| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 02 February 2017 09:43 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.50-0.75% ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ ขณะที่แถลงการณ์ของ Fed ในครั้งนี้ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด เพียงแต่ระบุว่า Fed ต้องการเวลามากขึ้นในการจับตาเศรษฐกิจ และ Fedคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ แถลงการณ์ระบุว่า Fed คาดการณ์ว่าตลาดแรงงานจะยังคงมีความแข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้นในระยะกลางใกล้ระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของ Fed และเศรษฐกิจจะขยายตัวในระดับปานกลาง ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Fed จะยังคงไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จนกว่าจะรับรู้มากขึ้นเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายของปธน.ทรัมป์ รวมทั้งการยกเลิก หรือการทำข้อตกลงการค้าจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัว หรือความเชื่อมั่นของนักลงทุนหรือไม่ การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมลดลง 0.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนพฤศจิกายน สู่ระดับ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และตรงกันข้ามกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.4% ผลการสำรวจของ IHS Markit ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมขยายตัวสู่ระดับ 55.0 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2015 จากระดับ 54.3 ในเดือนธันวาคม โดยดัชนีย่อยคำสั่งซื้อใหม่พุ่งสูงสุดในรอบ 28 เดือน ทั้งนี้ ดัชนี PMI อยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ภาวะหดตัว ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของ ISM ในเดือนมกราคมปรับตัวขึ้น 1.5% สู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2014 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 55.0 โดยคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้น 0.1% ขณะที่การจ้างงานเพิ่มขึ้น 3.3% ทั้งนี้ ดัชนีอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิต ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ รายงานว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐประจำเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 246,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว จากที่เพิ่มขึ้น 151,000 ตำแหน่งในเดือนก่อนและสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 165,000 ตำแหน่ง โดยแบ่งเป็นภาคบริการมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 201,000 ตำแหน่ง ส่วนภาคการผลิตมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 45,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี
ประเด็นที่น่าสนใจ ตัวเลขที่จะประกาศออกมาในวันนี้ได้แก่ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และผลิตภาพ-ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยไตรมาส 4/2559 ขณะที่ ตลาดการเงินมุ่งให้ความสนใจไปที่การเปิดตัวเลขยอดการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในคืนวันศุกร์นี้
เม็กซิโก ธนาคารกลางเม็กซิโก รายงานว่า ยอดเงินที่ชาวเม็กซิกันที่อาศัยในต่างประเทศได้โอนกลับสู่เม็กซิโกสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยยอดเงินโอนดังกล่าวเพิ่มขึ้น 8.8% สู่ระดับ 2.697 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว เมื่อเทียบกับระดับ 2.478 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2015 ทั้งนี้ เงินโอนถือเป็นแหล่งรายได้จากต่างประเทศที่สำคัญที่สุดของเม็กซิโก รองจากภาคการผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งทำรายได้เกือบ 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีนอกจากนี้ เงินโอนยังมีมูลค่ามากกว่าการส่งออกน้ำมันของเม็กซิโก ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.56 หมื่นล้านดอลลาร์
ยูโรโซน บริษัท IHS Markit ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของยูโรโซนในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 55.2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 69 เดือน โดยสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 55.1 จากระดับ 54.9 ในเดือนธันวาคม ขณะเดียวกัน มาร์กิตยังเปิดเผยว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตของเยอรมนีอยู่ที่ระดับ 56.4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 36 เดือน, ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสเปนอยู่ที่ระดับ 55.6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือน, ดัชนี PMI ภาคการผลิตของฝรั่งเศสอยู่ที่ระดับ 53.6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 68 เดือน และดัชนี PMI ภาคการผลิตของออสเตรียอยู่ที่ระดับ 57.3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 70 เดือน อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ภาคการผลิตของกรีซอยู่ที่ระดับ 46.6 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน และดัชนี PMI ภาคการผลิตของเนเธอร์แลนด์อยู่ที่ระดับ 56.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน
ประเด็นที่น่าสนใจ ในวันนี้ (2 ก.พ.)จะมีการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ(BOE) ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.25% และมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ไว้ที่ 4.35 แสนล้านปอนด์ ทั้งนี้ ธนาคารกลางอังกฤษจะเผยแพร่รายงานตัวเลขเงินเฟ้อรายไตรมาสด้วยเช่นกัน ในขณะที่นักวิเคราะห์ได้เตือนว่า เงินเฟ้อที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการถอนตัวจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) อาจจะสกัดการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้
เอเชีย : มีการคาดการณ์ว่านายเจมส์ แมททิส รมว.กลาโหมของสหรัฐจะตอกย้ำพันธสัญญาด้านความมั่นคงของสหรัฐต่อเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สำคัญในการเดินทางเยือนภูมิภาคเอเชียในสัปดาห์นี้ ขณะที่มีความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับโครงการขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ และสถานการณ์ตึงเครียดกับจีน การเดินทางเยือนเอเชียครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกสำหรับนายแมททิสนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรมว.กลาโหมสหรัฐ และยังเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีของปธน.ทรัมป์ เจ้าหน้าที่กล่าวว่า การที่นายแมททิสจะเดินทางเยือนเอเชียเป็นภูมิภาคแรกนั้นมีจุดประสงค์เพื่อยืนยันความสัมพันธ์กับพันธมิตรในเอเชียทั้งสองประเทศ ซึ่งมีกองกำลังสหรัฐเกือบ 80,000 นาย และยืนยันถึงความสำคัญของภูมิภาคเอเชียโดยรวม
จีน ภาคการผลิตของจีนขยายตัวเล็กน้อยในเดือนม.ค. โดยเศรษฐกิจจีนยังคงได้แรงหนุนจากการปล่อยกู้ที่สูงเป็นประวัติการณ์ของภาคธนาคาร และจากการขยายตัวของภาคการก่อสร้าง ทั้งนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนอยู่ที่ 51.3 ในเดือนม.ค. ชะลอลงเล็กน้อยจาก 51.4 ในเดือนธ.ค. แต่ยังสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตยังคงมีการขยายตัว สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยผลสำรวจพบว่า ภาคบริการของจีนขยายตัวมากขึ้นในเดือนม.ค.เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.ทั้งนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการอยู่ที่ระดับ 54.6 ในเดือนม.ค. เทียบกับระดับ 54.5 ในเดือนธ.ค. และสูงกว่าระดับ 50 ที่บ่งชี้ว่าภาคบริการยังคงขยายตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
ญี่ปุ่น ผลสำรวจของภาคเอกชนพบว่า กิจกรรมในภาคการผลิตของญี่ปุ่นขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปีในเดือนม.ค. ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าส่งออกพุ่งขึ้นอย่างมาก ซึ่งบ่งชี้ว่าอุปสงค์ในต่างประเทศดีดตัวขึ้นแข็งแกร่ง อย่างไรก็ดีนักเศรษฐศาสตร์หลายคนอาจจะลังเลกับความเห็นเชิงบวกดังกล่าว เนื่องจากความวิตกที่ว่านโยบายกีดกันทางการค้ามากขึ้นของสหรัฐอาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของญี่ปุ่น มาร์กิต/นิกเกอิเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ในภาคการผลิตของญี่ปุ่นขั้นสุดท้ายอยู่ที่ 52.7 ในเดือนม.ค. ลดลงเล็กน้อยจากข้อมูลขั้นต้นที่ 52.8 แต่ยังคงเพิ่มขึ้นจากข้อมูลขั้นสุดท้ายที่ 52.4 ในเดือนธ.ค. ดัชนี PMI ยังคงสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน และเป็นการขยายตัวมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2014 แหล่งข่าวอาวุโสในรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า นายทาโร อาโสะ รมว.คลังญี่ปุ่นจะชี้แจงจุดยืนของรัฐบาลญี่ปุ่นเกี่ยวกับค่าเงินและนโยบายการเงินในการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในสัปดาห์หน้า แหล่งข่าวอีกรายเปิดเผยว่า นายมาซัตสึกุ อาซากาวะ รมช.คลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่น จะเดินทางถึงกรุงวอชิงตันเพื่อเตรียมการร่วมกับเจ้าหน้าที่สหรัฐก่อนการประชุมของปธน.ทรัมป์และนายอาเบะในวันที่ 10 ก.พ.นี้ ก่อนหน้านี้ปธน.ทรัมป์และนายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าได้วิจารณ์นโยบายค่าเงินของญี่ปุ่นและคู่ค้าอื่นๆ โดยระบุว่า ประเทศเหล่านี้มีส่วนร่วมในการลดค่าเงินเพื่อให้ได้เปรียบสหรัฐ
เกาหลีใต้ ข้อมูลของกระทรวงการค้าของเกาหลีใต้ระบุว่า ยอดส่งออกของเกาหลีใต้ไปยังจีนและสหภาพยุโรป (อียู) เพิ่มขึ้นในเดือนม.ค.เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ยอดส่งออกไปยังสหรัฐลดลง ทั้งนี้ยอดส่งออกไปยังจีนพุ่งขึ้น 13.5% เมื่อเทียบรายปีซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่ยอดส่งออกไปยังอียูเพิ่มขึ้น 13.4% ในเดือนม.ค. แต่ยอดส่งออกของเกาหลีใต้ไปยังสหรัฐลดลง 1.8% เมื่อเทียบรายปี
อินโดนีเซีย ไอเอชเอส มาร์กิตเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับภาคการผลิตของอินโดนีเซียอยู่ที่ระดับ 50.4 ในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้นจากระดับ 49.0 ในเดือนธ.ค. โดยดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ภาคการผลิตของอินโดนีเซียขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนแต่ในอัตราที่ไม่มากนัก เนื่องจากยอดสั่งซื้อใหม่ในประเทศเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดียอดสั่งซื้อสินค้าส่งออกยังคงลดลงอย่างมาก
ไทย กระทรวงพาณิชย์เผย ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป(CPI) ในเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 1.55% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งสูงกว่าเล็กน้อยจากโพลล์รอยเตอร์ที่คาดไว้เพิ่มขึ้น 1.53% โดยเป็นการปรับขึ้นเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน และเป็นการปรับเพิ่มมากที่สุดในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า CPI ในเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 0.16% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่เพิ่มขึ้นในเดือนม.ค.ปีนี้ เป็นผลจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น ตลอดจนการเพิ่มของราคาผักและผลไม้สด รวมถึงราคาสัตว์น้ำบางประเภท เนื่องจากเป็นช่วงมรสุมของภาคใต้ ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารสดและพลังงาน ในม.ค.เพิ่มขึ้น 0.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.07% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่โพลล์รอยเตอร์คาดไว้เพิ่มขึ้น 0.77% เมื่อเทียบรายปี
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันพุธ (1 กพ.) เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้หลังจากดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินบาทและสกุลเงินสำคัญอื่นๆหลังการเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างเป็นทางการของนายโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมาซึ่งในช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ดำเนินมาตรการหลายอย่างซึ่งสร้างความกังวลให้แก่นักลงทุน ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่เปิดเผยเมื่อคืนนี้ชี้ถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจที่อาจจะชะลอตัวลง โดย ISM เปิดเผยดัชนี PMI เขตชิคาโกลดลงเกินคาดสู่ 50.3 ในเดือนม.ค.จาก 54.6 ในเดือนธ.ค.โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 ชี้ถึงการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่Conference Board เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐลดลงเกินคาดสู่ระดับ 111.8 ใน เดือน จากระดับ 113.3 ในเดือนธ.ค.สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์เปิดเผยราคาบ้านเพิ่มขึ้นเกินคาด 0.9% เมื่อเทียบเป็นรายเดือนในเดือนพ.ย. และเพิ่มขึ้นเกินคาด 5.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่วันนี้นักลงทุนรอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเป็นเวลาสองวันที่สิ้นสุดในคืนนี้เพื่อดูสัญญาณแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ - ดอลลาร์/เยน วันพุธ (1 กพ.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนเสร็จสิ้นการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเป็นเวลาสองวันในคืนนี้โดยนักลงทุนรอดูสัญญาณแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ โดยผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลงมติคงอัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลงตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาด - ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ ( 1 กพ.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในคืนนี้ซึ่งอาจจะมีการชี้แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ช่วงนี้ความกังวลเรื่องนโยบายการค้าและนโยบายอื่นๆของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งผลลบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยล่าสุดนายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาการค้าของนายทรัมป์ กล่าวว่าเยอรมนีกำลังใช้ยูโรที่มีค่าต่ำเกินไป เพื่อชิงความได้เปรียบเหนือสหรัฐ และคู่ค้าในสหภาพยุโรป
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพุธ ( 1 กพ.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพุธ โดยดัชนี S&P 500 ฟื้นตัวหลังติดลบ 4 วันติดต่อกัน ขณะที่ได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นแอปเปิล และหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลงมติคงอัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลงตามคาด ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.14% สู่ระดับ 19,890.94, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.03% สู่ระดับ 2,279.55 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.50% สู่ระดับ 5,642.65 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ ( 1 กพ.) ตลาดหุ้นจีนปิดทำการในวันนี้เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ขณะที่ดัชนีหลายตลาดหุ้นในเอเชียสูงขึ้นในวันนี้ โดยนักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในคืนนี้ซึ่งอาจจะมีการชี้แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่รายงานตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนอยู่ที่ 51.3 ในเดือนม.ค. ชะลอลงเล็กน้อยจาก 51.4 ในเดือนธ.ค. แต่ยังสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตยังคงมีการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 0.06% สำหรับดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.56% หลังจากที่ปรับตัวลงในช่วงเปิดตลาด โดยหุ้นกลุ่มเหล็กกล้าเพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ผลกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัทในกลุ่มดังกล่าว ขณะที่การแข็งค่าของเยนชะลอลง แต่ตลาดถูกสกัดช่วงบวก เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกับนโยบายบางนโยบายของฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ - ตลาดหุ้นไทย วันพุธ ( 1 กพ.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าก่อนที่จะลดลงในช่วงบ่าย โดยมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม พลังงาน พาณิชย์ และกลุ่มขนส่ง ขณะเดียวกันวันนี้นักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในคืนนี้เพื่อหาสัญญาณเรื่องแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 0.99 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 2 ก.พ. 2560
|






![]() | Today | 585 |
![]() | All days | 585 |
Comments