Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 08 February 2017 09:57

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

นายแพทริค ฮาร์เคอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟียกล่าวในว่า เขาจะเปิดโอกาสสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดในวันที่ 14-15 มี.ค. ถ้าหากการจ้างงานและค่าแรงยังคงเติบโตต่อไป นายฮาร์เคอร์กล่าวว่าเขายังคงสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ แต่มีข้อแม้ที่สำคัญว่า สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเศรษฐกิจจะปรับเปลี่ยนไปอย่างไร และนโยบายการคลังจะปรับเปลี่ยนไปอย่างไร และเขากล่าวเสริมว่าเขาคิดว่าควรจะมีการพิจารณาว่า มีโอกาสสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนมี.ค.เฟดเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. 2016 ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งที่สองนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินเป็นต้นมา โดยผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่ในเฟดมีความเห็นสอดคล้องกับนายฮาร์เคอร์ในเรื่องที่ว่า เฟดควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ดี ธนาคารในย่านวอลล์สตรีทและเทรดเดอร์ในตลาดสัญญาล่วงหน้าคาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในปีนี้ โดยครั้งแรกจะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย. นายฮาร์เคอร์เป็น 1 ใน 10  สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟด (FOMC) ที่มีสิทธิออกเสียงในปีนี้ โดยเขากล่าวว่า ในการที่เขาจะสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้น เขาจำเป็นต้องได้เห็นว่า มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ในสหรัฐเติบโตต่อไป และตลาดแรงงานทวีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขตำแหน่งงานเท่านั้น แต่รวมไปถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของค่าแรงและรายได้ เพราะสิ่งนี้จะส่งผลไปถึงอัตราเงินเฟ้อในที่สุด การจ้างงานในสหรัฐพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเกินคาดในเดือนม.ค. แต่ค่าแรงเฉลี่ยต่อชั่วโมงปรับขึ้นเพียง 3 เซนต์เท่านั้น และสิ่งนี้บ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานยังคงมีโอกาสปรับขึ้นได้อีก ก่อนที่ตลาดแรงงานจะเริ่มส่งผลบวกอย่างแข็งแกร่งต่ออัตราเงินเฟ้อ นายฮาร์เคอร์กล่าวว่าเขาไม่คิดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯดำเนินการล่าช้ากว่าแนวโน้มในขณะนี้ และเขาต้องการจะสร้างความมั่นใจว่าธนาคารกลางฯไม่ได้ดำเนินการล่าช้า นายฮาร์เคอร์ใช้ความระมัดระวังในการตอบคำถามที่ว่า นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง โดยนายฮาร์เคอร์กล่าวว่า เขายังไม่ได้เห็นรายละเอียดที่มากพอในเรื่องแผนการด้านโครงสร้างพื้นฐานและภาษีของรัฐบาลใหม่ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถลงความเห็นใดๆต่อประเด็นที่ว่า นโยบายเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้างต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ นายฮาร์เคอร์กล่าวว่า การเปิดรับผู้อพยพในวงกว้างสามารถช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และกล่าวว่ามาตรการจำกัดผู้อพยพอาจส่งผลให้บริษัทบางแห่งโยกย้ายการจ้างงานไปต่างประเทศ แทนที่จะจ้างงานภายในประเทศ อย่างไรก็ดี นายฮาร์เคอร์ไม่ได้แสดงความเห็นที่เฉพาะเจาะจงต่อคำสั่งผู้บริหารของปธน.ทรัมป์ในสัปดาห์ที่แล้ว ปธน.ทรัมป์วางแผนจะยกเลิกกฎบางข้อในกฎหมายด็อดด์-แฟรงค์ ซึ่งเป็นกฎหมายปฏิรูปธุรกิจย่านวอลล์สตรีทด้วย ทางด้านนายฮาร์เคอร์กล่าวว่า กฎหมายด็อดด์-แฟรงค์ได้ช่วยส่งเสริมเสถียรภาพทางการเงินในช่วงที่ผ่านมา และเขาเรียกร้องให้ใช้ความรอบคอบเมื่อพิจารณาเรื่องการปรับเปลี่ยนกฎหมายนี้ นายฮาร์เคอร์กล่าวถึงความสำคัญในการสกัดกั้นความเสี่ยงทางระบบคอมพิวเตอร์ โดยเขากล่าวว่าในผลการสำรวจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียนั้น ธนาคารขนาดเล็กมีความกังวลต่อประเด็นนี้มากที่สุด

ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐจะรับฟังข้อโต้แย้งต่อประเด็นที่ว่า คำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐที่ห้ามประชาชนจาก 7 ประเทศเดินทางเข้าสู่สหรัฐชั่วคราวจะกลับมามีผลบังคับใช้หรือไม่ โดยคำสั่งดังกล่าวถือเป็นนโยบายที่ก่อให้เกิดความคิดเห็นขัดแย้งมากที่สุด นับตั้งแต่นายทรัมป์ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน กระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุในแถลงการณ์สั้นในวันจันทร์ว่า การที่ผู้พิพากษาคนหนึ่งของรัฐบาลกลางสหรัฐตัดสินให้ระงับการปฏิบัติตามคำสั่งของปธน.ทรัมป์ในสัปดาห์ที่แล้ว ถือเป็นคำตัดสินที่กว้างเกินไป และคำตัดสินนี้ควรจะได้รับการจำกัดขอบเขต เพื่อจะได้อนุญาตให้ประชาชนจาก 7 ประเทศที่สามารถเดินทางเข้าสู่สหรัฐได้มีเพียงแค่ ประชาชนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าสหรัฐได้แล้ว แต่ไปอยู่ต่างประเทศเป็นการชั่วคราว และประชาชนที่ต้องการจะเดินทางออกไปและจะกลับเข้ามาในสหรัฐอีกครั้ง แถลงการณ์ดังกล่าวของกระทรวงยุติธรรมบ่งชี้ว่า รัฐบาลสหรัฐอาจจะผ่อนคลายจุดยืนของตนเองลง ผู้พิพากษาเจมส์ โรบาร์ตจากศาลเขตสหรัฐในนครซีแอทเทิลได้ตัดสินในวันศุกร์ที่แล้ว ให้ระงับการปฏิบัติตามคำสั่งห้ามการเดินทางของปธน.ทรัมป์ โดยคำตัดสินนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนจาก 7 ประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่สามารถเดินทางเข้าสู่สหรัฐได้ ศาลอุทธรณ์เขต 9 ในซานฟรานซิสโกได้ขอให้ทนายความของรัฐวอชิงตันและรัฐมินนิโซตา และกระทรวงยุติธรรมนำเสนอข้อโต้แย้งในประเด็นที่ว่า คำสั่งห้ามของปธน.ทรัมป์ควรจะถูกระงับไว้ต่อไปหรือไม่

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดขาดดุลการค้าลดลงเกินคาดสู่ 4.43 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนธ.ค. นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า สหรัฐอาจขาดดุลการค้า 4.50 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนธ.ค. ลดลงจาก 4.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนพ.ย.

 

ยุโรป: ยูโรโซน

นายเบนัวท์ เคอร์ สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า ถึงแม้ยูโรอ่อนค่ามาแล้วเกือบ 30% จากจุดสูงสุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ สิ่งนี้ก็สอดคล้องกับสถานะทางเศรษฐกิจของยูโรโซน และไม่ได้เกิดจากความพยายามในการทำให้ยูโรอ่อนค่าลง ที่ปรึกษาทางการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวในสัปดาห์ที่แล้วว่า เยอรมนีใช้ประโยชน์จากยูโรที่มีค่าต่ำกว่าความเป็นจริงในการเอารัดเอาเปรียบสหรัฐ โดยการปั่นค่าเงินยูโรส่งผลให้เยอรมนีมียอดเกินดุลการค้าเป็นอย่างมาก หนังสือพิมพ์เลอ ปารีเซียงของฝรั่งเศสฉบับวันนี้รายงานว่านายเคอร์กล่าวว่า "อีซีบีไม่มีเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนที่เฉพาะเจาะจง" และเขากล่าวเสริมว่า "ขณะนี้ยูโรอยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในยุโรป"

 

เยอรมนี

กระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนีรายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีลดลงในเดือนธ.ค.ในอัตรารุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 8 ปี โดยเป็นผลจากการลดลงของผลผลิตในภาคโรงงานและภาคก่อสร้าง ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีลดลง 3.0% ต่อเดือนในเดือนธ.ค. ซึ่งถือเป็นอัตราการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2009 และเทียบกับโพลล์รอยเตอร์ที่คาดว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมอาจปรับขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค.การลดลงในเดือนธ.ค.นี้เป็นผลมาจากผลผลิตภาคโรงงานที่ลดลง 3.4% และผลผลิตภาคก่อสร้างที่ลดลง 1.7% กระทรวงเศรษฐกิจได้ปรับทบทวนตัวเลขเดือนพ.ย.ให้สูงขึ้นด้วย โดยระบุว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับขึ้น 0.5% ต่อเดือนในเดือนพ.ย. จากเดิมที่เคยรายงานว่าปรับขึ้น 0.4% ในเดือนพ.ย. ทั้งนี้โดยรวมในไตรมาส 4 ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีลดลง 0.1%

 

รัสเซีย

เอสแอนด์พี โกลบัล เอเจนซี (S&P) ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศระบุในวันจันทร์ว่า อันดับความน่าเชื่อถือของรัสเซียมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในสถานะขยะ (junk) ต่อไปอีก "1-2 ปีเป็นอย่างน้อย" S&P จัดอันดับความน่าเชื่อถือของรัสเซียไว้ที่ BB+ ซึ่งต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือเกรดน่าลงทุน 1 ขั้น โดยมีแนวโน้มที่มีเสถียรภาพ นายมอริทซ์ เครเมอร์ หัวหน้าฝ่ายอันดับความน่าเชื่อถือระดับประเทศของ S&P กล่าวต่อรอยเตอร์ว่า "เราคิดว่าอันดับความน่าเชื่อถือของรัสเซียจะยังคงอยู่ในเกรดไม่น่าลงทุนต่อไปอีก 1-2 ปีเป็นอย่างน้อย รัสเซียมีปัญหาเรื้อรังเรื่องการขาดแคลนพลวัตทางเศรษฐกิจและการขาดแคลนความหลากหลายทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ รัสเซียก็มีประชากรลดน้อยลง ซึ่งส่งผลให้ศักยภาพการเติบโตลดต่ำลง โดยสิ่งที่ช่วยพยุงบัญชีการคลังของรัสเซียในระยะนี้ คือการฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของราคาน้ำมัน ราคาสินทรัพย์รัสเซียเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนคาดว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียบางมาตรการ ซึ่งเป็นมาตรการที่ประกาศใช้หลังจากรัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมียของยูเครนเข้ามาเป็นของรัสเซียในปี 2014 อย่างไรก็ดีนายเครเมอร์กล่าวว่าขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะระบุได้ว่า ประเด็นเรื่องมาตรการคว่ำบาตรจะดำเนินไปอย่างไรในอนาคต และเขาไม่คาดว่าประเด็นนี้จะส่งผลกระทบมากนักต่ออันดับความน่าเชื่อถือของรัสเซีย

 

เอเชีย : ญี่ปุ่น

นายทาโร อาโสะ รมว.คลังญี่ปุ่นกล่าวว่า ญี่ปุ่นจะปฏิบัติตามข้อตกลงของกลุ่มจี7/จี20 ที่คัดค้านการแข่งขันกันลดค่าเงิน และจะยังคงใช้นโยบายการเงินต่อไปเพื่อบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ โดยไม่ได้พุ่งเป้าหมายไปที่สกุลเงินต่างๆ นายอาโสะยังปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อการแข็งค่าของเยนในช่วงที่ผ่านมา โดยดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนเมื่อเทียบกับเยนในช่วงแรก ท่ามกลางการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า เขาหวังว่า นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเข้าร่วมการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย และปรับปรุงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระดับทวิภาคีในการประชุมของพวกเขาในสัปดาห์นี้

 

จีน

จีนเปิดเผยว่า ปริมาณทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศลดลงต่ำกว่าระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯอย่างไม่คาดคิดในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 ปี แม้ทางการพยายามควบคุมเงินทุนไหลออกด้วยการคุมเข้มมาตรการควบคุมเงินทุนก็ตาม ทั้งนี้ปริมาณทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศลดลง 1.23 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 2.998 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนม.ค. เทียบกับที่ลดลง 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนธ.ค. นักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าจะลดลงราว 1.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  นักวิเคราะห์บางคนวิตกว่าการลดลงอย่างมากและต่อเนื่องของทุนสำรองอาจจะทำให้จีนลดค่าเงินหยวน ในปี 2016 จีนได้ใช้ทุนสำรองไปเกือบ 3.20 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่ใช้ทุนสำรองมากเป็นประวัติการณ์ 5.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2015

รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักยุทธศาสตร์การลงทุนสกุลเงินในวันอังคารที่ผ่านมา โดยผลสำรวจคาดว่า สกุลเงินหยวนของจีนอาจจะดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปีในช่วงหนึ่งปีข้างหน้า ในขณะที่ทางการจีนประสบความยากลำบากในการสกัดกั้นเงินทุนไหลออก ถึงแม้ธนาคารกลางจีนเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นก็ตาม ธนาคารกลางจีนเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์ที่แล้ว และกำหนดค่ากลางอย่างเป็นทางการของหยวนในระดับที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เมื่อวานนี้ ซึ่งช่วยหนุนหยวนให้ขึ้นไปแตะ 6.86 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โพลล์คาดว่าหยวนอาจอ่อนค่าสู่ 6.91 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯในอีก 1 เดือนข้างหน้า และอาจดิ่งลงสู่ 7.18 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯในอีก 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปี นักลงทุนคาดการณ์ในทางลบต่อหยวน ถึงแม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวหารัฐบาลจีนว่ากดดันค่าเงินหยวนให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อที่จีนจะได้มีความได้เปรียบทางการค้า นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังแสดงความไม่พอใจต่อนโยบายดอลลาร์สหรัฐฯแข็งแกร่งที่สหรัฐเคยใช้ในอดีตด้วย ธนาคารกลางจีนได้ใช้ทุนสำรองไปแล้วหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯในการสกัดกั้นหยวนไม่ให้ดิ่งลงต่อไป และได้ดำเนินมาตรการบางมาตรการในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความยากลำบากให้แก่ชาวจีนและบริษัทจีนในการส่งเงินไปต่างประเทศ ถึงแม้ธนาคารกลางจีนดำเนินมาตรการดังกล่าว หยวนก็อ่อนค่าเกือบ 7 % ในปี 2016 ซึ่งถือเป็นการอ่อนค่าครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994 โดยมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากแนวโน้มที่ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจจีน

 

ฟิลิปปินส์

สำนักงานสถิติแห่งชาติของฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีในเดือนม.ค.เนื่องจากค่าน้ำและค่าพลังงานที่สูงขึ้น รวมทั้งสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆด้วย ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.7% ในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้นจาก 2.6% ในเดือนธ.ค. แต่ยังคงอยู่ภายในกรอบเป้าหมายของธนาคารกลางฟิลิปปินส์ที่ 2-4% ในปีนี้ นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่า อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2.8% แต่ก็ยังคงอยู่ภายในกรอบที่ธนาคารกลางคาดไว้ในช่วง 2.3-3.2% สำหรับเดือนม.ค.ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานทรงตัวที่ 2.5% ในเดือนม.ค

 

ออสเตรเลีย

ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.50% ในวันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาตามความคาดหมาย

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันอังคาร (7 กพ.) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์ในต่างประเทศคาดว่าดอลลาร์สหรัฐฯจะถูกกดดันให้อ่อนค่าต่อไป จนกว่าจะเห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นเกี่ยวกับงบประมาณ, การลดภาษี และการใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคจากรัฐบาลสหรัฐ สำหรับหยวนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันอังคารที่ผ่านมาเนื่องจากแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐฯของนักลงทุนรายย่อย  ตลาดรอดูข้อมูลปริมาณทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศประจำเดือนม.ค.ที่จีนจะประกาศในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าจีนจะรายงานว่า ปริมาณทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศจะลดลงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกันในเดือนม.ค.

- ดอลลาร์/เยน วันอังคาร (7 กพ.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะทีนายทาโร อาโสะ รมว.คลังญี่ปุ่นกล่าวว่า ญี่ปุ่นจะปฏิบัติตามข้อตกลงของกลุ่มจี7/จี20 ที่คัดค้านการแข่งขันกันลดค่าเงิน และจะยังคงใช้นโยบายการเงินต่อไปเพื่อบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ โดยไม่ได้พุ่งเป้าหมายไปที่สกุลเงินต่างๆ

- ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 7 กพ.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ยูโรได้รับแรงกดดันจากปัญหาทางการเมืองในฝรั่งเศส หลังนาง Marie Le Pen  ผู้นำพรรคเนชั่นแนล ฟรอนท์ ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด เริ่มหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส โดยนาง Le Pen  ประกาศว่าจะต่อสู้กับโลกาภิวัฒน์ และจะให้ฝรั่งเศสถอนตัวออกจากยูโรโซน ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาดูการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ในเดือนมี.ค. และการเลือกตั้งในเยอรมนีในเดือนก.ย. นอกจากนี้มีความเป็นไปได้ที่อิตาลีอาจจะจัดการเลือกตั้งในปีนี้ด้วยเช่นกัน ถึงแม้นายมัตเตโอ เรนซี อดีตนายกรัฐมนตรีอิตาลีกล่าวว่า เขาเต็มใจที่จะระงับการผลักดันให้อิตาลีจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร ( 7 กพ.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันอังคาร และดัชนี Nasdaq แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ โดยได้แรงหนุนจากการบวกขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างวันด้วย แม้หุ้นกลุ่มพลังงานลดลงก็ตาม ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.19% สู่ระดับ 20,090.29, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.02% สู่ระดับ 2,293.08 และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 0.19% สู่ระดับ 5,674.22

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร ( 7 กพ.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้ นักลงทุนยังคงระมัดระวังก่อนการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในวันที่ 10-11 ก.พ. ขณะที่คาดว่าการค้าและค่าเงินจะเป็นวาระสำคัญในการหารือ เทรดเดอร์กล่าวว่า นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่หุ้นทั่วโลกลดลงเมื่อคืนนี้จากความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ และการลดลงของราคาน้ำมันทำลายบรรยากาศซื้อขาย โดยดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.35% มาที่ 18,910.78 เนื่องจากเยนที่แข็งค่า ด้านตลาดหุ้นจีนผู้ซื้อระมัดระวังหลังจากสื่อของทางการรายงานวานนี้ว่า ธนาคารกลางจีนได้ส่ง "window guidance" ให้แก่ธนาคารหลายแห่ง โดยเรียกร้องให้ธนาคารเหล่านี้ควบคุมโควต้าการให้สินเชื่อตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ธนาคารกลางจีนยืนยันท่าทีคุมเข้มนโยบายด้วยการไม่เข้าซื้อพันธบัตรในตลาดรองเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในวันนี้ โดยระบุว่าสภาพคล่องในระบบธนาคาร "อยู่ในระดับสูงพอสมควร" หลังจากที่ได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอย่างไม่คาดคิดในวันศุกร์ที่แล้ว โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดลดลง 0.11% มาอยู่ที่ 3,153.65 สำหรับดัชนีตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันนี้ ขณะที่ความสนใจซื้อจากจีนถูกหักล้างด้วยการปรับตัวลงของตลาดหุ้นทั่วโลก โดยดัชนีฮั่งเส็งปิดลดลง 0.07% สู่ระดับ 23,331.57

- ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร ( 7 กพ.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนื้ทรงตัวในช่วงเช้าก่อนที่ช่วงบ่ายดัชนีจะลดลงสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่โดยมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 6.61 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่  ก.พ. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday656
mod_vvisit_counterAll days656

We have: 655 guests online
Your IP: 216.73.217.73
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 24, 2026

4244440