| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Wednesday, 18 November 2015 09:32 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนตุลาคมปรับตัวขึ้นหลังจากร่วงลงติดต่อกัน 2 เดือนที่ 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน จากลดลง 0.2% ในเดือนกันยายน และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 0.2% (y-o-y) โดยดัชนีราคาพลังงานปรับตัวขึ้น 0.3% ขณะที่ดัชนีราคาอาหารขยับขึ้น 0.1% และหากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.2% ต่อเนื่องจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก่อน ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ทั้งดัชนี CPI และดัชนี CPI พื้นฐานจะเพิ่มขึ้น 0.2% ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนตุลาคมปรับตัวลง 0.2% หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนกันยายน โดยเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ในระดับทรงตัว อันเป็นผลจากราคาน้ำมันที่ดิ่งลง ซึ่งทำให้การขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐลดน้อยลง ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตในเดือนตุลาคมปรับตัวลงสู่ระดับ 77.5% สอดคล้องกับการคาดการณ์ จากระดับ 77.7% ในเดือนกันยายน ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเป็นการประเมินผลผลิตในภาคการผลิต ภาคสาธารณูปโภคและภาคเหมืองแร่ของสหรัฐ สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐฯ รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านในเดือนพฤศจิกายนปรับตัวลง 3 จุด สู่ระดับ 62 จากระดับ 65 ในเดือนตุลาคม แต่ยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 10 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2005 และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีอยู่ที่ระดับ 63 อย่างไรก็ดี ถึงแม้การลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นฯ แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมุมมองเชิงบวกที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งขึ้นได้ทำให้ชาวสหรัฐมีงานทำมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มีความต้องการซื้อบ้านเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ค่าดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงมุมมองโดยทั่วไปที่เป็นบวก โดยดัชนีดังกล่าวอยู่สูงกว่า 50 มาตั้งแต่เดือนก.ค.2014 หรือเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว
ยุโรป: เยอรมนี สถาบัน ZEW ของเยอรมนี รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของนักวิเคราะห์และนักลงทุนชาวเยอรมนีในเดือนพฤศจิกายนสู่ระดับ 10.4 จากระดับ 1.9 ในเดือนตุลาคม ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในผลสำรวจของรอยเตอร์ ซึ่งคาดไว้ที่ 6.0 ส่วนดัชนีภาวะปัจจุบันร่วงสู่ระดับ 54.4 ในเดือนพฤศจิกายน จากระดับ 55.2 ในเดือนตุลาคม
อังกฤษ สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนตุลาคม ลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันที่ 0.1% เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือนกันยายน อันมีสาเหตุจากราคาอาหารและเครื่องดื่มที่ลดลง และการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยของค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อได้อยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางอังกฤษนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2013 โดยเป็นผลของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ร่วงลง รวมทั้งจากการแข็งค่าของปอนด์
เอเชีย: ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศว่า ทางธนาคารกลางจะเพิ่มโควต้านักลงทุนสถาบันต่างชาติที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการใช้สกุลเงินหยวน (RQFII) ให้กับนักลงทุนชาวสิงคโปร์ เป็น 1 แสนล้านหยวน จากเดิม 5 หมื่นล้านหยวน ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้น หลังจากที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเดินทางเยือนสิงคโปร์ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการเงินของ 2 ประเทศ โดยในระหว่างการเยือนครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุมหลากหลายด้าน
จีน ผลการสำรวจความคิดเห็นของบรรดาผู้นำทางธุรกิจที่เดินทางเข้าร่วมประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ซึ่งจัดทำโดยไพร์ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ (PwC) ระบุว่า ความเชื่อมั่นของผู้นำภาคธุรกิจในเอเชียปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยผลสำรวจบ่งชี้ว่า มีเพียง 28% ของผู้นำธุรกิจในเอเชียที่ระบุว่า มีมั่นใจอย่างมากว่าบริษัทของพวกเขาจะมีการขยายตัวของผลประกอบการในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ลดลงจากระดับ 46% ในการสำรวจครั้งก่อน สาเหตุที่ทำให้ผู้นำธุรกิจในเอเชียมีความเชื่อมั่นลดลงนั้น มาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และความผันผวนในตลาดที่เป็นผลมาจากการร่วงลงอย่างหนักของตลาดหุ้นจีนในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา
อินโดนีเซีย ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 7.50% ตามคาด แม้นายยูซุฟ คัลลา รองประธานาธิบดีอินโดนีเซียเรียกร้องให้ธนาคารกลางลดดอกเบี้ยลงเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวก็ตาม ขณะเดียวกัน BI ได้ปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารลงสู่ระดับ 7.5% จาก 8% โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป ทั้งนี้ คาดว่า การปรับลดสัดส่วนการกันสำรอง ของธนาคารจะช่วยทำให้สถาบันการเงินมีสภาพคล่องอีก 18 ล้านล้านรูเปียห์ (1.31 พันล้านดอลลาร์)
สิงคโปร์ สำนักงานวิสาหกิจระหว่างประเทศของสิงคโปร์ (IE) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการส่งเสริมการค้าของสิงคโปร์เปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกที่ไม่รวมน้ำมัน (NODX) ในเดือนตุลาคมลดลง 0.5% เมื่อเทียบรายปี จากที่ขยายตัว 0.3% ในเดือนกันยายน โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาการหดตัวลงของยอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่ต่ำกว่าที่ผลสำรวจจากนักเศรษฐศาสตร์ที่ทำการสำรวจโดยรอยเต้อร์ที่คาดว่าจะลดลง 3% ขณะที่เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มูลค่าการส่งออกที่ไม่รวมน้ำมัน (NODX) ขยายตัว 1.1% สู่ระดับ 13.8 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์
เกาหลีใต้ สำนักงานกำกับดูแลด้านการเงินของเกาหลีใต้ (FSS) เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน เพราะได้แรงหนุนจากการที่ตลาดหุ้นจีนเริ่มมีเสถียรภาพ โดยนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อหุ้นในตลาดหุ้นเกาหลีใต้เป็นมูลค่าสุทธิ 5.84 แสนล้านวอน (500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนตุลาคม หลังจากที่เทขายหุ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกันยายน โดยปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นนักลงทุนต่างชาติให้เข้าซื้อหุ้นในตลาดเกาหลีใต้อย่างคึกคักนั้น มาจากการที่ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นจีนเริ่มมีเสถียรภาพ โดยจีนถือเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่สุดของเกาหลีใต้ และยังได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก อย่างไรก็ตาม FSS เตือนว่า ยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม
ฟิลิปปินส์ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสเตือนคัดค้านแผนการปรับลดอัตราภาษีเงินได้ของฟิลิปปินส์ โดยระบุว่า แผนการดังกล่าวเสี่ยงที่จะพลิกกลับผลดีที่ฟิลิปปินส์ได้ทำในการปรับปรุงฐานะการคลังของรัฐบาล ทั้งนี้ นายคริสเตียน เดอ กุซแมน รองประธานฝ่ายอันดับความน่าเชื่อถือของมูดี้ส์กล่าวว่า ร่างกฎหมายรายได้ที่อยู่ในสภา ซึ่งจะลดภาระภาษีของแรงงานนั้น อาจจะนำไปสู่การขาดดุลงบประมาณมากขึ้น ทั้งนี้ ร่างกฎหมายที่จะลดอัตราภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลกำลังอยู่ในการพิจารณาของทั้งสองสภาใน
ไทย ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการในกลุ่มต่างๆ จำนวน 15 โครงการ เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 37,516.6 ล้านบาท ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เผยข้อมูลโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล(นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) ในช่วง 9 เดือนแรก(ม.ค.-ก.ย.)ของปี 58 มีจำนวน 132,000 หน่วย เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 57 ที่มีจำนวน 124,100 หน่วย ขณะเดียวกันเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ประเภทห้องชุดมากที่สุดจำนวน 48,100 หน่วย หรือคิดเป็น 36% ของทั้งหมด รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์ 46,200 หน่วย หรือคิดเป็น 35% และหากพิจารณาในแง่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมีรวมกันประมาณ 321,400 ล้านบาท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยสถิติการจดทะเบียนเลิกกิจการเดือน ต.ค.58 มีห้างหุ้นส่วนบริษัททั่วประเทศจดทะเบียนเลิกรวมทั้งหมด 2,187 ราย เพิ่มขึ้น 33% เทียบกับเดือนเดียวกันปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน โดยมีเงินทุนจดทะเบียนเลิก 5,581 ล้านบาท ส่งผลให้การจดทะเบียนเลิกช่วง 10 เดือน(ม.ค.-ต.ค.) ปี 58 มีจำนวน 14,000 ราย เพิ่มขึ้น 19% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเป็นผลจากการคุมเข้มในมาตรการจดทะเบียนธุรกิจค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมทั้งการยกเลิกโควตาของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งทำให้บางรายต้องเลิกกิจการ และมีการเข้ามาจดทะเบียนเลิกในช่วงก่อนปลายปีเพราะไม่ต้องส่งงบการเงิน แต่การยกเลิกโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลจะมีรายย่อยที่เข้ามาจดทะเบียนธุรกิจเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 17 พ.ย.) บาทค่อนข้างทรงตัวในภาคบ่าย หลังจากความต้องการเสี่ยงฟื้นตัวขึ้น ขณะที่ตลาดคาดว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากเหตุโจมตีในกรุงปารีสมีอย่างจำกัด ด้านสกุลเงินของตลาดเกิดใหม่ในเอเชียส่วนใหญ่แข็งค่าขึ้นในวันนี้ อย่างไรก็ดี ดอลลาร์ยังแข็งค่าจึงทำให้ปิดตลาดค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่า อันเป็นผลมาจากดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐที่ปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณเพิ่มเติมการคาดการณ์ที่ว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า - เยน/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 17 พ.ย.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ท่ามกลางการคาดการณ์มากขึ้นว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นเป็นสัญญาณเพิ่มเติมว่า เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ซึ่งจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ทศวรรษ - ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 17 พ.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนค่า หลังนักลงทุนคาดว่าเหตุโจมตีในกรุงปารีส แทบจะไม่มีผลกระทบในระยะยาวต่อเศรษฐกิจโลก ขณะที่ดอลลาร์ยังแข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก โดยดัชนีดอลลาร์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน ท่ามกลางการคาดการณ์มากขึ้นว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร ( 17 พ.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวขึ้น หลังการเปิดเผยรายงานผลประกอบการที่สดใสของบริษัทวอล-มาร์ทและโฮม ดีโปท์ อย่างไรก็ดี ตลาดลดแรงบวกลงหลังการแข่งขันฟุตบอลระหว่างเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ถูกยกเลิก เนื่องจากมีความวิตกเกี่ยวกับการวางระเบิดสนามแข่งในเมืองฮาโนเวอร์ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.04% สู่ 17,489.50, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.13% สู่ 2,050.44 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.03% สู่ 4,986.02 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร ( 17 พ.ย.) ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่พุ่งขึ้นตามหุ้นสหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าเหตุโจมตีในกรุงปารีส แทบจะไม่มีผลกระทบในระยะยาวต่อเศรษฐกิจโลก โดยดัชนีตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดพุ่งขึ้นเกือบ 1% ในวันนี้ ตามการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในเอเชีย ทั้งนี้ ดัชนีฮั่งเส็งปิดพุ่งขึ้น 1.15% สู่ระดับ 22,264.25 สอดคล้องกับดัชนีนิกเกอิที่ปิดเพิ่มขึ้น ตามการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และเยนที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่องได้กระตุ้นความต้องการ สินทรัพย์เสี่ยง โดยดัชนีนิกเกอิปิดตลาดพุ่งขึ้น 1.22% มาที่ 19,630.63 - ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร ( 17 พ.ย.) ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน โดยปิดใกล้เคียงกับวันก่อน จากแรงขายทำกำไรที่กดดันให้ตลาดลดช่วงบวกลงมาในภาคบ่าย ขณะที่ความกังวลต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยหลักที่จำกัดกรอบการปรับขึ้นของตลาด โดยนักลงทุนจะรอดูตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในคืนนี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในช่วงต่อไป ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปิดบวก 0.11% มาที่ 1,390.17 ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 40,886.19 ล้านบาท
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 18 พ.ย. 2558
|






![]() | Today | 1029 |
![]() | All days | 1029 |
Comments