Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 13 January 2017 11:30

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

ยอดผู้ขอสวัสดิการว่างงานรายใหม่เพิ่มขึ้น 10,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 247,000 ราย โดยต่ำกว่าระดับ 255,000 ราย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี ยอดผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 97 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1970 ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของยอดผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า ลดลง 1,750 ราย สู่ระดับ 256,500 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สำหรับยอดผู้ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง มีจำนวนลดลง 29,000 ราย สู่ระดับ 2.09 ล้านราย ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.

นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาชิคาโก ระบุว่า การใช้มาตรการทางการคลังในเชิงรุก รวมทั้งนโยบายอื่นๆ จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจสหรัฐให้มีการขยายตัวแตะระดับ 4% ในระยะสั้น แต่ก็จะเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ นอกจากว่าจะมีการใช้มาตรการอื่นๆเพื่อกระตุ้นประสิทธิภาพในการผลิต หรือทำให้ตลาดแรงงานมีการขยายตัว

นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาเซนต์ หลุยส์ กล่าวว่า ตลาดการเงินต้องการเห็นมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่ได้เคยสัญญาไว้ในช่วงการรณรงค์หาเสียง โดยระบุว่า อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐได้ลดลง หลังจากที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะที่ตลาดกำลังจับตานายทรัมป์ และพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรส เพื่อให้ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่ได้ให้สัญญาไว้ พร้อมกันนี้ยังระบุไม่คาดว่าวาระการดำเนินนโยบายของนายทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อตลาดมากนักในปีนี้

นายแพททริค ฮาร์เกอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาฟิลาเดลเฟีย กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังปรับตัวอย่างแข็งแกร่งเพียงพอที่จะทำให้เฟดสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ พน้อมทั้งยังกล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อกำลังปรับตัวขึ้น และจะแตะระดับเป้าหมายของเฟดที่ 2% ในปีนี้ หรือปีหน้า

ดัชนีราคานำเข้าในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนพฤศจิกายน โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แต่น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีราคานำเข้าจะเพิ่มขึ้น 0.7%แต่การแข็งค่าของดอลลาร์เป็นปัจจัยสกัดราคานำเข้า เมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคานำเข้าเพิ่มขึ้น 1.8% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2012 หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน ด้านดัชนีราคาส่งออกเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน และปรับตัวขึ้น 1.1% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2014 หลังจากลดลง 0.3% ในเดือนก่อน

 

ยุโรป: ยูโรโซน

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 8 ธ.ค. ระบุว่า เจ้าหน้าที่ของ ECB ต้องการที่จะขยายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการประชุมดังกล่าว เพื่อปกป้องเศรษฐกิจของยูโรโซน ท่ามกลางภาวะผันผวนทางการเมืองในยุโรป และทั่วโลก โดยในการประชุมดังกล่าว ECB มีมติขยายเวลาสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกไปอีก 9 เดือน จนถึงสิ้นปี 2017 ขณะที่ลดวงเงินซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จากระดับ 8 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน สู่ระดับ 6 หมื่นล้านยูโร ทั้งนี้ คณะกรรมการ ECB มีความเห็นว่า การขยายเวลาสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นเครื่องมือในการปกป้องเศรษฐกิจยูโรโซนจากภาวะตื่นตระหนกที่เกิดจากปัจจัยทางการเมืองในยูโรโซน และทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมองว่าอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนยังคงไม่มีแนวโน้มที่จะดีดตัวไปสู่เป้าหมายที่ใกล้ระดับ 2% ของ ECB แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ระดับ 1.1% แต่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงอยู่ในระดับต่ำ

ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในยูโรโซนเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่านักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5% และ 1.6% ตามลำดับ ขณะเดียวกัน Eurostat ยังได้ทบทวนปรับเพิ่มตัวเลขผลผลิตในเดือนตุลาคมเป็นเพิ่มขึ้น 0.1% (mom) จากที่เคยรายงานครั้งก่อนว่า ลดลง 0.1%  และเพิ่มขึ้น 0.8% (yoy) จาก 0.6% ที่รายงานไปเบื้องต้น ทั้งนี้ ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายนส่วนใหญ่นั้น เกิดจากการเพิ่มขึ้นถึง 2.9% ของการผลิตสินค้าอุปโภคของบริษัท ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า ภาคเอกชนมีความคาดหวังมากขึ้นต่อการอุปโภคบริโภคก่อนถึงเทศกาลคริสต์มาส ด้านการผลิตสำหรับสินค้าระยะกลางเพิ่มขึ้น 1.6% และการผลิตพลังงานเพิ่มขึ้น 1.2% ด้านการผลิตสินค้าคงทน อาทิ รถยนต์และตู้เย็น ลดลง 0.1% ในเดือนพ.ย.

สำนักงานสถิติรัฐบาลกลางเยอรมนีเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์เบื้องต้นว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีขยายตัว 1.9% ในปี 2016 ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 5 ปี และปรับตัวดีขึ้นจากปี 2015 ทั้งนี้ เศรษฐกิจของเยอรมนีกำลังได้รับอานิสงส์จากการอุปโภคบริโภคมากขึ้นในภาคเอกชน และงบรายจ่ายเพิ่มขึ้นของรัฐเกี่ยวกับผู้อพยพ ซึ่งช่วยชดเชยภาคการค้าที่ชะลอตัวท่ามกลางอุปสงค์ที่ลดลงจากกลุ่มคู่ค้าที่สำคัญ และตลาดเกิดใหม่ ด้านนักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะเพิ่มขึ้น 1.8% ในปี 2016 หลังจากที่ขยายตัว 1.7% ในปี 2015

 

อังกฤษ

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของอังกฤษ (NIESR) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจอังกฤษขยายตัว 0.5% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 โดยในรายงานของสถาบันระบุว่า เศรษฐกิจอังกฤษในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค. ขยายตัวในอัตราเดียวกับช่วงสามเดือนสิ้นสุดเดือนพฤศจิกายน ซึ่งก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจอังกฤษจะได้รับผลกระทบจากการลงประชามติแยกตัวจากสหภาพยุโรปเมื่อเดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว

 

เอเชีย : จีน

นายซู เซาซี ประธานคณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ของจีนกล่าวว่า เศรษฐกิจจีนโดยทั่วไปมีเสถียรภาพในช่วงต้นปี 2017 และยังคงมีแรงกระตุ้นอย่างดีและสม่ำเสมอต่อเนื่องจากช่วงครึ่งหลังของปี 2016 นายซูระบุในแถลงการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนยังคงเผชิญกับภาวะแวดล้อมที่ซับซ้อนและร้ายแรงทั้งในประเทศและต่างประเทศ นายซูกล่าวว่ารัฐบาลจีนจะส่งเสริมการพัฒนาตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างมีเสถียรภาพและเป็นประโยชน์ โดยภาคอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจจีนเติบโต

กระทรวงเกษตรของจีนเปิดเผยว่า จีนได้ยืนยันการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนก H5N6 ในฟาร์มเลี้ยงห่านแห่งหนึ่งในมณฑลหูหนานทางภาคใต้ของประเทศ ซึ่งทำให้มีการกำจัดห่าน 1,054 ตัว รัฐบาลท้องถิ่นได้กำจัดห่านอีก 2,067 ตัวหลังการแพร่ระบาดซึ่งเป็นการแพร่ระบาดครั้งที่ 5 ในหมู่สัตว์ปีกนับตั้งแต่เดือนต.ค. ซึ่งทำให้สัตว์ปีกที่ถูกกำจัดมีจำนวนมากกว่า 175,000 ตัวแล้วนับตั้งแต่นั้นมา

คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ของจีนเปิดเผยในแผนปฏิบัติการ 3 ปีว่า จีนจะลงทุน 1.2 ล้านล้านหยวน (1.7357 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ระหว่างปี 2016-2018 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล NDRC เปิดเผยผ่านเว็บไซท์ว่า แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลดังกล่าวรวมถึงการเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตในเมืองขนาดกลางและขนาดใหญ่ด้วย

ธนาคารกลางจีนเปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์ในจีนได้ให้สินเชื่อใหม่สกุลหยวนคิดเป็นมูลค่า 1.04 ล้านล้านหยวน (1.5078 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในเดือนธ.ค. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ และเพิ่มขึ้นจาก 7.946 แสนล้านหยวนในเดือนพ.ย. ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ (M2) เพิ่มขึ้น 11.3% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนยอดสินเชื่อคงค้างสกุลหยวนเพิ่มขึ้น 13.5% ในเดือนธ.ค.

 

ไทย

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) กระทรวงการคลัง เผยยอดหนี้สาธารณะคงค้างของไทย ณ สิ้นเดือน พ.ย.อยู่ที่ 5.944 ล้านล้านบาท คิดเป็น 42.39% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) เทียบกับยอดหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนต.ค.59 อยู่ที่ 5.985 ล้านล้านบาท คิดเป็น 42.71% ของGDP

สำนักงบประมาณ เผยจะของบประมาณ 1.14 แสนล้านบาท จากงบประมาณกลางปี 60 เพื่อใช้ในโครงการลงทุนกลุ่มจังหวัด ในส่วนของโครงการยื่นคำขอมาแล้ว และผ่านการพิจารณาว่ามีความพร้อมที่จะดำเนินการได้ โดยจะแบ่งออกเป็นการพัฒนากลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการในเชิง 3 มิติ, กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ และงบกลางสนับสนุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจในประเทศ เขากล่าวว่าที่ผ่านมากลุ่มจังหวัดต่างๆ ได้ยื่นคำขอลงทุนโครงการต่างๆ เข้ามารวมมูลค่าทั้งสิ้น 2.3 แสนล้านบาท โดยโครงการที่เหลืออีกประมาณ 1.2 แสนล้านบาท เป็นโครงการที่ยังไม่มีความพร้อม หรือยังไม่มีรายละเอียด จึงได้ให้กลุ่มจังหวัดเสนอรายละเอียด ต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการเพื่อขอรับจัดสรรงบประมาณปี 61 ต่อไป  นอกจากนี้ จะมีการเสนอทำแผนแม่บทระยะปานกลาง 5 ปี คือปี 60-64 เพื่อรองรับการพัฒนากลุ่มจังหวัดต่อไป

รมว.คลัง เผยรัฐบาลจะจัดทำงบประมาณปี 61(ต.ค.60-ก.ย.61) เป็นงบขาดดุล 4.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากที่ขาดดุล 3.9 แสนล้านบาท ในปีงบประมาณ 60 เพื่อรองรับการลงทุนภาครัฐที่จะมีมากขึ้น  นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวในการแถลงข่าว ภายหลังการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 61 ว่าสำหรับปี 61 ตั้งใจว่าจะขาดดุล 4.5 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับปีนี้ที่ 3.9 แสนล้านบาท ซึ่ง 4.5 แสนล้านบาท ก็จะพยายามผลักดันไปสู่การลงทุนภาครัฐให้มากขึ้น  สำหรับงบลงทุนในปีงบประมาณ 61 จะอยู่ที่ประมาณ 23% ของงบประมาณรายจ่าย เพิ่มขึ้นจาก 21-22% ในปีงบประมาณ 60

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เผยที่ประชุมคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ได้รับทราบความคืบหน้าโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) ซึ่งระหว่างรอการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องนั้น นายกรัฐมนตรีได้มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาพื้นที่ EEC ขึ้นมา เพื่อทำงานควบคู่กันไป โดยจะมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม คณะกรรมการชุดนี้ จะทำหน้าที่ปลดล็อกเรื่องที่เป็นปัญหากับการดำเนินงานของ EEC  ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งรัดในเรื่องการพิจารณารายละเอียดในเรื่องของสิทธิพิเศษ การวางระบบขนส่งใน EEC และเชื่อมต่อไปยังต่างประเทศ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ EEC ให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งต้องดึงดูดธุรกิจรายใหญ่ที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้เข้ามาลงทุนใน EEC ให้ได้ ตลอดจนการเตรียมข้อมูล เพื่อชี้แจงกับเอกชนที่จะเข้ามาลงทุน

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) ระบุ กรณีหลายบริษัทผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน(บี/อี) มาจากปัญหาเฉพาะตัวของบริษัท ขณะที่ตลาดบี/อีโดยรวม ยังไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตามได้แสดงความเป็นห่วงว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ ที่เริ่มปรับเพิ่มขึ้น อาจกระทบต่อการ roll over ตราสารหนี้ของบางบริษัทได้ โดยเฉพาะตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับเครดิต(non-rated) และไฮยิลด์บอนด์ ที่มีความเสี่ยงสูงและให้ผลตอบแทนสูงนั้น มีแนวโน้มว่านักลงทุนอาจจะโยกเงินลงทุนออกจากตราสารพวกนี้ มาลงทุนในตราสารหนี้ที่อันดับเครดิตดีขึ้น แต่ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นมาอยู่ใกล้เคียงกัน โดยยอมที่จะถือลงทุนในระยะเวลานานขึ้นแทน

 

บราซิล

ธนาคารกลางบราซิลปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากเกินคาดเมื่อวันพุธที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้แก่ตลาด ขณะที่ภาวะถดถอยรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบราซิลมีแนวโน้มดำเนินต่อไปเป็นปีที่ 3 ทั้งนี้คณะกรรมการนโยบายการเงินซึ่งมีสมาชิก 9 คนของธนาคารกลางบราซิลหรือ Copom มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลดอัตราดอกเบี้ย Selic ลง 0.75% สู่ระดับ 13.00% หลังจากลดอัตราดอกเบี้ยลง 2 ครั้งติดต่อกัน โดยลดครั้งละ 0.25% นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า ธนาคารกลางจะลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ขณะที่มีเพียงไม่กี่คนที่คาดว่าธนาคารกลางจะลดดอกเบี้ยมากกว่านี้ ซึ่งทำให้อัตราดอกเบี้ยลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี การตัดสินใจอย่างไม่คาดคิดดังกล่าวอาจจะช่วยให้ประธานาธิบดีมิเชล เตเมร์ของบราซิลกระตุ้นเศรษฐกิจท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่ หลังการถอดถอนประธานาธิบดีดิลมา รูสเซฟฟ์ออกจากตำแหน่งในปีที่แล้ว และการสอบสวนเรื่องทุจริตซึ่งเกี่ยวข้องกับพรรคของเขา

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันพฤหัส (12 มค.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อคืนนี้หลังจากแถลงการณ์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อคืนวันพุธสร้างความผิดหวังแก่นักลงทุนเนื่องจากไม่มีการกล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการลดภาษีและการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯให้ขยายตัวมากขึ้น ซึ่งความเชื่อมั่นที่ลดลงดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนขายดอลลาร์สหรัฐฯออกมาซึ่งส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินในวันนี้

- ดอลลาร์/เยน วันพฤหัส (12 มค.) เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อคืนนี้เนื่องจากนักลงทุนลดมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯหลังการแถลงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อคืนวันพุธไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายในการก่อสร้างสาธารณูปโภค ซึ่งส่งผลให้มีแรงขายดอลลาร์สหรัฐฯ

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 12 มค.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อคืนนี้สอดคล้องกับการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆในวันนี้เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังการแถลงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายในการก่อสร้างสาธารณูปโภคซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนคาดหวัง ขณะที่วันนี้สำนักงานสถิติรัฐบาลกลางเยอรมนีเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์เบื้องต้นว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีขยายตัว 1.9% ในปี 2016 ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 5 ปี เศรษฐกิจของเยอรมนีกำลังได้รับอานิสงส์จากการอุปโภคบริโภคมากขึ้นในภาคเอกชน และงบรายจ่ายเพิ่มขึ้นของรัฐเกี่ยวกับผู้อพยพ ซึ่งช่วยชดเชยภาคการค้าที่ชะลอตัวท่ามกลางอุปสงค์ที่ลดลงจากกลุ่มคู่ค้าที่สำคัญ และตลาดเกิดใหม่

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส ( 12 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันพฤหัสบดี ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 และรายละเอียดของนโยบายเศรษฐกิจของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก่อนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค.นี้  ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ  0.32% สู่ 19,891.00, ดัชนี S&P 500 ปิด ลดลง  0.21% สู่ระดับ 2,270.44 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง  0.29% สู่ 5,547.49

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส (  12 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้แม้ว่าแถลงการณ์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อคืนวันพุธจะทำให้นักลงทุนผิดหวังเนื่องจากไม่มีการกล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการลดภาษีและการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลง โดยดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นวันนี้ปรับตัวลดลงเนื่องจากเงินเยนที่กลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่น โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิ ลดลง 1.19% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดลดลง 0.55% และ 0.46% ตามลำดับ ขณะที่วันนี้ธนาคารกลางจีนเปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์ในจีนได้ให้สินเชื่อใหม่สกุลหยวนคิดเป็นมูลค่า 1.04 ล้านล้านหยวนในเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้นจาก 7.946 แสนล้านหยวนในเดือนพ.ย. ซึ่งส่งผลให้มีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงในภาคสถาบันการเงินจีน

- ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส ( 12 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่แม้การแถลงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีการกล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการลดภาษีและการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีได้ลดลงตามทิศทางดัชนีตลาดหุ้นเอเชียอื่นๆเช่นกัน ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 4.09 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 13 ม.ค. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1230
mod_vvisit_counterAll days1230

We have: 1230 guests online
Your IP: 216.73.217.43
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 30, 2026

4239344