Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Monday, 19 December 2016 10:28

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

ยอดการเริ่มต้นสร้างบ้านในเดือนพฤศจิกายนลดลง 18.7% สู่ระดับ 1.09 ล้านยูนิต หลังปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.34 ล้านยูนิตในเดือนตุลาคม(ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2007) โดยก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านจะลดลงสู่ระดับ 1.23 ล้านยูนิต โดยแบ่งเป็นยอดการเริ่มต้นสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยว ลดลง 4.1% สู่ระดับ 828,000 ยูนิต หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 ปีในเดือนตุลาคม ขณะที่การก่อสร้างบ้านหลายครอบครัว ซึ่งรวมถึงอพาร์ทเมนท์และคอนโดมิเนียม ปรับตัวลง 45.1% สู่ระดับ 262,000 ยูนิต ด้านยอดการอนุญาตก่อสร้างบ้านลดลง 4.7% โดยตัวเลขการอนุญาตก่อสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวเพิ่มขึ้น 0.5% ขณะที่การอนุญาตก่อสร้างบ้านหลายครอบครัวลดลง 13.0%

 

ยุโรป:ยูโรโซน

นายฟรีดริช ไฮเนมาน นักวิชาการจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป หรือ ZEW รายงานว่า ยุโรปจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในปีหน้าตามสหรัฐ พร้อมระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ไม่มีทางเลือกอื่นในขณะนี้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมายที่ 2% ทั้งยังกล่าวว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับหนี้สินของอิตาลีจำนวน 2.2 ล้านล้านยูโร รวมทั้งหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในภาคธนาคาร ทำให้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีความเสี่ยงมากเกินไป

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (Eurostat) ระบุราคาก๊าซ และน้ำมัน heating oil ที่ถูกลงได้จำกัดการขยายตัวของดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในยูโรโซนในเดือนพ.ย. แม้ร้านอาหารและคาเฟ่ รวมทั้งค่าเช่า และบุหรี่มีราคาแพงขึ้นก็ตาม โดย Eurostat รายงานว่า ดัชนี CPI ใน 19 ประเทศที่ใช้ยูโรในเดือนพฤศจิกายนลดลง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน แต่เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายปี จากที่ขยายตัว 0.5% ในเดือนตุลาคม และ 0.4% ในเดือนกันยายน ทั้งนี้ ราคาพลังงานปรับตัวลง 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และลดลง 1.1% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ราคาอาหารสดเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบรายปี ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานลดลง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบรายปี เทียบกับที่เพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนก่อน แต่ก็อยู่ในอัตราเดียวกับในรอบ 4 เดือนก่อน ซึ่งบ่งชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังไม่ตอบรับนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษของอีซีบี

 

ฝรั่งเศส

สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (Insee) คาดว่า ฝรั่งเศสจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 1.2% ในปีนี้ หลังจากที่หดตัวลงในไตรมาส 2 และมีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในไตรมาส 3 เศรษฐกิจฝรั่งเศสก็มีแนวโน้มขยายตัว 0.4% ในไตรมาส 4 ซึ่งจะส่งผลให้มีการเติบโต 1.2% ในปีนี้ โดยลดลงจาก 2.2% ที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวที่ระดับ 1.2% ในปีนี้ของ Insee ต่ำกว่าตัวเลขเป้าหมายของรัฐบาลที่ระดับ 1.4% โดยได้รับผลกระทบจากการผลิตภาคการเกษตรที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นผลจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย รวมทั้งการผละงานประท้วงของแรงงานต่อมาตรการปฏิรูป ขณะที่การท่องเที่ยวตกต่ำลง หลังเกิดเหตุโจมตีหลายครั้ง สำหรับในปี 2017 Insee คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวมากกว่า 1% ในช่วงกลางปี ขณะที่อัตราการว่างงานจะอยู่ที่ 9.8% ลดลงจาก 10% ในปีนี้

 

อังกฤษ

ผลสำรวจที่ออกมาในวันนี้ระบุว่า ธุรกิจในอังกฤษคาดการณ์ในทางบวกมากยิ่งขึ้นต่อเศรษฐกิจอังกฤษในเดือนพ.ย. อย่างไรก็ดี ระดับความเชื่อมั่นยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนการโหวตถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ในวันที่ 23 มิ.ย.

ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่จัดทำโดย ยูกอฟและศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (CEBR) ของอังกฤษในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 111.1 จากระดับ 109.1 ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 เดือนโดยยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 112.6 ในเดือนมิถุนายน ผลสำรวจนี้จัดทำจากการสอบถามผู้บริหารธุรกิจอังกฤษ 500 ราย ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจเคยลดลง หลังการโหวต Brexit และดัชนีได้ลดลงในเดือนตุลาคม เมื่อนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ของอังกฤษกล่าวว่า เธอจะเริ่มต้นการเจรจาต่อรองเรื่อง Brexit ก่อนสิ้นเดือนมี.ค. 2017 รวมทั้งส่งสัญญาณว่า เธออาจจะใช้วิธีการที่แข็งกร้าวในการเจรจานับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รัฐบาลอังกฤษก็ส่งสัญญาณว่า ทางรัฐบาลต้องการจะหลีกเลี่ยงจากการถอนตัวจากอียูอย่างฉับพลัน

 

เยอรมนี

สถาบัน Ifo ระบุว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีในไตรมาส 4 จะดีดตัวขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ และแรงหนุนส่งดังกล่าวจะมีต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า โดยการคาดการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจรายไตรมาสลดลงครึ่งหนึ่งสู่ระดับ 0.2% ในไตรมาส 3 เนื่องจากการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าชั้นนำชะลอตัวลง แต่ยอดส่งออกภาคอุตสาหกรรมที่พุ่งขึ้นมาก และผลสำรวจความเชื่อมั่นที่สดใสบ่งชี้ถึงการดีดตัวขึ้นในไตรมาส 4 ทั้งนี้ นายเคลมองส์ ฟิวเอสต์ ประธานสถาบัน Ifo กล่าวว่า สัญญาณทุกตัวบ่งชี้ถึงเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้จนถึงขณะนี้ ซึ่งสถาบัน Ifo ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของเยอรมนีขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 1.5% ในปีหน้า และ 1.7% ในปี 2018 สำหรับปีนี้ Ifo ได้ยืนยันตัวเลขคาดการณ์ที่ 1.9% ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีเนื่องจากการอุปโภคบริโภคของภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นมาก และงบรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาล อุปสงค์ที่แข็งแกร่งของเยอรมนีได้แรงหนุนจากการจ้างงานที่สูงเป็นประวัติการณ์, ค่าจ้างแท้จริงที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการกู้ต่ำ นอกจากนี้ Ifo คาดว่า ตลาดแรงงานของเยอรมนีจะขยายตัวอีก โดยระดับการจ้างงานจะทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 43.8 ล้านคนในปีหน้า และ 44.2 ล้านคนในปี 2018 หลังจากอยู่ที่ 43.5 ล้านคนในปีนี้ ส่วนจำนวนผู้ว่างงานจะยังคงทรงตัวที่ 2.7 ล้านคน แม้มีการทะลักเข้ามาของผู้อพยพกว่า 1 ล้านคนตั้งแต่ต้นปี 2015 ก็ตาม ซึ่งหมายความว่า ต้นทุนทางสังคมสำหรับรัฐอาจจะออกมาต่ำกว่าที่วิตกกันก่อนหน้านี้

 

รัสเซีย

ธนาคารกลางรัสเซียประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 10.0% ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางระบุว่าอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า ขณะที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวสู่ระดับเป้าหมาย 4% ในช่วงท้ายปีหน้า ทั้งนี้ ธนาคารกลางรัสเซียได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% สู่ระดับ 10.0% ในเดือนกันยายน พร้อมกับส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกก่อนสิ้นปีนี้

 

เอเชีย: ญี่ปุ่น

รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาระบุว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีแนวโน้มตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ -0.1% ต่อไป และมีแนวโน้มตรึงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ประเภทอายุ 10 ปีไว้ที่ 0% ตามเดิมในการประชุมวันที่ 20 ธ.ค. ในขณะที่การอ่อนค่าของเยน และสถานการณ์ทางบวกในต่างประเทศ บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีสำหรับเศรษฐกิจญี่ปุ่น เยนอ่อนค่าเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯนับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย. โดยผลการเลือกตั้งดังกล่าวหนุนดอลลาร์สหรัฐฯกับตลาดหุ้นสหรัฐให้พุ่งขึ้นครั้งใหญ่ ดอลลาร์สหรัฐฯได้รับแรงหนุนจากแผนการของนายทรัมป์ในการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมาก และคาดกันว่าแผนของนายทรัมป์จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งขึ้น นอกจากนี้ดอลลาร์สหรัฐฯยังได้รับแรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณในวันพุธที่ผ่านมาว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2017 หลังจากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันพุธ

สหพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า การผลิตเหล็กดิบของญี่ปุ่นในปีงบการเงินที่จะเริ่มในเดือนเม.ย.ปีหน้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากระดับ 105.5 ล้านตันในปีปัจจุบัน โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมยานยนต์และการก่อสร้าง การคาดการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่สดใสสำหรับญี่ปุ่น ซึ่งมีสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เปราะบาง แม้แนวโน้มสำหรับมาตรการของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นยังคงมืดมน ในสัปดาห์นี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยผลสำรวจพบว่า ความเชื่อมั่นของผู้ผลิตในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาสสู่ระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี ขณะที่การอ่อนค่าของค่าเงินเยน ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจของญี่ปุ่นดีขึ้น

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียกล่าวเมื่อวันศุกร์ทีผ่านมาว่า รัสเซียอาจจะผ่อนคลายกฎเกณฑ์สำหรับพลเมืองญี่ปุ่นในการเดินทางเยือนหมู่เกาะคูริลใต้ ซึ่งเป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เป็นสาเหตุของข้อพิพาทด้านเขตแดนระหว่างรัฐบาลรัสเซียกับรัฐบาลญี่ปุ่น ปธน.ปูตินกล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงโตเกียวหลังจากประชุมกับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นว่า จำเป็นต้องมีการหาทางออกสำหรับข้อพิพาทด้านเขตแดน และเขาได้เชิญนายอาเบะให้เดินทางมาเยือนรัสซีย ปธน.ปูตินกล่าวว่า เขากับนายอาเบะได้หารือกันเรื่องสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีด้วย

 

จีน

ไคซินรายงานว่า ธนาคารกลางจีนได้เข้ามาแทรกแซงเพื่อกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำปล่อยกู้ให้แก่สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารในช่วงบ่ายวันพฤหัสที่ผ่านมา หลังจากที่หลายแห่งได้ระงับการปล่อยกู้ระหว่างธนาคารท่ามกลางภาวะสภาพคล่องที่ตึงตัว ไคซินรายงานโดยอ้างเทรดเดอร์และแหล่งข่าวในสถาบันว่า ธนาคารกลางจีนได้เข้าแทรกแซงเพื่อช่วยสถาบันต่างๆ อาทิ บริษัทหลักทรัพย์ และผู้จัดการกองทุน หลังจากที่ธนาคารซึ่งรวมถึงธนาคารขนาดใหญ่ 4 แห่งของรัฐบาล ไม่ต้องการปล่อยสินเชื่อ ไคซินระบุว่า เทรดเดอร์ได้บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นที่ย่ำแย่ลงในหมู่ธนาคารเกี่ยวกับสภาวะตลาด และความระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่ออินเตอร์แบงก์ โดยเฉพาะหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้มีแรงขายในตลาดสัญญาล่วงหน้าพันธบัตรเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาด้วยการส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีหน้า สภาพคล่องเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบตลาด หลังจากธนาคารกลางจีนได้เพิ่มต้นทุนของเงินทุนผ่านการเข้าซื้อพันธบัตรในตลาดรองในเดือนที่ผ่านมา

คณะกรรมการกำกับภาคธนาคารจีน (CBRC) ระบุเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ธนาคารจีนจำเป็นต้องควบคุมอย่างเข้มงวดในเรื่องการปล่อยสินเชื่อแก่บริษัทถ่านหินและเหล็กกล้าที่ละเมิดมาตรการปรับลดกำลังการผลิต โดยสิ่งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปรับลดการปล่อยสินเชื่อแก่อุตสาหกรรมที่มีกำลังการผลิตสูงเกินไป CBRC สั่งให้ธนาคารจีนยุติการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ "บริษัทซอมบี้" (บริษัทที่ยังคงเปิดดำเนินงานอยู่ ถึงแม้แทบไม่สามารถชำระหนี้และใกล้ล้มละลาย) และบริษัทที่ละเมิดแผนการของรัฐบาลในการปรับลดกำลังการผลิต CBRC ระบุว่าธนาคารจีนควรตระหนักให้มากยิ่งขึ้นถึง "สถานะทางยุทธศาสตร์" ของภาคถ่านหินและเหล็กกล้า และธนาคารจีนควรตอบสนองความต้องการระดมทุน "ที่สมเหตุสมผล" ของบริษัทที่มีประสิทธิภาพทางการแข่งขัน

 

เกาหลีใต้

กระทรวงเกษตรของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีใต้ได้สั่งให้มีการกำจัดไก่และสัตว์ปีกอื่นๆจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์เพื่อจัดการกับการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกที่กำลังกระจายในอัตราที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กระทรวงได้สั่งให้มีการกำจัดสัตว์ปีกอีกกว่า 4 ล้านตัวซึ่งจะทำให้สัตว์ปีกที่ถูกกำจัดตั้งแต่กลางเดือนพ.ย.มีจำนวนรวม 16 ล้านตัวแล้วหรือเกือบ 1 ใน 5 ของประชากรสัตว์ปีกของประเทศ เกาหลีใต้ได้ยกระดับการเฝ้าระวังเชื้อไข้หวัดนกสู่ระดับสูงสุดเป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อไข้หวัดนก H5N6 และรัฐบาลเปิดเผยว่า ได้ตรวจพบสัตว์ปีกติดเชื้อไข้หวัดนก 54 กรณีนับตั้งแต่มีรายงานการระบาดครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พ.ย.

 

สิงคโปร์

ทางการสิงคโปร์รายงานว่า ยอดส่งออกของสิงคโปร์พุ่งขึ้นอย่างพลิกความคาดหมายในเดือนพ.ย.ปีนี้เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของยอดส่งออกสู่สหภาพยุโรป (อียู) และจีน สำนักงานอินเตอร์เนชั่นแนล สิงคโปร์ซึ่งเป็นสำนักงานการค้าของรัฐบาลสิงคโปร์ระบุว่า ยอดส่งออกที่ไม่รวมน้ำมัน (NODX) ของสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 11.5% ต่อปีในเดือนพ.ย. ถึงแม้โพลล์รอยเตอร์เคยคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า NODX อาจลดลง 3.0% ต่อปีในเดือนพ.ย. ในส่วนของตัวเลขที่เทียบแบบเดือนต่อเดือนนั้น NODX เพิ่มขึ้น 13.1% ต่อเดือนในเดือนพ.ย. NODX ที่ส่งออกสู่อียูพุ่งขึ้น 48.3% ต่อปีในเดือนพ.ย. ทางด้าน NODX ที่ส่งออกสู่จีนเพิ่มขึ้น 15.8% ต่อปีในเดือนพ.ย.ยอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของสิงคโปร์ปรับขึ้น 3.5% ต่อปีในเดือนพ.ย

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันศุกร์ ( 16 ธ.ค.) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และ dot plot ชี้ว่ามีแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยปีละ 3 ครั้งในช่วง 3 ปีข้างหน้า ขณะที่เงินเอเซียส่วนใหญ่วันนี้ก็อ่อนค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

- ดอลลาร์/เยน วันศุกร์ (16 ธ.ค.) เยนแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เยนอ่อนค่าอย่างรวดเร็วในช่วงประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาจากการคาดการณ์แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ สำหรับการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันที่ 20 ธันวาคมนี้นักวิเคราะห์จากการสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีแนวโน้มตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ -0.1% ต่อไป และมีแนวโน้มตรึงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ประเภทอายุ 10 ปีไว้ที่ 0% ตามเดิมในการประชุมครั้งนี้ในขณะที่การอ่อนค่าของเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีสำหรับเศรษฐกิจญี่ปุ่น

- ยูโร/ดอลลาร์ วันศุกร์ (16 ธ.ค.) ยูโรแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ยูโรอ่อนค่าอย่างรวดเร็วในช่วงประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาจากแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ขณะที่ทางด้านค่าเงินยูโรยังมีปัจจัยกดดันให้มีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯทั้งจากเรื่องมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางยุโรปและการเลือกตั้งใหญ่ในประเทศสำคัญหลายประเทศในยุโรปในปีหน้า

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันศุกร์ (16 ธ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันศุกร์ โดยถูกถ่วงลงจากการที่หุ้นออราเคิลลดลงมากกว่า 4% แต่หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวขึ้นอย่างมากหุ้นออราเคิลลดลง 4.3% หลังเปิดเผยรายได้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยถ่วงดัชนี S&P และ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีลงมากที่สุด นักวิเคราะห์กล่าวว่า นักลงทุนมีความวิตกและเข้าซื้อหุ้นกลุ่มปลอดภัย หลังมีรายงานข่าวว่า เรือรบของจีนได้ยึดยานสำรวจใต้น้ำ (drone) ของสหรัฐในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาในทะเลจีนใต้ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.04% สู่ระดับ 19,843.41, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.18% สู่ระดับ 2,258.07 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.36% สู่ระดับ 5,437.16

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันศุกร์ (16 ธ.ค.) ดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดเพิ่มขึ้น 0.66% โดยปัจจัยหนุนสำคัญของตลาดหุ้นญี่ปุ่นช่วงนี้มาจากการอ่อนค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดเพิ่มขึ้น 0.20% อย่างไรก็ดีนักลงทุนมีการซื้อขายอย่างระมัดระวัง หลังจากที่มีรายงานว่า ผู้ควบคุมกฎระเบียบจะดำเนินมาตรการมากขึ้นกับบริษัทประกัน นอกจากนี้ยังมีความกังวลเรื่องแนวโน้มการไหลออกของเงินทุนที่ส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอีกด้วย สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดลดลง 0.18% โดยเป็นการลดลงต่อเนื่องหลังจากที่ลดลง 1.77% เมื่อวันพฤหัสเนื่องจากผลของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯซึ่งส่งผลให้ธนาคารกลางฮ่องกงต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามเนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงผูกไว้ค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

- ตลาดหุ้นไทย วันศุกร์ (16 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สูงขึ้นในช่วงแรกก่อนที่จะลดลงหลังจากนั้นโดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ปิโตรเคมี พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มพาณิชย์ ขณะที่มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกลุ่มขนส่ง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.86 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 19 ธ.ค. 2559

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment