Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 01 March 2017 09:56

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาดัลลัส กล่าวว่า Fed อาจจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้ เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่ล่าช้าเกินไปในการสกัดเงินเฟ้อ ทั้งนี้ นายแคปแลนได้ชี้แจงคำกล่าวระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยควรเกิดขึ้นในไม่ช้า ดีกว่าที่จะล่าช้าออกไป โดยเมื่อกลางเดือนก.พ. นายแคปแลนกล่าวว่า เฟดควรรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ เพื่อที่ว่าในอนาคตนั้น เฟดจะสามารถลดการใช้นโยบายผ่อนคลายได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป แทนที่จะขึ้นดอกเบี้ยครั้งละมากๆ ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อตลาด ถ้อยแถลงดังกล่าวบ่งชี้ว่า นายแคปแลนอาจออกเสียงสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไป ทั้งนี้ เฟดมีกำหนดประชุมนโยบายการเงินครั้งต่อไปในวันที่ 14-15 มี.ค.

สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) รายงานว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ในเดือนมกราคมลดลง 2.8% เมื่อเทียบรายเดือน โดยได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองที่เพิ่มขึ้น และสต็อกบ้านในระดับต่ำ ซึ่งการทำสัญญาลดลงอย่างมากในภูมิภาคตะวันตก ขณะที่ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทางใต้ปรับตัวขึ้น ขณะที่เมื่อเทียบรายปี ดัชนีเพิ่มขึ้นเพียง 0.4% (yoy) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่า 100 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัว ทั้งนี้ ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย เป็นมาตรวัดจำนวนสัญญาซื้อบ้านมือสองที่มีการเซ็นสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้ปิดการขาย และโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนสำหรับการเซ็นสัญญาไปจนกระทั่งปิดการขาย

ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ฟื้นตัวขึ้นในเดือนมกราคม โดยปรับตัวขึ้น 1.8% หลังจากลดลง 0.8% ในเดือนธันวาคม ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดสั่งซื้อสินค้าคงทนจะเพิ่มขึ้น 1.7% ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของอุปสงค์ในภาคการขนส่ง โดยเฉพาะคำสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์ที่ทะยานขึ้น 69.9% อย่างไรก็ดี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ ลดลง 0.4% ใน ตรงกันข้ามกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5%

 

ประเด็นที่น่าสนใจ

ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐในคืนวันอังคารที่ 28 ก.พ. หรือตรงกับช่วงเช้าของวันพุธที่ 1 มี.ค.ตามเวลาไทย โดยคาดว่าเขาจะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลในวันดังกล่าว ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขาจะประกาศแผนการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ "ในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า" ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่า การกล่าวปราศรัยของปธน.ทรัมป์ต่อสภาคองเกรสในวันที่ 28 ก.พ.จะตรงกับช่วงเวลา 2-3 สัปดาห์ที่เขาได้สัญญาไว้

 

ยุโรป: ยูโรโซน

ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เปิดเผยว่า การให้สินเชื่อของธนาคารแก่ภาคครัวเรือนในยูโรโซนเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปีในเดือนที่แล้ว ขณะที่ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบลดลง ทั้งนี้ การให้สินเชื่อแก่ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนมกราคม ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ และเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนพ.ค.2011 ซึ่งบ่งชี้ว่า มาตรการกระตุ้นของอีซีบีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการให้สินเชื่อของธนาคารนั้น กำลังค่อยๆได้ผล ทั้งนี้ การให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี 2015 แต่ก็เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเท่านั้น ซึ่งทำให้เกิดความวิตกว่า มาตรการของอีซีบีใช้เวลานานเกินกว่าที่จะส่งผล และอาจจะไร้ประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน การให้สินเชื่อแก่ภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 2.3%  ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนธันวาคม ซึ่งอยู่ที่ระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2009  ขณะที่อัตราการขยายตัวของปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบในยูโรโซน หรือ M3 เพิ่มขึ้น 4.9% ในเดือนมกราคม ลดลงจาก 5.0% ในเดือนก่อน แต่ก็ยังคงสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 4.8%

สำนักข่าวรอยเต้อร์ส รายงานโดยอ้างว่า นักวิเคราะห์กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เศรษฐกิจยูโรโซนมักจะส่งสัญญาณว่าจะฟื้นตัวขึ้น แต่กลับชะลอตัวลงในเวลาต่อมา ดังนั้น จึงมีการตั้งข้อสงสัยในขณะนี้ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนจะฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืนในช่วงนี้หรือไม่ ซึ่งตัวอย่างหนึ่งคือดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของฝรั่งเศส, เยอรมนี และยูโรโซนที่ออกมาในวันอังคารที่ 21 ก.พ. โดยในบรรดาดัชนี PMI 9 ตัวนั้น มีดัชนีถึง 8 ตัวที่ระบุถึงการเติบโต และมีดัชนี 6 ตัวที่เติบโตสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ในโพลล์รอยเตอร์คาดการณ์ไว้ ด้วยเหตุนี้ นักเศรษฐศาสตร์และผู้กำหนดนโยบายจึงมองหาหลักฐานที่ชัดเจนที่บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนจะฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในปีนี้ แต่นักเศรษฐศาสตร์ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เศรษฐกิจเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจหลายอย่างด้วยเช่นกัน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า ไม่ได้มีจุดหักเหที่เฉพาะเจาะจงที่สามารถใช้ระบุได้ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนได้ฟื้นตัวขึ้นแล้ว และจะอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่เศรษฐกิจยูโรโซนเติบโตขึ้นอย่างช้าๆแต่ต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

 

เอเซีย: จีน

หยวนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากธนาคารกลางจีนได้กำหนดค่ากลางอ่อนค่าเพื่อสะท้อนการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯในตลาดโลก แต่เทรดเดอร์ระบุว่า คาดว่ามีโอกาสจำกัดที่หยวนจะอ่อนค่าเนื่องจากยังคงมีสัญญาณอันตรายจากสงครามการค้าจากสหรัฐ ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางที่ 6.8814 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯก่อนเปิดตลาด อ่อนค่าจากค่ากลางครั้งก่อนที่ระดับ 6.8655 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อวันศุกร์  หยวนในตลาดสปอตเปิดตลาดที่ 6.8762 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และอยู่ที่ 6.8752 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเที่ยง

สำนักปริวรรตเงินตราของรัฐบาลจีน (SAFE) เปิดเผยว่า ยอดขาดดุลการค้าของจีนในภาคบริการลดลงสู่ 2.09 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนม.ค.จาก 2.61 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนธ.ค. ยอดขาดดุลในเดือนม.ค.มีสาเหตุหลักมาจากส่วนต่างการใช้จ่ายระหว่างนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และชาวจีน ซึ่งใช้จ่ายในต่างประเทศมากกว่าที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศใช้ในจีน ยอดขาดดุลการค้าในภาคบริการของจีนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.601 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปีที่แล้ว จาก 2.065 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2015

สำนักปริวรรตเงินตราของรัฐบาลจีน (SAFE) เปิดเผยว่า จะเพิ่มการกำกับดูแลตลาดปริวรรตเงินตราให้เข้มงวดขึ้นในปีนี้ ขณะเดียวกันก็จะปรับปรุงความโปร่งใสของนโยบาย และส่งเสริมการเปิดเสรีตลาดการเงินมากขึ้น ทางการจีนได้ดำเนินมาตรการต่างๆในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเพื่อควบคุมเงินทุนไหลออกจากจีนที่ส่งผลให้หยวนอ่อนค่า ขณะที่พยายามจะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้น นายผัน กงเซิง ประธาน SAFE กล่าวว่า ตลาดปริวรรตเงินตราของจีนมีเสถียรภาพพอสมควร และกระแสเงินทุนข้ามพรมแดนมีสมดุลมากขึ้น  SAFE เพิ่งตรวจพบธนาคารใต้ดินแห่งหนึ่งในเมืองเสิ่นเจิ้น ซึ่งพัวพันกับเงินทุน 5.0 หมื่นล้านหยวน (7.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) และคดีที่บริษัทใช้เอกสารปลอม และข้อตกลงการค้าปลอมเพื่อโอนเงินตราต่างประเทศไปต่างประเทศ ปริมาณทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศของจีนลดลงต่ำกว่าระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯอย่างไม่คาดคิดในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 ปี แต่การลดลงในเดือนม.ค.เป็นอัตราการลดลงต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ซึ่งอาจชี้ว่ามาตรการของจีนเพื่อจัดการกับเงินทุนไหลออกนั้นอาจได้ผลอย่างน้อยก็ในขณะนี้ การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯหลังจากที่แข็งค่าหลายเดือนช่วยลดแรงกดดันต่อหยวน และสกุลเงินอื่นๆในตลาดเกิดใหม่ แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าแรงกดดันที่หยวนจะอ่อนค่าลงจะเกิดขึ้นอีกครั้งในเร็วๆนี้ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตรียมที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้

 

เกาหลีใต้

ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่ายอดส่งออกของเกาหลีใต้อาจเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันในเดือนก.พ. เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และอุปสงค์โลกที่ปรับตัวดีขึ้น ค่ากลางในผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ 13 คนระบุว่ายอดส่งออกอาจเพิ่มขึ้น 14.7% ในเดือนก.พ. จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เทียบกับที่เพิ่มขึ้น 11.2% ในเดือนม.ค. และคาดว่ายอดนำเข้าจะเพิ่มขึ้น 21.7%

 

ไทย

กระทรวงพาณิชย์ เผยตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือน ม.ค. มีมูลค่า 1.71 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 8.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน แต่ต่ำกว่าที่โพลล์รอยเตอร์คาดไว้เพิ่มขึ้น 9.85% ส่วนการนำเข้าในเดือน ม.ค. มีมูลค่า 1.63 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5.17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ไทยเกินดุลการค้าประมาณ 0.83 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ตัวเลขนำเข้าดังกล่าว ออกมาต่ำกว่าที่โพลล์รอยเตอร์คาดไว้เพิ่มขึ้น 11.90%  กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าการส่งออกที่ขยายตัวในเดือนม.ค. เป็นผลจากการขยายตัวของสินค้าคอมพิวเตอร์, ทองคำ และยางพารา ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์คาดว่าการส่งออกของไทยในปี 60 จะขยายตัวได้ 2.5-3.5% จากปี 59 ที่เพิ่มขึ้น 0.45% โดยมองว่า การส่งออกในปีนี้จะได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันและราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ระบุอาจปรับเพิ่มประมาณการการส่งออกไทยในปี 60 จากเดิมที่คาดไว้เพิ่มขึ้น 2.5% หากการส่งออกยังรักษาระดับการเติบโตต่อไปได้ หลังจากขยายตัว 8.8% ในเดือนม.ค.  นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวในการแถลงข่าวว่าการส่งออกเดือนมกราคมดีกว่าที่คาดไว้สำหรับในช่วงต้นปี เพราะทั้งปีเราประเมินไว้ที่ 2.5% ถ้าดีไปเรื่อยๆ ก็คงต้องปรับประมาณการ กระทรวงพาณิชย์ระบุในวันนี้ว่า ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือน ม.ค. มีมูลค่า 1.71 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน กระทรวงพาณิชย์ระบุด้วยว่าจะพยายามผลักดันให้การส่งออกในปี 60 ขยายตัวได้ใกล้เคียงเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 5% ให้ได้มากที่สุด แต่มั่นใจว่าการส่งออกในปีนี้จะเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 3.5% ตามที่เคยตั้งเป้าไว้เดิมอย่างแน่นอน เนื่องจากการส่งออกปีนี้ มีทิศทางที่ดีขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มราคาสินค้าเกษตร และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันมีราคาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นายกฤษฎากล่าวอีกว่าเศรษฐกิจไทยเดือนม.ค.ยังคงขยายตัวได้ดี โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขยายตัว 6.5% แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยฐานต่ำในปีที่แล้ว เนื่องจากในปีนี้ช่วงตรุษจีนเลื่อนมาอยู่ในเดือนม.ค. จากปีก่อนซึ่งอยู่ในเดือนก.พ. นอกจากนี้ยังมาจากการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ส่งสัญญาณดีขึ้นจากรายได้ของเกษตรกรที่เติบโตต่อเนื่อง เขากล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาสแรกปีนี้ว่า เรื่องที่ยังล่าช้าอยู่คือ การทำงบประมาณกลางปีที่จะมีการใช้เงิน 1.6 แสนล้านบาท ซึ่งล่าช้ากว่าที่ประเมินไว้เล็กน้อย แต่การเลื่อนไปก็จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในไตรมาส 2 และ 3 รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่ยังขยายตัวช้ากว่าคาด นายกฤษฎา เผยด้วยว่าขณะนี้มีผู้ผ่านคุณสมบัติจัดตั้งพิโกไฟแนนซ์แล้วจำนวน 6 ราย จากที่มียื่นขอมาทั้งสิ้น 107 ราย โดยผู้ได้รับใบอนุญาตในจ.กำแพงเพชร, ยโสธร, กรุงเทพมหานคร(กทม.), พิจิตร, ตรัง และบุรีรัมย์ และจะมีการมอบใบอนุญาตในการเปิดตัวการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลในวันที่ 1 มี.ค.

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันจันทร์ (27 กพ.) เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินเอเชียส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดีในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาดอลลาร์สหรัฐฯยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่าเมือเทียบกับค่าเงินส่วนใหญ่เนื่องจากนักลงทุนมั่นใจน้อยลงต่อนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐยังกล่าวหาประเทศต่างๆอย่างต่อเนื่องว่าปั่นค่าเงิน โดยนักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในคืนวันอังคารที่ 28 ก.พ. โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการปรับลดอัตราภาษี ทั้งนี้หากมาตรการทั้งด้านการลดภาษี การใช้จ่ายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ และการปรับลดมาตรการต่างๆทีเป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจ ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวในอัตราที่เร่งตัวขึ้นและอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นก็จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯสามารถเร่งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้มากขึ้นและจะเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์สหรัฐฯให้แข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆ อย่างไรก็ดีหากการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในวันอังคารนี้ยังไม่มีรายละเอียดมากขึ้นก็มีแนวโน้มที่ดอลลาร์สหรัฐฯจะอ่อนค่าลงอีก

- ดอลลาร์/เยน วันจันทร์ (27 กพ.) เงินเยนอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีดอลลาร์สหรัฐฯมีทิศทางอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเยนในช่วงประมาณสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐฯยังไม่ชัดเจนโดยนักลงทุนรอดูการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในคืนวันอังคารที่ 28 ก.พ. ว่าจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการทางการคลังหรือไม่ โดยหากมีความชัดเจนมากขึ้นก็คาดว่าจะส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯกลับมามีทิศทางแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆ แต่ถ้ายังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมก็จะกดดันดอลลาร์สหรัฐฯให้อ่อนค่า

- ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ ( 27 กพ.) เงินยูโรแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีปัจจัยเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสยังมีแนวโน้มจะกดดันค่าเงินยูโรต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 1-2

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์ ( 27 กพ.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันจันทร์ โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 12 ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะเปิดเผยเกี่ยวกับแผนการของเขาสำหรับการใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคในการแถลงต่อสภาคองเกรสในวันอังคารนี้  ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก  0.08% สู่ระดับ 20,837.44, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น  0.10% สู่ระดับ 2,369.75 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น  0.28% สู่ระดับ 5,861.90

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ ( 27 กพ.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้โดยช่วงนี้นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในคืนวันอังคารที่ 28 ก.พ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 0.91% มาอยู่ที่ 19,107.47 ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดลดลง 0.75% มาอยู่ที่ 3,229.17 โดยปัจจัยลบมาจากการที่ผู้ควบคุมกฎระเบียบด้านหลักทรัพย์ประกาศว่าจะเพิ่มการจัดการกับการเก็งกำไร และระบุว่าจะผ่อนคลายข้อกำหนดการขายหุ้นใหม่ ขณะที่ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (CSRC) เปิดเผยในการแถลงข่าววานนี้ว่าจีนจะพุ่งความสนใจไปที่การพัฒนาตลาดทุนอย่างมีเสถียรภาพในปีนี้  ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดลดลง 0.17% สู่ระดับ 23,925.05  บรรยากาศการลงทุนยังได้รับผลกระทบจากการลดลงของตลาดหุ้นจีน

- ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์ ( 27 กพ.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงในช่วงแรกสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่โดยปัจจัยเรื่องความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯส่งผลลบต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นดัชนีได้ค่อยๆทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนที่จะมาลดลงอีกครั้งในช่วงท้ายตลาดส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 6.56 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 28 ก.พ. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday684
mod_vvisit_counterAll days684

We have: 681 guests online
Your IP: 216.73.217.145
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 23, 2026

4233088