Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 14 July 2015 09:19

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

- ผลการสำรวจของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขานิวยอร์ก บ่งบอกว่า ชาวอเมริกันคาดว่าจะมีรายได้สูงขึ้น และราคาบ้านจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อแทบไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ผลการสำรวจผู้บริโภคพบว่า ตัวเลขคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของรายได้ขยับขึ้นสู่ 2.5% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่มีการสำรวจในกลางปี 2556 จากระดับ  2.3% ในเดือนพฤษภาคม ส่วนตัวเลขคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของราคาบ้านปรับตัวสู่ 3.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในปีนี้ นอกจากนี้ การคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อในช่วง 1 ปี และ 3 ปีข้างหน้า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 3%

 

ยุโรป : กรีซ

- นายเจอโรน ดิจเซลโบลม ประธานยูโรกรุ๊ป กล่าวแถลงว่า ยูโรกรุ๊ปจะประชุมกันในวันพุธที่จะถึงนี้ (15 ก.ค.) เพื่อหารือเรื่องข้อตกลงหนี้สินของกรีซ และหลังจากนั้น จะมีการเสนอข้อตกลงดังกล่าวต่อรัฐสภาของประเทศต่างๆ เพื่อลงมติต่อไป และคาดว่าจะมีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในช่วงปลายสัปดาห์นี้ พร้อมระบุจะมีการใช้เงิน 2.5 หมื่นล้านยูโร เพื่อเพิ่มทุนแก่ธนาคารต่างๆของกรีซ  ด้านนายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานกรรมาธิการยุโรป (EC) ระบุภายหลังบรรลุข้อตกลงประเด็นหนี้สินกรีซว่า กรีซจะไม่หลุดพ้นจากการเป็นสมาชิกของยูโรโซน โดยย้ำว่า “จะไม่มี Grexit (การที่กรีซพ้นจากการเป็นสมาชิกยูโรโซน) เนื่องจากข้อเสนอของกรีซได้รับการยอมรับ" คำ

- นายอเล็กซิส ซิปราส นายกรัฐมนตรีกรีซเปิดเผยภายหลังจากที่ได้บรรลุข้อตกลงหนี้สินกับกลุ่มยูโรโซนว่า กรีซจะยึดมั่นในข้อตกลงที่ทำร่วมกับยูโรโซน กรีซจะต่อสู้ต่อไปเพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง พร้อมกับกล่าวว่า กรีซได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นประชาธิปไตยและมีศักดิ์ศรี พร้อมกันนี้ ยังระบุอีกด้วยว่า ที่ผ่านมานั้น กรีซได้บริหารจัดการเพื่อนำไปสู่การปรับโครงสร้างหนี้ และการระดมทุนในระยะกลาง พร้อมกับกล่าวว่า การใช้มาตรการรัดเข็มขัดสามารถชดเชยได้ด้วยแผนการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ

- นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวในการแถลงข่าวภายหลังที่มีการบรรลุข้อตกลงประเด็นหนี้สินกรีซว่า กรีซจำเป็นต้องดำเนินการตามที่ได้ตกลงไว้กับยูโรโซน พร้อมกับกล่าวว่า กรีซได้แสดงความตั้งใจที่จะดำเนินการปฏิรูปนอกจากนี้ ผู้นำเยอรมนียังเปิดเผยว่า โครงการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะดำเนินการต่อไปจนถึงปี 2559 โดยกรีซจำเป็นต้องมีการปฏิรูปกองทุนบำนาญและตลาดสินค้า พร้อมทั้งกล่าวเสริมด้วยว่า กองทุนกรีซซึ่งมีมูลค่า 5 หมื่นล้านยูโรนั้น จะช่วยคลี่คลายปัญหาหนี้สินกรีซ พร้อมกล่าวว่ายูโรกรุ๊ปพร้อมที่จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือด้านหนี้สินให้กับกรีซ

- นายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซิปราสของกรีซ กำลังเผชิญข้อขัดแย้งภายในรัฐบาลผสมของเขา หลังจากที่กรีซบรรลุข้อตกลงกับทางเจ้าหนี้เพื่อรับความช่วยเหลือทางการเงินและลดความเสี่ยงที่กรีซจะต้องพ้นจากการเป็นสมาชิกยูโรโซน โดยนายพานอส คัมเมนอส ผู้นำพรรคขนาดเล็กที่ร่วมรัฐบาล กล่าวกับสื่อมวลชนหลังจากที่ได้พบปะกับนายซิปราสว่า พรรคอินดิเพนเดนท์ไม่สามารถยอมรับข้อตกลงหนี้สินในการประชุมสุดยอดยูโรโซนที่กรุงบรัสเซลส์ได้ แต่ก็จะยังคงให้การสนับสนุนรัฐบาลต่อไป

- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แถลงว่า  IMF พร้อมที่จะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กรีซ และประเทศในยุโรป เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤตหนี้ของกรีซ ทั้งนี้ กรีซสามารถบรรลุข้อตกลงให้ความช่วยเหลือด้านการเงินกับเจ้าหนี้ในที่สุด หลังจากที่ได้มีการเจรจาระหว่างผู้นำประเทศกลุ่มยูโรโซน และบรรดารัฐมนตรีคลัง โดยกลุ่มผู้นำยูโรโซนเผยอาจมีการอนุมัติเงินกู้งวดใหม่จำนวน 8.6 หมื่นล้านยูโร (9.6 หมื่นล้านดอลลาร์) ให้กับกรีซ หากรัฐบาลของนาย  อเล็กซิส ซิปราสยินยอมดำเนินการตามมาตรการรัดเข็มขัดในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า

 

เอเชีย: จีน

- สำนักงานศุลกากรจีนเปิดเผยว่า การส่งออกในเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้โดยเพิ่มขึ้น 2.8% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนการนำเข้าลดลง 6.1% ซึ่งลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ทั้งนี้จีนมียอดเกินดุลการค้า 4.654 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนมิ.ย. เทียบกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 5.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่า การส่งออกของจีนอาจลดลง 0.2% และการนำเข้าอาจลดลง 15.0%

- ข้อมูลเบื้องต้นของสำนักงานศุลกากรจีนระบุว่า จีนได้นำเข้าน้ำมันดิบ 163 ล้านตันในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนการนำเข้าถั่วเหลืองในช่วง 6 เดือนแรกของปีอยู่ที่ระดับ 35.16 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.8% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

- คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (CSRC) ออกคำสั่งให้บริษัทโบรกเกอร์จีนทบทวนการซื้อขายหุ้น และบังคับใช้กฎเรื่องการใช้ชื่อจริงและเลขประจำตัวประชาชน โดยมาตรการนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลจีนในการสร้างเสถียรภาพแก่ราคาหุ้น หลังจากตลาดหุ้นจีนดิ่งลงในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

- ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่า เศรษฐกิจจีนในไตรมาส 2 จะขยายตัวในอัตราต่ำสุดตั้งแต่วิกฤติการเงินโลก ทั้งนี้ผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ 52 คนคาดว่า อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะแตะระดับ 6.9% ในไตรมาส 2 ลดลงจากระดับ 7% ในไตรมาสแรก และจะเป็นอัตราต่ำสุดสำหรับจีนนับตั้งแต่ต้นปี 2009 ซึ่งจีดีพีขยายตัว 6.6%  จีนจะเปิดเผยข้อมูลจีดีพี และข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆในวันพุธนี้เวลา 9.00 น.ตามเวลาไทย

 

ไทย

- นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยคาดว่า ปริมาณส่งออกข้าวในปี 58 จะอยู่ที่ 9.5 ล้านตัน โดยไม่ถึง 10.0 ล้านตันตามเป้าหมายที่วางไว้ หลังเศรษฐกิจโลกไม่ดีนัก และกำลังซื้อจากบางประเทศลดลงขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน ขณะที่คาดว่าในครึ่งปีแรกจะส่งออกข้าวได้ 4.5 ล้านตัน ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้อยู่ที่ 5 ล้านตัน

อื่นๆ

- กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ปรับลดอุปสงค์น้ำมันดิบในปีนี้ ทั้งนี้ ในรายงานภาวะตลาดน้ำมันประจำเดือน OPEC ได้ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันของ OPEC ในปีนี้ลงราว 100,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 29.21 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำกว่าที่โอเปกผลิตเมื่อเดือนมิถุนายนกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่เพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปีหน้าราว 860,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ 30.07 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมยังระบุว่า การผลิตน้ำมันโดยรวมของโอเปกในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 283,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคมสู่ระดับ 31.38 ล้านบาร์เรล โดยได้แรงหนุนจากการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากอิรัก ไนจีเรีย และซาอุดิอาระเบีย ขณะเดียวกัน OPEC คาดว่าการบริโภคน้ำมันทั่วโลกจะขยายตัวมากขึ้นในปีหน้า นำโดยประเทศในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ทั้งนี้ OPEC คาดการณ์ว่าตลาดน้ำมันจะมีภาวะสมดุลมากขึ้นในปีหน้า เนื่องจากจีนและประเทศที่กำลังพัฒนาจะใช้น้ำมันมากขึ้น ขณะที่การผลิตน้ำมันจากหินน้ำมันในทวีปอเมริกาเหนือจะชะลอตัวลง

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ วันจันทร์ (  13 กค.) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่เนื่องจากการเจรจาหนี้กรีซเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมายังไม่ได้ข้อยุติอย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดอลลาร์สหรัฐฯได้อ่อนค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินเอเซียจากข่าว ผู้นำยูโรโซนบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์เดินหน้าโครงการกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) สำหรับกรีซ

- เยน/ดอลลาร์ วันจันทร์ ( 13 กค.) เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้เนื่องจากปัจจัยเกี่ยวกับความไม่แน่ใจเกี่ยวกับอนาคตของกรีซส่งผลให้นักลงทุนถือเงินเยนซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายเยนได้อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากข่าวผู้นำยูโรโซนได้บรรลุข้อตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์แล้วในการช่วยเหลือกรีซ ขณะที่ในระยะยาวเงินเยนยังถูกกดดันให้อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากการที่มีแนวโน้มสูงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้

- ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ ( 13 กค) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้นเกี่ยวกับอนาคตของกรีซในยูโรโซนหลังจากการประชุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผู้นำในยูโรโซนได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีกรีซผลักดันมาตรการปฏิรูปเป็นกฏหมายผ่านทางรัฐสภาของกรีซเพื่อให้อีก 18 ประเทศในยูโรโซนเชื่อมั่นพอที่จะเริ่มการเจรจาโครงการช่วยเหลือครั้งที่ 3 ซึ่งมีวงเงินประมาณ 8.6 หมื่นล้านยูโร (9.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายของตลาดเอเซียก่อนเปิดตลาดยุโรปช่วงเช้ามีรายงานข่าวว่าหลังจากการประชุมตลอดทั้งคืนที่กรุงบรัสเซลส์  ผู้นำยูโรโซนได้บรรลุข้อตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์แล้ว โดยทุกฝ่ายพร้อมเดินหน้าโครงการกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) สำหรับกรีซโดยต้องมีการปฏิรูปที่จริงจัง ซึ่งข่าวดังกล่าวส่งผลให้ยูโรปรับแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์ ( 13 กค)  ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งขึ้นในวันจันทร์ โดยมีปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ในทางบวกเกี่ยวกับกรีซทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเพิ่ม 1.22% สู่ 17,977.68, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 1.11% สู่ 2,099.60 และดัชนี Nasdaq  ปิดปรับตัวขึ้น 1.48% สู่ 5,071.51

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ (  13 กค.) ดัชนีเซียงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดสูงขึ้น 2.41% ต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อนจากผลของมาตรการต่างๆของทางการจีนที่ออกมาต่อเนื่องเพื่อยุติการดิ่งลงอย่างหนักของดัชนีตลาดหุ้นจีนก่อนหน้านั้น ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปรับตัวลดลงในช่วงแรกก่อนที่ในช่วงบ่ายดัชนีจะปรับตัวสูงขึ้นจากข่าวผู้นำยูโรโซนได้บรรลุข้อตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์แล้ว โดยทุกฝ่ายพร้อมเดินหน้าโครงการกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) สำหรับกรีซโดยต้องมีการปฏิรูปที่จริงจัง ซึ่งส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ดัชนีฮั่งเส็งสูงขึ้น 1.30% ส่วนดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดสูงขึ้น 1.57% นำโดยการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นกลุ่มสายการบิน, กลุ่มไฟฟ้าและก๊าซ และกลุ่มขนส่งทางบก อย่างไรก็ดีปริมาณการซื้อขายลดลงกว่า 10% จากระดับเฉลี่ย ขณะที่นักลงทุนรอผลการประชุมยูโรโซนเรื่องกรีซ

- ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์( 13 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้าสอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ โดยในช่วงบ่ายดัชนีได้สูงขึ้นอีกจากช่าวผู้นำยูโรโซนได้บรรลุข้อตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์เดินหน้าโครงการกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) สำหรับกรีซโดยต้องมีการปฏิรูปที่จริงจัง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 5.75จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 14 ก.ค. 2558

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1422
mod_vvisit_counterAll days1422

We have: 1420 guests, 1 members online
Your IP: 216.73.217.127
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 21, 2026

4185744