ขณะเดียวกันตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่รายงานออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ยังสนับสนุนการคาดการณ์เรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯในเดือนธันวาคมปีนี้ โดยจีดีพีไตรมาส 3 ของสหรัฐฯขยายตัวเกินคาด 2.9% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี ขณะที่สัปดาห์นี้จะมืทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯและธนาคารกลางญี่ปุ่น โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 0.12% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดลดลง 0.09%

- ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์ (31 ต.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวขึ้นลงในช่วงแคบๆ โดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้าง และมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มพลังงาน และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ขณะที่วันนี้นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 2,449.50 ล้านบาท ส่งผลให้ทั้งเดือนตุลาคม 2559 นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 18,071.19 ล้านบาท โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 1.28 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 1 พ.ย. 2559

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday802
mod_vvisit_counterAll days802

We have: 801 guests online
Your IP: 216.73.217.40
Mozilla 5.0, 
Today: May 08, 2026

4220128