| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Wednesday, 25 January 2017 10:47 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ยอดขายบ้านมือสองในเดือนธันวาคมลดลง 2.8% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 5.49 ล้านยูนิต ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายบ้านมือสองจะลดลง 1.1% สู่ระดับ 5.52 ล้านยูนิต เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านมือสองลดลง 6.3% (yoy) สู่ระดับ 1.65 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1999 อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาทั้งปี 2016 ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.45 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2016 จากระดับ 5.25 ล้านยูนิตในปี 2015 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี 2 ฉบับ เพื่อเดินหน้าการก่อสร้างท่อส่งน้ำมันคีย์สโตน เอ็กซ์แอล และท่อส่งน้ำมันดาโกต้า แอคเซส หลังจากที่การสร้างท่อส่งน้ำมันดังกล่าวประสบความล่าช้าจากการประท้วงของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างท่อส่งน้ำมันคีย์สโตน เอ็กซ์แอลได้ถูกอดีตปธน.บารัค โอบามายกเลิกในปี 2015 โดยเขาระบุว่าโครงการดังกล่าวจะกระทบต่อความพยายามของสหรัฐในการบรรลุข้อตกลงแก้ปัญหาโลกร้อน ขณะที่กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ทำการประท้วงเป็นเวลากว่า 7 ปี ส่วนการสร้างท่อส่งน้ำมันดาโกต้า แอคเซสก็ได้ถูกกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และชาวอินเดียนแดงในรัฐดาโกต้าประท้วงเป็นเวลาหลายเดือน เนื่องจากวิตกว่าจะส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำดื่ม ทั้งนี้ การดำเนินการของปธน.ทรัมป์จะช่วยให้ผู้ผลิตน้ำมันสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งน้ำมันเข้าสู่ตลาด
ยุโรป: ยูโรโซน Markit Economics ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจข้อมูลทางการเงิน รายงานว่า ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของยูโรโซนในเดือนมกราคมอยู่ที่ระดับ 54.3 จากระดับ 54.4 ในเดือนธันวาคม โดยดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้นอยู่ที่ระดับ 53.6 จากระดับ 53.7 ในเดือนธันวาคม ขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 55.1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 69 เดือน จาระดับ 54.9 ในเดือนก่อน ทั้งนี้ ดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีต่ำกว่า 50 บ่งชี้ภาวะหดตัว
เยอรมนี Markit Economics รายงานว่า ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของเยอรมนีในเดือนมกราคมลดลงสู่ระดับ 54.7 จากระดับ 55.2 ในเดือนธันวาคม โดยดัชนี PMI ภาค บริการเบื้องต้น ปรับตัวลงสู่ระดับ 53.2 จากระดับ 54.3 ในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ดี ในส่วนของดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 56.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 36 เดือน จากระดับ 55.6 ในเดือนก่อน
ฝรั่งเศส Markit Economics รายงานว่า ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของฝรั่งเศสในเดือนมกราคม เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.8 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 67 เดือน จากระดับ 53.1 ในเดือนก่อนหน้า โดยแบ่งเป็นดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.9 จากระดับ 52.9 ในเดือนธันวาคม ขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นลดลงสู่ระดับ 53.4 จากระดับ 53.5 ในเดือนธันวาคม
เอเชีย : จีน ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะเวลา 1 ปี เป็น 3.1% จากระดับ 3% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ทางแบงก์ชาติจีนใช้ในการบริหารจัดการสภาพคล่อง นอกจากนี้ แบงก์ชาติจีนยังได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะเวลา 6 เดือน เป็น 2.95% จากระดับ 2.85% ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางจีนยังได้อัดฉีดเงิน 2.45 แสนล้านหยวน (3.6 หมื่นล้านดอลลาร์) เข้าสู่ระบบการเงินด้วย ฝ่ายบริหารชุดใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะขัดขวางจีนไม่ให้เข้าครอบครองอาณาเขตในน่านน้ำสากลในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อของทางการจีนเตือนว่าจะทำให้สหรัฐต้อง "ทำสงคราม" ความเห็นดังกล่าวในการแถลงข่าวจากนายฌอน สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบขาวเป็นการส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากการจัดการของสหรัฐกับวิธีการอ้างสิทธิในดินแดนของจีนในภูมิภาคเอเชีย หลังจากที่ปธน.ทรัมป์เข้าดำรงตำแหน่งเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ทั้งนี้นายฌอน สไปเซอร์ กล่าวตอบข้อซักถามที่ว่า ปธน.ทรัมป์เห็นด้วยหรือไม่กับความเห็นของนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรมว.ต่างประเทศเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ว่า ไม่ควรปล่อยให้จีนมีช่องทางเข้าถึงหมู่เกาะที่จีนได้สร้างขึ้นในทะเลจีนใต้ที่เป็นข้อพิพาทว่าสหรัฐกำลังจะทำให้แน่ใจว่า เราจะปกป้องผลประโยชน์ของเราที่นี่ เรากำลังจะทำให้แน่ใจว่า เรากำลังปกป้องน่านน้ำสากลจากการถูกครอบครองโดยประเทศหนึ่ง ความเห็นของนายทิลเลอร์สันต่อวุฒิสภาทำให้สื่อของทางการจีนออกมาระบุว่าสหรัฐจะต้อง "ทำสงคราม" เพื่อสกัดกั้นจีนในการเข้าถึงหมู่เกาะดังกล่าวของจีน ซึ่งจีนได้สร้างลานขึ้นลงของเครื่องบิน และติดตั้งระบบอาวุธในหมู่เกาะดังกล่าวแล้ว นายทิลเลอร์ถูกตั้งกระทู้ถามว่าเขาสนับสนุนท่าทีเชิงรุกมากขึ้นต่อจีนหรือไม่ และได้กล่าวว่าเราจะต้องส่งสัญญาณที่ชัดเจนให้แก่จีนว่าประการแรกการหยุดสร้างเกาะ และประการที่สองช่องทางเข้าถึงหมู่เกาะดังกล่าวจะไม่ได้รับอนุญาตด้วยเช่นกัน
เอเชีย : จีน ฝ่ายบริหารชุดใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะขัดขวางจีนไม่ให้เข้าครอบครองอาณาเขตในน่านน้ำสากลในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อของทางการจีนเตือนว่าจะทำให้สหรัฐต้อง "ทำสงคราม" ความเห็นดังกล่าวในการแถลงข่าวจากนายฌอน สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบขาวเป็นการส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากการจัดการของสหรัฐกับวิธีการอ้างสิทธิในดินแดนของจีนในภูมิภาคเอเชีย หลังจากที่ปธน.ทรัมป์เข้าดำรงตำแหน่งเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ทั้งนี้นายฌอน สไปเซอร์ กล่าวตอบข้อซักถามที่ว่า ปธน.ทรัมป์เห็นด้วยหรือไม่กับความเห็นของนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรมว.ต่างประเทศเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ว่า ไม่ควรปล่อยให้จีนมีช่องทางเข้าถึงหมู่เกาะที่จีนได้สร้างขึ้นในทะเลจีนใต้ที่เป็นข้อพิพาทว่าสหรัฐกำลังจะทำให้แน่ใจว่า เราจะปกป้องผลประโยชน์ของเราที่นี่ เรากำลังจะทำให้แน่ใจว่า เรากำลังปกป้องน่านน้ำสากลจากการถูกครอบครองโดยประเทศหนึ่ง ความเห็นของนายทิลเลอร์สันต่อวุฒิสภาทำให้สื่อของทางการจีนออกมาระบุว่าสหรัฐจะต้อง "ทำสงคราม" เพื่อสกัดกั้นจีนในการเข้าถึงหมู่เกาะดังกล่าวของจีน ซึ่งจีนได้สร้างลานขึ้นลงของเครื่องบิน และติดตั้งระบบอาวุธในหมู่เกาะดังกล่าวแล้ว นายทิลเลอร์ถูกตั้งกระทู้ถามว่าเขาสนับสนุนท่าทีเชิงรุกมากขึ้นต่อจีนหรือไม่ และได้กล่าวว่าเราจะต้องส่งสัญญาณที่ชัดเจนให้แก่จีนว่าประการแรกการหยุดสร้างเกาะ และประการที่สองช่องทางเข้าถึงหมู่เกาะดังกล่าวจะไม่ได้รับอนุญาตด้วยเช่นกัน จีนเรียกร้องให้สหรัฐดำเนินการและพูดถึงเรื่องทะเลจีนใต้อย่างระมัดระวัง โดยระบุว่า จีนมีอธิปไตยเหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์อย่างโต้แย้งไม่ได้ นางหัว ชุนหยิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนแสดงความเห็นดังกล่าวในการแถลงข่าวประจำวัน หลังจากฝ่ายบริหารชุดใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศวานนี้ว่า สหรัฐจะสกัดกั้นจีนไม่ให้เข้าครอบครองอาณาเขตในน่านน้ำสากลในทะเลจีนใต้ นายผัน กงเซิง ผู้อำนวยการสำนักงานปริวรรตเงินตราของรัฐบาลจีน (SAFE) เปิดเผยว่า การโอนกำไรกลับประเทศโดยปกติของบริษัทต่างประเทศที่ลงทุนในจีนจะไม่ถูกจำกัด ความเห็นดังกล่าวมีขึ้น หลังจากมีแถลงการณ์ของรัฐบาลเหมือนกันหลายฉบับออกมาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บริษัทต่างประเทศว่า มาตรการควบคุมเงินทุนไหลออกนอกประเทศที่เข้มงวดขึ้นนั้น จะไม่กระทบการดำเนินงานของบริษัทต่างประเทศในจีน เขากล่าวอีกว่าจีนสนับสนุนการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมายของบริษัทจีน
ญี่ปุ่น มาร์กิต/นิกเกอิเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ขั้นต้นของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.8 ในเดือนม.ค.จาก 52.4 ในเดือนธ.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่า กิจกรรมการผลิตของญี่ปุ่นขยายตัวในเดือนม.ค.ในอัตราสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี ขณะที่ยอดคำสั่งส่งออกเพิ่มขึ้น
เกาหลีใต้ ธนาคารกลางเกาหลีเปิดเผยผลสำรวจพบว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเกาหลีใต้ลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือนม.ค.สู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 8 ปี ขณะที่ภาคครัวเรือนมีความเห็นในแง่ลบต่อฐานะทางการเงินของพวกเขา ทั้งนี้ธนาคารกลางเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคแบบรวม (CCSI) ลดลงสู่ระดับ 93.3 ในเดือนม.ค. จากระดับ 94.1 ในเดือนธ.ค. ขณะที่ข้อมูลเบื้องต้นในเดือนธ.ค.อยู่ที่ 94.2 ดัชนีความเชื่อมั่นที่ต่ำกว่าระดับ 100 หมายความว่า ผู้บริโภคที่คาดว่าภาวะเศรษฐกิจจะย่ำแย่ลงในเดือนหน้า มีจำนวนมากกว่าผู้ที่คาดว่าภาวะเศรษฐกิจจะดีขึ้น
ออสเตรเลีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์เปิดเผยว่า พวกเขาหวังว่าจะช่วยรักษาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ด้วยการส่งเสริมจีนและประเทศอื่นๆในเอเชียให้เข้าร่วมใน TPP หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ถอนสหรัฐออกจาก TPP ตามที่เคยสัญญาไว้ในการหาเสียงเลือกตั้ง
ไทย กระทรวงพาณิชย์ เผยตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือน ธ.ค. มีมูลค่า 1.82 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 6.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่การนำเข้าในเดือน ธ.ค. มีมูลค่า 1.72 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 10.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มียอดเกินดุลการค้าประมาณ 0.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการแถลงข่าวว่า การส่งออกในเดือนธ.ค.ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ 9 ราย จากการสำรวจของรอยเตอร์ คาดว่า การส่งออกในเดือนธ.ค.จะเพิ่มขึ้น 8.2% ขณะที่การนำเข้าจะขยายตัว 5.55% และจะมียอดเกินดุลการค้า 1.49 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการส่งออกในปี 59 เพิ่มขึ้น 0.45% จากปีก่อนหน้า และเป็นการกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 4 ปี ขณะที่การนำเข้า ลดลง 3.9% ส่งผลให้มียอดเกินดุลการค้า 2.07 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เขาคาดด้วยว่าการส่งออกไทยในปี 60 จะขยายตัวได้ 2.5-3.5% โดยเป็นผลจากราคาน้ำมันและราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น รวมทั้งเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการแถลงข่าว ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.ได้เห็นชอบกรอบงบประมาณปี 61(ต.ค.60-ก.ย.61) โดยมีงบประมาณรายจ่าย 2.9 ล้านล้านบาท และคาดการจัดเก็บรายได้ที่ 2.45 ล้านล้านบาท ส่งผลให้มีการขาดดุลงบประมาณ 4.5 แสนล้านบาท คิดเป็น 2.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) สำหรับงบลงทุนในปีงบประมาณ 61 อยู่ที่ 6.67 แสนล้านบาท คิดเป็น 23% ของงบประมาณรายจ่าย เพิ่มขึ้นจาก 6.59 แสนล้านบาท ในปีงบประมาณ 60 ซึ่งคิดเป็น 22.5% ของงบประมาณรายจ่าย นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการแถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.ได้เห็นชอบขยายอายุมาตรการส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน ไปอีก 1 ปี จนถึงสิ้นปี 60 จากเดิมที่มาตรการหมดลงเมื่อสิ้นปี 59 ที่ผ่านมา การต่ออายุมาตรการในครั้งนี้ ได้กำหนดให้เอกชนนำค่าใช้จ่ายในการลงทุน มาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า จากมาตรการเดิมที่กำหนดไว้ลดหย่อนได้ 2 เท่า
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันอังคาร (24 มค.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันจันทร์ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯก็อ่อนค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในอาเซียนเช่น เงินริงกิตของมาเลเซีย รูเปียของอินโดนีเซีย และเปโซของฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ดีเมื่อเทียบกับค่าเงินเอเซืยอื่นๆเช่นรูปีของอินเดีย วอนของเกาหลีใต้ ดอลลาร์ไต้หวัน ดอลลาร์สิงคโปร์ ดอลลาร์ฮ่องกง และเงินหยวนของจีนวันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินเหล่านี้ ทั้งนี้ช่วงนี้ดอลลาร์สหรัฐฯเคลื่อนไหวไร้ทิศทางมากขึ้นเนื่องจากแนวโน้มการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องมาตรการกระตุ้นทางการคลังทั้งเรื่องการลดภาษีและการใช้จ่ายด้านลงทุนเพิ่มขึ้น โดยมีแต่เรื่องการถอนตัวออกจากข้อตกลงการค้าเสรีหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค (TPP) อย่างเป็นทางการ การกล่าวหาญี่ปุ่นและจีนว่าทั้งสองประเทศมีพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อบริษัทสหรัฐฯ และการทบทวนข้อตกลงเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ หรือนาฟต้า ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการคาดการณ์ไปในทางลบเกี่ยวกับแนวโน้มการค้าโลกในปีนี้ และมีแนวโน้มจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯด้วย - ดอลลาร์/เยน วันอังคาร (24 มค.) เงินเยนอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เมื่อวันจันทร์เยนแข็งค่าอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเนื่องจากนักลงทุนเริ่มมั่นใจลดลงเกี่ยวกับมาตรการเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ซึ่งมีแนวโน้มจะใช้มาตรการกีดกันทางการค้ามากขึ้น ขณะที่มาตรการทางการคลังอื่นๆยังไม่มีความชัดเจน - ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 24 มค.) เงินยูโรอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากเมื่อวานนี้ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเนื่องจากความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร ( 24 มค.) ดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร นำโดยการเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนคาดว่านโยบายเศรษฐกิจของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ จะมีความชัดเจนมากขึ้น หุ้นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์สูงขึ้นด้วย หลังปธน.ทรัมป์พบปะกับซีอีโอของบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ 3 แห่งเพื่อผลักดันให้มีการผลิตรถยนต์มากขึ้นในสหรัฐ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.57%, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.66% และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 0.86% - ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร ( 24 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในวันนี้สอดคล้องกับการที่ค่าเงินเอเซียหลายสกุลกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดีโดยภาพรวมนโยบายการกีดกันการค้ามากขึ้นของสหรัฐฯคาดว่าจะส่งผลลบต่อปริมาณการค้าโลกในปีนี้ซึ่งมองว่าเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้น แต่ปัจจัยดังกล่าวก็อาจจะมีผลให้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯไม่เร่งมากตามที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ซึ่งก็ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเอเซียได้เช่นกัน ทั้งนี้มีแนวโน้มสูงมากที่ตลาดหุ้นและตลาดการเงินโลกจะผันผวนมากขึ้นในปีนี้เนื่องจากปัจจัยความไม่แน่นอนโดยเฉพาะในด้านลบมีมากขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่องนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ การเจรจา Brexit การเลือกตั้งในฝรั่งเศสและเยอรมนี ความเสี่ยงจากการเก็งกำไรมากเกินไปในภาคอสังหาริมทรัพย์จีน การขยายตัวมากเกินไปของหนี้สินในจีน แนวโน้มการไหลออกของเงินทุนออกจากจีน ฯ ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 0.55% โดยเยนที่กลับมามีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯส่งผลลบต่อการส่งออกของญี่ปุ่น ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต และดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 0.20% และ 0.22% - ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร ( 24 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สูงขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ขณะที่ค่าเงินบาทช่วงนี้แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเนื่องจากนโยบายกีดกันการค้ามากขึ้นของสหรัฐฯทำให้นักลงทุนลดความเชื่อมั่นเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 8.03 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 25 ม.ค. 2560
|






![]() | Today | 1042 |
![]() | All days | 1042 |
Comments