Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 21 December 2015 09:28

 

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

รัฐสภาสหรัฐลงมติรับรองแผนที่จะเปิดทางให้กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มีสิทธิมีเสียงมากขึ้นในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รวมทั้งการยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดิบที่บังคับใช้มานาน 40 ปี โดยวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติมาตรการดังกล่าว พร้อมกับการอนุมัติงบประมาณสำหรับปีงบประมาณที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2559 ซึ่งความเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะเป็นการปูทางไปสู่การดำเนินการปฏิรูป IMF ให้จีนมีสิทธิออกเสียงมากขึ้นในฐานะผู้สนับสนุนรายใหญ่อันดับ 3 ของกองทุนฯ รองจากสหรัฐและญี่ปุ่น

Markit รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นสำหรับภาคบริการของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมอยู่ที่ระดับ 53.7 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในปีนี้ ลดลงจากระดับ 56.1 ในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีฯ จะอยู่ที่ระดับ 56.2 โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของธุรกิจใหม่ บ่งชี้ว่าอุปสงค์ในประเทศได้อ่อนแอลง อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ

กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ระบุคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะยังคงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ในระยะยาว แต่จะสามารถฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำในปัจจุบัน เนื่องจากอุปสงค์น้ำมันดิบจะพุ่งขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ในขณะนี้ ทั้งนี้ OPEC ระบุในรายงานแนวโน้มน้ำมันโลกว่า โอเปกคาดว่าราคาน้ำมันดิบอ้างอิงที่ผลิตโดยสมาชิกโอเปกจะมีราคา 70 ดอลลาร์/บาร์เรลในปี 2020 และเพิ่มขึ้นแตะ 95 ดอลลาร์ในปี 2040 การคาดการณ์ราคาน้ำมันของโอเปกดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าการคาดการณ์ในปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 95.40 บาร์เรลในปี 2020 และ 101.60 ดอลลาร์ในปี 2040 อย่างไรก็ดี OPEC ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในระยะกลาง โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 97 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2020 เทียบกับการคาดการณ์ 96.9 ล้านบาร์เรลในรายงานฉบับที่แล้ว และ 92.88 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2015

 

ยุโรป: ยูโรโซน

สมาชิก EU ทั้ง 28 ประเทศและอีก 23 ประเทศสมาชิก WTO ได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการยกเลิกภาษีการนำเข้าผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 201 รายการ ในระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีของ WTO ที่กรุงไนโรบี เมืองหลวงของเคนยา โดยข้อตกลงดังกล่าว เป็นการขยายข้อตกลงเทคโนโลยีสารสนเทศปี 2539 (ITA) เพื่อให้ครอบคลุมการค้าทั่วโลก คิดเป็นมูลค่า 1.3 ล้านล้านยูโร ซึ่งเป็นการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ที่สุดในการทำข้อตกลงของ WTO ในรอบสองทศวรรษ โดยข้อตกลงดังกล่าวจะส่งผลให้มีการยกเลิกภาษีศุลกากรของสินค้าในวงกว้าง ซึ่งรวมถึง เซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์การแพทย์ คอนโซลเกม และอุปกรณ์จีพีเอส ในขณะที่ยังคงเคารพส่วนที่มีความอ่อนไหวของ EU ที่ยังต้องมีภาษีนำเข้า เช่น ทีวี จอมอนิเตอร์บางรายการ โปรเจ็คเตอร์ และวิทยุติดรถยนต์ที่ไม่ใช่ระบบดิจิตอล

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) รายงานว่า  ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของยูโรโซนในเดือนตุลาคมลดลงสู่ระดับ 2.04 หมื่นล้านยูโร (2.204 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)  จาก 3.01 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนกันยายน ขณะที่การลงทุนในพอร์ทการลงทุน และการลงทุนโดยตรงทำให้มีเงินทุนไหลเข้า 4.76 หมื่นล้านยูโร เทียบกับเงินไหลออก 1.12 หมื่นล้านยูโรในเดือนกันยายน โดย ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดพุ่งสู่ระดับ 2.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซน จาก 2.9% ในปีที่แล้ว

สำนักข่าวรอยเต้อร์ส เปิดเผยว่า ผู้ผลิตน้ำมันของรัสเซียส่งออกน้ำมันดิบให้แก่ประเทศต่างๆในเอเชียเพิ่มขึ้นเกือบ 25% ในปีนี้ ซึ่งส่งผลให้ดุลอำนาจในตลาดน้ำมันเอเชียเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเป็นอุปสรรคขัดขวางความพยายามของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ในการดึงดูดลูกค้าด้วย ทั้งนี้ รัสเซียได้ก้าวเข้ามาแทนที่อิหร่านในฐานะ 1 ใน 5 ประเทศที่ส่งออกน้ำมันดิบให้แก่เอเชียมากที่สุด โดยรัสเซียขายน้ำมันดิบให้แก่เอเชีย 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2015 โดยเพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินรูเบิลที่อ่อนแอ และจากท่อส่งน้ำมันใหม่ รัสเซียครองส่วนแบ่งในตลาดน้ำมันเอเชียราว 7.3% ในปัจจุบัน โดยเพิ่มขึ้นจาก 4.7% เมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า ความพยายามของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียในการจูงใจลูกค้าในเอเชียเริ่มประสบผลสำเร็จ ในขณะที่รัสเซียลดการพึ่งพายุโรปซึ่งเป็นลูกค้าเก่า ทั้งนี้ เอเชียถือเป็นตลาดน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยจีนและเกาหลีใต้เป็นสองประเทศที่เพิ่มการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียขึ้นมากที่สุด ทั้งนี้ เนื่องจากรัสเซียตั้งอยู่ใกล้กับประเทศในภูมิภาคเอเชียเหนือ ดังนั้น รัสเซียจึงสามารถส่งออกน้ำมันดิบผ่านทางเรือขนส่งน้ำมันที่เกาะซาคาลิน หรือผ่านทางท่อส่งน้ำมันไปยังจีน หรือผ่านทางท่าเรือคอสมิโนของรัสเซียในทะเลญี่ปุ่น

 

ฝรั่งเศส

สำนักงานสถิติฝรั่งเศส (Insee) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน โดยราคาอาหาร และสินค้าในภาคการผลิตที่ปรับตัวลง ได้สกัดการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน โดยราคาพลังงานและน้ำมันเพิ่มขึ้น 1.1% ส่วนราคาอาหารร่วงลง 0.3% และสินค้าภาคการผลิตลดลง 0.1% และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI หดตัว 2.4% (y-o-y)

 

เอเชีย: จีน

สื่อของทางการจีนรายงานว่า กลุ่มผู้นำระดับสูงได้เริ่มการประชุมประจำปีเพื่อวางแผนเศรษฐกิจและการปฏิรูปสำหรับปี 2016  การประชุมเศรษฐกิจกลางประจำปีถูกนักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้การลำดับความสำคัญ นโยบาย และเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับปีหน้า สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การประชุมเริ่มขึ้นในวันศุกร์ที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด  ผู้นำจีนประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวใน กรอบที่สมเหตุสมผลในปีหน้า ด้วยการขยายอุปสงค์ในประเทศ และปรับปรุงอุปทาน  คาดว่ารัฐบาลจะชะลอการประกาศเป้าหมายเศรษฐกิจประจำปี 2016 ซึ่งรวมถึงจีดีพี, การลงทุน และปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ จนกว่าจะถึงการประชุมรัฐสภาประจำปีในเดือนมี.ค.ปีหน้า

บริษัทไชน่า เบจ บุ๊ค อินเตอร์เนชั่นแนล (CBB) เปิดเผยผลสำรวจบริษัทจีน โดยระบุว่า เศรษฐกิจจีนเผชิญกับความอ่อนแอในวงกว้างในไตรมาส 4 และรายงานฉบับนี้ทำให้นักลงทุนตั้งคำถามต่อความถูกต้องของผลสำรวจของทางการจีนที่ออกมาในช่วงต้นเดือนนี้  CBB ได้สำรวจข้อมูลจากธุรกิจกว่า 2,100 แห่งในการจัดทำผลสำรวจรายไตรมาสครั้งนี้ โดย ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า รายได้จากการขาย, ปริมาณการขาย, ผลผลิต, ราคา, ผลกำไร, การจ้างงาน, ยอดกู้เงิน และรายจ่ายฝ่ายทุน ต่างก็ร่วงลงในไตรมาสนี้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และสิ่งนี้บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนเผชิญกับความไม่แน่นอน อย่างไรก็ดี รายงานของ CBB ขัดแย้งกับรายงานของทางการจีนที่ออกมาในวันเสาร์ที่ 12  ธ.ค. โดยทางการจีนระบุว่า ผลผลิตภาคโรงงานเติบโตในอัตราที่สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน, ยอดค้าปลีกอยู่ในระดับที่สูงเกินคาด และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเติบโตสูงเกินคาด

อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินจีนปรับขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาในขณะที่เงินฝากของกระทรวงการคลังจีน ครบกำหนดอายุ และส่งผลให้มีการดูดซับเม็ดเงินออกจากตลาด 8 หมื่นล้านหยวน (1.234  หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในสัปดาห์นี้ และปัจจัยนี้ก็ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร (อาร์/พี)  ระยะ 14 วันกับระยะ 1 เดือนพุ่งขึ้น ก่อนที่จะมีการเปิดจองซื้อหุ้นใหม่ 8 ตัวในการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก (IPO) ในสัปดาห์หน้า เทรดเดอร์คาดว่าธนาคารกลางจีนจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้นในสัปดาห์หน้าเพื่อรับมือกับสภาพคล่องที่ตึงตัวในช่วงสิ้นปี โดยกระแสเงินทุนไหลออกและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐมีส่วนทำให้สภาพคล่องตึงตัวมากขึ้นด้วย

ธนาคารกลางจีนได้ให้สินเชื่อระยะกลางมูลค่า 1.00 แสนล้านหยวน (1.543 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)  แก่สถาบันการเงิน 13 แห่งภายใต้วงเงินสินเชื่อเสริม  ธนาคารกลางได้ให้สินเชื่อดังกล่าวในอัตราดอกเบี้ย 3.25% เป็นเวลา 6 เดือน  ภายใต้โครงการสินเชื่อระยะกลาง ธนาคารกลางคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับธนาคารเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ในระบบธนาคาร ในเดือนต.ค. ธนาคารกลางจีนได้ให้สินเชื่อ 1.055 แสนล้านหยวนแก่สถาบันการเงิน 11 แห่งที่อัตราดอกเบี้ย 3.35% ภายใต้โครงการสินเชื่อระยะกลาง

 

ญี่ปุ่น

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติแบบไม่เป็นเอกฉันท์ให้คงเป้าหมายฐานเงินภายใต้มาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่ในการประชุมวันที่ 18 ธันวาคม 2558 แต่ได้ตัดสินใจที่จะขยายประเภทของสินทรัพย์ที่จะซื้อ โดยพุ่งเป้าไปที่พันธบัตรรัฐบาลระยะ ยาว และเพิ่มปริมาณการซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้บริษัทใช้จ่ายมากขึ้นในด้านค่าจ้างและการลงทุน  บีโอเจคงเป้าหมายนโยบายในการเพิ่มฐานเงิน หรือเงินสดและเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับบีโอเจในอัตรา 80 ล้านล้านเยนต่อปี (6.55 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ผ่านการซื้อพันธบัตรรัฐบาล, กองทุน ETF และกองทุนทรัสต์ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้บีโอเจยังตัดสินใจที่จะตั้งสำรองเงิน 3 แสนล้านเยนเพื่อซื้อกองทุน ETF ที่พุ่งเป้าหมายไปที่หุ้นของบริษัทที่ทำการใช้จ่ายด้านทุนอย่างแข็งขัน

คณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นได้อนุมัติงบประมาณพิเศษ 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันที่สิ้นสุดในเดือนมี.ค.เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่น งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจพิเศษมูลค่า 3.3213 ล้านล้านเยน (2.712 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) มีงบรายจ่ายสำหรับมาตรการต่างๆเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้ต่ำ ซึ่งจะได้รับเงิน 30,000 เยนต่อคน และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากข้อตกลง TPP

 

อินเดีย

กระทรวงการคลังอินเดียระบุในรายงานว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียในปีงบประมาณหน้าไม่มีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับสูงกว่าปีงบประมาณปัจจุบันมากนัก โดย ปีงบประมาณหน้าของอินเดียจะเริ่มต้นในเดือนเม.ย. 2016  รัฐบาลอินเดียเพิ่งปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันลงในโดยปรับลดลงสู่ 7.0-7.5 % จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนก.พ.ที่  8.1-8.5 %  เศรษฐกิจอินเดียเติบโต 7.2 % ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2015/2016

 

ไทย

นายกรัฐมนตรีกัมพูชาพร้อมคณะ เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 18-19 ธ.ค.นี้ โดยจะมีการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ไทย-กัมพูชา อย่างไม่เป็นทางการ ในวันที่ 19 ธ.ค.โดยจะมีการหารือการเชื่อมโยงระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษ  จ.สระแก้ว กับจ.บันเตียเมียนเจย  พร้อมทั้งการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร และการเพิ่มปริมาณการเดินรถ ตลอดจนการเชื่อมโยงทางบกและเส้นทางรถไฟ เพื่อมีส่วนผลักดันให้ปริมาณการค้าสินค้าของสองประเทศเพิ่มมากขึ้นได้  นอกจากนี้ ไทยและกัมพูชา ยังสนับสนุนให้นักลงทุนของทั้งสองฝ่ายแสวงหาลู่ทางลงทุนเพิ่มในแต่ละประเทศด้วย

 

อื่นๆ

สกุลเงินเปโซของอาร์เจนตินาดิ่งลงกว่า 26.5 % ในวันพฤหัสบดี หลังจากรัฐบาลใหม่ของอาร์เจนตินาปล่อยให้ค่าเงินลอยตัว โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของ มาตรการปฏิรูปตลาดเสรีที่มีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ การดิ่งลง 26.5 % ในครั้งนี้ถือเป็นการดิ่งลงครั้งใหญ่สุดในรอบหลายสิบปี โดยผู้ที่ จะได้รับประโยชน์เป็นอย่างมากจากเหตุการณ์นี้คือเกษตรกรผู้ปลูกธัญพืชในภูมิภาคปามปาสของ อาร์เจนตินา ซึ่งจะมีรายได้จากการส่งออกสินค้าที่อยู่ในรูปดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี ผู้บริโภค ในอาร์เจนตินาจะมีกำลังซื้อลดลง  เปโซอยู่ที่ระดับราว 13.30 เปโซต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัส หลังจากดิ่งลงเข้าใกล้  14 เปโซต่อดอลลาร์สหรัฐฯในระหว่างวัน และเทียบกับ 9.81 เปโซต่อดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงท้ายตลาดวันพุธ

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ วันศุกร์ ( 18 ธ.ค.) บาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เมื่อวานนี้บาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯเริ่มต้นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาและมีแนวโน้มจะค่อยๆปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีหน้าทำให้ดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับบาทในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า

- เยน/ดอลลาร์ วันศุกร์ ( 18 ธ.ค.) เยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้นักลงทุนรอดูมติการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ในวันนี้ โดยคาดว่าบีโอเจจะคงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ผลการประชุมบีโอเจมีมติแบบไม่เป็นเอกฉันท์ให้คงเป้าหมายฐานเงินภายใต้มาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่ แต่ได้ตัดสินใจที่จะขยายประเภทของสินทรัพย์ที่จะซื้อ โดยพุ่งเป้าไปที่พันธบัตรรัฐบาลระยะยาว และเพิ่มปริมาณการซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้บริษัทใช้จ่ายมากขึ้นในด้านค่าจ้างและการลงทุน

- ยูโร/ดอลลาร์ วันศุกร์ ( 18 ธ.ค.) เงินยูโรแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากเมื่อวานนี้ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยยูโรยังมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้าจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯและธนาคารกลางยุโรปที่มีแนวโน้มสวนทางกัน

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันศุกร์ ( 18 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันศุกร์เป็นวันที่สองติดต่อกัน ขณะที่ความวิตกเกี่ยวกับการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ถ่วงตลาดลง ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วงลง 2.1% สู่ 17,128.55,ดัชนี S&P 500 ลดลง1.78% สู่ 2,005.55 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 1.59% สู่ 4,923.08

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันศุกร์  (18 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงในช่วงเช้าวันนี้โดยปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวยังกดดันความเชื่อมั่นในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 1.90% โดยผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติแบบไม่เป็นเอกฉันท์ให้คงเป้าหมายฐานเงินภายใต้มาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่ แต่ได้ตัดสินใจที่จะขยายประเภทของสินทรัพย์ที่จะซื้อ โดยพุ่งเป้าไปที่พันธบัตรรัฐบาลระยะยาว และเพิ่มปริมาณการซื้อสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็มองว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะยังไม่ไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินลงอีกในช่วงระยะใกล้นี้ซึ่งส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการลงทุนลดลง ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลงเล็กน้อย 0.01% ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินจีนปรับขึ้นในสัปดาห์นี้ ขณะที่จะมีการเปิดจองซื้อหุ้นใหม่ 8 ตัวในการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก (IPO) ในสัปดาห์หน้า เทรดเดอร์คาดว่าธนาคารกลางจีนจะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้นในสัปดาห์หน้าเพื่อรับมือกับสภาพคล่องที่ตึงตัวในช่วงสิ้นปี

- ตลาดหุ้นไทย วันศุกร์ ( 18 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ โดยวันนี้มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ธนาคารพาณิชย์ และพลังงาน โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 25.42 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 21 ธ.ค. 2558

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1053
mod_vvisit_counterAll days1053

We have: 1052 guests online
Your IP: 216.73.216.51
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 15, 2026

4224584