Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Thursday, 21 January 2016 09:26

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

บริษัทรอยัล ดัชท์ เชลล์ รายงานว่า กำไรของบริษัทในไตรมาส 4 ลดลงมากถึง 50% จากการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน โดยเชลล์รายงานว่า ในไตรมาส 4 บริษัทฯ มีกำไร 1.6-1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับ 3.3 พันล้านดอลลาร์สำหรับช่วงเดียวกันในปีก่อน น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่าทางบริษัทจะมีกำไร 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านในเดือนธันวาคมลดลง 2.5% สู่ระดับ 1.149 ล้านยูนิต ซึ่งก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านจะแตะระดับ 1.2 ล้านยูนิต โดยตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวลดลง 3.3% สำหรับยอดการอนุญาตก่อสร้างบ้านลดลง 3.9% ในเดือนธันวาคม สู่ระดับ 1.232 ล้านยูนิต

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนธันวาคมปรับตัวลดลง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ร่วงลง และการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 0.7% (y-o-y) โดยหากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.1% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2015 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนี CPI และดัชนี CPI พื้นฐานจะทรงตัว และเพิ่มขึ้น 0.2% ตามลำดับ

สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า ภาวะอากาศที่อบอุ่นผิดปกติและอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ตลาดน้ำมันดิบประสบภาวะอุปทานล้นตลาดต่อไปจนถึงช่วงปลายปี 2016 เป็นอย่างน้อย และอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงสู่ระดับต่ำกว่าจุดต่ำสุดในรอบ 12 ปี โดยมีแนวโน้มว่าปริมาณการผลิตน้ำมันในตลาดโลกจะยังคงเติบโตเร็วกว่าปริมาณการใช้น้ำมันในปีนี้เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ในขณะที่อิหร่านปรับเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมัน และราคาน้ำมันอยู่ที่ระดับ ต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2003 ที่ 27.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  ทั้งนี้ IEA ระบุในรายงานรายเดือนว่า "ถึงแม้ไม่ได้คาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่ม OPEC อย่างเป็นทางการ แต่ถ้าหากอิหร่านส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้น 600,000 บาร์เรลต่อวันภายในช่วงกลางปีนี้ และประเทศอื่นๆในโอเปกยังคงผลิตน้ำมันในปริมาณเท่าเดิมต่อไป จะส่งผลให้อุปทานในตลาดโลกก็จะอยู่สูงกว่าอุปสงค์ราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงครึ่งแรกของปี 2016

 

ยุโรป: ยูโรโซน

สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานว่า ราคาบ้านในยูโรโซนเพิ่มขึ้น 2.3% และ 3.1% ในสหภาพยุโรป (EU) ในไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ และเมื่อเทียบรายไตรมาส ราคาบ้านเพิ่มขึ้น 1.0% ในยูโรโซน และ 1.3% ใน EU ในไตรมาส 3 โดยราคาบ้านในสวีเดนเพิ่มขึ้นสูงสุดในไตรมาส 3 เมื่อเทียบรายปี โดยพุ่งขึ้น 13.7% ตามมาด้วยออสเตรีย, ไอร์แลนด์ และเดนมาร์ก ส่วนราคาบ้านในลัตเวีย, โครเอเชีย, อิตาลี และฝรั่งเศส ต่างปรับตัวลง ส่วนราคาบ้านในมัลตาเพิ่มขึ้นสูงสุดในไตรมาส 3 เมื่อเทียบรายไตรมาส ตามมาด้วยไอร์แลนด์ และออสเตรีย ส่วนราคาบ้านในฮังการี, สโลวีเนีย และเอสโทเนีย ต่างปรับตัวลง

 

อังกฤษ

ทางการอังกฤษรายงานว่า ค่าแรงในอังกฤษปรับขึ้นในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดเดือน พฤศจิกายนในอัตราที่เชื่องช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2015 และตัวเลขนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้ โดยรายได้รวมของคนงานอังกฤษ ซึ่งรวมถึงโบนัส ปรับขึ้น 2.0 % ในช่วงเดือนกันยายน -พฤศจิกายนซึ่งต่ำกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ในโพลล์รอยเตอร์ที่ 2.1 % ทางด้านรายได้ที่ไม่รวมโบนัสปรับขึ้น 1.9 % ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 1.8 %  ทั้งนี้ รายได้ในอังกฤษชะลอการเติบโตลง ถึงแม้อัตราการว่างงานในอังกฤษร่วงลงสู่ 5.1 % ใน ช่วงเดียวกัน ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2006 โดยปรับลงจากระดับ  5.2 % ในไตรมาสเดือนสิงหาคม

 

เอเชีย: จีน

หอการค้าสหรัฐในจีนเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า การชะลอตัวทางเศรษฐกิจในจีนสร้างความเสียหายต่อผลกำไรของบริษัทต่างชาติเป็นจำนวนมากยิ่งขึ้น โดยผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่เชื่อว่า เศรษฐกิจจีนอาจเติบโตในปี 2016 ในอัตราที่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของธนาคารกลางจีนที่ 6.8% หอการค้าสหรัฐในจีนสำรวจข้อมูลจากบริษัทราว 500 แห่งในการจัดทำผลสำรวจรายปีในครั้งนี้ โดยผลสำรวจระบุว่า บริษัทต่างชาติ 64% ระบุว่าบริษัทของตนเองสามารถทำกำไรได้ในปี 2015 ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี และลดลงจากสัดส่วน 73%  ในปี 2014 บริษัท 45% ในโพลล์ระบุว่า รายได้ของบริษัทในปี 2015 อยู่ในระดับที่เท่ากับหรือต่ำกว่าปี 2014 โดยสัดส่วน 45% นี้ปรับขึ้นจากระดับ 39% ในปี 2014

 

ฮ่องกง

ดอลลาร์ฮ่องกงอ่อนค่าสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปีในวันพุธที่ 20 มกราคมที่ผ่านมาขณะที่ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาของจีนและหยวนที่อ่อนค่าส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาด ดอลลาร์ฮ่องกงอ่อนค่าอย่างรุนแรงเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน และปรับตัวเข้าใกล้ระดับต่ำสุดของช่วงการซื้อขายระหว่าง 7.75-7.85 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

 

ออสเตรเลีย

สถาบันเมลเบิร์นและธนาคารเวสท์แพคเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคออสเตรเลียดิ่งลงในเดือนม.ค. โดยได้รับแรงกดดันจากความผันผวนอย่างรุนแรงของตลาดการเงิน และจากความกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคออสเตรเลียลดลง 3.5% สู่ 97.3 ในเดือนม.ค. หลังจากดัชนีเคยขยับลง 0.8% สู่ 100.8 ในเดือนธ.ค. ดัชนีที่ระดับ 97.3 นี้อยู่สูงกว่าเดือนม.ค.ปี 2015 ราว 4.3% อย่างไรก็ดี จำนวนผู้ที่คาดการณ์ในทางลบอยู่สูงกว่าจำนวนผู้ที่คาดการณ์ในทางบวก ทั้งนี้สถาบันเมลเบิร์นกับธนาคาร เวสท์แพคสอบถามประชาชน 1,200 คนในการจัดทำดัชนีนี้

 

ไทย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ยังยืนยันจะส่งเสริมการส่งออกปี 59 ให้ขยายตัวที่ 5% ตามเป้า โดยใช้ยุทธศาสตร์เจาะลึกตลาดส่งออกที่ยังมีศักยภาพ และการใช้อีคอมเมิร์ซเข้ามาช่วยการส่งออกรายย่อย รวมถึงเน้นส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรไทย ด้วยโครงการเกษตรไทยสู่โลก เขากล่าวว่ากระทรวงพาณิชย์ จะต้องใช้นโยบายที่เจาะลึกในรายตลาดที่มีศักยภาพ เช่น ตลาดที่ยังมีการขยายตลาดได้ดี และยังคงส่งออกได้ เช่น จีน  ฮ่องกง ญี่ปุ่น อาเซียน และโดยเฉพาะกลุ่ม CLMV ที่จะต้องเน้นในเรื่องการค้าชายแดนที่ยังขยายตัวได้ดีในขณะนี้ ขณะเดียวกัน ให้เร่งหาตลาดที่มีกำลังซื้อสูงทั้งในเอเชีย ยุโรป พร้อมหาวิธีขายสินค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะอาหารของไทยที่มีชื่อเสียง

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ วันพุธ ( 20 ม.ค.) บาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันนี้ ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่สอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงหลังจากเมื่อวันอังคารดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าทางการจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหลังตัวเลขจีดีพีปี 2558 ต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลจีนเล็กน้อย สำหรับค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงวันนี้ยังอ่อนค่าต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบกว่า 8 ปีในระหว่างวัน โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่ามีสัญญาณว่าดอลลาร์ฮ่องกงอาจจะอ่อนค่าอีกในอนาคต ทั้งนี้ ฮ่องกงตรึงค่าเงินไว้กับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีความเสี่ยงของการใช้ระบบนี้ในช่วงนี้อยู่ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯกำลังอยู่ในช่วงของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วง 1-2 ปีข้างหน้านี้ซึ่งฮ่องกงก็ต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามสหรัฐฯเพื่อรักษาอัตราแลกเปลี่ยนที่คงที่นี้ไว้ แต่ว่าที่ผ่านมาในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำมากผิดปกติภาคอสังหาริมทรัพย์ของฮ่องกงมีการเติบโตอย่างมากดังนั้นหากอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นเรื่อยๆอาจจะทำให้เกิดปัญหาในภาคอสังริมทรัพย์ในฮ่องกงได้ ซึ่งเมื่อประกอบกับภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่เป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของฮ่องกงรวมถึงการที่ธนาคารกลางจีนก็เริ่มกำหนดค่ากลางหยวนให้อ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯก็ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าการตรึงค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงไว้กับดอลลาร์สหรัฐฯจะทำได้ยากขึ้น

- เยน/ดอลลาร์ วันพุธ ( 20 ม.ค.) เยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ตามภาวะที่วันนี้นักลงทุนขายหุ้นในตลาดหุ้นเอเชียหลังจากดัชนีเพิ่มขึ้นเมื่อวันอังคาร โดยนักลงทุนมีแนวโน้มที่จะลดการถือสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่องเพราะมองแนวโน้มความเสี่ยงจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆมีมากขึ้น

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ ( 20 ม.ค.) ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเช้าวันนี้เนื่องจากปัจจัยความเสี่ยงของเศรษฐกิจทางด้านเอเชียมีมากขึ้นซึ่งส่งผลบวกต่อสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำเช่นเยน ดอลลาร์สหรัฐฯ พันธบัตรเยอรมนี

 

Capital Market

 

- ตลาดสหรัฐฯ วันพุธ( 20 ม.ค.)ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง โดยดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี จากความวิตกเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่มาจากความวิตกเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาดและอุปสงค์ที่ซบเซา ขณะที่ราคาน้ำมันสหรัฐฯ ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2003 ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 249.28 จุดหรือ 1.56% สู่ 15,766.74, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 22.00 จุดหรือ 1.17% สู่ 1,859.33 แต่ดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 5.26 จุดหรือ 0.12% สู่ 4,471.69

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ ( 20 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆทำให้นักลงทุนคาดการณ์แนวโน้มไปในทางลบมากขึ้นทั้งเรื่องเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มจะชะลอตัวต่อเนื่อง การที่ดอลลาร์ฮ่องกงปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วง 5 วันที่ผ่านมาหลังจากที่ในช่วงประมาณ 30 ปีที่ผ่านมาดอลลาร์ฮ่องกงมีการเคลื่อนไหวน้อยมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้การลดลงต่อเนื่องของราคาน้ำมัน รวมทั้งการที่ IMF ลดการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาในปี 2559 และ 2560 ลงจากการประเมินก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม 2558 ก็ล้วนแต่ทำให้ความเชื่อมั่นในการลงทุนลดลงทั้งสิ้น โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต และดัชนีฮั่งเส็งลดลง 3.71%, 1.04% และ 3.82% ตามลำดับ

- ตลาดหุ้นไทย วันพุธ( 20 มค..) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เนื่องจากปัจจัยลบหลายประการที่ส่งผลลบต่อตลาดมาโดยต่อเนื่องทั้งเรื่องเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวและราคาน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่อง ประกอบกับล่าสุด IMF ปรับลดคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจโลก ก็ยิ่งทำให้นักลงทุนมองแนวโน้มไปในทางลบมากขึ้น โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 17.03 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 21 ม.ค.2559

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment