| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Tuesday, 20 December 2016 10:47 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับตลาดแรงงานที่มหาวิทยาลัยบัลติมอร์วา ตลาดแรงงานของสหรัฐมีความแข็งแกร่งมากที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี และย้ำกับนักศึกษาที่เข้าฟังสุนทรพจน์ครั้งนี้ว่า การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ โดยนางเยลเลนได้ระบุว่า หลังจากที่เศรษฐกิจค่อยๆฟื้นตัวมาเป็นเวลาหลายปี สหรัฐก็เริ่มเข้าสู่ภาวะตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี โดยอัตราว่างงานอยู่ในระดับที่ต่ำ ขณะที่การจ้างงานปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนอัตราการเลย์ออฟพนักงานก็ยังอยู่ในระดับต่ำ และมีสัญญาณบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของค่าแรง ซึ่งหลักฐานเหล่านี้บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำกับบรรดานักศึกษาที่เข้าฟังสุนทรพจน์ในครั้งนี้ว่า "ในขณะที่กระแสโลกาภิวัฒน์มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป และเทคโนโลก็มีความก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้เราไม่อาจคาดเดาได้ว่าเศรษฐกิจจะก้าวกระโดดไปไกลแค่ไหนในวันข้างหน้า และจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆด้านไหนอีกที่จะถูกพัฒนาขึ้นมา หรือการจ้างงานจะมีการขยายตัวได้มากแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เราควรตระหนักอยู่เสมอก็คือ ความสำเร็จมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการศึกษาเสมอ เพราะการศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาศักยภาพของคน และผู้ที่มีการศึกษาจะสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้" นายเจฟฟรี่ แลคเกอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาริชมอนด์กล่าวว่า เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้งในปีหน้า และจะเผชิญกับความท้าทายในการทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เฟดได้ปรับกรอบเป้าหมายสำหรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น 0.25% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปีหน้า อย่างไรก็ดี นายแลคเกอร์ซึ่งไม่มีสิทธิลงมติแต่ได้เข้าร่วมในการประชุมเฟดในปีนี้กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจจะได้รับมาตรการกระตุ้นทางการคลังบางอย่างภายใต้การบริหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ พร้อมกันนี้ เฟดจะยังคงสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้ แต่ก็อาจจะไม่ดำเนินไปอย่างช้าๆตามที่ผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่คาดไว้ โดยเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ หลังจากที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งเดียวในปีที่แล้ว ก่อนหน้านี้ อัตราดอกเบี้ยถูกตรึงไว้ใกล้ 0% มาตั้งแต่ปี 2008 เพื่อทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากภาวะถดถอย นายแลคเกอร์กล่าวอีกว่า เขาจะมองหาสัญญาณอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น เมื่อดูจากภาวะแข็งแกร่งที่ชัดเจนของตลาดแรงงาน
อังกฤษ รัฐบาลไอร์แลนด์ออกแถลงการณ์กล่าวหาคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ว่าใช้อำนาจเกินขอบเขตและแทรกแซงอธิปไตยของชาติสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU) หลังจากที่ตัดสินว่า บริษัทแอปเปิลต้องจ่ายภาษีย้อนหลังให้แก่รัฐบาลไอร์แลนด์รวมทั้งสิ้น 1.3 หมื่นล้านยูโร (1.4 หมื่นล้านดอลลาร์) โดยแถลงการณ์ของรัฐบาลไอร์แลนด์ระบุว่า EC ได้กระทำการนอกเหนืออำนาจหน้าที่อย่างเห็นได้ชัด และไม่สามารถยกเหตุผลมาอธิบายได้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับคำตัดสินที่ว่า ไอร์แลนด์ได้ทำผิดกฎระเบียบโดยเอื้อประโยชน์ให้แก่แอปเปิลเพื่อที่จะไม่ต้องจ่ายภาษีดังกล่าว ทั้งนี้ ในเดือนก.ย. รัฐบาลไอร์แลนด์กับบริษัทแอปเปิลได้ตกลงกันที่จะร่วมยื่นอุทธรณ์คำสั่งของ EC ต่อศาลยุโรป หลังจากก่อนหน้านี้ในปี 2557 ทาง EC ได้กล่าวหารัฐบาลไอร์แลนด์ว่าได้เลี่ยงกฎข้อบังคับด้านภาษีระหว่างประเทศ โดยยอมให้แอปเปิลเข้าซุกกำไรจำนวนหลายหมื่นล้านดอลลาร์เพื่อแลกกับการจ้างงานจากแอปเปิล อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ของไอร์แลนด์ยืนยันว่า บริษัทในเครือแอปเปิลทั้งบริษัทแอปเปิล เซลส์ อินเตอร์เนชั่นแนลและแอปเปิล โอเปอเรชั่นส์ ยุโรปนั้น ไม่ได้รับการปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษในด้านภาษีจากรัฐบาล นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า EC ได้กล่าวเกินจริงเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ได้รับจากสองบริษัทดังกล่าว
เยอรมนี Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 111.0 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 110.4 ในเดือนพ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 110.7 ทั้งนี้ ผลสำรวจความเชื่อมั่นล่าสุดนี้สนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป จะดีดตัวขึ้นในไตรมาส 4
รัสเซีย สำนักข่าวอินเตอร์แฟกของทางการรัสเซีย รายงานว่า การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ และกลาโหมของรัสเซีย อิหร่าน และตุรกีเกี่ยวกับอนาคตของซีเรีย และเมืองอเลปโปที่กรุงมอสโกจะยังคงมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ แม้มีข่าวว่า เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำตุรกี ถูกมือปืนยิงเสียชีวิต ทั้งนี้ สำนักข่าว RIA ของรัสเซียเปิดเผยว่า นายอังเดร คาร์ลอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำตุรกี ได้เสียชีวิตแล้ว หลังได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิงในกรุงอังการา ทั้งนี้ มีการคาดกันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและตุรกี หลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีความขัดแย้งในซีเรีย โดยรัสเซียมีจุดยืนสนับสนุนประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดแห่งซีเรีย ขณะที่ตุรกีต้องการที่จะให้เขาออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่กลุ่มรัฐอิสลาม (IS) มักทำการโจมตีในตุรกีในช่วงที่ผ่านมา
เอเชีย: ญี่ปุ่น กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดส่งออกของญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนในเดือนพ.ย. ขณะที่การอ่อนค่าของเยน และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในต่างประเทศได้เพิ่มยอดส่งออกจากภาคการค้า ซึ่งออกมาดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ ทั้งนี้ ยอดส่งออกลดลง 0.4% ในเดือนพ.ย. เทียบกับที่นักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่าอาจจะลดลง 2.0% และเทียบกับที่ลดลง 10.3% ในเดือนต.ค. ขณะที่การนำเข้าลดลง 8.8% เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าอาจจะลดลง 12.6% เยนอ่อนค่า 8.4% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนสำหรับการส่งออก มูลค่าการส่งออกไปยังจีนซึ่งเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 4.4% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน เนื่องจากยอดส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ปริมาณการส่งออกในเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 7.4% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เทียบกับที่ลดลง 1.4% ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า อุปสงค์ต่างประเทศกำลังปรับตัวดีขึ้น รายงานข่าวชี้ว่าแหล่งข่าว 4 รายเปิดเผยว่า ข้อมูลดังกล่าวอาจจะสร้างความพอใจให้แก่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ซึ่งมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มแนวโน้มเศรษฐกิจในการประชุมที่จะสิ้นสุดในวันอังคารนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า ภาวะการค้าโลกกำลังฟื้นตัวจากภาวะซบเซา
จีน สถาบันสังคมศาสตร์จีน (CASS) เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวในอัตราราว 6.5% เมื่อเทียบรายปีในปีหน้า CASS คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 6.5% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาส 1 และ 2 ของปีหน้า และจะขยายตัว 6.4% ในไตรมาส 3 และ 4 ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนขยายตัว 6.7% ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยผลสำรวจบ่งชี้ว่า ราคาบ้านใหม่โดยเฉลี่ยใน 70 เมืองใหญ่ของจีนเพิ่มขึ้น 12.6% ในเดือนพ.ย.จากปีก่อน โดยปรับตัวขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่เพิ่มขึ้น 12.3% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ราคาบ้านในจีนเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนพ.ย. ชะลอลงหลังเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนต.ค. รัฐบาลกรุงปักกิ่งได้สั่งให้โรงงาน 1,200 แห่งใกล้กรุงปักกิ่ง ซึ่งรวมถึงโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของบริษัทซิโนเปคของรัฐบาลปิดทำการหรือลดการผลิตลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากทางการได้ออกประกาศเตือนภัยมลภาวะขั้นสูงสุด เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ศูนย์เฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมเทศบาลปักกิ่งได้ออกประกาศเตือน 5 วันเกี่ยวกับกลุ่มหมอกควันหนาที่แผ่ปกคลุมไปทั่วภาคเหนือ และได้สั่งให้โรงงานปิดทำการ, แนะนำให้ประชาชนอยู่แต่ในอาคาร รวมถึงจำกัดการจราจร และการก่อสร้าง ทั้งนี้ คำสั่งเตือนภัยขั้นสูงจะถูกประกาศออกมาเมื่อคาดว่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) จะพุ่งทะลุระดับ 200 เป็นเวลานานกว่า 4 วันติดต่อกัน, ทะลุระดับ 300 เป็นเวลามากกว่า 2 วัน หรือทะลุระดับ 500 เป็นเวลาอย่างน้อยที่สุด 24 ชั่วโมง ศูนย์เฝ้าระวังฯพบว่า ดัชนี AQI อยู่ที่ระดับ 297 ในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มหมอกควันได้เริ่มปกคลุมกรุงปักกิ่ง หลังจากที่ดัชนีอยู่ที่ระดับ 120 ในช่วงแรก โดยระดับในกรอบ 301-500 ถูกจัดว่าเป็นระดับที่อันตรายต่อสุขภาพ หนังสือพิมพ์ไชน่า บิสซิเนส นิวส์รายงานโดยอ้างคำกล่าวของนายเซิง ซ่งเฉิง ที่ปรึกษาธนาคารกลางจีนว่า จีนอาจคุมเข้มนโยบายการเงินในปีหน้าเพื่อลดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน, อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และตลาดอสังหาริมทรัพย์ เขากล่าวว่า ความเห็นเมื่อวันศุกร์ที่แล้วของผู้นำระดับสูงของจีนที่จะทำให้สภาวะทางการเงินของจีน "รอบคอบและเป็นกลาง" ในปีหน้านั้น บ่งชี้ว่า นโยบายในขณะนี้ผ่อนคลายมากเกินไป เขากล่าวอีกว่า ไม่มีเหตุผลให้ผ่อนคลายนโยบายในปีหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และเขายังได้ระบุว่าตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความเสี่ยง แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียด เขาย้ำว่า นโยบายการเงินจะไม่ "เข้มงวดเกินไป" เพราะนั่นจะนำไปสู่ภาวะปั่นป่วนในตลาด การประชุมเศรษฐกิจประจำปีเมื่อวันศุกร์ที่แล้วได้วางภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจสำหรับปีหน้า โดยที่ประชุมระบุว่าจีนจะดำเนินนโยบายการเงินแบบรอบคอบและเป็นกลางต่อไป และนโยบายการคลังแบบเชิงรุก ขณะเดียวกันก็จะจัดการกับความเสี่ยงทางการเงิน และภาวะฟองสบู่สินทรัพย์
อินโดนีเซีย นายอากัส มาร์โตวาร์โดโจ ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซียกล่าวว่า การอ่อนค่าของหยวนอาจมีผลกระทบในเชิงลบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของอินโดนีเซีย ธนาคารกลางตั้งข้อสังเกตว่า หยวนอ่อนค่า 6.3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯแล้วในปีนี้ ขณะที่รูเปียห์แข็งค่าราว 3%
ไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะประกาศมติการประชุมเรื่องอัตราดอกเบี้ยในวันพุธนี้ ทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 18 คนในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร(อาร์/พี) ระยะ 1 วันไว้ที่ระดับ 1.5% เป็นครั้งที่ 13 ติดต่อกันในการประชุมวันพุธนี้ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้ แม้เศรษฐกิจฟื้นตัวเชื่องช้าก็ตาม ธนาคารโลกปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 60 เป็นเติบโต 3.2% จากเดิมที่คาดไว้ 3.1% หลังมองส่งออกไทยปีหน้า มีโอกาสขยายตัวได้ 1.0% จากคาดการณ์เดิมที่โต 0.5% โดยมองการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นของเศรษฐกิจสหรัฐ ตั้งแต่ไตรมาส 3/59 จะช่วยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย นอกเหนือจากปัจจัยเดิมคือ การลงทุนภาครัฐ การบริโภคภาคเอกชน และการท่องเที่ยว ในปี 59 ธนาคารโลกยังคงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยเติบโตที่ 3.1%
อื่นๆ วาณิชธนกิจโกลด์แมน แซคส์ประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2017 หลังกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันสามารถบรรลุข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต ท่ามกลางอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค ทั้งนี้ โกลด์แมน แซคส์ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI ในช่วงไตรมาส 2 ของปีหน้า สู่ระดับ 57.50 ดอลลาร์/บาร์เรล จากเดิมที่ระดับ 55 ดอลลาร์/บาร์เรล นอกจากนี้ ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนด์ สู่ระดับ 59 ดอลลาร์/บาร์เรล จากเดิมที่ระดับ 56.50 ดอลลาร์/บาร์เรล อย่างไรก็ดี โกลด์แมน แซคส์ยังคงตัวเลขคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI ในเดือนนี้ที่ระดับ 50 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากลิเบีย และการแข็งค่าของดอลลาร์ จะเป็นปัจจัยจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในระยะใกล้ โดยระบุว่า การปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันจะยังคงไม่มีหลักฐานยืนยันที่ชัดเจน จนกว่าจะถึงช่วงกลางเดือนและปลายเดือนมกราคม2017 ทั้งนี้ ในการประชุมช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้ตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตลง 558,000 บาร์เรล/วัน โดยรัสเซียจะปรับลดกำลังการผลิตลง 300,000 บาร์เรล/วัน ในขณะที่กลุ่มโอเปกได้บรรลุข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน สู่ระดับ 32.5 ล้านบาร์เรล/วัน ในการประชุมเมื่อวันที่ 30 พ.ย. โดยมีผลบังคับใช้ในเดือนม.ค.2017
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันจันทร์ ( 19 ธ.ค.) เงินบาททรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันจันทร์หลังจากที่บาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯติดต่อกันสามวันในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อวันพุธและมีแนวโน้มจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหลายครั้งในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯก็อ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินเอเซียหลังจากที่ผ่านมาดอลลาร์สหรัฐฯได้แข็งค่าอย่างรวดเร็ว - ดอลลาร์/เยน วันจันทร์ (19 ธ.ค.) เยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์หลังจากที่เยนอ่อนค่าอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนหน้านี้จากแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องของธนาคารกลางสหรัฐฯ ขณะที่ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นซึ่งจะมีการประชุมในวันนี้และวันพรุ่งนี้นักวิเคราะห์จากการสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นมีแนวโน้มตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ -0.1% ต่อไป และมีแนวโน้มตรึงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ประเภทอายุ 10 ปีไว้ที่ 0% ตามเดิมในขณะที่การอ่อนค่าของเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯส่งผลบวกอย่างมากต่อการส่งออกและเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยวันนี้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดส่งออกของญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนในเดือนพ.ยโดยยอดส่งออกลดลง 0.4% ในเดือนพ.ย. เทียบกับที่นักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่าอาจจะลดลง 2.0% และเทียบกับที่ลดลง 10.3% ในเดือนต.ค. ขณะที่เยนอ่อนค่า 8.4% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนสำหรับการส่งออก ทั้งนี้เยนแข็งค่าต่อเนื่องในช่วงค่ำจากผลของเหตุการณ์ในเยอรมนีและตุรกีซึ่งส่งผลให้นักลงทุนถือเยนมากขึ้นและลดการถือสินทรัพย์เสี่ยง - ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ (19 ธ.ค.) ยูโรแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์หลังจากอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯก่อนหน้านี้ตามแนวโน้มที่ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆส่วนใหญ่เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯมีแนวโน้มขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ดียูโรได้อ่อนค่าในช่วงค่ำหลังเกิดเหตุโจมตีเยอรมนีโดยรถบรรทุกคันหนึ่งได้พุ่งเข้าชนประชาชนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 รายและบาดเจ็บอีกราว 50 ราย ขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีดังกล่าว
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์ (19 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ แต่ลดลงจากระดับสูงสุดของวันหลังมีรายงานข่าวว่าประชาชน 9 คนเสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 50 คนจากเหตุรถบรรทุกคันหนึ่งพุ่งเข้าชนตลาดแห่งหนึ่งในกรุงเบอร์ลินของเยอรมนี นอกจากนี้ตลาดยังถูกถ่วงลงจากการที่เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำตุรกีถูกยิงในกรุงอันคาราด้วย ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.20% สู่ระดับ 19,883.06, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.20% สู่ระดับ 2,262.53 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.37% สู่ระดับ 5,457.44 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ (19 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้ ทั้งนี้ดัชนีนิกเกอิ ลดลงในช่วงเช้าโดยธนาคารกลางญี่ปุ่นจะมีการประชุมในวันนี้และวันพรุ่งนี้ซึ่งนักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มแนวโน้มเศรษฐกิจในการประชุมครั้งนี้ โดยนักวิเคราะห์จากการสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นมีแนวโน้มตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ -0.1% ต่อไป และมีแนวโน้มตรึงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ประเภทอายุ 10 ปีไว้ที่ 0% ตามเดิมในขณะที่การอ่อนค่าของเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯส่งผลบวกอย่างมากต่อการส่งออกและเศรษฐกิจญี่ปุ่น ขณะที่วันนี้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่ายอดส่งออกลดลง 0.4% ในเดือนพ.ย.เทียบกับที่ลดลง 10.3% ในเดือนต.ค. โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 0.05% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดลดลง 0.15% นำโดยหุ้นบลูชิพ ขณะที่ความหวังที่ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นทางการเงินใหม่นั้นลดน้อยลง หลังจากจีนประกาศว่าจะควบคุมภาวะฟองสบู่สินทรัพย์ในปีหน้าด้วยการดำเนินนโยบายการเงินแบบรอบคอบและเป็นกลาง สำหรับดัชนีฮั่งเส็งปิดลดลง 0.85% - ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์ (19 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวผันผวนแคบๆในช่วงเช้าในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 0.11จุด โดยมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และมีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มพลังงาน
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 20 ธ.ค. 2559
|






![]() | Today | 1165 |
![]() | All days | 1165 |
Comments