Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 23 January 2017 09:58

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 กล่าวสุนทรพจน์หลังการสาบานตนรับตำแหน่งว่า รัฐบาลจะสร้างถนนใหม่, ทางหลวง, สะพาน, สนามบิน, อุโมงค์ และทางรถไฟทั่วประเทศ พร้อมทั้ง จะนำประชาชนที่มีชีวิตอยู่โดยพึ่งพาสวัสดิการของรัฐ ให้กลับมาทำงาน และสร้างประเทศ ทั้งยังกล่าวว่า รัฐบาลจะดำเนินการด้วยกฎง่ายๆเพียง 2 ข้อคือ ซื้อสินค้าอเมริกัน และจ้างชาวอเมริกัน ขณะเดียวกันยังระบุว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อเมริกาต้องมาก่อน โดยการตัดสินใจด้านการค้า, ภาษี, ประเด็นคนเข้าเมือง และกิจการต่างประเทศ จะต้องเอื้อประโยชน์ต่อแรงงานชาวสหรัฐ และครอบครัวชาวอเมริกัน โดยรัฐบาลจะยุติการที่ประเทศอื่นทำการผลิตสินค้าสหรัฐ, ขโมยบริษัทสหรัฐ และทำลายการจ้างงานในสหรัฐ ทั้งยังกล่าวด้วยว่า การปกป้องดังกล่าวจะสร้างความมั่งคั่งและความแข็งแกร่งแก่สหรัฐ โดยรัฐบาลจะดึงงาน และความมั่งคั่งกลับจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ ยังกล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ยอมรับนักการเมืองที่เอาแต่พูด แต่ไม่ทำงาน หรือผู้ที่มักวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่เคยทำการแก้ปัญหา พร้อมยืนยันว่า ช่วงเวลาของการพูดจาเลื่อนลอยได้หมดสิ้นไปแล้ว และขณะนี้คือเวลาของการทำงาน ขณะเดียวกันยังระบุว่า รัฐบาลจะทำให้อเมริกากลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง มั่งคั่งอีกครั้ง มีความภาคภูมิใจอีกครั้ง ปลอดภัยอีกครั้ง รวมทั้งกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

คณะบริหารชุดใหม่ของสหรัฐภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนที่ 45 ประกาศว่า สหรัฐจะถอนตัวออกจากข้อตกลงการค้าเสรีหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (TPP) พร้อมขู่ถอนตัวจากข้อตกลงนาฟต้า หากแคนาดาและเม็กซิโกไม่ยอมเจรจาข้อตกลงใหม่กับสหรัฐฯ ทั้งนี้ ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ภายหลังจากที่นายทรัมป์ทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง โดยแถลงการณ์ระบุว่า การค้าระหว่างประเทศ ภายใต้ข้อตกลงที่แข็งกร้าวและเป็นธรรม จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจของเราให้ขยายตัวขึ้น นำงานกลับคืนมาสู่ชาวอเมริกันหลายล้านคน และฟื้นฟูชุมชนต่างๆของประเทศของเราให้กลับมาแข็งแกร่ง ซึ่งยุทธศาสตร์นี้จะเริ่มต้นด้วยการที่สหรัฐจะถอนตัวออกจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก และทำให้แน่ใจว่าข้อตกลงการค้าใหม่ใดๆของเราจะก็ตามจะยึดถือผลประโยชน์ของแรงงานชาวอเมริกันเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังระบุด้วยว่า ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐมุ่งมั่นที่จะเจรจาเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ หรือNAFTA กับแคนาดาและเม็กซิโกใหม่ โดยหากคู่ค้าทั้งสองประเทศปฏิเสธการเจรจาดังกล่าว ซึ่งจะให้ข้อตกลงที่ยุติธรรมกับแรงงานชาวอเมริกา นายทรัมป์ก็จะแจ้งเจตจำนงของสหรัฐที่จะถอนตัวออกจากข้อตกลงนาฟต้า ทั้งนี้ สหรัฐ ญี่ปุ่น และอีก 10 ประเทศ ซึ่งครอบคลุมเศรษฐกิจโลกถึงราว 40% ได้ลงนามในข้อตกลง TPP เมื่อเดือนก.พ.ปีที่แล้ว แต่นายทรัมป์ได้แสดงการคัดค้านมาโดยตลอด โดยระบุข้อตกลงดังกล่าวถือเป็น "หายนะ" ที่จะสร้างความเสียหายต่อการจ้างงานชาวอเมริกัน ทั้งนี้ ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีนายทรัมป์ได้ให้สัญญาว่าจะนำสหรัฐถอนตัวออกจาก TPP ทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง นอกจากนี้ นายทรัมป์ ซึ่งชูนโยบาย "America First" หรือ อเมริกาต้องมาก่อน ยังได้ระบุด้วยว่า สหรัฐจะมุ่งเน้นไปที่การทำข้อตกลงระดับทวีภาคีมากกว่า

นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวเตือนว่า นโยบายกีดกันทางการค้าจากรัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และบดบังผลบวกที่ได้รับจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้นายทรัมป์กล่าวว่า จีนเป็นประเทศที่ปั่นค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบในการส่งออก และเขาจะขึ้นภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนสูงถึง 45%

นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ และการดำเนินนโยบายการเงิน ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทย โดยในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2% ในอีก 2 ปีข้างหน้า และคาดว่าตลาดแรงงานจะไม่เข้าสู่ภาวะร้อนแรงเกินไป พร้อมกับกล่าวว่า Fed จำเป็นต้องเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้รวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ นางเยลเลนกล่าวว่า "เป็นเรื่องที่เสี่ยงและไม่เหมาะสม" ที่จะปล่อยให้เศรษฐกิจตกอยู่ในภาวะที่ร้อนแรงเกินไป ด้วยการตรึงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานานเกินไป พร้อมกันนี้ยังระบุเชื่อว่า Fed กำลังอยู่ในทิศทางที่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมกับกล่าวว่า เป้าหมายของ Fed คือการผลักดันให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวอย่างยั่งยืน โดยตลาดแรงงานมีการจ้างงานที่เต็มศักยภาพ และภาวะเงินเฟ้อที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้ระดับเป้าหมายของ Fed ที่ 2%

 

เอเชีย : จีน

หนังสือพิมพ์ซีเคียวริตีส์ ไทมส์ของทางการจีนรายงานการเปิดเผยของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (CSRC) ในว่า CSRC จะจำกัดการระดมทุนที่มากเกินไปของบริษัทจดทะเบียน และจะเข้มงวดในการอนุมัติการเสนอขายหุ้นเพิ่ม แต่ขณะเดียวกัน CSRC ได้สนับสนุนให้บริษัทต่างๆทำการออกหุ้นกู้แปลงสภาพ และหุ้นบุริมสิทธิ์

แหล่งข่าวกล่าวว่า ธนาคารกลางของจีน (PBOC) อนุญาตให้ธนาคารที่ใหญ่ที่สุด 5 แห่งของจีนปรับลดสัดส่วนการกันสำรองเงินสดลงชั่วคราว เพื่อจะได้บรรเทาภาวะขาดแคลนสภาพคล่อง ในขณะที่ความต้องการใช้เงินสดพุ่งสูงในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน ธนาคารกลางของจีนได้ปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) สำหรับธนาคารกลุ่มนี้ลง 1% สู่ 16% ธนาคารกลางของจีนจะปรับ RRR ของธนาคารกลุ่มนี้ให้กลับคืนสู่ระดับปกติในเวลาที่เหมาะสมหลังผ่านช่วงตรุษจีนไปแล้ว

เศรษฐกิจจีนขยายตัว 6.8% (YoY) ในไตรมาสที่ 4 ปี 2016 ส่งผลให้ทั้งปี 2016 เศรษฐกิจจีนขยายตัว 6.7% โดยรัฐบาลจีนตั้งเป้าเศรษฐกิจขยายตัว 6.5-7.0% ในปี 2016 หลังจากที่ขยายตัว 6.9% ในปี 2015 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดใน 25 ปี ขณะเดียวกันวันนี้สำนักงานสถิติของจีนเปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนเพิ่มขึ้น 6.0% ในเดือนธ.ค.จากปีก่อน แต่ต่ำกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดไว้เล็กน้อย โดยนักวิเคราะห์คาดว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนอาจเพิ่มขึ้น 6.1% ในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 6.2% ในเดือนพ.ย.ส่วนการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนเพิ่มขึ้น 6.9% ในปี 2016 ขณะที่ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 22.5% ในปีที่ผ่านมาซึ่งแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 7 ปี อันเป็นผลจากการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองชั้นนำต่างๆ ด้านการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีนเพิ่มขึ้น 8.1% ในปี 2016 ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาด และเป็นอัตราต่ำสุดเมื่อเทียบรายปีนับตั้งแต่ปี 1999 โดยนักวิเคราะห์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีนอาจเพิ่มขึ้น 8.3% ในปีที่ผ่านมา โดยไม่เปลี่ยนแปลงจากอัตราในช่วง 11 เดือนแรกของปีที่แล้ว

 

ญี่ปุ่น

รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจรอยเตอร์ ทังกัน โดยระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของบริษัทผู้ผลิตญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นในเดือนม.ค.เป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน และได้ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบ 2 ปีครึ่งที่ +18 ทางด้านดัชนีความเชื่อมั่นของบริษัทภาคบริการญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสู่ +30 ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2015 โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเยน และจากความแข็งแกร่งของตลาดหุ้น

เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมญี่ปุ่นคนหนึ่งกล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็กกล้าญี่ปุ่นกังวลกับความเสี่ยงที่สหรัฐจะถอนตัวออกจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) และจะปฏิรูปความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา) ภายใต้คณะผู้บริหารชุดใหม่ที่นำโดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ นายโคเซอิ ชินโด ประธานสหพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าของญี่ปุ่นกล่าวในการแถลงข่าวว่า เรากังวลกับความเสี่ยงที่คณะผู้บริหารของนายทรัมป์จะดำเนินนโยบายหรือมาตรการกีดกันทางการค้า

 

ไทย

ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ยืนยันพร้อมดูแลไม่ให้ตลาดเงินผันผวนมากเกินไป ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะแถลงเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการในคืนวันศุกร์ที่ 20 มกราคมนี้ แต่ก็เตือนว่า การแถลงนโยบายของทรัมป์ อาจทำให้ตลาดเงินผันผวนในระยะสั้น นักลงทุนทั่วโลกต่างรอนายทรัมป์ แถลงในการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการ โดยดัชนีตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่การซื้อขายเป็นไปอย่างระมัดระวัง ขณะเดียวกันภาพรวมในสถาบันการเงินไทยยังมั่นคง ยังมีเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ยังมีความสามารถในการทำกำไรที่ดี แต่บางธนาคารมีการกันสำรองที่เพิ่มมากขึ้น แต่ก็สามารถเพิ่มทุนได้ ซึ่งทางผู้ถือหุ้นก็ได้แสดงเจตจำนงที่จะเพิ่มทุน ขณะที่ผู้ว่าการ ธปท. ยืนยันด้วยว่า การผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน(บี/อี)ของบางบริษัท ไม่กระทบตลาดโดยรวม โดยไม่คิดว่า นักลงทุนทั่วไปจะต้องตื่นตระหนกตกใจ เพราะบี/อีที่พูดถึงกัน ไม่ได้กระทบถึงในส่วนที่ขายให้กับรายย่อย ต้องแยกแยะว่า บี/อีส่วนใหญ่ที่อยู่ในตลาดการเงิน ออกโดยบริษัทที่ดี ยังมีฐานะที่มั่นคง มีเพียงส่วนน้อยที่เป็นบริษัทขนาดเล็ก และมีความเสี่ยงในการทำธุรกิจ

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันศุกร์ (20 มค.) เงินบาททรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินเอเชียในช่วงเช้าก่อนการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯของนายโดนัลด์ ทรัมป์ในคืนนี้ โดยนักลงทุนยังไม่มั่นใจว่ามาตรการเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์จะดำเนินการได้ตามที่หาเสียงไว้มากแค่ไหน และจะส่งผลบวกและลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯและประเทศอื่นๆอย่างไร รวมถึงส่งผลกระทบต่อจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯหรือไม่ โดยหากนายโดนัลด์ ทรัมป์ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทั้งการลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายลงทุนสาธารณูปโภคจะมีแนวโน้มสูงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นและส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่ามากขึ้น โดยในช่วงค่ำวันศุกร์ก่อนการสาบานตนรับตำแหน่งดอลลาร์สหรัฐฯได้แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินบาทและเงินอื่นๆของเอเซีย

- ดอลลาร์/เยน วันศุกร์ (20 มค.)   เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ก่อนการสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในคืนนี้ โดยนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าหากนายโดนัลด์ ทรัมป์ดำเนินมาตรการทางการคลังชุดใหญ่จริงจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น ทั้งนี้ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าในช่วงตลาดสหรัฐฯ

- ยูโร/ดอลลาร์ วันศุกร์ ( 20 มค.) เงินยูโรอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินส่วนใหญ่ก่อนการสาบานตนของประธานาธิบดีสหรัฐฯในคืนนี้โดยนักลงทุนจับตามาตรการเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้งนี้ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าในช่วงตลาดสหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันศุกร์ ( 20 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ขานรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.48% สู่ 19,827.25, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.34% สู่ระดับ 2,271.31 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 0.28% สู่ 5,555.33 อย่างไรก็ตามความวิตกเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้าของนายทรัมป์ถ่วงตลาดลงจากระดับสูงสุดของวัน

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันศุกร์ (  20 มค.)  ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 0.34% สู่ระดับ 19,137.91 ดัชนีตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้ท่ามกลางการซื้อขายในช่วงแคบๆ ขณะที่บรรดานักลงทุนรอฟังแถลงการณ์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการในวันนี้ ขณะที่จ้าหน้าที่อุตสาหกรรมญี่ปุ่นคนหนึ่งกล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็กกล้าญี่ปุ่นกังวลกับความเสี่ยงที่สหรัฐจะถอนตัวออกจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) และจะปฏิรูปความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา) โดยประธานสหพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าของญี่ปุ่นแสดงความกังวลกับความเสี่ยงที่คณะผู้บริหารของนายทรัมป์จะดำเนินนโยบายหรือมาตรการกีดกันทางการค้า สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดเพิ่มขึ้น 0.69% สู่ระดับ 3,122.82 โดยได้ปัจจัยบวกส่วนหนึ่งจากตัวเลขจีดีพีจีนไตรมาสที่ 4 ที่ออกมาดี แม้ว่าความเสี่ยงในด้านเสถียรภาพของเศรษฐกิจจีนยังคงสูงมาก

- ตลาดหุ้นไทย วันศุกร์ ( 20 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นนำโดยหุ้นในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พลังงาน และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ขณะที่วันนี้นักลงลงทุนจับตาการเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างเป็นทางการของนายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 8.11 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 23 ม.ค. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1053
mod_vvisit_counterAll days1053

We have: 1053 guests online
Your IP: 216.73.217.63
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 26, 2026

4204712