| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Friday, 17 July 2015 09:04 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 11 กรกฎาคม ลดลง 15,000 ราย สู่ระดับ 281,000 ราย ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 19 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2000 และเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 285,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ซึ่งสามารถวัดแนวโน้มตลาดแรงงานได้ดีกว่าเพราะมีความผันผวนน้อยกว่าตัวเลขรายสัปดาห์นั้น เพิ่มขึ้น 3,250 ราย สู่ระดับ 282,500 ราย สำหรับยอดผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องมีจำนวนลดลง 112,000 ราย สู่ระดับ 2,215,000 ราย ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 4 ก.ค. - นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ได้กล่าวย้ำในการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐว่า Fed มีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยคาดว่าภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นจะสนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ คำกล่าวของนางเยลเลนต่อวุฒิสภาเมื่อคืนนี้คล้ายคลึงกับการแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อคืนวันพุธ และยังสอดคล้องกับถ้อยแถลงเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ซึ่งประธาน Fed ได้กล่าวยืนยันแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในปีนี้ ขณะที่ระบุว่ามีสัญญาณบ่งชี้ว่าค่าจ้างกำลังฟื้นตัวขึ้น - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านที่จัดทำโดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคมปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 10 ปีที่ระดับ 60 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2005 สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 60 ซึ่งบ่งชี้ถึงการปรับตัวขึ้นของตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐ แม้อัตราดอกเบี้ยจำนองปรับตัวขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ ค่าดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงมุมมองโดยทั่วไปที่เป็นบวก โดยดัชนีดังกล่าวอยู่สูงกว่า 50 มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557 หรือเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว - ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาฟิลาเดลเฟีย รายงานว่า ดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติกในเดือนกรกฎาคมชะลอตัวลงสู่ระดับ 5.7 จากระดับ 15.2 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปีนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าดัชนีจะอยู่ที่ระดับ 12.0 อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่า 0 ซึ่งบ่งชี้การขยายตัว
ยุโรป : ยูโรโซน - ที่ประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.05% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ตามความคาดหมาย นอกจากนี้ ECB ยังได้คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ -0.2% ซึ่งหมายความว่าธนาคารพาณิชย์จะต้องจ่ายค่าฝากแก่ ECB หากมีการนำเงินส่วนเกินมาพักไว้ที่ ECB ซึ่งมาตรการดังกล่าวของ ECB มีขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์นำเงินไปปล่อยกู้แก่ภาคธุรกิจ แทนที่จะนำมาพักไว้ที่ ECB
กรีซ - สหภาพยุโรป (EU) เห็นพ้องในหลักการที่จะปล่อยเงินกู้ระยะสั้นวงเงิน 7 พันล้านยูโร (7.65 พันล้านดอลลาร์) แก่กรีซแล้ว เพื่อให้กรีซสามารถชำระหนี้เงินกู้ 3.5 พันล้านยูโรแก่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 58 ทั้งนี้ รัฐมนตรีคลังของ EU ได้ตัดสินใจดังกล่าวในการหารือทางโทรศัพท์ ก่อนหน้านี้ EC ได้เสนอที่จะให้เงินกู้ระยะสั้น 3 เดือน วงเงิน 7 พันล้านยูโรแก่กรีซ เพื่อรองรับความต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วน โดยเงินดังกล่าวจะมาจาก EU ที่มีสมาชิก 28 ประเทศ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่จะให้กรีซได้รับเงินกู้อย่างรวดเร็วก่อนที่โครงการความช่วยเหลือครั้งใหม่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ ขณะที่กรีซจำเป็นต้องจ่ายหนี้เงินกู้ 3.5 พันล้านยูโรแก่ ECB ในวันจันทร์ ด้านนายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB แถลงภายหลังการประชุมนโยบายการเงินของ ECB ว่า ECB ได้เพิ่มวงเงินกู้ฉุกเฉินให้แก่ธนาคารกรีซอีก 900 ล้านยูโร (989 ล้านดอลลาร์) เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ตามคำร้องขอของธนาคารกลางกรีซ ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ต่างคาดว่าการเพิ่มวงเงินฉุกเฉินในครั้งนี้จะช่วยปูทางให้ธนาคารของกรีซกลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง หลังจากที่ได้ถูกสั่งปิดตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว - รัฐสภาฝรั่งเศสได้อนุมัติข้อตกลงเงินช่วยเหลือรอบใหม่ให้กับกรีซ เพื่อสนับสนุนให้กรีซอยู่ในยูโรโซนต่อไป โดยสภานิติบัญญัติฝรั่งเศสได้อนุมัติข้อตกลงมอบเงินช่วยเหลืองวด 3 ให้กับกรีซเป็นมูลค่า 8.2 หมื่นล้านยูโร (8.982 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ด้วยคะแนน 412 ต่อ 69 เสียง - รัฐมนตรีคลังยูโรโซนเห็นชอบในหลักการเรื่องการปล่อยเงินกู้ระยะสั้น (Bridge loan) มูลค่า 7 พันล้านยูโรแก่กรีซ โดยจะมีการประกาศเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคม 2558 ในขณะที่รัฐสภาของประเทศสมาชิกยูโรโซนจะเริ่มพิจารณาเพื่อลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับข้อตกลงให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซ - นายวูล์ฟกัง ชอยเบิล รัฐมนตรีกระทรวงคลังเยอรมนี คาดว่าการปรับลดมูลค่าหนี้สำหรับกรีซอาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมายตราบใดที่กรีซยังคงเป็นสมาชิกของยูโรโซน พร้อมระบุเชื่อว่าทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับกรีซอาจจะเป็นการออกจากยูโรโซนเป็นการชั่วคราว คำกล่าวของรมว.คลังเยอรมนีตอกย้ำถึงความไม่มั่นใจเกี่ยวกับอนาคตของกรีซในยูโรโซน ทั้งนี้ นายชอยเบิลกล่าวว่า กรีซตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแสนสาหัส เนื่องจากมีหนี้สินจำนวนมหาศาลและจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือทางการเงินรอบใหม่ที่มีวงเงินสูงถึง 8.6 หมื่นล้านยูโร - ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กำลังพิจารณาว่า ควรจะอัดฉีดเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาภาวะตึงตัวในระบบการเงินของกรีซหรือไม่ หลังจากที่รัฐสภากรีซมีมติอนุมัติร่างกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจฉบับใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐบาลกรีซได้ทำข้อตกลงร่วมกับกลุ่มเจ้าหนี้ยูโรโซนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา การลงมติในครั้งนี้ทำให้ ECB และรัฐบาลของประเทศอื่นๆในยูโรโซนต่างก็เตรียมจัดหาเงินทุนฉุกเฉินเพิ่มเติม เพื่อจะช่วยให้ธนาคารของกรีซกลับมาเปิดทำการได้อีกครั้ง และเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของกรีซ ทั้งนี้ สภาบริหารของ ECB จะจัดการประชุมในวันนี้ที่นครแฟรงก์เฟิร์ต ขณะที่ในวันศุกร์ รัฐสภาเยอรมนีจะลงมติว่า จะเริ่มจัดการเจรจาเรื่องการให้ความช่วยเหลือกรีซหรือไม่ เพื่อช่วยให้กรีซสามารถชำระหนี้ ตลอดจนจ่ายเงินเดือนและเงินบำเหน็จบำนาญได้
เอเชีย: จีน - ผลการศึกษาพบว่า การกำหนดปริมาณการใช้ถ่านหินสูงสุดภายในปี 2020 จะช่วยให้จีนประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อมนับพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ, ลดการใช้น้ำลงเกือบ 30% และป้องกันการเสียชีวิตนับหมื่นคนจากโรคที่เกี่ยวกับถ่านหิน ความต้องการใช้ถ่านหินของจีนลดลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ทศวรรษในปี 2014 และการผลิตลดลง 5.8% ในช่วงครึ่งแรกของปี อันเป็นผลจากภาวะชะลอตัวของอุตสาหกรรมปลายน้ำที่สำคัญ อาทิ ไฟฟ้า, เหล็กกล้า และปูนซิเมนต์
เกาหลีใต้ - เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ยกเลิกเป้าหมายที่จะลดหนี้ภาคครัวเรือน ซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดประเทศหนึ่งของโลก และจะพยายามควบคุมสินเชื่อที่มีความเสี่ยงแทน ขณะที่เศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้รัฐบาลต้องพุ่งความสนใจไปที่การเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่เนื่องจากครัวเรือนโดยเฉลี่ยใช้รายได้สุทธิมากกว่า 1 ใน 3 ไปกับการชำระคืนหนี้ และหนี้ของภาคครัวเรือนแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รัฐบาลจึงกำลังเสี่ยงที่จะสร้างปัจจัยที่จะกระทบเศรษฐกิจมากกว่า ทันทีที่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า มาตรการต่างๆที่อาจจะประกาศในสัปดาห์หน้ามีจุดประสงค์เพื่อลดสัดส่วนหนี้ที่ชำระคืนทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น (bullet loans) และกำหนดให้ธนาคารต้องเพิ่มการตรวจ กรองใบคำขอเงินกู้
ไทย - ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เชื่อว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ของไทยในปีนี้ จะขยายตัวได้ 3% แต่อาจเติบโตต่ำกว่าระดับดังกล่าว จากความเสี่ยงเรื่องภัยแล้ง โดยทั้งปียังมองที่ 3% แต่มีความเสี่ยงด้านต่ำ เพราะ 3% ยังไม่ได้รวมเอาภัยแล้งเข้ามา เรื่องของภัยแล้งยังติดตามดูอยู่ เขากล่าวอีกว่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ยังสอดคล้องกับสกุลเงินของประเทศคู่ค้าและคู่แข่ง และหากธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยจะไม่เกิดช็อคในตลาดการเงินไทย โดยธปท.มีเครื่องมือต่างๆ ไว้รองรับแล้ว ผู้ว่าการธปท.ยังคาดว่า ภาวะหนี้ครัวเรือนของไทยจะดีขึ้นในปี 59 หลังหนี้ในโครงการรถคันแรกเริ่มหมดลง - สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) คงเป้าปีนี้เอกชนออกหุ้นกู้ ราว 5.2 แสนล้านบาท หลังครึ่งปีแรกออกมาแล้ว 2.35 แสนล้านบาท ก่อนหน้านี้ ThaiBMA ประเมินว่า ปี 58 ภาคเอกชนจะมีการออกหุ้นกู้ในวงเงินรวมราว 5.2-5.4 แสนล้านบาท ลดลงจาก 5.54 แสนล้านบาทเมื่อปีก่อน แต่จำนวนผู้ออกจะเพิ่มขึ้น หลังมีแนวโน้มที่บริษัทขนาดกลางและเล็กจะหันมาระดมทุน ผ่านการออกหุ้นกู้มากขึ้น โดยคาดว่า ภายในเดือน ก.ค.เอกชนจะออกหุ้นกู้อีก 5.3 หมื่นล้านบาท ทำให้ 7 เดือนแรกของปีนี้จะมีมูลค่าประมาณ 2.9 แสนล้านบาท
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 16 กค.) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่จากการที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯแถลงต่อคณะกรรมาธิการการเงินของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯเมื่อวันพุธว่าธนาคารกลางสหรัฐฯมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หากเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวตามคาด - เยน/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 16 กค.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯแถลงต่อคณะกรรมาธิการการเงินของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯว่าธนาคารกลางสหรัฐฯมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 16 กค) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ตามภาวะที่ช่วงนี้ดอลลาร์สหรัฐฯกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่หลังจากที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯแถลงเมื่อวันศุกร์สัปดาห์ก่อนและเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่าธนาคารกลางสหรัฐฯมีแนวโน้มที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เนื่องจากหากปล่อยอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับใกล้ศูนย์นานเกินไปจะส่งผลให้การปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในอนาคตต้องดำเนินการในเวลาที่กระชั้นชิดมากขึ้นและเสี่ยงที่จะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ควรจะทำในภาวะปกติเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากเป็นเวลานานจะเป็นการบิดเบือนภาวะตลาดการเงินซึ่งทำให้เกิดการเก็งกำไรมากเกินควรอีกทั้งขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐฯก็แข็งแกร่งพอที่จะรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นได้ - ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส ( 16 กค) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี Nasdaq บวกมากกว่า 1% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังรายงานผลประกอบการจาก eBay และ Netflix ช่วยหนุนความเชื่อมั่นในตลาด ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.39% สู่ 18,120.25, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.8% สู่ 2,124.29 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 1.26% สู่ 5,163.18 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส ( 16 กค.) ดัชนีเซียงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดสูงขึ้น 0.49% แต่ภาวะซื้อขายยังคงผันผวนมากเนื่องจากความกังวลของนักลงทุนต่อปัญหาการเก็งกำไรมากเกินไปในตลาดหุ้นจีน ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.43% ตามทิศทางตลาดหุ้นจีน สำหรับดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดสูงขึ้น 0.67% โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯหลังการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯเกี่ยวกับแนวโน้มในการที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะเดียวกันการที่รัฐสภากรีซอนุมัติมาตรการตามที่กลุ่มเจ้าหนี้เรียกร้องก็ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นรวมทั้งตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมในวันนี้ - ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส( 16 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงนำโดยหุ่นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ขนส่ง พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และรับเหมาก่อสร้าง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 5.48 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 17 ก.ค. 2558
|






![]() | Today | 1562 |
![]() | All days | 1562 |
Comments