| ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลง288.14จุด |
|
|
|
| Friday, 01 May 2020 07:56 | |||
|
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (30 เม.ย.) ที่ 24,345.72 จุด ลดลง 288.14 จุด หรือ -1.17%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,912.43 จุด ลดลง 27.08 จุด หรือ -0.92% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,889.55 จุด ลดลง 25.16 จุด หรือ -0.28% เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไรหลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ซบเซา และการรายงานผลประกอบการที่ไร้ทิศทาง อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ และดัชนี S&P500 ปิดตลาดเดือนเม.ย.ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 33 ปี โดยได้แรงหนุนจากการคาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในเร็วๆ นี้ หลังได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี แต่ดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นในเดือนเม.ย.มากที่สุดเมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์นับตั้งแต่เดือนม.ค. 2530 และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นในเดือนเม.ย.มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2543 แต่ดัชนีทั้ง 3 ตัวยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้ในเดือนก.พ.อยู่ราว 20% แม้ดัชนีได้ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่มาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักลง สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ MNI Indicators เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโก ร่วงลงสู่ระดับ 35.4 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2552 จากระดับ 47.8 ในเดือนมี.ค. ดัชนี PMI เขตชิคาโกอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัว โดยได้รับผลกระทบจากการลดลงของคำสั่งซื้อใหม่ การจ้างงาน และการผลิต ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 3.84 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.5 ล้านราย ทั้งนี้ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานโดยรวมพุ่งขึ้นสู่ระดับ 30.3 ล้านรายแล้ว นับตั้งแต่ที่สหรัฐประกาศล็อกดาวน์ในรัฐต่างๆ ในช่วงครึ่งหลังของเดือนมี.ค.เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่วนกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายส่วนบุคคลของผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลง 7.5% ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บรวบรวมข้อมูลในปี 2502 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าอาจลดลง 5.1% หากปรับค่าตามเงินเฟ้อ การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลง 7.3% ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน รายได้ส่วนบุคคลลดลง 2% ในเดือนมี.ค. และค่าจ้างและเงินเดือนร่วงลง 3.1% ขณะที่อัตราการออมพุ่งขึ้นสู่ระดับ 13.1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 39 ปี จากระดับ 8% ในเดือนก.พ.
|






![]() | Today | 627 |
![]() | All days | 627 |
Comments