| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Friday, 20 January 2017 09:34 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ขอสวัสดิการว่างงานรายใหม่ลดลง 15,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 234,000 ราย สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจำนวนจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 254,000 ราย ทั้งนี้ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 98 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1970 ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ ลดลง 10,250 ราย สู่ระดับ 246,750 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 1973 ยอดการเริ่มต้นสร้างบ้านใหม่ในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 11.3% สู่ระดับ 1.23 ล้านยูนิต หลังเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.10 ล้านยูนิตในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.20 ล้านยูนิต ด้านตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยว ลดลงในเดือนธันวาคม ขณะที่การก่อสร้างบ้านหลายครอบครัว ซึ่งรวมถึงอพาร์ทเมนท์และคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น
ยุโรป: ที่ประชุมคณะกรรมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมยังได้คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.4% ซึ่งหมายความว่าธนาคารพาณิชย์จะต้องจ่ายค่าฝากแก่ ECB หากมีการนำเงินส่วนเกินมาพักไว้ที่ ECB ซึ่งมาตรการดังกล่าวของ ECB มีขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์นำเงินไปปล่อยกู้แก่ภาคธุรกิจ แทนที่จะนำมาพักไว้ที่ ECB นอกจากนี้ ECB ยังได้คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25% ขณะเดียวกัน ECB ได้ประกาศคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ระดับ 8 หมื่นล้านยูโร/เดือน สำหรับเดือนม.ค.-มี.ค. ขณะที่เดือนเม.ย.-ธ.ค.จะอยู่ที่ระดับ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน อย่างไรก็ดี ECB ระบุว่า อาจมีการปรับเพิ่มวงเงิน QE หรือขยายเวลาออกไปเกินกว่าเดือนธ.ค. 2017 หากแนวโน้มเศรษฐกิจย่ำแย่ลง
อังกฤษ นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบีบีซีของอังกฤษ โดยเตือนว่า กระบวนการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) มีความยุ่งยากซับซ้อน และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในด้านของเงื่อนไขและกรอบเวลานั้น จะทำให้เศรษฐกิจของอังกฤษเผชิญกับความเสี่ยงในทิศทางขาลง แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจของอังกฤษจะขยายตัวดีกว่าที่ IMF คาดการณ์ไว้ก็ตาม พร้อมกันนี้ ยังเตือนด้วยว่า ถึงแม้อังกฤษจะสามารถทำข้อตกลงต่างๆกับสหภาพยุโรป (EU) ได้หลังจากที่แยกตัวออกมาแล้ว แต่อังกฤษจะไม่ได้รับประโยชน์เทียบเท่ากับเมื่อตอนที่เป็นชาติสมาชิกของ EU โดยยกตัวอย่างว่า "หากคุณเป็นคลับใดคลับหนึ่ง คุณย่อมได้รับสิ่งดึงดูดและเงื่อนไขที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะในระดับเดียวกับที่สมาชิกคนอื่นๆได้รับ โดยที่บุคคลภายนอกจะได้รับเงื่อนไขที่แตกต่างออกไป กรมแรงงานและบำนาญของอังกฤษ (DWP) รายงานว่า จำนวนผู้ว่างงานในอังกฤษยังคงอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี โดยปัจจุบันอัตราการจ้างงานอยู่ที่ 4.8% ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงเกือบ 1 ล้านคนตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา รายงานจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) เผยให้เห็นว่า อัตราการจ้างงานในช่วงเดือนก.ย.-พ.ย.2559 ยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดที่ 74.5% คิดเป็นจำนวนผู้มีงานทำ 31.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 2.7 ล้านคนนับตั้งแต่ปี 2553 นอกจากนี้ ONS ยังระบุด้วยว่า จำนวนผู้ทำงานประจำอยู่ที่ 23.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น 209,000 คนจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผู้ทำงานแบบพาร์ทไทม์มีจำนวนทั้งสิ้น 8.55 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 86,000 คน ด้านจำนวนผู้ว่างงานในช่วงสามเดือนจนถึงพ.ย. อยู่ที่ 1.60 ล้านคน (ได้แก่บุคคลที่ไม่ได้ประกอบอาชีพ แต่กำลังหางานและพร้อมทำงาน) ลดลง 52,000 คนเมื่อเทียบกับตัวเลขในช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค.2559 และลดลง 81,000 คน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในก่อนหน้า รายงานยังระบุด้วยว่า ค่าจ้างเฉลี่ย ไม่รวมเงินโบนัส ขยายตัวขึ้น 2.7% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานยังคงอยู่ที่ 2.3% ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2518 นอกจากนี้ ข้อมูลล่าสุดนี้ยังแสดงให้เห็นด้วยว่า จำนวนเยาวชนที่ว่างงานลดลงกว่า 360,000 คน นับตั้งแต่ปี 2553 และต่ำสุดในรอบ 11 ปีเช่นเดียวกัน ขณะที่อัตราการว่างงานระยะยาวในหมู่เยาวชนแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2551
เอเชีย : จีน กระทรวงพาณิชย์จีนแถลงว่า จีนเต็มใจที่จะทำงานร่วมกับคณะผู้บริหารชุดใหม่ของสหรัฐ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างจีนกับสหรัฐ กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ทางกระทรวงเชื่อว่าจีนกับสหรัฐสามารถคลี่คลายปัญหาการค้าใดๆได้อย่างเหมาะสม โดยผ่านทางการเจรจาและการร่วมมือกัน เพราะทั้งสองฝ่ายจะได้รับความเสียหายจากความขัดแย้งทางการค้าใดๆระหว่างจีนกับสหรัฐ ต้นทุนการระดมทุนระยะสั้นในจีนพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบเกือบ 10 ปีในวันพฤหัสที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา เนื่องจากมีความกังวลว่า สภาพคล่องในจีนอาจหดตัวลงอย่างรุนแรงก่อนที่จะถึงช่วงวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลตรุษจีน การพุ่งขึ้นอย่างฉับพลันของอัตราดอกเบี้ยในจีนส่งผลให้เทรดเดอร์จำเป็นต้องเข้าซื้อหยวนเพื่อชดเชยการทำชอร์ตเซล ในขณะที่เทศกาลตรุษจีนจะเริ่มต้นในวันที่ 27 ม.ค.ปีนี้ และเทศกาลตรุษจีนถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่อุปสงค์ในเงินสดพุ่งขึ้นสูงสุดในแต่ละปี ปัจจัยนี้ส่งผลให้หยวนแข็งค่าขึ้นในสัปดาห์นี้ แต่หยวนอ่อนค่าในวันพฤหัสที่ผ่านมา เนื่องจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่า ธนาคารของรัฐบาลจีนอาจจะขายหยวนออกมาอีก และดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อวันพุธ สำนักปริวรรตเงินตราของรัฐบาลจีน (SAFE) ระบุว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนอยู่ในระดับสูง และจีนมีแผนรับมือกับการโยกย้ายเงินทุนข้ามพรมแดน ถึงแม้ธนาคารจีนขายสกุลเงินต่างประเทศในเดือนธ.ค.ในระดับที่สูงที่สุดในรอบเกือบหนึ่งปี นางหวัง ชุนหยิง โฆษกของ SAFE กล่าวในงานแถลงข่าวว่า "ในอนาคตนั้น เราเชื่อว่าทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนมีโอกาสที่จะแกว่งตัวขึ้นหรือลงภายในกรอบที่สมเหตุสมผล" จีนเป็นประเทศที่ครอบครองทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมากที่สุดในโลก โดยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนลดลงเกือบ 3.30 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2016 โดยลงมาอยู่ที่ระดับสูงกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯเล็กน้อยในช่วงสิ้นปี 2016 ในขณะที่ทางการจีนประสบความยากลำบากในการสกัดกั้นเงินทุนไหลออก และในการพยุงค่าเงินหยวน
มาเลเซีย ธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) ตรึงอัตราดอกเบี้ยสำคัญไว้ที่ 3.00 % ต่อไปในการประชุมวันพฤหัสที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ในขณะที่ผู้กำหนดนโยบายของ BNM เลือกที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่สกุลเงินริงกิตอยู่ในภาวะเปราะบาง และมีความไม่แน่นอนในนโยบายของสหรัฐ ในขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันศุกร์นี้ BNM ระบุในแถลงการณ์ว่า กิจกรรมภาคเอกชนจะยังคงช่วยหนุนเศรษฐกิจมาเลเซีย และตัวเลขในระยะนี้ก็บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 4/2016 BNM ระบุในแถลงการณ์ว่า ในอนาคตนั้น กิจกรรมภาคเอกชนจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และระบุว่า เศรษฐกิจโดยรวมยังคงมีแนวโน้มขยายตัวตามคาด นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 11 รายในโพลล์รอยเตอร์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า BNM จะตรึงอัตราดอกเบี้ยในวันนี้
เอเชีย-แปซิฟิก มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสระบุว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีแนวโน้มที่มีเสถียรภาพในปี 2017 เพราะมีทั้งปัจจัยที่ส่งผลบวกและผลลบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศในภูมิภาคนี้ โดยปัจจัยบวกได้แก่รายได้ที่เพิ่มขึ้น และสถาบันที่แข็งแกร่งขึ้น ส่วนปัจจัยที่ส่งผลลบคือภาวะแวดล้อมภายนอกประเทศซึ่งได้แก่การค้าโลกที่ชะลอตัวลง และเงินทุนไหลออก ถึงแม้ว่าความเสี่ยงทางการเมืองอยู่ในระดับต่ำเป็นส่วนใหญ่ ความเสี่ยงทางการเมืองก็กลายเป็นสิ่งที่คาดการณ์ล่วงหน้าได้ยากมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ธนาคารในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีแนวโน้มในทางลบ เนื่องจากมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพสินทรัพย์และประสิทธิภาพการทำกำไร ในขณะที่กระบวนการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องในจีน ซึ่งรวมถึงการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ (SOE) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดการเติบโตในอนาคต
ไทย นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุมการเจรจาเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)ไทย-ปากีสถาน เผยว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้เร่งสรุปผลการเจรจาให้แล้วเสร็จภายในกลางปีนี้ เพื่อให้มีผลใช้บังคับภายในปลายปีนี้ โดยไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมเจรจาครั้งต่อไปในเดือนมี.ค.60 เขากล่าวว่า การเจรจาเมื่อวันที่ 17-18 ม.ค.ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับรูปแบบการเปิดตลาดสินค้า การแลกเปลี่ยนข้อมูลตามมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี และแลกเปลี่ยนรายการสินค้าที่จะเปิดตลาดระหว่างกัน โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าจะเปิดตลาดระหว่างกันไม่ต่ำกว่า 90% ของรายการสินค้าทั้งหมด ขณะที่การจัดทำ FTA ไทย-ปากีสถาน จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทั้งสองประเทศทั้งด้านการค้าและการลงทุน เนื่องจากเป็นการขจัดอุปสรรคทางการค้าทั้งในรูปภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี เป็นการเพิ่มโอกาสการนำเข้าโดยเฉพาะสินค้าวัตถุดิบ โดยปากีสถานยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์และมีค่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งการส่งออกสินค้าของไทยไปประเทศปากีสถานและประเทศใกล้เคียงในภูมิภาค จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มโอกาสในการลงทุนของทั้งสองประเทศและนักลงทุนจากต่างประเทศ
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันพฤหัส (19 มค.) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เมื่อคืนนี้ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่ามากเมื่อเทียบกับเงินบาทเนื่องจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่าจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐใกล้จะบรรลุภาวะการจ้างงานเต็มที่ และอัตราเงินเฟ้อปรับขึ้นเข้าใกล้ระดับเป้าหมายที่เฟดตั้งไว้ที่ระดับ 2% ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป และกล่าวอีกว่าการรอนานเกินไปก่อนจะเริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่อัตราที่เป็นกลาง อาจเสี่ยงต่อการเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันทางลบในอนาคต โดยอาจจะเป็นอัตราเงินเฟ้อที่สูงเกินไป หรือภาวะไร้เสถียรภาพทางการเงิน หรือทั้งสองเหตุการณ์ โดยเมื่อเกิดสถานการณ์แบบนั้นขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐฯก็อาจจะถูกบีบให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว และการทำเช่นนั้นอาจเป็นการกดดันเศรษฐกิจให้เข้าสู่ภาวะถดถอยครั้งใหม่ และกล่าวว่าผู้กำหนดนโยบายในเฟดคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น "ไม่กี่ครั้งต่อปี" จนถึงปี 2019 ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเข้าใกล้อัตรายั่งยืนในระยะยาวที่ระดับ 3% อีกทั้งยังกล่าวเตือนว่า จังหวะความเร็วดังกล่าวอาจจะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต โดยขึ้นอยู่กับว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มอย่างไรในอนาคต โดยชี้ว่าเศรษฐกิจมีขอบเขตกว้างมากและมีความซับซ้อนสูง และแนวโน้มเศรษฐกิจอาจจะเผชิญกับเหตุการณ์ผลิกผันอย่างไม่คาดฝัน - ดอลลาร์/เยน วันพฤหัส (19 มค.) เงินเยนแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากอ่อนค่าอย่างรวดเร็วเมื่อคืนนี้เนื่องจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯย้ำว่าผู้กำหนดนโยบายในเฟดคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น "ไม่กี่ครั้งต่อปี" จนถึงปี 2019 ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเข้าใกล้อัตรายั่งยืนในระยะยาวที่ระดับ 3% แต่ก็ยังเตือนว่า จังหวะความเร็วดังกล่าวอาจจะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต เพราะเศรษฐกิจอาจจะเผชิญกับเหตุการณ์ผลิกผันอย่างไม่คาดฝัน - ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 19 มค.) เงินยูโรแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเช้าวันนี้หลังอ่อนค่าเมื่อคืนนี้จากคำกล่าวของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯซึ่งชี้แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ด้านที่ประชุมคณะกรรมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ ที่ระดับ 0%
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส ( 19 มค.) ดัชนี ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันพฤหัสบดี ขณะที่นักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขายก่อนนายโดนัลด์ ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลงเป็นวันที่ 5 ติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย. ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.37% สู่ 19,732.40, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.36% สู่ระดับ 2,263.69 และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 15 0.28% สู่ 5,540.08 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส ( 19 มค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 0.94% สู่ระดับ 19,072.25 โดยหุ้นกลุ่มการเงินได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตัวขึ้น หลังนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณถึงอัตราการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันการอ่อนค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯก็ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออก ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลดลง 0.36% สู่ระดับ 3,101.70 โดยหุ้นกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคลดลง ขณะที่นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการซื้อขายก่อนเทศกาลตรุษจีน ส่วนดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงปิดลด 0.21% สู่ 23,049.96 หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวเกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ - ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส ( 19 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงนำโดยหุ้นกลุ่มอาหาร ธนาคารพาณิชย์ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และพาณิชย์ ขณะที่ช่วงนี้นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทต่างๆที่จะทยอยรายงานออกมา โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 5.95 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 20 ม.ค. 2560
|
Comments