| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Tuesday, 13 December 2016 10:30 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เพื่อให้หน่วยงานรัฐบาลสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ไปจนถึงวันที่ 28 เม.ย. และเพื่อหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์หรือปิดหน่วยงานราชการ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุน 63 ต่อ 36 เสียง และจะนำเสนอต่อปรานาธิบดีบารัค โอบามา ลงนามรับรองเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ การอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการสะท้อนถึงความต้องการของทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันที่ไม่ต้องการเห็นการชัตดาวน์หลังจากกฎหมายงบประมาณในปัจจุบันครบกำหนด ซึ่งก่อนที่จะผ่านร่างกฎหมาย ทั้งสองพรรคมีความเห็นขัดแย้งกันในเรื่องผลประโยชน์ในด้านการดูแลสุขภาพและการเกษียณของคนงานเหมือง โดยกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ซึ่งรวมถึงคนงานเหมือง เป็นฐานเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ การผ่านร่างงบประมาณดังกล่าวจะส่งผลให้หน่วยงานของรัฐบาลสามารถเบิกจ่ายงบประมาณต่อไปได้ไปจนถึงวันที่ 28 เม.ย. สำนักข่าวเอ็นบีซี นิวส์ ของสหรัฐรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐได้เลือกนายแกรี คอห์น ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของโกลด์แมน แซคส์ เป็นประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจแห่งชาติของทำเนียบขาว ทั้งนี้ เอ็นบีซี นิวส์ ระบุว่า นายคอห์นได้ถูกเสนอให้เป็นประธานด้านความร่วมมือในประเด็นทางเศรษฐกิจภายในประเทศและต่างประเทศระหว่างฝ่ายบริหารของนายทรัมป์ ซึ่งหากนายคอห์นยอมรับตำแหน่ง ก็ไม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภา และเขาจะกลายเป็นผู้บริหารของโกลด์แมน แซคส์ รายที่สามที่อยู่ในฝ่ายบริหารของนายทรัมป์ ต่อจากนายสตีเวน นูชิน ที่ถูกเสนอให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง และนายสตีฟ แบนนอน ที่ปรึกษาของทำเนียบขาว กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งประจำเดือนตุลาคมลดลง 0.4% ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดในรอบ 8 เดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนกันยายน ส่วนยอดขายภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 1.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนกันยายน สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งของสหรัฐที่ลดลง ขณะที่ยอดขายพุ่งขึ้น เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจและผู้บริโภคได้เพิ่มการใช้จ่าย นอกจากนี้ อัตราส่วนสต็อกสินค้าคงคลังเทียบยอดขายบ่งชี้ว่าจะต้องใช้เวลา 1.30 เดือนในการเคลียร์สต็อกสินค้า โดยลดลงจากระดับ 1.32 เดือนในกันยายน ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ที่สำรวจโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกนในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 98.0 โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 94.5 และสูงกว่าระดับ 93.8 ในเดือนพฤศจิกายน รวมทั้งเป็นระดับระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2015 ได้รับปัจจัยบวกจากชัยชนะของนายโดนัลด์ ทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พฤศจิกายน ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ฐานะการเงินส่วนบุคคล, ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาลนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐจำเป็นต้องปรับปรุงความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งที่ผ่านมาเขาได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจของจีน และความล้มเหลวในการควบคุมเกาหลีเหนือ นายทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์จีนหลายครั้งในระหว่างการรณรงค์หาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ และได้รับการประท้วงทางการทูตจากจีนในสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่เขาได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวินของไต้หวันซึ่งจีนมองว่าเป็นมณฑลหนึ่งของจีน การพูดคุยดังกล่าวเป็นการติดต่อระดับสูงครั้งแรกกับไต้หวันของว่าที่ประธานาธิบดีหรือประธานาธิบดีของสหรัฐ นับตั้งแต่นายจิมมี่ คาร์เตอร์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐได้ใช้นโยบาย "จีนเดียว" ในปี 1979 โดยเป็นการยอมรับเฉพาะรัฐบาลจีน
ยุโรป: เยอรมนี สำนักงานสถิติรัฐบาลกลางของเยอรมนีเปิดเผยว่า ยอดส่งออกของเยอรมนีเพิ่มน้อยกว่าคาดในเดือนต.ค. ซึ่งลดความหวังที่ว่า การค้าจะเป็นส่วนสนับสนุนที่มีความสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจของเยอรมนีในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ทั้งนี้ ยอดส่งออกที่ปรับตามฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนต.ค. ขณะที่ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 1.3% ข้อมูลดังกล่าวตอกย้ำทิศทางยอดส่งออกที่ชะลอตัวลง ซึ่งได้สูญเสียบทบาทเดิมในฐานะที่เป็นตัวหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเยอรมนีผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่า ยอดส่งออกอาจเพิ่มขึ้น 1.0% และยอดนำเข้าอาจเพิ่มขึ้น 0.9% ยอดนำเข้าที่เพิ่มขึ้นทำให้ยอดเกินดุลการค้าลดลงสู่ 2.05 หมื่นล้านยูโร จาก 2.11 หมื่นล้านยูโรในเดือนก.ย. กระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนีเปิดเผยในรายงานประจำเดือนว่า เศรษฐกิจเยอรมนีอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการที่อังกฤษลงประชามติถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป ประกอบกับทิศทางการเมืองของอิตาลีและสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี การส่งออกของเยอรมนีอาจได้รับแรงหนุน เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มสดใสขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเกิดใหม่อย่างบราซิลและรัสเซีย นอกจากนี้ ตลาดแรงงานของเยอรมนียังมีความแข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยหนุนการบริโภคและหนุนให้เศรษฐกิจเติบโตต่อไปในไตรมาสสี่ หลังจากที่ได้ชะลอตัวลงในไตรมาสสาม รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับของธนาคารกลางเยอรมนี (Deutsche Bundesbank) ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจสำหรับปี 2559 และ 2560 ขึ้นอีก 0.2% เป็น 1.8% เนื่องจากตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับแนวโน้มค่าจ้าง
กรีซ รัฐสภากรีซได้อนุมัติงบประมาณประจำปี 2560 แล้ว ซึ่งงบประมาณดังกล่าวจะครอบคลุมมาตรการรัดเข็มขัด เพื่อที่จะทำให้กรีซบรรลุเป้าหมายในการรับความช่วยเหลือทางการเงินและหลุดพ้นจากวิกฤตหนี้สินที่ยาวนานถึง 7 ปีในที่สุด ทั้งนี้ งบประมาณดังกล่าวผ่านการสนับสนุนไปด้วยคะแนนเสียง 152 เสียง ในขณะที่สมาชิกรัฐสภาจากพรรคฝ่ายค้านโหวตคัดค้าน 146 เสียง งบประมาณรัฐบาลกรีซปี 2560 คาดว่า จะเพิ่มขึ้น 2.7% ยอดเกินดุล 2% และการปรับขึ้นภาษีรอบใหม่กับเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์ยาสูบ กาแฟ โทรคมนาคม และบริการอื่รๆ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2560 นอกจากนี้ ยังจะมีการปรับลดเงินเดือนและเงินบำนาญด้วยเช่นกันจากข้อมูลสถิติบ่งชี้ว่า นโยบายรัดเข็มขัดที่กรีซได้นำมาใช้ตั้งแต่ปี 2553 นั้น ทำให้รายได้โดยเฉลี่ยของภาคครัวเรือนหดตัวลงไปประมาณ 40%
อังกฤษ สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักรรายงานว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหราชอาณาจักรอยู่ที่ระดับ 9.7 พันล้านปอนด์ในเดือนตุลาคม โดยลดลง 4.1 พันล้านปอนด์จากเดือนกันยายน ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า สหราชอาณาจักรจะขาดดุลการค้า 1.18 หมื่นล้านปอนด์
เอเชีย: จีน สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เศรษฐกิจจีนยังคงเผชิญกับภาวะกำลังการผลิตส่วนเกิน และปัญหาด้านโครงสร้าง ขณะที่ความเสี่ยงทางการเงินกำลังปรากฏให้เห็นในบางภาคส่วนซินหัวรายงานโดยอ้างแถลงการณ์หลังการประชุมกรมการเมือง ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านตัดสินใจของพรรคคอมมิวนิวสต์จีนว่า จีนจะขยายอุปสงค์รวมอย่างเหมาะสมในปีหน้า และจะสร้างกลไกระยะยาวเพื่อส่งเสริมการพัฒนาภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างแข็งแกร่ง สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จีนจะกำหนดภารกิจสำคัญสำหรับงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในปีหน้า ซึ่งรวมถึงการเร่งการปฏิรูปทางโครงสร้างในด้านอุปทานให้เร็วขึ้นซินหัวรายงานโดยอ้างแถลงการณ์หลังการประชุมของกรมการเมือง ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการตัดสินใจของพรรคคอมมิวนิสต์ที่มีประธานาธิบดีสี่ จิ้นผิงเป็นประธานว่า ภารกิจสำคัญอื่นๆได้แก่การผลักดันการปฏิรูปภาครัฐให้ก้าวหน้า และการปฏิรูปทางการคลัง จีนจะเปิดเสรีเศรษฐกิจมากขึ้นในปีหน้าด้วย และจะทำงานเชิงรุกเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ปธน.สี่กล่าวในการประชุมว่า เขามั่นใจว่าจีนจะบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับปีนี้ สำนักงานสถิติของจีนเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนเพิ่มขึ้นเกินคาด 3.3% ในเดือนพ.ย.จากปีก่อน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2011 อันเป็นผลจากการพุ่งขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ถ่านหินและเหล็กกล้า นักวิเคราะห์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า ดัชนี PPI อาจเพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนต.ค. ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นเกินคาด 2.3% ในเดือนพ.ย.จากปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.ปีนี้ เทียบกับ 2.1% ในเดือนต.ค.
ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นได้ลงสัตยาบันความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) แล้วในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่มีจุดประสงค์เพื่อเชื่อมโยงประเทศในภูมิภาคแปฟิก โดยหวังว่าข้อตกลง TPP จะมีผลบังคับใช้ในวันหนึ่ง แม้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศแล้วว่า สหรัฐจะถอนตัวจากข้อตกลง TPP ก็ตาม ทั้งนี้ TPP ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อลดอุปสรรคทางการค้าของประเทศที่กำลังมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วที่สุดหลายประเทศในเอเชียแต่ไม่รวมจีนนั้น จะไม่สามารถมีผลบังคับใช้ได้ถ้าปราศจากสหรัฐเข้าร่วมในข้อตกลง ข้อตกลง TPP ซึ่งใช้เวลา 5 ปีในการจัดทำต้องได้รับการลงสัตยาบันจาก 6 ประเทศเป็นอย่างต่ำ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) รวมกัน 85% ของประเทศสมาชิก เมื่อพิจารณาจากเศรษฐกิจสหรัฐที่มีขนาดใหญ่ ข้อตกลงนี้จึงไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ถ้าไม่มีสหรัฐเข้าร่วม วุฒิสภาสหรัฐยังไม่ได้ลงสัตยาบันข้อตกลง TPP และนายทรัมป์ก็ประกาศในเดือนที่แล้วว่าจะถอนตัวออกจาก TPP หลังจากที่เขาทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนม.ค.ปีหน้า และเขาจะเปลี่ยนไปทำข้อตกลงการค้าที่มีการเจรจาในระดับทวิภาคีมาแทนที่ข้อตกลง TPP
เกาหลีใต้ บริษัทมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสระบุว่า การถอดถอนประธานาธิบดีปาร์ค กึน-เฮของเกาหลีใต้ออกจากตำแหน่งในวันศุกร์ที่ผ่านมาอาจจะไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาลตามปกติ นายสเตเฟน ดิค เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านความน่าเชื่อถือจากมูดี้ส์กล่าวว่าขณะที่กระบวนการถอดถอนทำให้ความไม่แน่นอนเริ่มต้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต แต่นั่นก็อาจจะไม่มีผลกระทบต่อการบริหารรัฐบาล และการดำเนินนโยบายตามปกติ สถานการณ์ดังกล่าวอาจจะมีผลกระทบในเชิงลบต่อเศรษฐกิจในปีหน้า แต่ผู้กำหนดนโยบายของเกาหลีใต้มีโอกาสที่จะผ่อนคลายนโยบายทางการคลังและการเงินเพื่อบรรเทาผลกระทบ ถ้าจำเป็น
อินโดนีเซีย ธนาคารกลางอินโดนีเซียเปิดเผยผลสำรวจพบว่า ยอดค้าปลีกในเดือนต.ค.ของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นในอัตรา 7.6% ขณะที่ยอดขายอาหารชะลอตัวลง ธนาคารกลางยังได้ทบทวนปรับข้อมูลยอดค้าปลีกเดือนก.ย.เป็นเพิ่มขึ้น 10.7% จาก 6.5% ที่รายงานไปก่อนหน้านี้
อื่นๆ กลุ่มผู้บริหารภาคธุรกิจได้เรียกร้องให้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา 19 ประเทศ รวมทั้งสหภาพยุโรป (จี-20) ต้านทานความต้องการที่จะดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้า และเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เยอรมนีได้รับตำแหน่งประธานกลุ่มจี-20 ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นเวทีที่นายกรัฐมนตรีแองเจลา เมอร์เคลของเยอรมนีต้องการที่จะใช้เพื่อป้องกันความร่วมมือระดับพหุภาคีภายใต้ภัยคุกคาม หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ กลุ่ม B20 ซึ่งเป็นกลุ่มภาคธุรกิจของกลุ่มจี-20 ระบุว่า ความวิตกเกี่ยวกับการเปิดเสรีทางการค้าควรจะได้รับการจัดการอย่างจริงจัง แต่วิธีแก้ไขที่ดูเหมือนง่ายก็เสี่ยงที่จะมีผลลัพธ์เชิงลบในระยะยาวสำหรับภาคธุรกิจ, แรงงาน และผู้บริโภค กลุ่ม B20 ระบุในแถลงการณ์ลงวันที่ 8 ธ.ค. ว่าเราขอเรียกร้องให้รัฐบาลต้านทานความต้องการใช้มาตรการกีดกันทางการค้า อาทิ กำแพงการค้า หรือข้อจำกัดการลงทุน ความท้าทายของโลกาภิวัฒน์ไม่สามารถแก้ไขได้ภายในพรมแดนของประเทศ กลุ่ม B20 ระบุ กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันและกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้บรรลุข้อตกลงในการปรับลดการผลิตน้ำมันลงเกือบ 6 แสนบาร์เรลต่อวันในการประชุมที่จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป้าหมายของข้อตกลงที่ทั้ง 2 กลุ่มสามารถตกลงกันได้นั้น ก็เพื่อที่จะลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบทั่วโลกที่มีมากจนเกินไป ดึงราคาน้ำมันให้สูงขึ้น และช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศรัสเซียจะลดกำลังการผลิตลง 3 แสนบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ โอเปกสามารถบรรลุข้อตกลงลดกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรล/วันในการประชุมเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา สู่ระดับ 32.5 ล้านบาร์เรล/วัน จากเดิมที่ระดับ 33.8 ล้านบาร์เรล/วัน โดยเป็นไปตามกรอบข้อตกลงในการประชุมที่กรุงอัลเจียร์ส ประเทศแอลจีเรีย ในเดือนก.ย.
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันศุกร์-จันทร์ ( 9-12 ธ.ค.) เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันศุกร์ ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ของเอเซียก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ซึ่งคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐฯขยายตัวดีต่อเนื่องและมีแนวโน้มอาจจะขยายตัวในอัตราที่เร่งมากขึ้นในปีหน้าจากมาตรการเศรษฐกิจของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อก็มีแนวโน้มจะปรับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐฯด้วย สำหรับในวันจันทร์นักลงทุนรอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯวันอังคารและพุธนี้โดยนักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพุธนี้ - ดอลลาร์/เยน วันศุกร์-จันทร์ (9-12 ธ.ค.) เยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันศุกร์ที่ผ่านมาสอดคล้องกับการที่ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆส่วนใหญ่ในวันนี้ก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯวันที่ 13-14 ธันวาคม สำหรับในวันจันทร์นักลงทุนรอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯวันอังคารและพุธนี้โดยนักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพุธนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ วันศุกร์-จันทร์ (9-12 ธ.ค.) ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันศุกร์ที่ผ่านมาเนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ ขณะที่การประชุมธนาคารกลางยุโรปเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมามีมติคงอัตราดอกเบี้ยmain refinancing operations, marginal lending facility และ deposit facility ไว้ที่ 0.00%, 0.25% และ -0.40% ตามลำดับ และ ขยายมาตรการ QE ที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2560 ออกไปจนถึงเดือนธันวาคม 2560 และอาจต่ออายุโครงการออกไปอีกหากจำเป็น แต่ลดวงเงินซื้อสินทรัพย์จาก 80 พันล้านยูโรต่อเดือน เหลือ 60 พันล้านยูโรต่อเดือนนับจากเดือนเมษายน 2560 เป็นต้นไปสำหรับในวันจันทร์นักลงทุนรอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯวันอังคารและพุธนี้โดยนักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพุธนี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์ (12 ธ.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดลดลงหลังเพิ่มขึ้น 6 วัน โดยถูกถ่วงลงตามหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานลดช่วงบวกลง และหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไรก่อนการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันอังคารและพุธนี้ซึ่งคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.2% สู่ระดับ 19,796.43, ดัชนี S&P 500 ปิดลด 0.11% สู่ระดับ 2,256.96 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.59% สู่ระดับ 5,412.54
- ตลาดหุ้นเอเชีย วันศุกร์-จันทร์ ( 9-12 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียหลายตลาดเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ที่ผ่านมาส่วนหนึ่งเป็นผลบวกจากการที่ธนาคารกลางยุโรปต่ออายุมาตรการ QE ออกไปอีก 9 เดือน แม้ว่าจะลดวงเงินต่อเดือนลงจาก 80 พันล้านยูโรเหลือ 60 พันล้านยูโรต่อเดือนนับจากเมษายนปีหน้า แต่ว่าสภาพคล่องที่จะเพิ่มเข้ามาในปีหน้าจะยังมีสูงมากซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้น อย่างไรก็ดีสัปดาห์หน้าวันที่ 13-14 ธันวาคมต้องจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯซึ่งคาดว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% และอาจจะส่งสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นได้ โดยในวันศุกร์ดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้น 1.23% ซึ่งปัจจัยจากการอ่อนค่าของเยนในช่วงประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่น ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดเพิ่มขึ้น 0.52% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา สำหรับในวันจันทร์ดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่ม 0.84% โดยมีปัจจัยหนุนจากเยนที่อ่อนค่า ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 2.47% โดยหลายปัจจัยยังกดดันตลาดหุ้นจีนทั้งเรื่องเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงิน และเรื่องแนวโน้มการค้ากับสหรัฐฯ - ตลาดหุ้นไทย วันศุกร์ (9 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นในช่วงปิดตลาดวันศุกร์ก่อนที่จะปรับตัวลดลงหลังจากนั้น ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 0.91 จุด โดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง และพลังงงาน และมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่ม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พาณิชย์ อาหารและเครื่องดื่ม ปิโตรเคมีและขนส่ง
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 13 ธ.ค. 2559
|






![]() | Today | 1153 |
![]() | All days | 1153 |
Comments