Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 26 January 2016 09:33

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

ภูมิภาคชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐเผชิญกับพายุหิมะครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้การคมนาคมในภูมิภาคนั้นเกือบเป็นอัมพาต โดยเฉพาะในกรุงวอชิงตันดีซีและพื้นที่ใกล้เคียง  โดยหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ, รัฐบาลระดับรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่นในบริเวณกรุงวอชิงตันดีซีวางแผนจะปิดทำการต่อไป อย่างไรก็ดี ชาวนครนิวยอร์คเริ่มกลับมาดำเนินกิจกรรมหลายอย่างอีกครั้งเมื่อวานนี้ พายุหิมะในครั้งนี้ถือเป็นพายุหิมะที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของนครนิวยอร์ค โดยมีปริมาณหิมะ 26.8 นิ้ว (68 เซนติเมตร) จากการวัดที่สวนสาธารณะเซ็นทรัล ปาร์คในช่วงเที่ยงคืนของวันเสาร์ ส่วนสถิติสูงสุดอยู่ที่ 26.9 นิ้ว (68.3 เซนติเมตร) ที่ทำไว้ในปี 2006 ทั้งนี้ คำสั่งห้ามการสัญจรยังคงมีผลบังคับใช้ในกรุงวอชิงตันดีซี และกิจกรรมในเมืองนี้ก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างเชื่องช้ากว่าในนครนิวยอร์ค โดยระบบการขนส่งมวลชนทั้งหมดในกรุงวอชิงตันดีซียังคงปิดทำการในวันอาทิตย์  ซึ่งสำนักงานการจัดการบุคลากรของสหรัฐระบุว่า สำนักงานของรัฐบาลกลางสหรัฐในกรุงวอชิงตันดีซีจะปิดทำการในวันนี้ และสำนักงานของรัฐบาลท้องถิ่นกับโรงเรียนรัฐบาลในกรุงวอชิงตันดีซี, รัฐแมรีแลนด์ และรัฐเวอร์จิเนียจะปิดทำการด้วยเช่นกัน โดยสำนักงานของรัฐบาลรัฐเวอร์จิเนียกับรัฐแมรีแลนด์จะปิดทำการด้วย ส่วนตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะเปิดทำการตามปกติในวันนี้

 

ยุโรป: เยอรมนี

สถาบัน Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนมกราคมลดลงสู่ระดับ 107.3 จุด จากที่ระดับ 108.6 เมื่อเดือนธันวาคม ปีก่อนหน้า โดยเป็นการปรับตัวลดลงมากกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 108.4 จุด ขณะที่นายเคลาส์ วอห์ลเรบ นักเศรษฐศาสตร์ของสถาบัน Ifo กล่าวว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีไม่สามารถแยกตัวออกจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของตลาดเกิดใหม่ได้โดยสิ้นเชิง แต่การอุปโภคบริโภคกำลังปรับตัวได้ดี ขณะที่ผู้บริโภคในเยอรมนีได้อานิสงส์จากน้ำมันที่มีราคาถูกลง

 

เอเชีย: จีน

ผลสำรวจพบว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายขาย (SMI) ของจีนซึ่งประมวลผลโดยเวิลด์ อีโคโนมิคส์ ลดลงแตะระดับ 51.0 ใน เดือนม.ค. จาก 51.7 ในเดือนธ.ค. นายเอ็ด โจนส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเวิลด์ อีโคโนมิคส์กล่าวว่า ดัชนี SMI ทั่วไปลดลงเล็กน้อยในเดือนม.ค. ขณะที่ยังคงบ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง แต่อยู่ในระดับต่ำ ดัชนีอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 51.4 นับตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงขยายตัวต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ช้าลงกว่าในปีก่อนหน้า ดัชนี SMI ครอบคลุมภาคเอกชนทุกกลุ่มในเศรษฐกิจ และมีจุดประสงค์เพื่อสะท้อนภาวะการขยายตัว ของเศรษฐกิจโดยรวม โดยรวมค่าเฉลี่ยของดัชนีความเชื่อมั่น, การขยายตัวของตลาด, ยอดขายสินค้า, ราคาที่มีการเปลี่ยนแปลง และการรับสมัครงาน มาประมวลรวมกัน

รัฐบาลจีนแถลงว่า จีนจะปรับลดกำลังการผลิตเหล็กกล้าดิบลงราว 100-150 ล้านตัน และจะปรับลดขนาดอุตสาหกรรมถ่านหินลง เพื่อจะได้แก้ไขปัญหากำลังการผลิตสูงเกินไป คณะรัฐมนตรีจีนที่นำโดยนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงตัดสินใจเรื่องนี้ในการประชุมในวันศุกร์ที่แล้ว คณะรัฐมนตรีจีนย้ำเรื่องการตัดสินใจในช่วงก่อนหน้านี้ในการระงับการอนุมัติเหมืองถ่านหินใหม่ และระงับการอนุมัติการปรับเพิ่มกำลังการผลิตถ่านหินด้วย แถลงการณ์ของคณะรัฐมนตรีจีนระบุว่า รัฐบาลจีนจะปรับลดกำลังการผลิตถ่านหินลงเป็นอย่างมาก รัฐบาลจีนจะปรับเพิ่มมาตรการสนับสนุนในด้านนี้ด้วย ซึ่งรวมถึงการให้รางวัลพิเศษแก่บริษัทที่ปรับโครงสร้างเพื่อขจัดกำลังการผลิตส่วนเกิน และคนงานที่ได้รับผลกระทบในอุตสาหกรรมเหล็กกล้าและถ่านหิน รัฐบาลจีนพยายามปรับลดกำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมเหล็กกล้า ในขณะที่จีนตั้งเป้าที่จะปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจให้หันมาพึ่งพาการบริโภคมากยิ่งขึ้น แทนที่จะพึ่งพาการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเป็นที่คาดกันว่า ภาคเหล็กกล้าของจีนมีกำลังการผลิตส่วนเกินราว 300 ล้านตัน ผลผลิตเหล็กกล้าดิบของจีนลดลง 2.3% สู่ 803.8 ล้านตันในปี 2015 เมื่อเทียบกับปี 2014 ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี ในขณะที่เศรษฐกิจจีนชะลอการเติบโต แถลงการณ์ของคณะรัฐมนตรีจีนไม่ได้ระบุเรื่องกรอบเวลาในการปรับลดการผลิตเหล็กกล้า และไม่ได้ระบุว่าจะปรับลดกำลังการผลิตถ่านหินลงมากเพียงใด

 

ญี่ปุ่น

ยอดส่งออกของญี่ปุ่นดิ่งลง 8.0% ในเดือนธ.ค. 2015 เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 2014 ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 3 ปี และทำให้นักลงทุนกังวลว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่น อาจจะหดตัวลงในไตรมาส 4/2015 ในขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นได้รับแรงกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจประเทศตลาดเกิดใหม่ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานว่า ยอดส่งออกดิ่งลง 8.0% ต่อปีในเดือนธ.ค. ซึ่งถือเป็น การลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2012 โดยก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์ในโพลล์รอยเตอร์เคยคาดว่า ยอดส่งออกอาจลดลงเพียง 6.8% ต่อปีในเดือนธ.ค.

 

ฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์ได้ปรับลดคาดการณ์การเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกในไตรมาสแรกลงกว่า 5% สู่ระดับ 4.15 ล้านตันเนื่องจากภาวะอากาศแห้งที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตอันเป็นผลมาจากปรากฏการณ์สภาพอากาศแบบเอลนีโญ่  สำนักงานสถิติฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า คาดว่าผลผลิตข้าวเปลือกจะลดลงราว 1.5% จากปีก่อน สู่ระดับ 8.2 ล้านตันในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ หลังจากที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 4.38 ล้านตันในไตรมาสแรก เทรดเดอร์จับตาผลผลิตข้าวในฟิลิปปินส์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นตัวกำหนดว่า ฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นผู้ซื้อข้าวรายใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งในโลก จะต้องนำเข้าข้าวเป็นจำนวนเท่าใด และในปีที่แล้วรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้แนะนำให้นำเข้าเพิ่มเติม หลังจากผลผลิตได้รับความเสียหาย ผลผลิตข้าวในฟิลิปปินส์มีปริมาณ 18.15 ล้านตันในปีที่แล้ว ซึ่งต่ำกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ที่ 18.3 ล้าน ตัน และลดลงกว่า 4% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เกือบ 19 ล้านตันในปีก่อน

 

อินโดนีเซีย

นายเพอร์รี วาร์จีโย รองผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซียกล่าวว่า ธนาคารกลางจะผ่อนคลายนโยบายการเงินลงอีก แต่จะเกิดขึ้นเมื่อใดนั้นขึ้นอยู่กับสภาวะการณ์ในประเทศและต่างประเทศ โดยจะมีการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินลงอีก แต่จังหวะเวลาและอัตราการผ่อนคลายจะเกิดขึ้นหลังการประเมินเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ธนาคารกลางอินโดนีเซียลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 7.25% ซึ่งเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 11 เดือน ธนาคารกลางคาดว่า เศรษฐกิจอินโดนีเซียจะขยายตัว 5.2% ในปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ที่ 4.9% ในปีที่แล้ว สำนักงานสถิติอินโดนีเซียจะประกาศข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำปี 2015 ในวันที่ 5 ก.พ.นี้

 

ไทย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุจะเร่งรัดให้มีการทำสัญญาโครงการเมกะโปรเจคท์ให้ได้ในไตรมาส 1/59 เพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบในช่วงครึ่งปีหลัง ปีนี้ โครงการใหญ่ได้เตรียมไว้หมดแล้ว เรื่องการทำสัญญาต้องเร่งรัดให้ได้ในไตรมาส 1 ถึงครึ่งปีต้องเสร็จให้หมด เพื่อให้เกิดความมั่นใจ หลังจากนั้นเงินก็จะเข้าสู่ระบบในครึ่งปีหลัง โดยเขากล่าวถึงเรื่องนี้ในการแถลงข่าว ภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งมีรมว.คลังและผู้บริหารกระทรวงการคลัง ร่วมการประชุม เขากล่าวอีกว่าจะให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง ไปศึกษาในการนำเงินภาษีท้องถิ่น 3 แสนล้านบาท มาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือพัฒนาประเทศ

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ วันจันทร์ (25 ม.ค.) บาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นหลังการประชุมธนาคารกลางยุโรปเมื่อวันพฤหัสซึ่งประธานธนาคารกลางยุโรปกล่าวว่าอีซีบีจะทบทวนนโยบายการเงินในการประชุมครั้งถัดไปในเดือน มี.ค. เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนอ่อนแอเกินคาดซึ่งส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์มากขึ้นว่าธนาคารกลางยุโรปจะผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นในเดือนมีนาคมปีนี้ ขณะที่ในสัปดาห์นี้นักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันที่ 26-27 มกราคมและการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นที่จะมีขึ้นในวันที่ 28-29 มกราคมนี้ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ 0.25-0.50 % ต่อไปในการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ดีนักลงทุนให้ความสำคัญกับแถลงการณ์ของคณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯหลังการประชุมซึ่งคาดว่าจะแสดงถึงความกังวลมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯที่จะถูกกระทบจากภาวะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนในตลาดการเงินโลกขณะนี้

- เยน/ดอลลาร์ วันจันทร์ (25 ม.ค.) เยนแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากเยนอ่อนค่ามากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงสองวันทำการก่อนหน้านี้จากการที่นักลงทุนถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นหลังคาดว่าธนาคารกลางยุโรปจะผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นในการประชุมเดือนมีนาคมนี้ ขณะที่สัปดาห์นี้จะมีการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯและธนาคารกลางญี่ปุ่น โดยในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งเงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯก็ส่งผลให้ทางการญี่ปุ่นเริ่มออกมาแสดงความกังวลมากขึ้น โดยรมว.คลังญี่ปุ่นกล่าวว่าเขากำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวในตลาดปริวรรตเงินตราอย่างใกล้ชิด หลังจากเยนแข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นกล่าวว่าเขากำลังจับตาความปั่นป่วนของตลาดการเงินโลกอย่างใกล้ชิดว่าส่งผลกระทบอย่างไรต่อเศรษฐกิจและราคาของญี่ปุ่น และกล่าวว่าบีโอเจมีเครื่องมือพร้อมสำหรับการผ่อนคลายนโยบายการเงินลงอีก

- ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ (25 ม.ค.) ยูโรแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากยูโรอ่อนค่าเมื่อปลายสัปดาห์ก่อนเนื่องจากประธานธนาคารกลางยุโรปกล่าวถึงแนวโน้มที่อาจจะผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นในการประชุมเดือนมีนาคมนี้

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์(25 ม.ค.)ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันจันทร์ อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ลดลงถ่วงหุ้นกลุ่มพลังงานนำตลาดร่วงลง ขณะที่นักลงทุนจะรอการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่จำนวนมากในสัปดาห์นี้ และการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันอังคารและพุธนี้เป็นครั้งแรกหลังจากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลดลง 1.29% สู่ 15,885.22, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 1.56% สู่ 1,877.08 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 1.58% สู่ 4,518.49

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ (25 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้เนื่องจากนักลงทุนมองแนวโน้มเศรษฐกิจโลกไปในเชิงบวกมากกว่าในช่วงต้นสัปดาห์ก่อนหลังการประชุมธนาคารกลางยุโรปเมื่อวันพฤหัสซึ่งประธานธนาคารกลางยุโรปกล่าวว่าอีซีบีจะทบทวนนโยบายการเงินในการประชุมครั้งถัดไปในเดือน มี.ค. ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์มากขึ้นว่าธนาคารกลางยุโรปจะผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น ขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงในประเทศตลาดเกิดใหม่รวมทั้งความผันผวนในตลาดการเงินโลกก็ส่งผลให้นักลงทุนมองว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งต่อๆไปของธนาคารกลางสหรัฐฯจะเป็นไปอย่างช้าๆกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยนักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันที่ 26-27 มกราคม โดยนักลงทุนให้ความสำคัญกับแถลงการณ์ของคณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯหลังการประชุม โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.90% ซึ่งการที่เงินเยนกลับมาอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเป็นปัจจัยบวกหนึ่งต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นในช่วงนี้ ขณะเดียวกันธนาคารกลางญี่ปุ่นก็จะมีการประชุมในวันที่ 28-29 มกราคมนี้ สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.78% และ 1.36% ตามลำดับ

- ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์(25 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สูงขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เนื่องจากนักลงทุนมองแนวโน้มเศรษฐกิจโลกไปในทางบวกมากขึ้นเมื่อเทียบกับต้นสัปดาห์ก่อนซึ่งส่งผลให้ในราคาน้ำมันดิในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มพลังงาน อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวลดลงนำโดยหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 0.33 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 26 ม.ค.2559

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1192
mod_vvisit_counterAll days1192

We have: 1191 guests online
Your IP: 216.73.216.51
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 14, 2026

4201648