Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Thursday, 09 March 2017 09:54

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ รายงานว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐประจำเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 298,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 190,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนในเดือนมกราคมได้รับการทบทวนปรับเพิ่มขึ้น 261,000 ตำแหน่ง โดยภาคบริการมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 193,000 ตำแหน่ง ส่วนภาคการผลิตมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 32,000 ตำแหน่ง

นายฟิลิป แฮมมอนด์ รมว.คลังอังกฤษ ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจอังกฤษในปีนี้ สู่ระดับ 2.0% จากเดิมที่คาดว่าอยู่ที่ระดับ 1.4% (ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการณ์ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว) ขณะเดียวกันก็ได้คาดว่าเศรษฐกิจอังกฤษจะชะลอตัวสู่ระดับ 1.6% ในปี 2018 และขยายตัว 1.7% ในปี 2019 และ 1.9% ในปี 2020 และพุ่งแตะระดับ 2.0% ในปี 2021 สำหรับเงินเฟ้อนั้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.4% ในปีนี้, 2.3% ในปีหน้า และ 2.0% ในปี 2019 นอกจากนี้ ยังระบุว่า รัฐบาลจะปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสู่ระดับ 19% ตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ จากเดิมที่ระดับ 20% และลดลงอีกสู่ระดับ 17% ในปี 2020 เพื่อดึงดูดภาคเอกชนให้ยังคงอยู่ในอังกฤษ หลังจากที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป

สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งประจำเดือนมกราคมลดลง 0.2% ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2016 หลังจากเพิ่มขึ้น 1% ในเดือนธันวาคม ส่วนยอดขายภาคค้าส่งลดลง 0.1% ในเดือนมกราคม หลังจากเพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนธันวาคม

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ต้นทุนแรงงานต่อหน่วย ซึ่งเป็นมาตรวัดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่สำคัญ ในไตรมาส 4/2016 เพิ่มขึ้นถึง 1.7% (yoy) จากระดับ 0.7% ในไตรมาส 3/2016 ด้านผลิตภาพของแรงงานสหรัฐได้ชะลอตัวลงในไตรมาส 4 และเป็นการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี โดยผลิตภาพของแรงงานในไตรมาส 4/2016 เพิ่มขึ้น 1.3% จากระดับที่ขยายตัว 3.3% ในไตรมาส 3 เมื่อพิจารณาทั้งปี 2016 ผลิตภาพของแรงงานเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ที่ปรับตัวขึ้น 0.1% ในปี 2011 ทั้งนี้ ผลิตภาพของแรงงานคำนวณได้จากผลผลิตเมื่อเทียบกับจำนวนชั่วโมงทำงาน

 

ประเด็นที่น่าสนใจ

ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนก.พ.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวจะบ่งชี้แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดได้ส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ หากตัวเลขจ้างงานออกมาสอดคล้องกับเป้าหมายของเฟด

 

ยุโรป: เยอรมนี

กระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนี รายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีในเดือนมกราคมปรับตัวขึ้น 2.8% ซึ่งเป็นตัวเลขที่เหนือกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.5% ด้านผลผลิตภาคการผลิตปรับตัวขึ้น 3.7% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผลผลิตภาคการก่อสร้างลดลง 1.3% ขณะที่ผลผลิตภาคพลังงานลดลง 0.7%

 

ประเด็นที่น่าสนใจ

จับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% อีกทั้งคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากเอาไว้ที่ระดับเดิม อย่างไรก็ตาม การที่เงินเฟ้อของยูโรโซนปรับตัวขึ้นแตะระดับ 2% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่ตัวเลขเงินเฟ้อปรับตัวสูงกว่าเป้าหมายของ ECB ซึ่งกำหนดให้เงินเฟ้ออยู่ที่ใกล้ระดับ 2% นั้น อาจทำให้ ECB เริ่มพิจารณาเรื่องวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตานายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB ซึ่งจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังจากการประชุมเสร็จสิ้นลง เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับเหตุผลที่คณะกรรมการ ECB มีมติในการประชุมครั้งนี้

 

เอเชีย: จีน

สำนักงานศุลกากรของจีนเปิดเผยว่า จีนมียอดขาดดุลการค้าเป็นเดือนแรกในรอบ 3 ปีในเดือนก.พ. ขณะที่ยอดนำเข้าพุ่งขึ้นมากที่สุดตั้งแต่ต้นปี 2012 เนื่องจากความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ นับตั้งแต่สินแร่เหล็กไปจนถึงน้ำมันดิบและถ่านหิน ทั้งนี้ยอดส่งออกในเดือนก.พ.ลดลงเกินคาด 1.3% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ยอดนำเข้าพุ่งขึ้น 38.1% ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ ซึ่งส่งผลให้จีนมียอดขาดดุลการค้า 9.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนก.พ.

สำนักงานศุลกากรของจีนเปิดเผยว่า การนำเข้าน้ำมันดิบของจีนพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดอันดับสองเป็นประวัติการณ์ในเดือนก.พ.ที่ 8.286 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จีนนำเข้าน้ำมันดิบ 31.78 ล้านตันในเดือนที่แล้ว เมื่อเทียบรายวัน การนำเข้าน้ำมันดิบในเดือนก.พ.เพิ่มขึ้นจาก 8.01 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนม.ค. แต่ก็ยังต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8.57 ล้านบาร์เรลต่อวันของเดือนธ.ค.

 

ญี่ปุ่น

เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตในไตรมาส 4/2016 ในอัตราที่สูงเกินกว่าที่เคยประเมินไว้ในขั้นต้น ในขณะที่การใช้จ่ายทุนเติบโต 2.0% ต่อไตรมาส ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี และรายงานตัวเลขนี้ก็ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้กำหนดนโยบายของญี่ปุ่น ในขณะที่ผู้กำหนดนโยบายเริ่มหารือกันเรื่องวิธีการปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้กันมานานหลายปี เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโต 1.2% ในไตรมาสเดือนต.ค.-ธ.ค.เมื่อเทียบเป็นตัวเลขเต็มปี ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 1.6% แต่สูงกว่าตัวเลขประเมินขั้นต้นที่ 1.0% ในส่วนของตัวเลขที่เทียบแบบไตรมาสต่อไตรมาสนั้น เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโต 0.3% ต่อไตรมาสในไตรมาส 4/2016 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 0.4% แต่สูงกว่าตัวเลขประเมินขั้นต้นที่ 0.2% ต่อไตรมาส เศรษฐกิจญี่ปุ่นที่เติบโตเร็วขึ้นจะส่งผลดีต่อรัฐบาลญี่ปุ่น ในขณะที่ผู้กำหนดนโยบายตั้งความหวังว่า การลงทุนทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวในอนาคต และจะช่วยหนุนประสิทธิภาพการผลิตให้ปรับขึ้นจากระดับต่ำ อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังไม่ได้เติบโตในระดับที่แข็งแกร่งมากพอที่จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นภาวะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ต้องการ  นอกจากนี้ความเสี่ยงที่ประเทศต่างๆ จะดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้าก็อาจจะส่งผลให้ผู้ส่งออกของญี่ปุ่นไม่ต้องการปรับขึ้นค่าจ้าง ถึงแม้การปรับขึ้นค่าจ้างถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนการบริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในญี่ปุ่น

 

อื่นๆ

นายมิตสึฮิโระ ฟุรุซาวะ รองผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า การที่ประเทศขนาดใหญ่บางประเทศมียอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูง ขณะที่ประเทศอื่นๆ มียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก และอาจจะทำให้ตลาดการเงินประสบภาวะปั่นป่วนวุ่นวาย นายฟุรุซาวะกล่าวว่า การร่วมมือกันระหว่างประเทศที่มียอดขาดดุลสูงกับประเทศที่มียอดเกินดุล ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อแก้ไขภาวะไม่สมดุลนี้ นายฟุรุซาวะกล่าวในงานสัมมนาเรื่องระบบการเงินระหว่างประเทศในเอเชียว่า เราพบว่ามีภาวะไม่สมดุลอย่างต่อเนื่อง และถึงแม้ว่าภาวะดังกล่าวลดระดับลงนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินโลก ความไม่สมดุลก็ยังคงอยู่สูงเกินกว่าระดับที่พึงปรารถนา ภาวะไม่สมดุลทั่วโลกได้กลายเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในประชาคมโลกในช่วงนี้ ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐวิจารณ์จีน, เยอรมนี และญี่ปุ่นว่า สะสมยอดเกินดุลการค้าสูงต่อสหรัฐ ไอเอ็มเอฟจะอำนวยความสะดวกให้แก่ความพยายามของประเทศต่างๆในการปรับลดภาวะไม่สมดุล โดยใช้วิธีส่งเสริมกลไกคุ้มครองที่ประเทศต่างๆ สามารถพึ่งพาได้ในกรณีที่มีเงินทุนไหลออกจำนวนมาก เพื่อที่ประเทศเหล่านี้จะได้ไม่มีความจำเป็นต้องสะสมทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมากเกินไป

รัฐมนตรีคลังและผู้นำธนาคารกลางของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา 19 ประเทศ รวมทั้งสหภาพยุโรป (จี-20) จะประชุมกันในวันที่ 17-18 มี.ค.ที่เมืองบาเดน บาเดนในเยอรมนีเพื่อหารือเรื่องเศรษฐกิจโลก  อย่างไรก็ดี ร่างแถลงการณ์สำหรับการประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้นำทางการเงินของกลุ่มจี-20 อาจจะไม่ต่อต้านมาตรการกีดกันทางการค้า และไม่ต่อต้านการแข่งขันกันในการปรับลดค่าเงินอย่างชัดเจนอีกต่อไป โดยร่างแถลงการณ์ระบุเพียงแค่ว่า กลุ่มจี-20 จะรักษาระบบการค้าระหว่างประเทศที่เปิดกว้างและเป็นธรรมไว้ต่อไป  การประชุมครั้งนี้จะถือเป็นครั้งแรกสำหรับรัฐมนตรีคลังกลุ่มจี-20 ที่มีผู้แทนจากคณะผู้บริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐเข้าร่วมด้วย โดยปธน.ทรัมป์มีแนวคิดในการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้า เนื้อหาในร่างแถลงการณ์นี้เป็นสิ่งที่ยังไม่แน่นอน โดยอาจจะมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาในร่างแถลงการณ์เพื่อให้สอดคล้องกับจุดยืนใหม่ของสหรัฐ ก่อนที่จะมีการออกแถลงการณ์จริงในวันที่ 18 มี.ค. ร่างแถลงการณ์นี้ลงวันที่ 1 มี.ค. โดยร่างแถลงการณ์นี้ตัดประโยคบางประโยคที่รัฐมนตรีคลังกลุ่มจี-20 เคยใช้ในปี 2016 ออกไป ซึ่งรวมถึงประโยคที่ว่า กลุ่มจี-20 จะต่อต้านการกีดกันทางการค้าในทุกรูปแบบ ทั้งนี้แถลงการณ์กลุ่มจี-20 เคยระบุเตือนเรื่องการกีดกันทางการค้ามาเป็นเวลานานกว่าสิบปีแล้ว

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันพุธ (8 มีค.) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินเอเซียส่วนใหญ่เนื่องจากประเด็นการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯในการประชุมวันที่ 14-15 มีนาคมนี้ส่งผลมากขึ้นต่อตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนก็รอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนกุมภาพันธ์ที่จะรายงานในวันศุกร์นี้ซึ่งหากออกมาสูงใกล้เคียงกับเดือนก่อนก็จะยิ่งส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินเอเซีย

- ดอลลาร์/เยน วันพุธ (8 มีค.)   เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มีนาคมนี้

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ ( 8 มีค.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคารจากปัจจัยเรื่องการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ขณะที่รายงานที่ออกมาในวันนี้ระบุว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีเพิ่มขึ้นสูงเกินคาดในเดือนม.ค. โดยกระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนีรายงานว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 2.8% ต่อเดือนในเดือนม.ค.การเพิ่มขึ้นครั้งนี้ได้แรงหนุนจากผลผลิตภาคโรงงานที่เพิ่มขึ้น 3.7% ต่อเดือนในเดือนม.ค. ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2016 แต่การผลิตในภาคก่อสร้างลดลง 1.3% ส่วนผลผลิตภาคพลังงานลดลง 0.7% กระทรวงเศรษฐกิจได้ปรับทบทวนตัวเลขเดือนธ.ค.ให้สูงขึ้นด้วย โดยระบุว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง 2.4% ในเดือนธ.ค. 2016 จากเดิมที่เคยรายงานว่าลดลง 3.0% ในเดือนธ.ค. อย่างไรก็ดีตัวเลขนี้ออกมาหลังจากที่เมื่อวานนี้กระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีรายงานว่า ยอดสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีลดลงในเดือนม.ค.ในอัตรารุนแรงที่สุดในรอบ 8 ปี โดยยอดสั่งซื้อสินค้าที่ผลิตในเยอรมนีลดลง 7.4% ต่อเดือนในเดือนม.ค. ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2009 ซึ่งข้อมูลดังกล่าวชี้ถึงภาวะความผันผันผวนของเศรษฐกิจเยอรมนีและเศรษฐกิจยุโรป

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันพุธ ( 8 มีค.) ดัชนีดาวโจนส์และ S&P 500 ปิดลดลงในวันพุธ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานลดลงหนักที่สุดในรอบเกือบ 6 เดือน โดยหุ้นกลุ่มพลังงานลดลง 2.5% ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ย. หลังราคาน้ำมันดิ่งลงมากกว่า 5% เนื่องจากสต็อกน้ำมันของสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาด ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.33% สู่ระดับ 20,855.73, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.23% สู่ระดับ 2,362.98 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 0.06% สู่ระดับ 5,837.55

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ ( 8 มีค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.47% สู่ระดับ 19,254.03 ขณะที่นักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขายก่อนการเปิดเผยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์นี้ ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดลดลง 0.04% มาอยู่ที่ 3,241.18 ขณะที่หุ้นขนาดเล็กปรับตัวลงท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับสภาพคล่องที่ตึงตัวขึ้น หลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนำตลาดเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ นักลงทุนก็เริ่มพุ่งความสนใจไปที่ปัจจัยระยะยาว เช่น สภาพคล่องทางการเงิน และเสถียรภาพระดับภูมิภาค ขณะเดียวกันก็ยังคงเคลื่อนไหวตามข่าวที่ออกมาจากการประชุมประจำปีของสภาประชาชนแห่งชาติ สำหรับดัชนีฮั่งเส็งปิดเพิ่มขึ้น  0.43% สู่ระดับ 23,782.27  โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ของจีน

- ตลาดหุ้นไทย วันพุธ ( 8 มีค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงในช่วงแรกก่อนที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงบ่าย โดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ วัสดุก่อสร้าง พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พลังงาน และกลุ่มขนส่ง ขณะที่มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รับเหมาก่อสร้าง กลุ่มธุรกิจการเกษตร และกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 1.86 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 9 มี.ค. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday703
mod_vvisit_counterAll days703

We have: 701 guests online
Your IP: 216.73.216.8
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 23, 2026

4216832