Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News BrandThink เปิดบ้านเผยกลยุทธ์‘Hybrid Content Creator’
BrandThink เปิดบ้านเผยกลยุทธ์‘Hybrid Content Creator’ PDF Print E-mail
Wednesday, 29 March 2023 22:05

BrandThink บริษัทด้านการสื่อสาร ที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก (Positive Change) ให้ผู้คนและสังคมด้วยแนวคิด “Create a Better Tomorrow” จัดงานเปิดบ้านเป็นครั้งแรก ชวนทุกคนมาเปิดประสบการณ์และสร้างนิยามใหม่เพื่อวันพรุ่งนี้ไปด้วยกัน ผ่านโปรเจกต์ใหม่ๆ จาก 5 ยูนิตธุรกิจภายใต้ร่ม BrandThink ได้แก่ Content Agency, Content, Commercial, Cinema และ Community ที่จะมาสร้างมิติใหม่ให้วงการคอนเทนต์ ผ่านการนำเสนอเนื้อหาที่มีส่วนในการสร้างแรงบันดาลใจ เป็นพลังในการขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ นอกจากนี้ยังหวังให้งานนี้เป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อระหว่างครีเอเตอร์ (Creator) ผู้บริโภค (Audience) และแบรนด์ไว้ด้วยกัน พร้อมต่อยอดความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ทุกภาคส่วน เพื่อติดปีกให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด คาดดันรายได้ปี 2566 เติบโตขึ้น 3 เท่าตัว

นายเอกลักญ กรรณศรณ์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แบรนด์ธิงค์ จำกัด เผยถึงที่มาของการจัดงานเปิดบ้านในครั้งนี้ว่า หนึ่งใน Pain Point ของบริษัท คือ คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า BrandThink เป็นใครและทำอะไร หรืออาจจะเข้าใจว่า BrandThink ผลิตแค่คอนเทนต์ออนไลน์เท่านั้น ดังนั้น เพื่อสื่อสารให้คนภายนอกรู้จัก BrandThink มากขึ้น จึงตั้งใจจัดงานเปิดบ้าน เพื่อบอกเล่าถึงตัวตนของ BrandThink หลังจากเมื่อ 3 ปีก่อน ได้มีการปรับองค์กรครั้งใหญ่ และสร้างโมเดลธุรกิจด้วยแนวคิดใหม่ สลัดภาพสื่อด้านธุรกิจยุคใหม่ที่หลายคนคุ้นเคย ด้วยการควบรวมและต่อยอดบริษัทด้านโปรดักชั่นเฮาส์และสื่อออนไลน์ในเครือ สู่การเป็น 'Hybrid Content Creator Company’ หรือ ‘บริษัทผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ' ที่มีแพสชั่นในการสร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมผู้คนในการร่วมสร้างสรรค์วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ผ่าน 5 ยูนิตธุรกิจ ภายใต้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ Content & Commercial, Cinema และ Community

“โดย Content & Commercial จะประกอบด้วย Content Agency, Content และ Commercial ในส่วน Content Agency กับ Commercialจะมุ่งตอบโจทย์ความต้องการและความคาดหวังของกลุ่มลูกค้า ด้วยการผลิตคอนเทนต์ที่เต็มไปด้วยความปราณีต ความคิดสร้างสรรค์ และสามารถตอบโจทย์ สร้าง Conversion ให้กับลูกค้า ใน ส่วนของ Content จะเป็นยูนิตที่ผลิตคอนเทนต์ที่มีรูปแบบและเนื้อหาที่หลากหลายผ่าน Sub-Channels ต่างๆ ที่อยู่ในเครือของแบรนด์ธิงค์ ด้วยแนวคิดในการเป็น ‘Multi-Channel Network’ “ถัดมา คือ Cinema เราตั้งเป้าจะซัพพอร์ตระบบนิเวศน์ของวงการภาพยนตร์ในประเทศไทย ด้วยการร่วมสร้าง Ecosystem ใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรม ทั้งการเป็น Publisher, Community รวมถึงเป็นสตูดิโอสำหรับการผลิตภาพยนตร์ ซีรีส์ และสารคดีที่หยิบประเด็น Local นำมาเล่าให้สนุกและนำ Content ไทยสู่ตลาดโลก ส่วนยูนิตสุดท้าย คือ Community ที่เราตั้งใจร่วมสร้างเครือข่ายสำหรับ         ครีเอเตอร์ทุกประเภทเพื่อช่วยให้ทุกคนได้ร่วมสร้างผลงานและแลกเปลี่ยนแบ่งปันโอกาสในการสร้างสรรค์งานต่างๆ ไปด้วยกัน”

ทั้งนี้ นายเอกลักญ ยังเสริมด้วยว่า การขับเคลื่อนทั้ง 5 ยูนิตให้เติบโต ก็เหมือนกับการเล่นเกมบน 5 กระดานพร้อมกัน ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทาย แต่เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะโจทย์ของการผลักดันทั้ง 5 ยูนิต คือการ Intregrated ระหว่างยูนิตต่างๆ ให้สามารถทำงานสอดประสาน ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนภารกิจขององค์กร ที่ต้องการสร้างคอนเทนต์ที่ทรงพลัง สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม และผู้คนในวงกว้างมากกว่าเดิม

“อีกหนึ่งข้อดีของการเป็น ‘Content Creator Company’ ที่มีการผลิตคอนเทนต์ที่หลากหลายอย่างครบวงจร คือ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงองค์ความรู้ในหลากหลายมิติเข้าด้วยกัน อีกท้ังยังช่วยต่อยอดคอนเนกชั่น ยกตัวอย่างเช่น โปรเจกต์ Sauce NFT ที่เป็นแชนแนลแนะนำร้านอาหารและเรื่องราวอาหารต่างๆ และเรากำลังทำ NFT Utilities กับร้านอาหารชั้นนำที่ร่วมกับเราในการเปิด NFT ให้ผู้ที่สนใจได้จับจองสิทธิพิเศษแบบ Exclusive ในการทานอาหารแบบที่หาจากเมนูทั่วไปไม่ได้ซึ่งจะช่วยสร้าง Brand Royalty ระหว่างลูกค้าและร้านให้ใกล้ชิดมากกว่าเดิม ซึ่งไอเดีย Food NFT Agency ถือว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทย

“หรือโปรเจกต์ฝั่ง Cinema ก็เป็นเหมือนประตูที่ทำให้เราได้รู้จักและได้ความรู้จากคนที่ทำงานภาพยนตร์ เพื่อนำไปปรับใช้กับคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ ได้ลึกซึ้งมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถสร้างพาร์ตเนอร์ เกิดเครือข่ายที่เชื่อมโยงและต่อยอดโอกาสธุรกิจใหม่ๆ ที่จะทำให้ธุรกิจก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้ดียิ่งขึ้น”

สำหรับกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนทั้ง 5 ยูนิตธุรกิจให้เติบโต นายเอกลักญ กล่าวว่า จะอยู่บนพื้นฐานของ ‘3H’ ได้แก่ Hybrid (ความหลากหลายในผลิตเนื้อหา), High Quality (คุณภาพที่สูง) และ High Conversion (ผลลัพธ์ที่เห็นภาพและจับต้องได้จริง) ซึ่งกุญแจสำคัญที่จะทำให้ขับเคลื่อนทั้ง 3H ได้ คือ การใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อผสมผสานสิ่งที่ขายได้ (commercial) และศิลปะ (art) ให้เข้ากันได้อย่างลงตัว โดยคอนเทนต์ที่ส่งออกไปยังสามารถวัดผลได้ เพียงแต่นิยามของผลลัพธ์ในที่นี้ อาจจะไม่ได้สะท้อนกลับมาในรูปของตัวเงินหรือการมีส่วนร่วมของผู้เสพคอนเทนต์เท่านั้น แต่อาจจะเป็นการจุดประกายความคิดบางอย่างในสังคม ในจุดที่สังคมมองข้ามหรือไม่เคยมองเห็น ไปจนถึงการสร้างแรงกระเพื่อมในเชิงบวกที่ทำให้คนในสังคมหันมามี Empathy กันมากขึ้น

ในส่วนของทิศทางของทั้ง 5 ยูนิตที่จะเกิดขึ้นในปี 2566 แต่ละยูนิตจะมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน สำหรับ 2 ยูนิตที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ คือ ยูนิต Cinema ที่จะมาเปิดตัวโปรเจกต์ Long Form Content ทั้ง 3 รูปแบบไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือ สารคดี ในส่วนของ Community เราจะมีการเปิดตัว Creator Community Platform น้องใหม่ อย่าง www.thinkster.co เพื่อให้เป็น Content Creator Network แหล่งรวมครีเอเตอร์ทุกสายพันธุ์ เช่น นักเขียน ช่างภาพ วิดีโอครีเอเตอร์ กราฟิกดีไซเนอร์ ฯลฯ โดยเปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์ได้สร้างผลงาน และรวบรวมผลงานเพื่อโชว์เป็นพอร์ตโฟลิโอ

​นอกจากนี้ ผู้ที่เข้ามาอยู่ในคอมมูนิตี้ ยังสามารถสร้างแคมเปญเชิงสังคม โดยผู้ใช้สามารถเป็นทั้งผู้สร้างแคมเปญและผู้ร่วมแคมเปญต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนในประเด็นที่สนใจ พร้อมกับเป็นพื้นที่ให้แบรนด์และครีเอเตอร์ได้มาเจอกัน และทำงานสร้างสรรค์ร่วมกัน ให้แบรนด์ได้เจอครีเอเตอร์ที่ใช่ และครีเอเตอร์ได้สร้างงานที่ก่อรายได้ที่ดี

​ในฝั่ง Content ปีนี้ จะมีหลายโปรเจกต์มาให้ติดตาม อาทิแชนแนลใหม่อย่าง 'Human Biz’ นำเสนอเรื่องราวธุรกิจในมุมที่หาไม่ได้จากที่ไหนแบบเข้าใจง่ายๆ ตามด้วยการปรับทิศทางใหม่ของ ‘Candy’ ที่จับมือกับ ONEE สร้าง Channel Entertainment ตัวใหม่ที่เจาะลึกเรื่อง Pop Culture และทำให้ทุก Generation เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ภายใต้ concept ‘Connect the Pop’

​ในฝั่งของ Content Agency ยังคงโฟกัสในการสร้างงานด้วย Quality based สำหรับ Corperate Campaign, Always on Contents และ Commercial ที่จะขยายไปจับตลาดกลุ่มประเทศจีน อินเดียและอินโดนีเซียให้มากขึ้น

​“ผมเชื่อว่า ด้วยโมเดลธุรกิจที่ครบวงจร จะทำให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด และทำรายได้ 3 เท่าตัวในปีนี้ สำหรับเป้าหมายในอนาคต ผมตั้งเป้าว่าภายใน 2 ปี ผมอยากให้ BrandThink เป็น Hybrid Content Creator” อันดับต้นๆ ของเมืองไทย อย่างไรก็ตาม ด้วยแลนด์สเคปในโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงเร็วมาก นอกจากความยืดหยุ่นจะเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ การร่วมมือกันภายในองค์กรและพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ก็เป็นอีกแต้มต่อสำคัญในการสร้างโอกาสในทางธุรกิจไม่รู้จบ” เอกลักญกล่าวทิ้งท้าย

+++++++++++++++++++++++++++++++++

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday946
mod_vvisit_counterAll days946

We have: 944 guests, 1 members online
Your IP: 216.73.216.183
Mozilla 5.0, 
Today: Feb 18, 2026

8221248