Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 28 October 2016 11:02

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติเปิดเผยดัชนียอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เพิ่มขึ้นเกินคาด 1.5% สู่ระดับ 110.0 ในเดือนก.ย. หลังจากลดลง 2.5% สู่ 108.4 ในเดือนส.ค. นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า ดัชนียอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายอาจเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนก.ย.

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนลดลงเกินคาด 0.1% ในเดือนก.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนอาจเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนก.ย.

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 22 ต.ค.ลดลงน้อยกว่าคาดมาที่ 258,000 ราย จาก 261,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจอยู่ที่ 255,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยในรอบ 4 สัปดาห์อยู่ที่ 253,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจาก 252,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า

 

ยุโรป: ยูโรโซน

ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เปิดเผยว่า การให้สินเชื่อแก่ภาคเอกชนและภาคครัวเรือนในยูโรโซนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเดือนก.ย. ขณะที่ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบชะลอตัวเล็กน้อย ทั้งนี้การให้สินเชื่อแก่ภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเทียบรายปีในเดือนก.ย. ขณะที่การให้สินเชื่อแก่ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น 1.8% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนส.ค.ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบหรือ M3 ขยายตัว 5% ซึ่งชะลอตัวเมื่อเทียบกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ และลดลงจาก 5.1% ในเดือนส.ค. อีซีบีได้ออกมาตรการกระตุ้นมาหลายปีแล้ว โดยได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ติดลบ, อัดฉีดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำพิเศษให้แก่ธนาคาร และซื้อพันธบัตรมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านยูโร โดยหวังว่าจะกระตุ้นการขอกู้เงิน, การใช้จ่าย และการลงทุน  อีซีบีกำลังพิจารณาแนวทางต่างๆเพื่อดำเนินโครงการซื้อพันธบัตรหลังเดือนมี.ค.เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของยูโรโซน

 

อังกฤษ

เศรษฐกิจของอังกฤษแทบไม่ชะลอตัวลงในไตรมาส 3 แม้เกิดผลกระทบจากการลงมติออกจากสหภาพยุโรป หรือ Brexit ก็ตาม ซึ่งลดโอกาสที่ธนาคารกลางอังกฤษจะลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกครั้ง ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 0.5% ในไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย. เทียบกับ 0.7% ในไตรมาส 2 แต่ดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 0.3% ในผลสำรวจของรอยเตอร์ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว จีดีพีเพิ่มขึ้น 2.3% ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี  เศรษฐกิจที่ขยายตัวเกินคาดในไตรมาส 3 มีสาเหตุมาจากภาคบริการ ซึ่งพบว่า การผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ และการจัดจำหน่ายที่ขยายตัวอย่างมาก ธนาคารกลางอังกฤษจะประชุมนโยบายในสัปดาห์หน้า และจะตัดสินใจว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยลงต่ำกว่าระดับต่ำสุดตลอดกาลที่ 0.25% หรือไม่ ขณะที่ก่อนหน้านี้นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษกล่าวเมื่อวันอังคารว่า เขารู้สึกวิตกกับการอ่อนค่าของค่าเงินปอนด์ และปัจจัยดังกล่าวจะทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้การคาดการณ์เกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 3 พ.ย.ลดลงไปอีก ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะไม่ผ่อนคลายนโยบายจนกว่าจะถึงต้นปีหน้า

นายฟิลิป แฮมมอนด์ รมว.คลังอังกฤษกล่าวว่า ข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่ดีเกินคาดของอังกฤษแสดงว่า เศรษฐกิจอังกฤษฟื้นตัว และมีความพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการที่อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป หรือ Brexit ได้ เศรษฐกิจจะต้องปรับตัวรับความสัมพันธ์ใหม่กับอียู แต่เราก็มีความพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายต่างๆ และจะฉวยประโยชน์จากโอกาสในอนาคต

 

เอเชีย: จีน

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NBS) ของจีนเปิดเผยว่า ผลกำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมของจีนเพิ่มขึ้น 7.7% ในเดือนก.ย.จากปีก่อน  NBS เปิดเผยว่า ผลกำไรในเดือนก.ย.เพิ่มขึ้นสู่ 5.771 แสนล้านหยวน (8.515 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)  ผลกำไรของภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 8.4% ในช่วง 9 เดือนแรกจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ส่วนหนี้สินของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมของจีน ณ สิ้นเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 4.7%  ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมบริษัทขนาดใหญ่ที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 20 ล้านหยวนจากการดำเนินงานหลัก

อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินหยวนของจีนในตลาดต่างประเทศอ่อนค่าสุดในรอบ 6 ปีในวันพฤหัสที่ผ่านมา หลังจากธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางของหยวนในระดับที่อ่อนค่าจากเดิม หยวนในตลาดต่างประเทศอ่อนค่าแตะ 6.7921 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้า ซึ่งถือเป็นระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2010 ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางของหยวนไว้ที่ 6.7736 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้า โดยอ่อนค่าจากค่ากลางของเมื่อวานนี้ที่ 6.7705 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

สมาคมเหล็กและเหล็กกล้าจีน (CISA) เปิดเผยว่าจีนมีแนวโน้มว่าจะบรรลุเป้าหมายในปีนี้สำหรับการลดกำลังการผลิตเหล็กดิบภายในปลายเดือนต.ค. และคาดว่าจะมีการปรับลดมากขึ้นในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ CISA เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ว่า จีนได้บรรลุเป้าหมายการลดกำลังการผลิตของปีนี้ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 45 ล้านตันลงมากกว่า 80% แล้ว ณ สิ้นเดือนก.ย. ภาวะเหล็กกล้าส่วนเกินทั่วโลกทำให้เกิดข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนและผู้ผลิตอื่นๆ อาทิ สหรัฐ และสหภาพยุโรป จีนวางแผนลดการผลิตเหล็กกล้า 100-150 ล้านตันต่อปีในช่วง 5 ปีข้างหน้า จีนมีกำลังการผลิตทั้งหมด 1.13 พันล้านตันซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของการผลิตเหล็กกล้าของโลก CISA เปิดเผยว่า การลดกำลังการผลิตและอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นช่วยทำให้ผู้ผลิตเหล็กกล้าของจีนพลิกกลับมามีกำไรในปีนี้ โดยโรงงานเหล็กกล้าขนาดใหญ่และขนาดกลาง 100 แห่งซึ่งเป็นสมาชิกของ CISA ทำกำไรได้ 2.52 หมื่นล้านหยวน (3.72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ขณะที่จีนเผชิญกับคดีสอบสวนการต่อต้านการทุ่มตลาดและการต่อต้านเงินอุดหนุน 38 คดีในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้

 

ญี่ปุ่น

นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวในวันพฤหัสที่ผ่านมาว่า บีโอเจจะไม่พยายามกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ระยะยาวมากให้ต่ำลง ถึงแม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรดังกล่าวพุ่งสูงขึ้น เพราะว่าบีโอเจมุ่งความสนใจไปที่การควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี นายคุโรดะกล่าวต่อรัฐสภาญี่ปุ่นว่า เขามองไม่เห็นความจำเป็นในขณะนี้ในการปรับเปลี่ยนเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจากระดับ -0.1% และในการปรับเปลี่ยนเป้าหมายอัตราผลตอบแทน JGB ประเภท 10 ปีจากระดับราว 0% โดยถ้อยแถลงนี้บ่งชี้ว่า บีโอเจจะไม่ผ่อนคลายนโยบายลงไปอีกในการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ถ้าหากอัตราผลตอบแทน JGB ระยะยาวมากดิ่งลงอย่างรุนแรงเกินไป สิ่งนี้ก็จะส่งผลลบต่ออัตราผลกำไรสำหรับนักลงทุนอย่างเช่นกองทุนเงินบำนาญและบริษัทประกันชีวิต โดยบีโอเจเคยระบุไว้ในเดือนที่แล้วว่า สิ่งนี้ถือเป็นต้นทุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของบีโอเจ นายคุโรดะกล่าวต่อรัฐสภาญี่ปุ่นว่า เราไม่คิดว่าการทำให้เส้นอัตราผลตอบแทนแบนราบลงถือเป็นสิ่งที่พึงปรารถนา และเขากล่าวเสริมว่า จะไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจที่จะเห็นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทที่มีอายุนานมากปรับสูงขึ้นเล็กน้อย นายคิคุโอะ อิวาตะ รองผู้ว่าการบีโอเจกล่าวต่อรัฐสภาญี่ปุ่นว่า บีโอเจไม่จำเป็นต้องควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทที่มีอายุนานกว่า 10 ปี เพราะว่าพันธบัตรประเภทนี้มีอิทธิพลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับที่น้อยกว่าพันธบัตรระยะสั้น นายอิวาตะกล่าวว่า การกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทที่นานกว่า 10 ปีให้ต่ำลง จะไม่ส่งผลบวกมากนักต่อช่องว่างด้านผลผลิต ทั้งนี้การตั้งเป้าหมายอัตราผลตอบแทนประเภทที่ไม่นานกว่า 10 ปี จะถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% (ช่องว่างด้านผลผลิตคือช่องว่างระหว่างผลผลิตที่แท้จริง กับผลผลิต ณ ระดับการจ้างงานเต็มที่) บีโอเจเพิ่งปรับเปลี่ยนเป้าหมายของนโยบายการเงินในเดือนก.ย. โดยหันมาตั้งเป้าหมายไปยังอัตราดอกเบี้ย จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไปที่อัตราการพิมพ์เงินใหม่ โดยบีโอเจได้ดำเนินมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์จำนวนมากมานานหลายปีแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่น นายคุโรดะกล่าวว่าบีโอเจอาจจะชะลออัตราการเข้าซื้อพันธบัตร ถ้าหากบีโอเจสามารถบรรลุเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยได้โดยลดการเข้าซื้อลง อย่างไรก็ดีนายคุโรดะกล่าวย้ำว่าบีโอเจไม่มีแผนที่จะขายพันธบัตร โดยนายคุโรดะกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีโอกาสที่บีโอเจจะปรับลดปริมาณการถือครองพันธบัตรรัฐบาล

นายชินสุเกะ สุกิยามะ รมช.ต่างประเทศของญี่ปุ่นกล่าวว่า ญี่ปุ่น, สหรัฐ และเกาหลีใต้ตกลงกันในวันพฤหัสที่ผ่านมาว่าจะทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือ เพื่อให้เกาหลีเหนือยกเลิกโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ  นายสุกิยามะกล่าวถึงเรื่องนี้ หลังจากเขาประชุมกับนายแอนโทนี บลิงเคน รมช.ต่างประเทศของสหรัฐ และนายลิม ซุง-นาม รมช.ต่างประเทศของเกาหลีใต้ที่กรุงโตเกียว

 

อินโดนีเซีย

คณะกรรมการการลงทุนของอินโดนีเซียระบุว่า ปริมาณการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอินโดนีเซียปรับขึ้น 7.8% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน หากวัดในรูปสกุลเงินรูเปียห์  คณะกรรมการระบุว่า ปริมาณการลงทุนอยู่ที่ 99.7 ล้านล้านรูเปียห์ในไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย. โดยไม่นับการลงทุนในภาคธนาคารและภาคน้ำมันกับก๊าซ คณะกรรมการระบุว่า FDI อยู่ที่ 7.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในไตรมาส 3 หากวัดในรูปของดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเท่ากับระดับในไตรมาส 3/2015 คณะกรรมการใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ 13,500 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯในการคำนวณตัวเลขของไตรมาส 3/2016 ซึ่งเท่ากับอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในงบประมาณประจำปี 2016

 

ไทย

รมว.คลัง คาดการเปลี่ยนแปลงระบบชำระราคาซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จากปัจจุบัน T+3 ไปเป็น T+2 จะเลื่อนเป็นไตรมาส 3/60 จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในไตรมาส 2 ของปีหน้า เนื่องจากการเจรจาระหว่างบริษัทหลักทรัพย์(บล.) และธนาคารพาณิชย์ ยังไม่ลงตัวตามแผนที่วางไว้ สำหรับโครงการจับรางวัลจากผู้ใช้บัตรชิพการ์ด และร้านค้าที่รับบัตร เพื่อส่งเสริมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-เพย์เมนท์นั้น เขากล่าวว่าจะเริ่มในเดือนเม.ย.60 จากเดิมที่กำหนดจะเริ่มในเดือนม.ค.ปีหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับการวางเครื่องรับบัตร หรือ EDC ที่ล่าช้าออกไป โดยการจับรางวัลจะให้กับผู้ซื้อที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตเท่านั้น ไม่รวมบัตรเครดิต ส่วนร้านที่รับบัตร จะให้เฉพาะร้านค้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีเครื่อง EDC มาก่อน ซึ่งจะไม่รวมถึงห้างสรรพสินค้า และโมเดิร์นเทรดที่มีอยู่ในขณะนี้ โดยหากการส่งเสริมการใช้บัตรเดบิตประสบความสำเร็จ จะช่วยประหยัดเงินให้กับประเทศได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากปัจจุบัน เมื่อมีการใช้บัตรเครดิต ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจะอยู่กับบริษัทของต่างประเทศ แต่เมื่อใช้บัตรเดบิต ค่าธรรมเนียมจะเกิดขึ้นกับบริษัทในประเทศ เขากล่าวถึงโครงการพร้อมเพย์ที่เลื่อนออกไปเป็นไตรมาส 1/60 ว่า เพื่อให้เกิดความมั่นใจมากที่สุด ว่าระบบมีเสถียรภาพ เนื่องจากที่ผ่านมา มีการทดสอบระบบแล้วพบว่า มีบางรายการไม่ถูกต้อง จึงเห็นว่าควรจะเลื่อนออกไป แต่การเลื่อนดังกล่าวเป็นเฉพาะการโอนเงินระหว่างประชาชนเท่านั้น ส่วนการโอนเงินสวัสดิการของภาครัฐถึงประชาชน ยังคงเป็นไปตามแผนเดิม โดยเริ่มมีการโอนเงินบางส่วนตั้งแต่เดือนก.ย.ที่ผ่านมา

รมว.คลัง ระบุการบริโภคภายในประเทศขณะนี้กลับสู่ภาวะปกติแล้ว ขณะที่พื้นฐานเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/59 ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยมั่นใจว่าเศรษฐกิจทั้งปีนี้ จะขยายตัวได้เกินกว่า 3% อย่างไรก็ตามเขาระบุว่ารัฐบาลพร้อมจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หากมีความจำเป็น แต่ก่อนจะออกมาตรการใดๆ เพิ่มเติม จะต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่าเศรษฐกิจมีการชะลอลงจริง เมื่อปลายเดือนก.ย. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) คาดว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปีนี้ จะยังขยายตัวได้ดี แม้มีปัจจัยเรื่องฐานที่สูงในปีที่ผ่านมา แต่จะมีเม็ดเงินจากการใช้จ่ายภาครัฐ เพิ่มจากงบประมาณปกติกว่า 1 แสนล้านบาท เข้ามาช่วยหนุน ทำให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจทั้งปีนี้จะโตได้ 3.3% ตามที่คาดการณ์ไว้

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันพฤหัส (27 ต.ค.) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ซึ่งสอดคล้องกับเงินเอเซียส่วนใหญ่ที่อ่อนค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่เงินหยวนของจีนวันนี้ก็อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯตามแนวโน้มที่ดำเนินมาต่อเนื่องจากช่วงต้นเดือน ทั้งนี้รายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯล่าสุดที่เปิดเผยเมื่อคืนนี้โดยรวมยังออกมาดี เช่น ยอดขายบ้านใหม่ในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 3.1% สู่ระดับ 593,000 ยูนิต ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี ขณะที่มาร์กิตเปิดเผยดัชนีPMIภาคบริการขั้นต้นของสหรัฐฯเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ 54.8 ในเดือนต.ค. จาก 52.3 ในเดือนก.ย. โดยวันนี้นักลงทุนรอดูข้อมูลยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายของสหรัฐฯ ขณะที่ในวันศุกร์จะมีการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3 ของสหรัฐฯ โดยนักลงทุนมีการคาดการณ์มากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมปีนี้ ขณะที่ช่วงนี้นักลงทุนต่างประเทศก็มียอดขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยและตลาดตราสารหนี้ไทยมากขึ้นซึ่งส่วนหนึ่งก็สะท้อนการคาดการณ์แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยในส่วนของตลาดหุ้นในช่วงระหว่างวันที่ 1-26 ตุลาคม 2559 นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ  13,261.04 ล้านบาท ส่วนในตลาดตราสารหนี้นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 3,827.26 ล้านบาทในช่วงดังกล่าว ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯก็ปรับสูงขึ้นเมื่อคืนนี้ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ดังกล่าวเช่นกัน

- ดอลลาร์/เยน วันพฤหัส (27 ต.ค.) เยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ ขณะที่ในส่วนของธนาคารกลางญี่ปุ่นนั้นล่าสุดการแถลงของผู้ว่าการฯก็ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าบีโอเจจะไม่ผ่อนคลายนโยบายลงไปอีกในการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส (27 ต.ค.) ยูโรอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนที่จะแข็งค่าเล็กน้อยในช่วงบ่าย ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยวันนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษเปิดเผยว่าจีดีพีขยายตัว 0.5% ในไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย.

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส (27 ต.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันพฤหัสบดีหลังการซื้อขายที่ผันผวนจากการรายงานผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ขณะที่การลดลงของหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยได้ถ่วงการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.16% สู่ 18,169.68, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.30% สู่ 2,133.04 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.65% สู่ 5,215.97

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส (27 ต.ค.) ดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดลดลง 0.32% ท่ามกลางภาวะซื้อขายผันผวนในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนรอดูการแถลงผลประกอบการจากบริษัทชั้นนำ หลังจากที่บางบริษัทได้ออกคำเตือนผลกำไร เนื่องจากการแข็งค่าของเยนในช่วงที่ผ่านมา ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดลดลง 0.13% โดยฟื้นตัวขึ้นจากที่ลดลงมากในช่วงเช้า ขณะที่นักลงทุนยังคงระมัดระวังท่ามกลางผลกำไรภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลง, การอ่อนค่าต่อเนื่องของหยวน และความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับสภาพคล่องที่ตึงตัวขึ้น

- ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส (27 ต.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวขึ้นลงในช่วงแคบๆโดยสูงขึ้นในช่วงเปิดตลาดก่อนที่จะลดลงหลังจากนั้น และปรับสูงชึ้นในช่วงบ่าย โดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และพลังงาน และมีแรงชายมากในหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มชึ้น 6.24 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 28 ต.ค. 2559

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday766
mod_vvisit_counterAll days766

We have: 764 guests online
Your IP: 216.73.217.40
Mozilla 5.0, 
Today: May 08, 2026

4235312