Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 08 February 2016 09:23

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐ มีแผนจะกำหนดให้บริษัทน้ำมันจ่ายภาษีน้ำมัน 10 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับน้ำมันทุกๆบาร์เรล โดยแผนดังกล่าวจะมีการเปิดเผยสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะสร้างระบบการขนส่งที่สะอาดและยั่งยืนมากขึ้น ขณะที่สมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสได้ออกมาตอบโต้ข้อเสนอดังกล่าวทันที โดยให้คำมั่นที่จะคว่ำแนวคิดอันไร้เหตุผลดังกล่าว ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า แผนของประธานาธิบดีโอบามา จะช่วยเพิ่มการลงทุนของสหรัฐในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งปลอดมลพิษประมาณ 50% พร้อมปฏิรูปการลงทุนที่มีอยู่แล้ว เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ลดการใช้น้ำมัน และสร้างงานใหม่ๆ  ทั้งนี้ หากสภาคองเกรสอนุมัติอัตราเรียกเก็บภาษีน้ำมันใหม่นี้ ก็จะทำให้มีการดำเนินการเป็นเวลา 5 ปี

ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 151,000 ตำแหน่ง จากระดับ 262,000 ตำแหน่งในเดือนธันวาคม ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดการจ้างงานฯจะเพิ่มขึ้น 200,000 ตำแหน่ง ด้านอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 8 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนเมษายน2008 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าอัตราการว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 5.0% ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 158,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาครัฐจ้างงานลดลง 7,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้ทบทวนตัวเลขการจ้างงานในเดือนธันวาคมลงสู่ระดับ 262,000 ตำแหน่ง จากที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ที่ 292,000 ตำแหน่ง และทบทวนตัวเลขการจ้างงานในเดือนพฤศจิกายนโดยปรับเพิ่มขึ้นสู่ 280,000 ตำแหน่ง จากที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ที่ 252,000 ตำแหน่ง

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ตัวเลขการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 2.7% สู่ระดับ 4.336 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ยอดการส่งออกลดลง 0.3% และการนำเข้าเพิ่มขึ้น 0.3% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขขาดดุลการค้าในเดือนธันวาคมอยู่ที่ระดับ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การส่งออกของสหรัฐได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และอุปสงค์ที่อ่อนแอในต่างประเทศ เมื่อพิจารณาทั้งปี 2015 สหรัฐขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบกับปี 2014 สู่ระดับ 5.315 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ตัวเลขส่งออกลดลง 4.8% ซึ่งเป็นปีแรกที่การส่งออกของสหรัฐลดลงนับตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่วนตัวเลขการนำเข้าลดลง 3.1%

 

ยุโรป: เยอรมนี

กระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนี รายงานว่า คำสั่งซื้อในภาคการผลิตของเยอรมนีในเดือนธันวาคม 2558 ปรับตัวลดลง 0.7% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากที่ได้ขยายตัวสองเดือนติดต่อกัน เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศเผชิญกับความซบเซา ซึ่งบดบังอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากนอกยูโรโซน และเมื่อเทียบเป็นรายปีแล้ว ภาคการผลิตเยอรมนีมียอดคำสั่งซื้อลดลง 1% หากนับรวมจำนวนวันทำงานทั้งหมด ยอดคำสั่งซื้อปรับตัวลดลง 2.7%

 

ฝรั่งเศส

ธนาคารกลางฝรั่งเศสรายงานว่า ฝรั่งเศสมียอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงสู่ระดับ 700 ล้านยูโร (780 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนธันวาคม จากระดับ 1.5 พันล้านยูโรในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ยอดขาดดุลสินค้าลดลงสู่ระดับ 1.1 พันล้านยูโร จาก 2.6 พันล้านยูโร อย่างไรก็ตาม ยอดเกินดุลของภาคบริการลดลงสู่ระดับ 100 ล้านยูโร จากระดับ 800 ล้านยูโร

 

เอเชีย:จีน

อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินจีนรักษาเสถียรภาพไว้ได้ในสัปดาห์นี้ ในขณะที่ธนาคารกลางจีนอัดฉีดสภาพคล่องจำนวนมากเข้าสู่ระบบธนาคาร เพื่อช่วยบรรเทาภาวะขาดแคลนเงินสดในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน โดยเทศกาลตรุษจีนปีนี้จะเริ่มต้นในวันอาทิตย์ที่ 7 ก.พ. และจะดำเนินต่อไปเป็นเวลานานหนึ่งสัปดาห์ ความเชื่อมั่นในตลาดอินเตอร์แบงก์ได้รับแรงหนุนจากสัญญาณบ่งชี้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนหยวนอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพทั้งในตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ  ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาธนาคารกลางจีนอัดฉีดเม็ดเงินทั้งหมด 1.50 แสนล้านหยวน (2.284 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เข้าสู่ตลาดเงินโดยผ่านทางการทำข้อตกลงซื้อคืนพันธบัตร (รีโป) และส่งผลให้ปริมาณการอัดฉีดสภาพคล่องทั้งหมดในสัปดาห์นี้อยู่ที่ 5.10 แสนล้านหยวน ธนาคารกลางจีนจะดำเนินปฏิบัติการซื้อขายพันธบัตรในตลาดรอบพิเศษในวันเสาร์นี้ด้วยเพื่อรับมือกับช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยตลาดการเงินจีนจะปิดทำการในสัปดาห์หน้าตลอดทั้งสัปดาห์

 

เกาหลีใต้

ธนาคารกลางเกาหลีใต้แถลงว่า ทางธนาคารกลางจะเพิ่มการเฝ้าระวังตลาดโลกในช่วงวันหยุดยาวติดต่อกัน 5 วันระหว่างวันที่ 6-10 ก.พ. เนื่องจากระดับความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น

ธนาคารกลางเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนในขณะนี้รวมถึงความเสี่ยงของเศรษฐกิจจีน, ผลกระทบจากนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ),  ราคาน้ำมันที่ระดับต่ำ และแผนการของเกาหลีเหนือในการยิงจรวด ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศว่า ทางธนาคารกลางพร้อมที่จะจัดประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงในวันพุธ ที่ 10 ก.พ. เพื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ตลาดการเงินเกาหลีใต้จะปิดทำการในวันที่ 8-10 ก.พ. และจะเปิดทำการอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 11 ก.พ.

 

ฟิลิปปินส์

สำนักงานสถิติแห่งชาติของฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อของฟิลิปปินส์ชะลอตัวลงเป็นครั้งแรก ในรอบ 5 เดือนในเดือนม.ค.เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ร่วงลง และราคาเสื้อผ้าและค่าขนส่งที่ปรับตัวขึ้นช้าลง ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนม.ค.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ และอยู่ภายในกรอบตัวเลขคาดการณ์ 0.8-1.6% ของธนาคารกลาง สำหรับเดือนม.ค. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานในเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 1.8% ลดลงจาก 2.1% ในเดือนธ.ค. ขณะที่ดัชนี CPI เมื่อเทียบรายเดือนเพิ่มขึ้น 0.2% ธนาคารกลางฟิลิปปินส์กำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อไว้ที่ 2-4% สำหรับปีนี้

 

อินโดนีเซีย

ธนาคารกลางอินโดนีเซียคาดว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้จะฟื้นตัวขึ้นจากปีที่แล้ว ซึ่งชะลอตัวที่สุดตั้งแต่ปี 2009 และการผ่อนคลายนโยบายการเงินจะเสริมการฟื้นตัวดังกล่าว ธนาคารกลางระบุว่า การผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่รักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาคและการเงินไว้นั้น จะเสริมแรงหนุนส่งให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อไป  ธนาคารกลางยังระบุว่า งบรายจ่ายของรัฐบาล, การลงทุน และการอุปโภคบริโภคที่แข็งแกร่งจะขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ โดยธนาคารกลางจะประชุมทบทวนนโยบายในวันที่ 17-18 ก.พ. นี้

 

มาเลเซีย

ยอดส่งออกของมาเลเซียขยายตัวอย่างช้าเกินคาดในเดือนธ.ค. โดยได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากอุปสงค์ที่อ่อนแอในตลาดโลกสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ของมาเลเซีย มาเลเซียรายงานว่า ยอดส่งออกปรับขึ้น 1.4% ในเดือนธ.ค. 2015 เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 2014 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในโพลล์รอยเตอร์ที่ 5% ต่อปี และชะลอตัวลงจากอัตราการเติบโตที่ 6.3% ต่อปีในเดือนพ.ย. ยอดนำเข้าของมาเลเซียปรับขึ้น 3.2% ในเดือนธ.ค. ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 4.3% และต่ำกว่าอัตราการเติบโตที่ 9.1% ในเดือนพ.ย.

 

ไทย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เผยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) จะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อออกมาตรการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs) ที่เป็นเกษตรกรรายย่อย ธ.ก.ส.จะเสนอ ครม.ออกมาตรการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วยชาวนาเรื่องการปลูกพืชชนิดใหม่ และช่วยเอสเอ็มอีที่เป็นเกษตรกร  ก่อนหน้านี้นายสมคิดระบุว่าปี 2559 จะเป็นปีของการปฏิรูปการเกษตรซึ่งจะมีมาตรการในการช่วยสร้างฐานการผลิตของชุมชน และช่วยเหลือผู้ประกอบการการเกษตร ในการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตและการแปรรูป นอกจากนี้จะมีการเข้าไปให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ โดยจะเข้าไปช่วยเหลือเปลี่ยนการปลูกพืชที่คาดว่าจะสามารถ ปลูกและขายได้อย่างแน่นอน และจะส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ หรือ Start up  โดยธนาคารออมสิน จะเป็นผู้สนับสนุน  ทั้งนี้คาดว่าในกลางเดือนก.พ.นี้ จะมีเงินในส่วนของกองทุนหมู่บ้าน 3.5 หมื่นล้านบาท และเงินของกระทรวงมหาดไทย ตำบลละ 5  ล้านบาท รวม 4 หมื่นล้านบาท ลงไปถึงมือประชาชนได้ ซึ่งจะทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจชุมชน มีความเข้มแข็งมากขึ้น

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ วันศุกร์ ( 5 ก.พ.) บาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สวนทางค่าเงินในภูมิภาคที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนวันพฤหัสที่ออกมาไม่ดีส่งผลให้นักลงทุนมองว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯจะเป็นไปอย่างช้าๆกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ก็สูงขึ้นซึ่งก็สอดคล้องกับการคาดการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ดีวันนี้นักลงทุนก็รอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนมกราคม 2559 ที่จะประกาศในคืนนี้ซึ่งก็จะเป็นตัวเลขหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการจ้างงานในสหรัฐฯว่ายังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ภายใต้ภาวะแวดล้อมเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น

- เยน/ดอลลาร์ วันศุกร์ ( 5 ก.พ.) เยนอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เยนได้แข็งค่าต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจากปัจจัยเรื่องการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะค่อยๆขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างช้าๆกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันการที่ความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกลดลงก็ส่งผลให้นักลงทุนซื้อเยนมากขึ้น โดยแม้ธนาคารกลางญี่ปุ่นลดอัตราดอกเบี้ยไปต่ำกว่าศูนย์ในสัปดาห์ก่อนแล้วแต่ก็ไม่สามารถช่วยให้เยนอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องได้ ซึ่งแนวโน้มคาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นยังต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกรวมทั้งมีแนวโน้มที่จะขยายมาตรการ QQE เพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ยังไม่ฟื้นตัว

- ยูโร/ดอลลาร์ วันศุกร์ (  5 ก.พ.) ยูโรอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ยูโรแข็งค่ามากเมื่อวันพฤหัส โดยวันนี้นักลงทุนรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนมกราคม 2558 ของสหรัฐฯหลังจากเมื่อคืนวันพฤหัสที่ผ่านมาตัวเลขต่างๆออกมาไม่ดีซึ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯได้รับผลลบจากเศรษฐกิจต่างประเทศที่อ่อนแอลงมากขึ้น ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในช่วงค่ำว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค.เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด 151,000 ตำแหน่งงาน หลังจากเพิ่มขึ้น  262,000 ตำแหน่งงานในเดือนธ.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงเหลือ 4.9% ในเดือนม.ค. หลังจากอยู่ที่ 5.0% ในเดือนธ.ค.

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันศุกร์ ( 5 ก.พ.)ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันศุกร์ โดยดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2014 หลังบริษัทด้านเทคโนโลยีคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจที่อ่อนแอซึ่ง ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง  1.29% สู่ 16,204.97,ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 1.85% สู่ 1,880.05 และดัชนี Nasdaq ปิดดิ่งลง  3.25% สู่ 4,363.14

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันศุกร์  ( 5 ก.พ.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในวันนี้จากการที่นักลงทุนมองว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯในปีนี้จะเป็นไปอย่างช้าๆมากกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วงนี้ชี้ให้เห็นมากขึ้นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวชะลอลงจากผลของเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง ขณะที่วันนี้นักลงทุนรอดูข้อมูลการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนมกราคม 2559  อย่างไรก็ดีดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดลดลง 1.32% ซึ่งปัจจัยลบมาจากการที่เงินเยนกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งเป็นผลลบต่อภาคการส่งออกของญี่ปุ่น สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.61% ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำลง สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.55%

- ตลาดหุ้นไทย วันศุกร์ ( 5 ก.พ.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่นักลงทุนคาดกาณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างช้าๆมากกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากผลของเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 9.18 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 8 ก.พ. 2559

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday715
mod_vvisit_counterAll days715

We have: 712 guests online
Your IP: 216.73.216.53
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 14, 2026

4200384