Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News SCB CIO แนะลูกค้าเวลธ์เปิดบัญชีเงินฝาก FCD พักเงินหาจังหวะลงทุนต่างประเทศ
SCB CIO แนะลูกค้าเวลธ์เปิดบัญชีเงินฝาก FCD พักเงินหาจังหวะลงทุนต่างประเทศ PDF Print E-mail
Thursday, 30 March 2023 23:00

SCB  CIO   หนุนลูกค้าเวลธ์เปิดบัญชีเงินฝาก FCD  พักเงินไว้ลงทุนสกุลดอลลาร์สหรัฐ แนะอาศัยจังหวะบาทแข็งแลกดอลลาร์สหรัฐ ลงทุนตรงต่างประเทศพร้อมเสนอ 7 ผลิตภัณฑ์เด่น ให้เลือกลงทุนตามผลตอบแทนที่คาดหวังและความเสี่ยงที่ยอมรับได้  ชี้ช่องการลงทุนในตราสารหนี้ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในปีนี้ คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องครั้งละ 0.25% จนถึงเดือนพฤษภาคมนี้   ประเมินอัตราดอกเบี้ยนโยบายสูงสุดอยู่ที่ 5.25 - 5.50% ตลอดปี 2566 และเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในปี  2567 ส่งผลให้ผู้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้คุณภาพดีในสหรัฐฯ  มีโอกาสรับผลตอบแทนที่ดี จากอัตราดอกเบี้ยเฟดที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

นายศรชัย  สุเนต์ตา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Office and Product และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย SCB Chief Investment Office (SCB CIO) ธนาคารไทยพาณิชย์  เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2566 ผู้ลงทุนทั่วไป และกลุ่มผู้ลงทุนที่มีความมั่งคั่งระดับสูง ( Ultra High Net Worth) ให้ความสนใจ ลงทุนในผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ต่างประเทศมากขึ้น  ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ส่งผลให้ผู้ลงทุนเพิ่มน้ำหนักลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น   เช่น ตราสารหนี้ ทั้งนี้ จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ล่าสุด ในเดือน ม.ค. 2566 พบว่า มีผู้ลงทุนรายย่อยที่ลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศผ่านตัวแทน มีมูลค่าประมาณ  1,226.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.96% จากเดือน ธ.ค. 2565 และเพิ่มขึ้น 58.65% จากเดือนเดียวกันของปี 2565 ส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ ผ่านกองทุนรวม มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 4,088.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.69% จากเดือน ธ.ค. 2565 และเพิ่มขึ้น 11.24%  จากเดือนเดียวกันของปี  2565

นายศรชัย  กล่าวต่อไปว่า   กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมสำหรับปี 2566 ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในต่างประเทศ   เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดี ให้กับพอร์ตลงทุน   นักลงทุนควรหาจังหวะ และโอกาสเข้าลงทุนในต่างประเทศด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ  โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่า แนะนำให้แลกเงินดอลลาร์สหรัฐ เก็บไว้ในบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ (FCD) และหาจังหวะลงทุนในช่วงเวลาที่เหมาะสม  หรือหากรับความเสี่ยงได้ในระดับต่ำ -ปานกลาง สามารถลงทุนในเงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้คุณภาพดีในต่างประเทศ เช่น ในสหรัฐฯ ที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้ มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่น่าสนใจ และหากรับความเสี่ยงได้สูงขึ้น ก็สามารถไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศ หรือลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์ตราสารอนุพันธ์ประเภทต่างๆ ได้

“ ข้อดีของการมีบัญชีเงินฝาก FCD คือ ผู้ลงทุนสามารถพักเงินดอลลาร์สหรัฐที่แลกไว้ในบัญชีนี้ เพื่อรอนำเงินไปลงทุนต่อในต่างประเทศโดยตรง และเมื่อได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนกลับมาในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ก็ฝากไว้ในบัญชีเงินฝาก FCD เพื่อนำกลับไปลงทุนในต่างประเทศใหม่ได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากผู้ลงทุนสามารถรอจังหวะที่เหมาะสม เพื่อแลกเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินบาท หรือรอนำเงินดอลลาร์สหรัฐที่เก็บไว้ ไปใช้ในต่างประเทศได้เลย” นายศรชัย กล่าว

ทั้งนี้ การลงทุนในเงินฝาก พันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้คุณภาพดี ในต่างประเทศ  ที่ลงทุนในรูปของเงินดอลลาร์สหรัฐ   SCB CIO  แนะนำ 7 ผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ   ได้แก่  US Treasury  ลงทุนโดยตรงในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น    , ETF US treasury  ลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ ที่ไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (ช่วงอายุ 1-3 ปี)  , Capped Floored Floater ลงทุนในตราสารอนุพันธ์อ้างอิง ดอกเบี้ยลอยตัว , Fund link note ลงทุนในตราสารอนุพันธ์อ้างอิงผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้ แบบรับประกันเงินต้น และ KIKO (Foreign Equity) ลงทุนในตราสารอนุพันธ์อ้างอิง ผลตอบแทนของหุ้นต่างประเทศแบบไม่รับประกันเงินต้น นอกจากนี้   ยังสามารถลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่ใช้เงินบาทลงทุน โดยมีนโยบายไปลงทุนในต่างประเทศ และมีโอกาสรับผลตอบแทนเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศ (SCBFST) และ Dual Currency Investment การลงทุนในตราสารอนุพันธ์อ้างอิงผลตอบแทนของหุ้นต่างประเทศ

ทั้งนี้  การลงทุนในตราสารหนี้ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในปีนี้ โดย ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น โดยคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องครั้งละ 0.25% จนถึงเดือนพฤษภาคมนี้   หลังจากนั้นคงไว้  คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายสูงสุดรอบนี้จะอยู่ที่ 5.25 - 5.50% ตลอดปี  2566 และเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในปี2567 ดังนั้น ทำให้ผู้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้คุณภาพดีในสหรัฐฯ มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการที่อัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday865
mod_vvisit_counterAll days865

We have: 864 guests online
Your IP: 216.73.217.145
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 23, 2026

8199816