| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Monday, 27 February 2017 10:06 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้กล่าวต่อบรรดาผู้บริหารของบริษัทรายใหญ่ของสหรัฐที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมหารือที่ทำเนียบขาวว่า เป็นเรื่องยากที่สหรัฐจะมียอดเกินดุลการค้ากับต่างประเทศ โดยในขณะนี้พบว่ามีเพียง 10 ประเทศเท่านั้นที่สหรัฐมียอดเกินดุลการค้า ในการหารือร่วมกับบรรดาผู้บริหารบริษัทรายใหญ่ของสหรัฐครั้งนี้ ทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะนำการจ้างงานกลับสู่สหรัฐ และยังให้คำมั่นว่าจะลดยอดขาดดุลการค้ากับประเทศต่างๆ ข้อมูลจากสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจของสหรัฐระบุว่า สหรัฐมียอดเกินดุลการค้ากับฮ่องกงมากที่สุด รองลงมาคือเนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย บราซิล และสิงคโปร์ สำหรับประเทศอื่นๆที่สหรัฐมียอดเกินดุลการค้านั้น ส่วนใหญ่อยู่ในภาคบริการที่สหรัฐมีข้อได้เปรียบ เช่นภาคการธนาคาร ธุรกิจบันเทิง และการท่องเที่ยว ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกนในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ระดับ 96.3 จากระดับ 98.5 ในเดือนมกราคม โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 96.0 ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นได้รับแรงหนุนจากการที่ผู้บริโภคคาดว่าการคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ ดัชนีดังกล่าวเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ฐานะการเงินส่วนบุคคล, ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาล ยอดขายบ้านใหม่ในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 555,000 ยูนิต แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 6.3% โดยเมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 5.5% (yoy) นักวิเคราะห์ระบุว่า ยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น เนื่องจากผู้บริโภครีบซื้อบ้าน จากความกังวลที่ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองจะดีดตัวขึ้นต่อไปอีก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีเพื่อยกเลิก และปรับปรุงกฎระเบียบของรัฐบาลกลางให้มีความเรียบง่ายมากขึ้น ทั้งนี้ การลงนามคำสั่งดังกล่าวที่ มีการแจ้งไปยังหน่วยงานรัฐบาลกลางทุกแห่งให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎระเบียบ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกหน่วยงานมีทีมเจ้าหน้าที่ที่จะทำการวิจัยกฎระเบียบทั้งหมด ขณะที่จะพุ่งเป้าไปยังกฎระเบียบที่ถ่วงการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งชุดเฉพาะกิจดังกล่าวจะทำการเสนอต่อรัฐบาลสหรัฐว่ากฎระเบียบข้อใดที่ควรถูกยกเลิก หรือปรับให้มีความเรียบง่ายมากขึ้น
ประเด็นที่น่าสนใจ ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐในคืนวันอังคารที่ 28 ก.พ. หรือตรงกับช่วงเช้าของวันพุธที่ 1 มี.ค.ตามเวลาไทย โดยคาดว่าเขาจะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลในวันดังกล่าว ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขาจะประกาศแผนการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ "ในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า" ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่า การกล่าวปราศรัยของปธน.ทรัมป์ต่อสภาคองเกรสในวันที่ 28 ก.พ.จะตรงกับช่วงเวลา 2-3 สัปดาห์ที่เขาได้สัญญาไว้
ยุโรป: ฝรั่งเศส สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (Insee) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคฝรั่งเศสอยู่ในระดับที่ทรงตัวในเดือนก.พ. Insee เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคทรงตัวอยู่ที่ 100 ในเดือนก.พ. ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงไปจากสถิติเดือนม.ค. อีกทั้งยังสอดคล้องกับที่บรรดานักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้
กรีซ นายคริสโตโฟรอส ปิสซาริเดส นักเศรษฐศาสตร์ชาวไซปรัสและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ปี 2553 คาดการณ์ว่า กรีซอาจตกอยู่ในภาวะที่จะต้องขอรับความช่วยเหลือด้านการเงินครั้งที่ 4 โดยนายปิสซาริเดสกล่าวคาดว่า กรีซจำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือด้านการเงินอีกเป็นครั้งที่ 4 และคาดว่า วิกฤตการณ์ด้านการเงินและการใช้มาตรการรัดเข็มขัดของกรีซจะสิ้นสุดลงเมื่อกรีซสามารถกลับเข้าสู่ตลาดการเงินโลกได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าการกลับเข้าสู่ตลาดการเงินของกรีซนั้นจะยังไม่เกิดขึ้นก่อนที่มาตรการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินงวดปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในเดือนส.ค. 2561 พร้อมกันนี้ ยังแนะนำว่า กรีซควรปฏิรูปเศรษฐกิจมากขึ้นเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน เพื่อที่กรีซจะสามารถหลุดพ้นจากวิกฤตหนี้สินที่ยืดเยื้อยาวนานถึง 7 ปี นอกจากนี้ เขายังระบุว่า ภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งขัดขวางการใช้มาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจนั้น เป็นสาเหตุที่ทำให้กรีซเผชิญปัญหาในการขอรับความช่วยเหลือด้านการเงิน ทั้งนี้ กรีซได้ลงนามในข้อตกลงโครงการรับความช่วยเหลือด้านการเงิน 3 ฉบับกับเจ้าหนี้ต่างประเทศนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2553 เพื่อแก้คลี่คลายวิกฤตหนี้สิน
เอเชีย: เกาหลีใต้ นายยู อิล-โฮ รมว.คลังเกาหลีใต้กล่าวว่า ความผันผวนที่เกิดขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐฯ-วอนในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ ขณะที่ทางการมีความกังวลมากขึ้นกับ "การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน" เขาแสดงความเห็นต่อผู้สื่อข่าวนอกรอบการประชุมของรัฐบาลที่กรุงโซล วอนเคลื่อนไหวผันผวนเช่นเดียวกับสกุลเงินในตลาดเอเชียนับตั้งแต่ปลายปี 2016 ก่อนการชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐของนายโดนัลด์ ทรัมป์ และขณะนี้ วอนแข็งค่าขึ้นกว่า 6% แล้วเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในปีนี้
จีน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาว่า จีนเป็น "แชมเปี้ยนใหญ่" ของการปั่นค่าเงิน หลังจากนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐเพิ่งให้สัญญาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นว่า เขาจะใช้วิธีการที่เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้นในการวิเคราะห์การปฏิบัติของจีนในด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ปธน.ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ต่อรอยเตอร์ว่า เขาไม่ได้ยกเลิกการประเมินของเขาที่ว่า จีนปั่นค่าเงินหยวน ถึงแม้เขาไม่ได้ทำตามสัญญาในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ว่า เขาจะประกาศว่าจีนเป็นผู้ปั่นค่าเงินในวันแรกที่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ในช่วงที่นายทรัมป์หาเสียงเลือกตั้งในปี 2016 นั้น เขามักจะกล่าวหาจีนว่า จีนทำให้อัตราแลกเปลี่ยนหยวนอ่อนค่าเกินความเป็นจริง เพื่อที่สินค้าส่งออกของจีนจะได้มีราคาถูกลง และส่งผลให้จีนสามารถ "ขโมย" ตำแหน่งงานในภาคการผลิตของสหรัฐ อย่างไรก็ดีนายมนูชินกล่าวต่อสถานีโทรทัศน์ CNBC เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาว่า เขายังไม่พร้อมที่จะตัดสินจีนในเรื่องการปฏิบัติทางสกุลเงิน เมื่อได้รับคำถามว่า กระทรวงการคลังสหรัฐกำลังวางแผนจะประกาศให้จีนเป็นผู้ปั่นค่าเงินในเร็วๆ นี้หรือไม่ นายมนูชินได้ตอบว่า เขาจะทำตามกระบวนการปกติในการวิเคราะห์การปฏิบัติทางสกุลเงินของประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ กระทรวงการคลังสหรัฐมีกำหนดจะต้องเผยแพร่รายงานเรื่องการปฏิบัติทางสกุลเงินของประเทศคู่ค้าในวันที่ 15 เม.ย. และ 15 ต.ค.ของแต่ละปี นายมนูชินกล่าวว่า กระทรวงการคลังสหรัฐมีกระบวนการที่ใช้ในการพิจารณาเรื่องการปั่นค่าเงินในวงกว้าง เราจะทำตามกระบวนการนี้ เราจะทำสิ่งนี้เหมือนที่เราเคยทำในอดีต และเขากล่าวเสริมว่า เราจะไม่ตัดสินเรื่องนี้จนกว่าเราจะทำตามกระบวนการนี้ ถ้าหากกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศอย่างเป็นทางการว่า จีนหรือประเทศใดก็ตามปั่นค่าเงิน กระทรวงการคลังก็จำเป็นต้องขอเจรจาต่อรองเพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว และกระบวนการนี้อาจจะสิ้นสุดลงด้วยการเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากสินค้าของประเทศที่ปั่นค่าเงินเพื่อเป็นการลงโทษ
สิงคโปร์ รายงานที่ออกมาในวันศุกร์ที่ผ่านมาระบุว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสิงคโปร์เติบโตขึ้นอย่างเชื่องช้าเกินคาดในเดือนม.ค. โดยเป็นผลจากการผลิตเวชภัณฑ์ที่ลดลง คณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์รายงานว่า ผลผลิตภาคโรงงานของสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนม.ค.เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในโพลล์รอยเตอร์ที่ 8.4% ผลผลิตเวชภัณฑ์ของสิงคโปร์ลดลง 18.3% ต่อปีในเดือนม.ค. แต่ผลผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ปรับขึ้น 14.8 % ต่อปีในเดือนม.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสิงคโปร์หดตัวลงอย่างรุนแรงเกินคาดในส่วนของตัวเลขที่เทียบแบบเดือนต่อเดือน และปรับตามปัจจัยด้านฤดูกาล โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวลง 6.0% ต่อเดือนในเดือนม.ค. ในขณะที่โพลล์รอยเตอร์คาดว่าอาจหดตัวลงเพียง 2.6% ต่อเดือนในเดือนม.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสิงคโปร์เคยเติบโต 22.1% ต่อปีในเดือนธ.ค. 2016 ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตสูงที่สุดในรอบ 5 ปี ในขณะที่ผลผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์พุ่งสูงขึ้นในเดือนธ.ค.
อิหร่าน สำนักข่าวฟาร์สรายงานว่า อิหร่านเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาว่า การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันสู่ระดับสูงกว่า 55 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลไม่ได้เป็นผลประโยชน์ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เนื่องจากจะกระตุ้นให้ผู้ผลิตนอกโอเปกปรับเพิ่มการผลิต สำนักข่าวฟาร์สรายงานโดยอ้างคำกล่าวของนายบิจาน ซานกาเนห์ รมว.น้ำมันอิหร่านว่าถ้าราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 55 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 60 ดอลลาร์สหรัฐฯ ผู้ผลิตนอกโอเปกก็จะเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน
ไทย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการของรัฐ ที่มีมูลค่าเกิน 5 พันล้านบาท เพื่อให้โครงการต่างๆ ทั้งรถไฟทางคู่, โครงการด้านดิจิทัล และการบิน ที่อนาคตจะออกมาจำนวนมาก เป็นไปด้วยความโปร่งใส และเดินหน้าโครงการอย่างรวดเร็ว เขากล่าวว่าคณะกรรมการชุดนี้ มีทั้งข้าราชการประจำและฝ่ายที่เป็นคนนอก โดยจะดูโครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5 พันล้านบาทขึ้นไป และจะไปดูตั้งแต่ข้อกำหนดคุณสมบัติการจัดซื้อจัดจ้าง(TOR) และกระบวนการเริ่มต้น เหตุผลที่ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา ก็เพื่อให้โครงการทุกอย่างโปร่งใส ไม่อยากให้ช้า หลักการของเราคือ ต้องการให้โครงการใหญ่ๆเดินหน้าให้เร็วที่สุด ไม่ได้ต้องการตั้งขึ้นมาเพื่อจับผิดใคร แต่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ทุกอย่างเป็นธรรม ไม่ให้มีใครมาว่าได้ และทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย เขากล่าวว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้ดูเฉพาะเรื่องโครงการรถไฟทางคู่อย่างเดียว แต่จะไปดูโครงการใหญ่ๆ ของรัฐทั้งหมด หลังจากนี้ก็จะมีเรื่องดิจิทัล, Aviation Hub และโครงการอื่นๆ
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันศุกร์ (24 กพ.) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯก็อ่อนค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินเอเชีย โดยเป็นการอ่อนค่าต่อเนื่องหลังรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. ที่เปิดเผยเมื่อคืนวันพุธยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปของธนาคารสหรัฐฯในปีนี้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด โดยปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่ยังมีอยู่มากทั้งในสหรัฐฯเองและในต่างประเทศทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคมนี้ นอกจากนี้ดอลลาร์สหรัฐฯยังได้รับแรงกดดันจากการแถลงของนาย Steven Mnuchin รมว.คลังสหรัฐ ซึ่งกล่าวว่า นโยบายใดก็ตามที่คณะผู้บริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้ มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบเพียงวงจำกัดในปีนี้ เขากล่าวด้วยว่าเขาต้องการจะเห็นมาตรการปฏิรูปภาษี ผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส ก่อนที่ทางสภาคองเกรสจะพักสมัยประชุมในเดือนส.ค. โดยก่อนหน้านี้นักลงทุนบางรายเคยคาดการณ์ว่าจะมีการดำเนินมาตรการปฏิรูปอย่างรวดเร็วกว่านี้ ขณะที่ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุอีกว่าจีนเป็นผู้ปั่นค่าเงิน - ดอลลาร์/เยน วันศุกร์ (24 กพ.) เงินเยนอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯติดต่อกันสองวันก่อนหน้านึ้จากการที่ยังไม่มีตวามชัดเจนว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปของสหรัฐฯจะเกิดขึ้นเมื่อใด ขณะเดียวกันนโยบายการค้าของสหรัฐฯก็สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯด้ว ทั้งนี้ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเทียบเยนในช่วงตลาดสหรัฐฯจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายสหรัฐ - ยูโร/ดอลลาร์ วันศุกร์ ( 24 กพ.) เงินยูโรอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยยูโรได้รับแรงกดดันจากความกังวลว่า นางมารีน เลอ แปน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส จากฝ่ายขวาจัด อาจจะชนะการเลือกตั้งรอบแรกในวันที่ 23 เม.ย. โดยนางเลอ แปน มีนโยบายต่อต้านสหภาพยุโรป(อียู) ทั้งนี้ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเทียบเยนในช่วงตลาดสหรัฐฯจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายสหรัฐ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันศุกร์ ( 24 กพ.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ โดยดัชนีดาวโจนส์บวกขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 11 โดยเป็นการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มสาธารณูป โภคและหุ้นกลุ่มปลอดภัยอื่นๆ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.05% สู่ระดับ 20,821.76, ดัชนี S&P 500 ปิดปรับขึ้น 0.15% สู่ระดับ 2,367.34 และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 0.17% สู่ระดับ 5,845.31 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันศุกร์ ( 24 กพ.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้โดยปัจจัยจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรป และความกังวลเรื่องนโยบายเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ปลีกตัวออกนอกตลาด โดย ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์มีกำหนดจะแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรสในวันอังคารที่ 28 ก.พ.ขณะที่ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ระบุอีกว่าจีนเป็นผู้ปั่นค่าเงิน ทั้งนี้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลงต่อเนื่องจากนโยบายกีดกันทางการค้ามากขึ้นภายใต้การบริหารของปธน.ทรัมป์ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิเกอิลดลง 0.45% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดลดลง 0.62% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.05% หลังจากที่ปรับตัวลงในช่วงแรก - ตลาดหุ้นไทย วันศุกร์ ( 24 กพ.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงในช่วงเช้าสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ โดยในช่วงบ่ายดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงท้ายตลาดส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 2.73 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 27 ก.พ. 2560
|






![]() | Today | 746 |
![]() | All days | 746 |
Comments