| ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลง622.03จุด |
|
|
|
| Saturday, 02 May 2020 10:24 | |||
|
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (1 พ.ค.) ที่ 23,723.69 จุด ลดลง 622.03 จุด หรือ -2.55%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,830.71 จุด ลดลง 81.72 จุด หรือ -2.81% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,604.95 จุด ลดลง 284.60 จุด หรือ -3.20% เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ที่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนรอบใหม่เพื่อตอบโต้จีนที่เป็นต้นตอของไวรัสโควิด-19 ซึ่งแพร่ระบาด และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ ติดลบ 0.2%, ดัชนี S&P500 ปรับตัวลง 0.2% และดัชนี Nasdaq ลดลง 0.3% ตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงโดยถูกกดดันหลังจากปธน.ทรัมป์เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังเตรียมมาตรการตอบโต้จีนเพื่อลงโทษที่จีนเป็นต้นตอที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 ระบาดทั่วโลก โดยบรรดานักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนซึ่งเคยเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทรัมป์ตำหนิรัฐบาลจีนเกี่ยวกับการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดเมื่อไวรัสโควิด-19 ระบาดเป็นครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นของจีน และแพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังถูกกดดันจากการเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ และการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอด้วย สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายประจำเดือนเม.ย.ของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 36.1 จากรายงานเบื้องต้นที่ 36.9 และลดลงจากระดับ 48.5 ในเดือนมี.ค. ดัชนี PMI ที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิต โดยดัชนีเดือนเม.ย.ทำสถิติดิ่งลงแตะระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2552 หรือในรอบ 11 ปี เนื่องจากการล็อกดาวน์ รวมถึงมาตรการอื่นๆ ที่รัฐบาลของรัฐต่างๆ นำมาใช้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และห่วงโซ่อุปทาน ส่วนผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 41.5 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 49.1 ในเดือนมี.ค. โดยดัชนีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างปรับตัวขึ้น 0.9% ในเดือนมี.ค. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลดลง 3.5% โดยการดีดตัวขึ้นผิดความคาดหมายนี้ได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างในโครงการของรัฐบาล ขณะที่การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างในเดือนก.พ. ถูกปรับทบทวนเป็นลดลง 2.5% จากรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าลดลง 1.3%
|






![]() | Today | 703 |
![]() | All days | 703 |
Comments