Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Thursday, 14 January 2016 09:23

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมลดลงสู่ระดับ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน

นายเอริค โรเซนเกรน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาบอสตัน ระบุว่า Fed ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่กำลังเผชิญความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน และอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป พร้อมกล่าวเสริมว่า ขณะที่ Fed ดำเนินการด้านดอกเบี้ยจะต้องระมัดระวังต่อแรงที่อาจกระทบต่อการขยายตัวและการจ้างงาน

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป (Eurostat) ระบุว่าการผลิตในภาคอุตสาหกรรมในยูโรโซนลดลง 0.7% มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 2 เท่า อันมีสาเหตุจากสภาพอากาศที่อบอุ่นในหลายภูมิภาค ซึ่งทำให้อุปสงค์ในการใช้พลังงานลดลง อย่างไรก็ดี Eurostat ได้ปรับเพิ่มตัวเลขการผลิตในภาคอุตสาหกรรมในเดือนตุลาคมเป็นเพิ่มขึ้น 0.8% ซึ่งได้ช่วยคลายความกังวลต่อนักลงทุน

 

เยอรมนี

สถาบัน Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี, สำนักงานสถิติของฝรั่งเศส (Insee) และสำนักงานสถิติของอิตาลี (Istat) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในเขตยูโรโซนจะยังคงฟื้นตัวปานกลาง แม้มีความเสี่ยง โดยประเมินว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริง (Real GDP) จะขยายตัว 1.5% ในปี 2558 และจะเพิ่มขึ้น 0.4% ในไตรมาส 1 และ 2 ของปีนี้ เทียบกับหลายไตรมาสก่อนหน้า พร้อมระบุว่า การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับแรงกระตุ้นโดยการลดลงครั้งใหม่ของราคาน้ำมันและรายได้ที่สูงขึ้นของแรงงาน พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า นโยบายการคลังที่ส่งเสริมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในประเทศเยอรมนี จะช่วยเพิ่มการบริโภคในภาคประชาชนด้วย ขณะเดียวกัน รายงานยังชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงบางประการที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งรวมถึง ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง และแม้กระทั่งวิกฤตด้านอัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น นอกจากนี้ คาดว่าอัตราเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นปานกลางและแตะระดับ 0.4% ในไตรมาส 2 ของปีนี้ โดยอิงกับสมมติฐานที่ว่าราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินยูโรและเงินดอลลาร์มีเสถียรภาพที่ 1.08 ดอลลาร์ในหลายไตรมาสข้างหน้า

สมาคมอุตสาหกรรม BDI ของเยอรมนีคาดว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีจะขยายตัวเกือบ 2% ในปีนี้ แต่ก็เตือนถึงความไม่แน่นอนต่างๆ และความเสี่ยงที่หลากหลายจากสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมือง ทั้งนี้ นายอุลริช กริลโล ประธาน BDI ระบุว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเยอรมนีในขณะนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยพิเศษ อาทิ ราคาน้ำมันที่ระดับต่ำ, อัตราดอกเบี้ยต่ำ และยูโรที่อ่อนค่า พร้อมระบุอีกว่า ความเสี่ยงจากสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมือง อาทิ ข้อพิพาทในตะวันออกกลาง และยูเครน อาจกระทบการพัฒนาทางเศรษฐกิจของเยอรมนี

 

อังกฤษ

ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของอังกฤษลดลง 0.7% ต่อเดือนในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งถือเป็นอัตราการดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี ขณะที่ยอดค้าปลีกอังกฤษในช่วงเทศกาลคริสต์มาสก็อยู่ในระดับที่น่าผิดหวังและรายงานตัวเลขเหล่านี้ทำลายความหวังที่ว่า เศรษฐกิจอังกฤษอาจฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายปี 2015 หลังจากชะลอตัวลงในช่วงกลางปี

 

เอเชีย: จีน

การส่งออกในรูปสกุลดอลลาร์สหรัฐฯของจีนในเดือนธ.ค.ลดลง 1.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การนำเข้าดิ่งลง 7.6% ซึ่งลดลงน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ แต่ก็ยังคงบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 25 ปี สำนักงานศุลกากรของจีน (GAC) ระบุว่าจีนมียอดเกินดุลการค้า 6.009 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนธ.ค.  นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่า การส่งออกในรูปสกุลดอลลาร์สหรัฐฯอาจลดลง 8.0%  และคาดว่าการนำเข้าอาจลดลง 11.5% คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) ระบุเมื่อวันอังคารที่ 12 มกราคมที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจจีนอาจจะขยายตัวราว 7% ในปี 2015 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายอย่างเป็นทางการของรัฐบาล แต่ระดับดังกล่าวจะเป็นอัตราการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 25 ปี และลดลงจากระดับ 7.3% ในปี 2014 ขณะที่อุปสงค์ที่ชะลอตัวในและต่างประเทศ, กำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนที่ชะลอตัวลงเป็นปัจจัยที่ถ่วงเศรษฐกิจจีน ผู้สังเกตการณ์หลายคนเชื่อว่า ระดับการขยายตัวที่แท้จริงจะต่ำกว่าที่ข้อมูลของทางการระบุไว้อย่างมาก ซึ่งเป็นการตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า รัฐบาลจะต้องออกมาตรการกระตุ้นมากขึ้นในปีนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรง

ข้อมูลของศุลกากรจีนระบุว่า การนำเข้าถ่านหินของจีนดิ่งลง 30% สู่ระดับ 204.1 ล้านตันในปี 2015 โดยได้รับผลกระทบจากภาวะอุปสงค์ในประเทศชะลอตัว และการดิ่งลงของราคาถ่านหินที่ผลิตในประเทศ นักวิเคราะห์คาดว่าการนำเข้าอาจจะลดลงอีกในปีนี้ ขณะที่อุปสงค์โดยรวมยังคงร่วงลง โดยถ่านหินยังเผชิญกับปัญหา 2 ด้านจากความพยายามของรัฐบาลที่จะลดมลภาวะและหยวนที่อ่อนค่าลง ซึ่งจะทำให้ความได้เปรียบด้านต้นทุนที่เหมืองต่างประเทศเคยได้รับนั้นลดลงไปอีก

 

ฟิลิปปินส์

นายอาร์เซนิโอ บาลิซากัส รมว.วางแผนเศรษฐกิจสังคมของฟิลิปปินส์กล่าวว่า คาดว่าเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์จะขยายตัวในอัตราต่ำสุดของกรอบเป้าหมาย 7.0-8.0% ของรัฐบาลในปีนี้ ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของจีนทำให้การขยายตัวมากขึ้นเป็นเป้าหมายที่ยากลำบากขึ้น กรอบเป้าหมายที่ 7.0-8.0% เป็นการทบทวนปรับลดลงอยู่แล้วจากเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 7.5-8.5% สำหรับปี 2016 ที่วางไว้ก่อนหน้านี้ งบรายจ่ายในการเลือกตั้งจะกระตุ้นการอุปโภคบริโภคในประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนอย่างมากในผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ นักลงทุนจะจับตาการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนพ.ค.นี้อย่างใกล้ชิด เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ขยายตัวสูงเกินคาดเล็กน้อยในไตรมาส 3 และก็ยังคงมีอัตราการเติบโตสูงสุดประเทศหนึ่งในเอเชียในปี 2015 เนื่องจากการอุปโภคบริโภคในประเทศ รัฐบาลฟิลิปปินส์มีกำหนดเปิดเผยข้อมูลจีดีพีไตรมาส 4 ในวันที่ 28 ม.ค.นี้

 

ไทย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าในปีนี้รัฐบาลจะผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจภายในและเศรษฐกิจฐานราก ผ่าน 5 มาตรการสำคัญ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทยในภาพรวมให้เติบโตอย่างยั่งยืน  ทั้งนี้เกษตรกรมี 30 ล้านคน แต่มีจีดีพีไม่ถึง 10% ของประเทศ ซึ่งถ้าทำตรงนี้ไม่ได้ ประเทศเราก็ยังไม่ผาสุก เพราะฉะนั้นก็ต้องทำให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจฐานรากของประเทศเข้มแข็งขึ้น มีผลผลิตที่เพิ่มมากกว่าเดิม นายสมคิดกล่าวว่าปีนี้จะต้องมีมาตรการผลักดัน 5 มาตรการใหญ่ออกมาให้ได้ ประกอบด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชนบท, การยกระดับการพัฒนาเอสเอ็มอี, การลงทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว, การสร้างตลาดกลางท้องถิ่น ตลาดประชารัฐ และการลงทุนอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ทุกชุมชนทั่วประเทศ  การพัฒนาเศรษฐกิจไม่ใช่การปั๊มจีดีพีว่าตัวเลขต้องโตกี่เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นการสร้างความผาสุก การสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ให้กับประชาชน

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ วันพุธ ( 13 ม.ค.) บาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่รวมทั้งการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้จากการที่นักลงทุนในตลาดบางส่วนมองว่าเศรษฐกิจจีนอาจจะไม่ชะลอตัวลงมากเท่ากับที่คาดไว้ก่อนหน้านี้หลังจากทางการจีนรายงานว่าการส่งออกของจีนเดือนธันวาคม 2558 หดตัว 1.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งแย่น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะหดตัว 8% โดยดัชนีตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในเอเชียวันนี้ปิดเพิ่มขึ้น แต่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนวันนี้ปิดตลาดลดลงถึง 2.40% ซึ่งโดยรวมจากสิ้นปี 2558 ถึงวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลงมาแล้ว 16.64% ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อเนื่องเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีนปีนี้

- เยน/ดอลลาร์ วันพุธ ( 13 ม.ค.) เยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองในเชิงบวกมากขึ้นหลังทางการจีนรายงานตัวเลขการส่งออกเดือนธันวาคม 2558 หดตัวน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยวันนี้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงประเภทต่างๆมากขึ้นทำให้ความต้องการเยนซึ่งถือว่าเป็นสินทรัพย์การเงินที่มึความเสี่ยงต่ำมีน้อยลง

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ ( 13 ม.ค.) ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่วันนี้นักลงทุนตลายความวิตกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจีนลงเล็กน้อยเนื่องจากทางการจีนรายงานตัวเลขการส่งออกเดือนธันวาคมหดตัวลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ซึ่งส่งผลให้มีแรงซื้อมากในตลาดหุ้นเอเชีย ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์การเงินที่มีความเสี่ยงต่ำลดลงในวันนี้ อย่างไรก็ดียูโรได้ปรับแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงตลาดสหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันพุธ ( 13 ม.ค.)ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันพุธ โดยดัชนี S&P 500 ปิดต่ำกว่าระดับ 1,900 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ย. จากความวิตกเกี่ยวกับการร่วงลงของราคาน้ำมันและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลดลง 2.21% สู่ 16,151.41, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 2.50% สู่ 1,890.28 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 3.41% สู่ 4,526.07

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ  ( 13 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้จากการที่ทางการจีนรายงานตัวเลขการส่งออกเดือนธันวาคม 2558 หดตัวน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยหดตัว  1.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ดีดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนวันนี้ปิดตลาดลดลง 2.40% ส่งผลให้นับจากสิ้นปี 2558 ถึงวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลงมาแล้วรวม 16.64% ซึ่งชี้ว่าความวิตกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจีนยังมีอยู่มาก ส่วนดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดสูงขึ้น 2.88% ขณะที่เงินเยนที่กลับมาอ่อนค่าในวันนี้ก็ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่น

- ตลาดหุ้นไทย วันพุธ( 13 มค..) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สูงขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เนื่องจากข้อมูลการส่งออกของจีนเดือนธันวาคมหดตัวลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ซึ่งส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในวันนี้แม้ว่าโดยรวมนักลงทุนยังกังวลมากต่อเนื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนก็ตาม โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น  23.31 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 14 ม.ค.59

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1167
mod_vvisit_counterAll days1167

We have: 1167 guests online
Your IP: 216.73.216.51
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 14, 2026

4183432