Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 31 January 2017 10:26

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) รายงานว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบรายเดือน และเมื่อเทียบรายปี ดัชนีเพิ่มขึ้น 0.3% (yoy) โดยเป็นการทำสัญญาเพิ่มขึ้นอย่างมากในภูมิภาคทางใต้ และทางตะวันตก ทั้งนี้ ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย เป็นมาตรวัดจำนวนสัญญาซื้อบ้านมือสองที่มีการเซ็นสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้ปิดการขาย และโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนสำหรับการเซ็นสัญญาไปจนกระทั่งปิดการขาย

ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE ปรับตัวขึ้น 1.6% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนักตั้งแต่เดือนกันยายน 2014 หลังจากเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้ ดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ให้ความสำคัญ ขยับขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากทรงตัวในเดือนพฤศจิกายน แต่เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 1.7% หลังจากปรับตัวขึ้น 1.7% เช่นกันในเดือนพฤศจิกายน

การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมปรับตัวขึ้น 0.5% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพฤศจิกายน  ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น 0.5% การใช้จ่ายของผู้บริโภคได้รับแรงหนุนจากการซื้อรถยนต์, การใช้จ่ายในภาคบริการ และค่าแรงที่เพิ่มขึ้น สำหรับการใช้จ่ายยของผู้บริโภคที่ปรับค่าตามเงินเฟ้อในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.3% (mom)หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก่อน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาทั้งปี 2016 การใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 3.8% หลังจากเพิ่มขึ้น 3.5% ในปี 2015 ส่วนรายได้ส่วนบุคคลในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.3% (mom) หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน โดยค่าแรงและเงินเดือน ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดในรายได้ส่วนบุคคล เพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน และเมื่อพิจารณาทั้งปี 2016 รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 3.5% หลังจากเพิ่มขึ้น 4.4% ในปี 2015 ส่วนการออมของผู้บริโภคลดลงสู่ระดับ 7.684 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2015 จากระดับ 7.912 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน

ประชาชนหลายพันคนได้ออกมาประท้วงที่บริเวณหน้าทำเนียบขาวของสหรัฐ ขณะที่การประท้วงที่สนามบินในสหรัฐกว่า 30 แห่งยังคงดำเนินต่อไป หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งพิเศษได้ระงับการผ่านเข้าประเทศสหรัฐของพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิม ได้แก่ ซีเรีย เยเมน ซูดาน โซมาเลีย อิรัก อิหร่าน และลิเบีย เป็นเวลา 90 วัน และห้ามผู้ลี้ภัยจากทุกประเทศเข้าสหรัฐ เป็นเวลา 120 วัน โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องชาวอเมริกันจากการก่อการร้าย

 

ประเด็นที่จับตามอง

ตลาดมุ่งให้ความสนใจไปที่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ในวันที่ 31 ม.ค. และ 1 ก.พ. ขณะจับตาแถลงการณ์หลังการประชุมของเฟด และคาดว่าเฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปี  โดยนายลีโอ โกรฮาวสกี หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของบีเอ็นวาย เมลลอน เวลท์ แมเนจเมนต์ คาดว่าแถลงการณ์หลังการประชุมจะค่อนข้างมีความสมดุล เช่นเดียวกับการประชุมคราวที่แล้ว และ Fed จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงเดือนมิถุนายน พร้อมระบุว่า มีโอกาสน้อยที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ หรือในเดือนมีนาคม แต่คาดว่าจะปรับขึ้น 2-3 ครั้งในปีนี้ขณะเดียวกัน นายสตีเฟน สแตนลีย์ หัวหน้านักวิเคราะห์จากแอมเฮิร์สต์ เพียร์พอนท์ คาดว่า สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ระดับ 165,000 ตำแหน่งในวันศุกร์นี้ ขณะที่ตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงของแรงงานจะเพิ่มขึ้น 0.3%

 

ยุโรป: ยูโรโซน

คณะกรรมาธิการยุโรป (EC)  รายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นในยูโรโซนในเดือนมกราคมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 108.2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2011 จากระดับ 107.8 ในเดือนธันวาคม ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีจะปรับตัวลงสู่ระดับ 107.7 ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่สูงกว่าระดับ 100 ซึ่งเป็นระดับเฉลี่ยในระยะยาว โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรม, บริการ และการเงิน อย่างไรก็ดี EC ยังได้ระบุว่า ดัชนีภาวะธุรกิจในยูโรโซน ทรงตัวที่ระดับ 0.77 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2011

 

ฝรั่งเศส

ผลการนับคะแนนเบื้องต้นบ่งชี้ว่า นายเบอนัวต์ อาร์มง อดีตรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของฝรั่งเศสผู้มีแนวคิดฝ่ายซ้าย ได้กวาดคะแนนลอยลำเหนือนายมานูเอล วาล อดีตนายกฯฝรั่งเศส ในการเลือกตั้งขั้นต้นหรือไพรมารี่รอบที่สองเมื่อวานนี้ ขึ้นแท่นตัวแทนพรรคสังคมนิยมฝรั่งเศสเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไป

 

อังกฤษ

สมาพันธ์อุตสาหกรรมอังกฤษ (CBI) รายงานา ผลการสำรวจภาคการผลิต และภาคบริการของเอกชน พบว่า มีการขยายตัวชะลอลงสู่ระดับ 10% จากระดับ 17% ในเดือนธันวาคม ขณะที่ดัชนีคาดการณ์การขยายตัวในอนาคต ยังคงทรงตัวในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ที่ระดับ 12% ด้านนายเรน นิวตัน-สมิธ หัวหน้านักวิเคราะห์ของ CBI เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรมีการฟื้นตัวขึ้น นับตั้งแต่การลงประชามติแยกตัวจากสหภาพยุโรป แต่ความไม่แน่นอนหลังการทำประชามติจะส่งผลให้การใช้จ่ายในการลงทุนชะลอลงในปีนี้

 

เยอรมนี

Bafin ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับสถาบันการเงินของเยอรมนี จัดการประชุมร่วมกับตัวแทนจากธนาคารต่างประเทศราว 25 แห่ง เพื้อชี้แจงแนวทางในการย้ายธุรกิจเข้าสู่เยอรมนี หลังจากที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดย เจ้าหน้าที่ Bafin ระบุว่า ในวันนี้มีการชี้แจงเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารในเยอรมนี ขณะที่มีการอธิบายกฎระเบียบต่างๆ ทั้งนี้ ธนาคารที่เข้าประชุมในวันนี้ ได้แก่ ธนาคารสหรัฐ ซึ่งได้แก่ มอร์แกน สแตนลีย์, โกลด์แมน แซคส์ และซิตี้ กรุ๊ป รวมทั้งธนาคารจากสหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

 

เอเชีย : ญี่ปุ่น

ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะคงนโยบายการเงินในวันอังคารนี้ และจะหาทางลดกระแสคาดการณ์เรื่องการปรับลดมาตรการกระตุ้นขนาดใหญ่ก่อนกำหนด ขณะที่ภาวะปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรเป็นการทดสอบกรอบนโยบายที่ปรับปรุงใหม่ของบีโอเจที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน  บีโอเจจะประชุมนโยบายในวันจันทร์และอังคารนี้ และคาดว่าจะประกาศมติการประชุมในเวลา 10.30-12.30 น.ตามเวลาไทยวันอังคารนี้ ทั้งนี้ผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ของรอยเตอร์คาดว่า บีโอเจจะคงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ย และจะปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในการทบทวนนโยบายรายไตรมาส และอาจจะมีการปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเพียงเล็กน้อย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมากในสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่บีโอเจไม่ได้เข้าซื้อพันธบัตรระยะสั้นเมื่อวันพุธที่แล้ว ซึ่งทำให้นักลงทุนไม่แน่ใจในเจตนาของบีโอเจ และทำให้เกิดความไม่แน่ใจเกี่ยวกับความตั้งใจของบีโอเจที่จะควบคุมผลตอบแทนพันธบัตร และเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว บีโอเจได้สร้างความประหลาดใจให้แก่ตลาดอีกครั้งด้วยการเพิ่มการซื้อพันธบัตร แหล่งข่าวกล่าวว่าบีโอเจระบุว่าการเปลี่ยนแปลงปฏิบัติการตลาดดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อทำให้ตลาดคุ้นเคยกับการตัดสินใจที่บีโอเจได้ทำในเดือนก.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งมีการเปลี่ยนจุดสนใจของนโยบายไปที่อัตราดอกเบี้ยจากอัตราการซื้อพันธบัตร

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ในปริมาณที่น้อยที่สุดในรอบกว่า 2 ปีในเดือนม.ค. ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยในหมู่เทรดเดอร์พันธบัตรว่า บีโอเจอาจจะกำลังลดโครงการซื้อพันธบัตรจำนวนมหาศาลลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้บีโอเจซื้อ JGB มูลค่า 8.25 ล้านล้านเยน (7.21 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในเดือนนี้ และมีการคาดการณ์ว่าจะไม่เข้าซื้อในวันอังคารนี้ ซึ่งบีโอเจจะประกาศนโยบายการเงิน โดยในอดีตบีโอเจหลีกเลี่ยงการซื้อ JGB ในวันที่ประกาศนโยบาย ปริมาณการซื้อ JGB ในเดือนม.ค.มีแนวโน้มว่าจะแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2014 เมื่อบีโอเจได้เพิ่มปริมาณการซื้อพันธบัตร

 

ประเด็นที่จับตามอง

ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะเสร็จสิ้นการประขุมเป็นเวลาสองวันในวันที่ 31 มกราคม 2017

 

ไทย

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เผยไตรมาส 1/60 ททท.คาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 7.33 แสนล้านบาท โดยมีนักท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ 9.3 ล้านคน สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 4.9 แสนล้านบาท และนักท่องเที่ยวตลาดในประเทศ 32.5 ล้านคน/ครั้ง สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 2.4 แสนล้านบาท  ททท.ระบุในเอกสารเผยแพร่ว่า ตลาดต่างประเทศที่น่าจะสร้างรายได้มากที่สุด คือ จีน รัสเซีย มาเลเซีย สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ และตลาดที่มีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวมากที่สุด ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อาร์เจนติน่า กัมพูชา และซาอุดิอาระเบีย ทั้งนี้ปัจจัยหนุนตลาดต่างประเทศ มาจาก Gloden Week วันตรุษจีน ซึ่งคาดจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3.95 หมื่นล้านบาท ปัจจัยบวกด้านการบิน ซึ่งเกือบทุกภูมิภาคมียอดการจองล่วงหน้าเพิ่มขึ้น และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น ตามคาดการณ์ของธนาคารโลก รวมถึงแคมเปญการตลาดของททท. เป็นต้น

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ของไทยปี 60 เป็นเติบโต 3.6% จากเดิมที่คาดขยายตัว 3.4% โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงรายได้ภาคเกษตรที่จะปรับเพิ่มขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะได้รับแรงผลักดัน จากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่เริ่มมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อการส่งออก โดยสศค.ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ส่งออกปีนี้เป็นเติบโต 2.5% จากเดิมคาดโต 1.8% ขณะที่การส่งออกบริการ คาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น สำหรับในปี 59 สศค.ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยลงเหลือ 3.2% จากเดิมคาดไว้ 3.3% แม้ว่าจะเพิ่มคาดการณ์ส่งออกเป็น 0.0% จากเดิมคาดติดลบ 0.5% แต่สศค.ได้ปรับลดคาดการณ์การบริโภคภาครัฐ รวมถึงการลงทุนภาครัฐและเอกชน ในปี 59 ลงจากเดิม ขณะที่สศค.คาดจีดีพีในไตรมาส 4/59 เติบโต 2.9% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน สศค.ยังคงคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ในสิ้นปี 60 ไว้ที่ 1.50% ขณะที่ประเมินนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะช่วยหนุนการส่งออกของไทยในระยะสั้น จากการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศของสหรัฐ

 

ประเด็นที่จับตามอง

ธนาคารแห่งประเทศไทยจะรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยเดือนธันวาคม 2016 ในวันที่ 31 มกราคม 2017 เช่นดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน เงินฝากและสินเชื่อของสถาบันการเงิน เป็นต้น

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันจันทร์ (30 มค.) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับค่าเงินเอเซียส่วนใหญ่ที่แข็งค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาเมื่อวันศุกร์รวมทั้งการดำเนินมาตรการต่างๆของประธานาธิบดีสหรัฐฯในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมามีส่วนสำคัญในการกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงนี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนก็รอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันที่ 31 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2017 นี้ ทั้งนี้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาชี้ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐขยายตัวต่ำกว่าคาดที่ 1.9% ในไตรมาส 4/2016 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าอาจขยายตัว 2.2% ชะลอตัวจากที่ขยายตัว 3.5% ในไตรมาส 3 ส่งผลให้ทั้งปี 2016 เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 1.6% ชะลอลงจากระดับ 2.6% ในปี 2015 อย่างไรก็ดีข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนนี้ออกมาดี การใช้จ่ายส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นตามคาด 0.5%รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.3%

- ดอลลาร์/เยน วันจันทร์ (30 มค.)   เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้เนืองจากข้อมูล GDP สหรัฐฯไตรมาส 4 ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ขณะที่สัปดาห์นี้นักลงทุนรอดูการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันจันทร์และวันอังคาร และการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันอังคารและวันพุธ ทั้งนี้ดอลลาร์สหรัฐฯได้อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงตลาดสหรัฐฯแม้ว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นตามคาด 0.5%, รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.3% แต่ความกังวลเกี่ยวกับมาตรการกีดกันทางการค้าและมาตรการอื่นๆของสหรัฐฯกดดันดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้นในช่วงนี้

- ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ ( 30 มค.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์สอดคล้องกับการที่ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆส่วนใหญ่ในวันนี้ อย่างไรก็ดียูโรอ่อนค่าเล็กน้อยในช่วงตลาดสหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์ ( 30 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงมากที่สุดในปีนี้ในวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนวิตกว่านโยบายสกัดกั้นผู้อพยพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เป็นนโยบายที่ไม่เป็นมิตรกับตลาด ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ  0.61% สู่ระดับ 19,971.13, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง  0.60% สู่ระดับ 2,280.90 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.83% สู่ระดับ 5,613.71

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ (  30 มค.)  ตลาดหุ้นจีนปิดทำการในวันนี้ต่อเนื่องถึงวันที่2 ก.พ. เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ขณะที่ตลาดหุ้นเอเซียอื่นๆหลายตลาดก็ปิดทำการเช่นกันวันนี้ สำหรับดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดลดลง 0.51% สู่ระดับ 19,368.85 ท่ามกลางภาวะซื้อขายเบาบาง  ขณะที่เยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งส่งผลลบต่อแนวโน้มผลกำไรสำหรับผู้ส่งออกของญี่ปุ่น นอกจากนี้หุ้นกลุ่มการเงินมีราคาลดลงหลังจากข้อมูลระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ในไตรมาส 4

- ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์ ( 30 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าขณะที่ตลาดหุ้นเอเซียหลายตลาดปิดทำการในวันนี้เนื่องในเทศกาลตรุษจีน โดยในช่วงท้ายตลาดดัชนีได้ปรับตัวลดลงส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลงเล็กน้อย 0.24 จุด โดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และพลังงาน ขณะที่มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มธุรกิจการเกษตร อสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง พาณิชย์ และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 31 ม.ค. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday708
mod_vvisit_counterAll days708

We have: 707 guests online
Your IP: 216.73.217.73
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 24, 2026

4220120