| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Friday, 05 February 2016 09:20 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ที่แล้วเพิ่มขึ้น 8,000 ราย สู่ระดับ 285,000 ราย โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 280,000 ราย อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 48 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1970 และเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ เพิ่มขึ้น 2,000 ราย สู่ระดับ 284,750 ราย สำหรับจำนวนยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องมีจำนวนลดลง 18,000 ราย สู่ระดับ 2.26 ล้านราย ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 23 มกราคม 2559 ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมลดลง 2.9% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2557 หลังจากที่ลดลง 0.7% ในเดือนพฤศจิกายน ใกล้เคียงกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะลดลง 2.8% โดยได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และอุปสงค์ที่อ่อนแอในต่างประเทศ นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาดัลลัส ระบุว่า Fed จำเป็นต้องใช้ความอดทนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัว และภาวะตึงตัวมากขึ้นในตลาดการเงินโลก ตัวเลขประสิทธิภาพการผลิตในไตรมาสที่ 4 ลดลง 3.0% โดยปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2014 หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.1% ในไตรมาส 3 ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าประสิทธิภาพการผลิตจะลดลงเพียง 1.8% เมื่อพิจารณาทั้งปี 2015 ประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น 0.6% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 ส่วนค่าเฉลี่ยของประสิทธิภาพการผลิตตั้งแต่ปี 2007-2015 อยู่ที่ระดับ 1.2% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 2.1% ตั้งแต่ปี 1947-2015 ส่วนต้นทุนแรงงานต่อหน่วย ซึ่งเป็นมาตรวัดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่สำคัญ เพิ่มขึ้น 4.5% ในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 1 ปี หลังจากเพิ่มขึ้น 1.9% ในไตรมาส 3 เมื่อพิจารณาทั้งปี 2015 ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 2.4% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007
ยุโรป: อังกฤษ ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% พร้อมทั้งยังมีมติคงวงเงินการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ระดับ 3.75 แสนล้านปอนด์ ซึ่งการประกาศคงอัตราดอกเบี้ย และคงวงเงินการซื้อพันธบัตรของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ BoE เป็นไปตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ นอกจากนี้ ยังส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปในระยะใกล้นี้ ขณะที่ทางธนาคารได้แสดงความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก แถลงการณ์หลังการประชุมระบุว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวได้ไม่มากนัก ขณะที่ประเทศในตลาดเกิดใหม่ยังคงเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยความเสี่ยงจากการปรับสมดุลของเศรษฐกิจจีน และภาวะปั่นป่วนในตลาดการเงิน ส่งผลให้อังกฤษมีความเสี่ยงมากขึ้น ถึงแม้อุปสงค์ภายในประเทศยังคงมีความแข็งแกร่ง Halifax รายงานว่า ราคาบ้านในอังกฤษในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 1.7% จากที่เพิ่มขึ้น 2.0% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในผลสำรวจของรอยเตอร์ที่คาดว่าราคาบ้านจะปรับตัวขึ้น 0.3% เนื่องจากไม่มีบ้านใหม่ออกสู่ตลาด และเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ราคาบ้านเพิ่มขึ้น 9.7% เทียบกับที่เพิ่มขึ้น 9.5% ในเดือนธันวาคม สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของอังกฤษ (NIESR) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจอังกฤษจะขยายตัว 2.3% ในปีนี้ และ 2.7% ในปีหน้า โดยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจรายไตรมาสประจำฤดูหนาวของ NIESR ระบุว่า แม้ว่าตลาดการเงินเผชิญกับความปั่นป่วนตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกันกับที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ นอกเหนือจากความปั่นป่วนจากตลาดการเงินแล้ว เศรษฐกิจอังกฤษยังได้รับผลกระทบด้านลบจากการชะลอตัวของการส่งออก หลังตลาดเกิดใหม่มีความต้องการลดลง ซึ่งปัจจัยด้านลบดังกล่าวได้รับการชดเชยด้วยอุปสงค์ในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อันเป็นผลจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก และการผ่อนคลายนโยบายการคลังของรัฐบาล ซึ่งได้ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ การอ่อนค่าของเงินปอนด์ และตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแรงเกินคาดนั้น ส่งผลให้ราคาผู้บริโภคมีแนวโน้มชะลอตัวลงในปี 2559 เหลือเพียง 0.3% ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อตลอดทั้งปีน่าจะยังคงซบเซา ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มจะยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางอังกฤษที่ 2.0%
ยูโรโซน คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ประกาศปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของยูโรโซน หลังจากที่เผชิญกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ล่าช้า และอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด รวมทั้งอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ EC คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูโรโซนจะขยายตัว 1.7% ในปีนี้ ลดลงจาก 1.8% ที่คาดการณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน ขณะเดียวกัน EC คาดว่ายูโรจะแข็งค่า 1.6% ในปีนี้ และ 1.9% ในปีหน้า ไม่เปลี่ยนแปลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้นอกจากนี้ EC คาดว่าสหภาพยุโรปจะขยายตัว 1.9% ในปีนี้ และ 2.0% ในปีหน้า โดยต่ำกว่าการคาดการณ์ครั้งก่อน
เอเชีย:จีน นายหลู เล่ย ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย ธนาคารกลางจีนกล่าวว่า เศรษฐกิจของจีนจะยังคงชะลอตัว และอาจเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินฝืดเพิ่มขึ้น เขากล่าวว่าเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของจีนอาจจะเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้นจากภาวะปั่นป่วนทางการเงิน รัฐบาลควรดำเนินมาตรการต่างๆในปีนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผันผวนมากเกินไปในตลาดเงิน, ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน และตลาดหุ้น
ญี่ปุ่น นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า บีโอเจจะไม่เข้าร่วมในสงครามค่าเงินด้วยการใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบ โดยกล่าวว่าการใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อทำให้เยนอ่อนค่า เมื่อเทียบกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) หรือธนาคารกลางชั้นนำอื่นๆ บีโอเจจะไม่ตั้งเป้าหมายด้านอัตราแลกเปลี่ยนในการกำหนดนโยบายการเงิน ด้วยการทำให้อัตราดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนลดลง เราหวังว่าจะทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงลดลงเพื่อให้เราสามารถกระตุ้นการอุปโภคบริโภค และการลงทุน
เกาหลีใต้ นายยู อิล-โฮ รมว.คลังเกาหลีใต้เปิดเผยว่า งบประมาณเสริมเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ไม่มีความเหมาะสมอย่างแน่นอนในขณะนี้ แม้มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้ชะลอตัวก็ตาม โดยเขากล่าวยืนยันว่างบประมาณเสริมจะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น ต่อข้อซักถามถึงความเห็นเกี่ยวกับค่าเงินวอน และนโยบายอัตราดอกเบี้ย นายยูกล่าวแต่เพียงว่ารัฐบาลกำลังจับตาดูตลาด โดยวอนปรับตัวผันผวนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจากประเด็นระดับโลก ขณะที่นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางเกาหลีอาจจะลดอัตราดอกเบี้ยลงในอนาคตอันใกล้นี้
ไทย ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ม.ค.อยู่ที่ 75.5 จาก 76.1 ใน ธ.ค. ซึ่งเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ดัชนีความเชื่อมั่นฯที่ปรับลดลง ในม.ค. เนื่องจากผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจใทยฟื้นตัวช้า ขณะที่เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และการปรับตัวลงของตลาดหุ้นโลก ทั้งนี้ราคาสินค้าเกษตรยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะข้าวและยางพารา ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศ ยังไม่ฟื้นตัว การสำรวจความเห็นประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับความเชื่อมั่นที่มีต่อเศรษฐกิจนั้น ระดับดัชนีที่สูงกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังเห็นว่าภาวะการณ์นั้นๆ อยู่ในระดับปกติ แต่หากดัชนีต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภครู้สึกไม่มั่นใจต่อระบบเศรษฐกิจ
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 4 ก.พ.) บาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐฯก็อ่อนค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินเอเซียวันนี้เนื่องจากนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขานิวยอร์ก ระบุว่า สภาวะทางการเงินมีการตึงตัวอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม และ Fed จะต้องพิจารณาปัจจัยดังกล่าวในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนมีนาคม หากภาวะดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป พร้อมยังระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ และการแข็งค่าของดอลลาร์ จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งคำกล่าวดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ - เยน/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 4 ก.พ.) เยนอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เยนได้แข็งค่ามากต่อเนื่องในช่วงสามวันทำการก่อนหน้านี้ ทั้งนี้การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่นลงมาอยู่ต่ำกว่าศูนย์เมื่อวันศุกร์ที่ 29 มกราคมที่ผ่านมาทำให้เยนอ่อนค่าได้แค่วันเดียวเท่านั้นเนื่องจากปัจจัยลบเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจจีนยังกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนและส่งผลให้ความต้องการเงินเยนมีมากขึ้นขณะที่การลดการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯก็ส่งผลบวกต่อค่าเงินเยนเช่นกัน ดังนั้นจึงมีแนวโน้มสูงที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะผ่อนคลายนโยบายเงินมากขึ้นเพื่อให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เยนได้แข็งค่าเมิ่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงตลาดสหรัฐฯหลังการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาไม่ดี - ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 4 ก.พ.) ยูโรอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ยูโรได้แข็งค่ามากในวันพุธเนื่องจาก คำกล่าวของประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์กส่งผลให้นักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีแนวโน้มในการที่ธนาคารกลางยุโรปจะผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นในเดือนมีนาคมยังเป็นปัจจัยที่จะส่งผลให้ยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดลลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ยูโรได้แข็งค่าเมิ่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงตลาดสหรัฐฯหลังการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาไม่ดี
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส ( 4 ก.พ.)ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกัน แม้การคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจที่น่าผิดหวังจากหุ้นกลุ่มค้าปลีก และความวิตกก่อนการรายงานการจ้างงานที่จะประกาศวันศุกร์นี้ได้จำกัดการปรับตัวขึ้นของตลาด ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.49% สู่ระดับ 16,416.58, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.15% สู่ระดับ 1,915.45 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้นระดับ 0.12% สู่ 4,509.56 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส ( 4 ก.พ.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่คำกล่าวของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯสาขานิวยอร์กส่งผลให้นักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯและส่งผลบวกต่อราคาน้ำมันและดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวม อย่างไรก็ดีในส่วนของตลาดหุ้นญี่ปุ่นนั้นช่วงนี้ถูกกระทบมากขึ้นจากการที่เงินเยนกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากปัจจัยเรื่องการลดการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯรวมทั้งการที่นักลงทุนวิตกมากอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนส่งผลให้มีความต้องการเยนมากขึ้น โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 0.85% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.55% และ 1.01% ตามลำดับ - ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส ( 4 กพ..) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เนื่องจากคำกล่าวของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯสาขานิวยอร์กส่งผลให้นักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีการเพิ่มขึ้นของดัชนีก็ยังถูกจำกัดจากปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจโลกโดยรวมและปัจจัยด้านความผันผวนของตลาดการเงินโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิมขึ้น 5.34 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 5 ก.พ. 2559
|






![]() | Today | 944 |
![]() | All days | 944 |
Comments