| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Friday, 27 January 2017 10:04 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ยอดขายบ้านใหม่ในเดือนธันวาคมลดลง 10.4% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 536,000 ยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 588,000 ยูนิต โดยยอดขายบ้านใหม่ลดลงในเขตมิดเวสต์, ทางใต้ และทางตะวันตก ขณะที่เพิ่มขึ้นทางตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านสต็อกบ้านใหม่มีจำนวนเพิ่มขึ้น 4.0% สู่ระดับ 259,000 ยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2009 นอกจากนี้ ราคาเฉลี่ยของบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 7.9% สู่ระดับ 322,500 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี ยอดขายบ้านใหม่ตลอดปี 2016 เพิ่มขึ้น 12.2% สู่ระดับ 563,000 ยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 โดยได้ปัจจัยบวกจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองที่ระดับต่ำ และตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง IHS Markit ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐ ปรับตัวสู่ระดับ 55.1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2015 หลังจากอยู่ที่ระดับ 53.9 ในเดือนธันวาคม โดยดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ ทั้งนี้ การขยายตัวของภาคบริการได้รับปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ในประเทศที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้น 22,000 ราย สู่ระดับ 259,000 ราย โดยสูงกว่าระดับ 247,000 ราย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 99 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1970 ส่วนตัวเลขยอดผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก 4 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ ลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 245,500 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 1973 สำหรับจำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง มีจำนวนเพิ่มขึ้น 41,000 ราย สู่ระดับ 2.1 ล้านราย ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 14 ม.ค. ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ลดลง 1,250 ราย สู่ระดับ 2.1 ล้านราย นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี ให้ดำเนินการสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างสหรัฐกับเม็กซิโก เพื่อควบคุมการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายและยกระดับความมั่นคงของประเทศ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังลงนามในคำสั่งให้รัฐบาลระงับการมอบเงินช่วยเหลือให้แก่รัฐหรือเมืองต่างๆที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้อพยพผิดกฎหมาย หรือที่เรียกว่า "sanctuary states and cities" ทั้งนี้ ทรัมป์คาดหวังว่า การสร้างกำแพงจะช่วยยุติปัญหาการอพยพผิดกฎหมายหรือการลักลอบค้ายาเสพติดจากเม็กซิโกได้ แต่นักวิเคราะห์มองว่า การสร้างกำแพงมีแต่จะเพิ่มความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศมากกว่าช่วยแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการที่ทรัมป์เรียกร้องให้เม็กซิโกจ่ายเงินสูงถึง 1-2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างกำแพง
ยุโรป: อังกฤษ สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) รายงานว่า เศรษฐกิจอังกฤษในไตรมาส 4/2016 มีการขยายตัว 0.6% (q-o-q) และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 0.5% โดย ONS ระบุว่า เศรษฐกิจอังกฤษยังคงมีการขยายตัว ถึงแม้มีการลงประชามติแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของภาคบริการ ขณะที่ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น รวมทั้งมีการดีดตัวในภาคการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ระบุเตือนว่า อังกฤษยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนในอนาคต และเศรษฐกิจอาจชะลอตัวลงในช่วงต่อไปในปีนี้ ดอยซ์แบงก์ ระบุในรายงานวิจัยว่า ปอนด์จะสูญเสียสถานะการเป็นสกุลเงินในทุนสำรองระดับโลก ทันทีที่สหราชอาณาจักรแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยการสูญเสียสถานะดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสหราชอาณาจักร เนื่องจากต้องพึ่งพาสถานะที่แข็งแกร่งของปอนด์ในการเป็นทุนสำรอง และการไหลเข้าของเงินทุน เพื่อช่วยลดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ทั้งนี้ รายงานระบุว่า มูลค่าของปอนด์ในการเป็นสกุลเงินในทุนสำรองเงินตราทางการของ IMF ได้ลดลงถึงครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่ปี 2015 โดยร่วงลงจากระดับ 15% สู่ระดับต่ำกว่า 10% ซึ่งรายงานบ่งชี้ว่า สัดส่วนของปอนด์ในทุนสำรองเงินตราทางการของ IMF อยู่ที่ระดับ 5% ในขณะนี้ เทียบกับ 20% ของยูโร และ 63% ของดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สัดส่วนของ ปอนด์มีแนวโน้มลดลงต่อไป จากการที่หยวนมีบทบาทในการเป็นสกุลเงินในทุนสำรองทางการของ IMF นับตั้งแต่ปี 2015 นายปิแอร์ มอสโควิซี ประธานกรรมาธิการเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป (EU) ระบุเตือนในวันนี้ว่า เศรษฐกิจอังกฤษจะได้รับผลกระทบมากขึ้นในปีนี้ และปีหน้าจากความไม่แน่นอนที่เกิดจากการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) อย่างไรก็ดี นายมอสโควิซียอมรับว่า ที่ผ่านมา อังกฤษได้ปรับตัวดีกว่าที่คาดไว้ นับตั้งแต่ที่มีการจัดการลงประชามติแยกตัวจาก EU คำกล่าวของนายมอสโควิซีได้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของคณะกรรมาธิการยุโรปก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่าเศรษฐกิจอังกฤษจะมีการขยายตัวลดลงครึ่งหนึ่งในปีนี้ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปคาดการณ์ในเดือนพ.ย.ปีที่แล้วว่า เศรษฐกิจอังกฤษจะมีการขยายตัว 1.9% ในปี 2016 และการขยายตัวจะลดลงเกือบครึ่งหนึ่งในปี 2017 สู่ระดับ 1.0% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ครั้งก่อนที่ระดับ 1.9%
เยอรมนี สถาบันวิจัย GfK ของเยอรมนีรายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมันประจำเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 10.2 จากระดับ 9.9 ในเดือนมกราคม เนื่องจากผู้บริโภคมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ จึงส่งผลให้การจับจ่ายคึกคัก แม้จะมีปัจจัยความไม่แน่นอนอยู่รายล้อม ผลสำรวจระบุว่า ผู้บริโภคมองว่าเศรษฐกิจเยอรมนีจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การจ้างงานเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราว่างงานทำสถิติต่ำสุด ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมันโดย Gfk ปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันแล้ว และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะขยับขึ้นแตะ 10.0
เอเชีย : จีน หยวนแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันพฤหัสที่ผ่านมาท่ามกลางภาวะซื้อขายเบาบางก่อนเทศกาลตรุษจีน แต่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากพุ่งขึ้นอย่างมากเนื่องจากสภาพคล่องที่ตึงตัวก่อนวันหยุดยาว และอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินปรับตัวขึ้นเช่นกัน ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางที่ 6.8588 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯก่อนเปิดตลาด แข็งค่าจากค่ากลางของเมื่อวันพุธที่ 6.8596 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หยวนในตลาดสปอตเปิดตลาดที่ 6.8691 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และอยู่ที่ 6.8799 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเที่ยง แข็งค่าเพียง 0.0019 หยวนจากระดับปิดวันพุธ แต่อ่อนค่า 0.31% จากค่ากลาง ในสัปดาห์นี้ หยวนในตลาดสปอตทรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ภาวะซื้อขายชะลอตัวก่อนวันหยุดเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 27 ม.ค.-2 ก.พ.
เกาหลีใต้ นายยู อิล-โฮ รมว.คลังเกาหลีใต้กล่าวว่า ความไม่แน่ใจที่เกี่ยวกับจีนและสหรัฐเป็นความเสี่ยงสำหรับเกาหลีใต้ เนื่องจากการใช้นโยบายกีดกันทางการค้า และข้อพิพาททางการค้าที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐ นายยูกล่าวในการประชุมนโยบายกับรมว.อื่นๆว่า เกาหลีใต้พร้อมที่จะเพิ่มการสื่อสารกับทั้งจีนและสหรัฐเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
ฟิลิปปินส์ นายเออร์เนสโต เปอร์เนีย รมว.วางแผนเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์กล่าวว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ เศรษฐกิจฟิลิปปินส์จะขยายตัวตามเป้า 6.5-7.5% ในปีนี้ รัฐบาลจะยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง และทำให้แน่ใจว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นด้วยนโยบายที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และนโยบายที่ได้แรงขับเคลื่อนจากประชาชน, ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจมหภาคที่มีเสถียรภาพ และการเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับประเทศอื่นๆ เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ขยายตัว 6.6% ในไตรมาส 4/2016 จากช่วงเดียวกันของปี 2015 ซึ่งทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งปี 2016 อยู่ที่ 6.8%
สิงคโปร์ กระทรวงแรงงานสิงคโปร์เปิดเผยว่า อัตราการว่างงานของสิงคโปร์แตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปีในไตรมาส 4 ขณะที่การจ้างงานทั้งหมดในปี 2016 ขยายตัวในอัตราที่อ่อนแอที่สุดในรอบกว่า 10 ปี โดยตลาดแรงงานอ่อนแอลงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอการขยายตัว ข้อมูลขั้นต้นจากกระทรวงแรงงานบ่งชี้ว่า อัตราการว่างงานรวมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.2% ในไตรมาส 4 จาก 2.1% ในไตรมาส 3 โดยเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2010 คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์เปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ในเดือนธ.ค.ขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยได้แรงหนุนจากการผลิตอิเลคทรอนิคส์ และเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้การผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 21.3% จากช่วงเดียวกันของปี 2015 ซึ่งสูงกว่าค่ากลางในผลสำรวจของรอยเตอร์ที่คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 9.5% เมื่อเทียบรายเดือน การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 6.4% ในเดือนธ.ค. ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่คาดว่าจะหดตัวลง 5.8% ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนพ.ย.ขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีครึ่ง ขณะที่การผลิตอิเลคทรอนิคส์เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับภาวะถดถอย
ไทย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง คาดผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ปี 59 เติบโตราว 3.2-3.3% จากปีก่อนหน้า ขณะที่มองการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 60 เพิ่มเติม จะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีโอกาสขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ รมว.คลัง คาดด้วยว่า ในปีนี้จะมีเงินลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 2.3 แสนล้านบาท เมื่อปลายเดือนต.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) คาดว่า จีดีพีในปี 59 จะขยายตัวได้ 3.25% ส่วนในปี 60 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตในระดับ 3.4% ขณะที่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สศค.เผยว่า มีโอกาสปรับคาดการณ์จีดีพีในปี 60 สูงกว่าคาดการณ์เดิม หลังรัฐบาลมีงบกลางปีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงราคาน้ำมัน การส่งออก และเศรษฐกิจโลกที่มีทิศทางดีขึ้น.
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันพฤหัส (26 มค.) เงินบาททรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินเอเชียส่วนใหญ่ โดยช่วงนี้ดอลลาร์สหรัฐฯถูกกดดันจากความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับการใช้นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุมัติการก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก และเตรียมที่จะใช้มาตรการควบคุมการอพยพเข้าเมือง ทั้งนี้ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงท้ายตลาด - ดอลลาร์/เยน วันพฤหัส (26 มค.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ อย่างไรก็ดีนับจากช่วงต้นปีที่ผ่านมาเยนกลับมามีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเนื่องจากแม้ธนาคารกลางสหรัฐฯจะมีแนวโน้มขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่มีหลายปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยชะลอออกไปได้ - ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 26 มค.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ เช่นเดียวกันเงินปอนด์ที่อ่อนค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้า ขณะที่วันนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวในอัตรา 0.6% ในไตรมาส 4 ขณะที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เศรษฐกิจขยายตัว 2.2% ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เล็กน้อย ขณะที่เมื่อพิจารณาทั้งปีเศรษฐกิจขยายตัว 2.0% ในปี 2016 ชะลอลงจาก 2.2% ในปี 2015
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส ( 26 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันพฤหัสบดี ขณะที่นักลงทุนชะลอการซื้อขายหลังตลาดทะยานขึ้นสองวัน ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 32.40 จุดหรือ 0.16% สู่ระดับ 20,100.91, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 1.69 จุดหรือ 0.07% สู่ระดับ 2,296.68 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 1.16 จุดหรือ 0.02% สู่ระดับ 5,655.18 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส ( 26 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่วันนี้สูงขึ้น โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ผลประกอบการในไตรมาสล่าสุดของภาคเอกชนญี่ปุ่นจะแข็งแกร่งเนื่องจากเยนที่อ่อนค่า ซึ่งเป็นทิศทางที่เกิดขึ้นหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในกลางเดือนพ.ย. โดยดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าในช่วงที่ผ่านมาจากความหวังว่า นโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์จะกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.81% สู่ระดับ 19,402.39 ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินได้แรงซื้อหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพิ่มขึ้น ส่วนดัชนีตลาดหุ้นจีนปิดเที่ยงวันสูงขึ้น แต่ถูกสกัดช่วงบวกหลังจากผลกำไรของบริษัทอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงอย่างมากในเดือนธ.ค.โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดบวก 0.31% มาอยู่ที่ 3,159.17 ขณะที่กำไรของบริษัทภาคอุตสาหกรรมของจีนเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนธ.ค. แต่ก็ชะลอตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการขยายตัว 14.5% ในเดือนพ.ยดัชนีฮั่งเส็งปิดเพิ่มขึ้น 1.41% สู่ระดับ 23,374.17 - ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส ( 26 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ โดยมีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พลังงาน พาณิชย์ และกลุ่มขนส่ง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 6.71 จุด โดยวันนี้นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิถึง 3,203.04 ล้านบาท ขณะที่นับจากต้นเดือนถึงวันนี้นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 8,690.03 ล้านบาท
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 27 ม.ค. 2560
|






![]() | Today | 703 |
![]() | All days | 703 |
Comments