| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Tuesday, 06 December 2016 09:33 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา นักวิเคราะห์คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ทีมงานของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ จะเร่งรีบหาคนมาดำรงตำแหน่งระดับสูงในเฟด และจะประกาศแผนการด้านภาษีและงบประมาณ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ผู้กำหนดนโยบายในเฟดต้องปรับเปลี่ยนรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจใหม่ เจ้าหน้าที่เฟดกล่าวว่า แผนการของเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป อาจจำเป็นต้องปรับให้เร็วขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเสนอด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐ เพราะข้อเสนอดังกล่าวอาจหนุนอัตราเงินเฟ้อให้พุ่งขึ้น นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด เผชิญกับความกังวลหลายประการในช่วงนี้ ในขณะที่นางเยลเลนเหลือเวลาดำรงตำแหน่งเพียง 14 เดือน และนางเยลเลนพยายามรับประกันว่า เฟดจะยังคงมีความเป็นอิสระต่อไป ถึงแม้นายทรัมป์แต่งตั้งผู้ว่าการเฟดคนใหม่อีก 4-5 คน วาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดของนางเยลเลนจะสิ้นสุดลงในเดือนก.พ. 2018 และมีแนวโน้มว่านายทรัมป์จะเลือกประธานเฟดคนใหม่ที่มีแนวคิดสอดคล้องกับแผนการของเขาในการปรับลดกฎระเบียบทางการเงิน, การปรับลดภาษีนิติบุคคล, การปรับนโยบายการคลังใหม่ และการออกกฎระเบียบควบคุมเฟด ซึ่งเป็นสิ่งที่สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกันเรียกร้องมาเป็นเวลานานแล้ว การจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนพฤศจิกายน 2559 เพิ่มขึ้น 178,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.6% บริษัทมาร์กิตเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐลดลงเล็กน้อยสู่ 54.6 ในเดือนพ.ย. จากระดับ 54.7 ในการรายงานขั้นต้น สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ 57.2 ในเดือนพ.ย.จาก 54.8 ในเดือนต.ค.
ยุโรป: ยูโรโซน รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะประกาศต่ออายุมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ออกไปอีก 6 เดือนในการประชุมวันที่ 8 ธ.ค. และคาดว่าอีซีบีจะตรึงขนาดการเข้าซื้อสินทรัพย์รายเดือนไว้ตามเดิมด้วย นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบีเพิ่งกล่าวในวันพุธว่า อีซีบีจะพิจารณาทางเลือกนโยบายต่างๆในการประชุมวันที่ 8 ธ.ค. และกล่าวว่านโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากเป็นพิเศษส่งผลให้รัฐบาลในยูโรโซนมีเวลาในการปฏิรูป และจำเป็นต้องมีการส่งเสริมความพยายามนี้ ถ้าหากอีซีบีดำเนินการดังกล่าวในวันที่ 8 ธ.ค. สิ่งนี้ก็อาจจะส่งผลให้ยูโรได้รับผลกระทบมากยิ่งขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของอีซีบี โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค. โพลล์รอยเตอร์อีกอันคาดว่า ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อไป โดยยูโร/ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่ามานานสองเดือนแล้ว และยูโรอ่อนค่าอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น นับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย.รอยเตอร์จัดทำโพลล์ล่าสุดจากการสอบถามนักเศรษฐศาสตร์กว่า 70 คน โดยโพลล์คาดว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของยูโรโซนอาจจะอยู่ที่ 1.6 % ในปีนี้ ก่อนจะชะลอตัวลงสู่ 1.4 % ในปีหน้า และปัจจัยนี้จะกดดันอีซีบี ถ้าหากไม่มีการดำเนินมาตรการทางการคลังขนาดใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นักเศรษฐศาสตร์ 52 จาก 60 รายคาดว่า ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ อีซีบีจะประกาศต่ออายุ QE ออกไป ในขณะที่ QE ชุดปัจจุบันจะหมดอายุลงในเดือนมี.ค. 2017 นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า อีซีบีจะต่ออายุ QE ออกไปอีก 6 เดือน แต่มีนักเศรษฐศาสตร์บางรายคาดว่า อีซีบีจะต่ออายุ QE ออกไปอีก 3 เดือน และบางรายคาดว่า อีซีบีอาจจะไม่ประกาศกำหนดวันสิ้นสุดของ QE นักเศรษฐศาสตร์ 40 จาก 54 รายคาดว่า อีซีบีจะยังคงเข้าซื้อตราสารหนี้ในอัตรา 8 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนต่อไปหลังเดือนมี.ค. 2017 ในขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่เหลืออีก 14 รายคาดว่า อีซีบีจะปรับลดอัตราการเข้าซื้อลง โดยอาจปรับลดลงราว 1-2 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนจากอัตราเดิม โพลล์คาดว่า อัตราเงินเฟ้อยูโรโซนอาจอยู่ที่ 0.2 % ในปีนี้, 1.3 % ในปี 2017 และ 1.5% ในปี 2018 และจะยังไม่พุ่งขึ้นสู่ระดับเป้าหมายที่อีซีบีตั้งไว้ที่ระดับต่ำกว่า 2 % เล็กน้อยจนกว่าจะถึงปี 2019
อิตาลี นายกรัฐมนตรีมัตเตโอ เรนซีของอิตาลีกล่าวว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่ง หลังจากฝ่ายโหวต No ชนะในการทำประชามติในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายเรนซีจะลาออกหลังการลงประชามติปฏิเสธการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ 59.1% ซึ่งการลาออกของเขาอาจจะนำไปสู่การเลือกตั้งเร็วขึ้นในปีหน้า และมีความเป็นไปได้ที่กลุ่มต่อต้านอียูจะขึ้นมามีอำนาจ แม้นักวิเคราะห์มองว่ารัฐบาลรักษาการจะปกครองอิตาลีไปจนถึงการเลือกตั้งในปี 2018 ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารของอิตาลีลดลง โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า ความพยายามในการสะสางหนี้เสียและเพิ่มทุนในภาคธนาคาร อาจจะหยุดชะงักลงเพราะความไม่แน่นอนทางการเมืองในอิตาลี
อังกฤษ นายเดวิด เดวิส รัฐมนตรีผู้ดูแลการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit กล่าวว่า อังกฤษจะพิจารณาเรื่องการจ่ายเงินให้แก่อียู หลังจากอังกฤษถอนตัวออกจากอียูไปแล้ว เพื่อแลกกับการที่ธุรกิจอังกฤษจะได้รับช่องทางที่ดีที่สุดในการเข้าถึงตลาดของอียู รัฐบาลอังกฤษกำลังกำหนดจุดยืนในการเจรจาต่อรองเรื่อง Brexit ในช่วงนี้ ก่อนที่กระบวนการเจรจาอย่างเป็นทางการกับอียูจะเริ่มต้นในปีหน้า ทางด้านภาคธุรกิจอังกฤษพยายามจะให้รัฐบาลรับประกันว่า รัฐบาลจะไม่เลือกใช้วิธีการถอนตัวอย่างแข็งกร้าวหรือ hard Brexit ซึ่งได้แก่การให้ความสำคัญกับการควบคุมผู้อพยพมากกว่าการอยู่ในตลาดรวมของอียูต่อไป
รัสเซีย นายคิริล โมลอดท์ซอฟ รมช.พลังงานรัสเซียกล่าวที่กรุงมอสโคว์ว่า รัสเซียจะใช้ตัวเลขปริมาณการผลิตน้ำมันของรัสเซียในเดือนพ.ย.เป็นฐาน เมื่อรัสเซียปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลง นายโมลอดท์ซอฟกล่าวว่า บริษัทน้ำมันของรัสเซียอยู่ในระหว่างการจัดเตรียมรายละเอียดเรื่องวิธีการปฏิบัติตามข้อตกลงนี้
เอเชีย: เกาหลีใต้ เกาหลีใต้และญี่ปุ่นแถลงว่า ทั้งสองประเทศจะดำเนินมาตรการคว่ำบาตรฝั่งเดียวครั้งใหม่ต่อเกาหลีเหนือ เพื่อคัดค้านโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธนำวิถีของเกาหลีเหนือ หลังจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพิ่งประกาศมติคว่ำบาตรใหม่ต่อเกาหลีเหนือในสัปดาห์นี้ เกาหลีเหนือได้ปฏิเสธมติของยูเอ็น โดยระบุว่ามติดังกล่าวเป็นการสมคบคิดที่นำโดยสหรัฐ ทั้งนี้มติของยูเอ็นตั้งเป้าที่จะทำให้รายได้จากการส่งออกของรัฐบาลเกาหลีเหนือลดลงราว 25% ต่อปี หลังจากเกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 5 ซึ่งถือเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดในเดือนก.ย. เกาหลีใต้เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่ผ่านการทบทวนแล้วในวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้เติบโตเพียง 0.6% ต่อไตรมาสในไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย. โดยปรับลดลงจากระดับ 0.7% ที่เคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ ในขณะที่ยอดส่งออกโทรศัพท์มือถืออยู่ในระดับต่ำเกินคาด ธนาคารกลางเกาหลีใต้รายงานว่า ในส่วนของตัวเลขที่เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนนั้น มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 2.6% ในไตรมาส 3 โดยปรับลดลงจากตัวเลขขั้นต้นที่ 2.7% ต่อปีที่รายงานไว้ในวันที่ 25 ต.ค.จีดีพีเกาหลีใต้เติบโต 0.8% ต่อไตรมาสในไตรมาส 2 และเติบโต 3.3% ต่อปีในไตรมาส 2
ฟิลิปปินส์ นางเรจินา โลเปซ รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของฟิลิปปินส์กล่าวว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์จะสั่งระงับการทำเหมืองเพิ่มเติม โดยมีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขภาวะสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม โดยความเคลื่อนไหวนี้อาจจะส่งผลให้ราคานิกเกิลพุ่งขึ้นอีกครั้ง ถ้าหากการผลิตนิกเกิลหยุดชะงักลง ฟิลิปปินส์เป็นผู้ส่งออกนิกเกิลรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยฟิลิปปินส์ได้สั่งระงับการทำเหมืองไปแล้ว 10 จาก 41 เหมือง และอาจจะสั่งระงับเพิ่มอีก 20 เหมือง โดยหน่วยงานที่พิจารณาเรื่องนี้อาจจะประกาศคำตัดสินในเร็วๆนี้
ไทย คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) เผยอัตราการว่างงานในไตรมาส 3/59 มีจำนวน 362,513 คน หรือ 0.94% เพิ่มขึ้นจาก 0.92% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจาก 1.08% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่มีสัญญาณที่ดีจากชั่วโมงการทำงาน หรือการทำโอที ที่เริ่มสูงขื้น ซึ่งสะท้อนว่ากิจกรรมการผลิตเริ่มปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเป็นผลจากการผลิตเพื่อสะสมสต็อกสำหรับเทศกาลในช่วงปลายปี และการฟื้นตัวของการส่งออก ที่มีผลต่อการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรม นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวในการแถลงข่าวว่าการจ้างงานในไตรมาส 3 ยังไม่ถูกกระทบมาก ถือว่าทรงตัว ยังใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมา แต่มีสัญญาณที่ดีขึ้น จากการที่ผู้มีงานทำ มีชั่วโมงการทำงานมากขึ้น หรือมีโอทีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม เขากล่าวว่า ในไตรมาส 3/59 การจ้างงานภาคเกษตร ลดลง 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายจากอุทกภัย เกษตรกรจึงต้องเลื่อนการเพาะปลูกออกไป แต่การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 0.9% โดยเฉพาะในสาขาการโรงแรมและภัตตาคาร เพิ่มขึ้นถึง 6.1% ส่วนการค้าส่งและค้าปลีก เพิ่มขึ้น 3.9% สำหรับชั่วโมงการทำงานโดยรวม ในไตรมาส 3/59 เฉลี่ยเท่ากับ 44.1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือเพิ่มขึ้น 1.1% โดยผู้ที่ทำงานมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และ 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีเพิ่มขึ้น 1.9% และ 0.2% ซึ่งแสดงว่ามีการจ้างงานทำโอทีเพิ่มขึ้น
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันศุกร์-จันทร์(2-5 ธ.ค.) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมาสอดคล้องกับการที่ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินเอเซียส่วนใหญ่ก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนพฤศจิกายนในช่วงค่ำ แม้ว่ารายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนวันพฤหัสยังออกมาดีต่อเนื่องทั้งดัชนี PMI ภาคการผลิตทั้งของมาร์กิตและสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้นตามคาด 0.5% ในเดือนต.ค. หลังจากทรงตัวในเดือนก.ย. ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ในการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ - ดอลลาร์/เยน วันศุกร์-จันทร์ (2-5 ธ.ค.) เยนแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมาก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานฯของสหรัฐฯในช่วงค่ำ - ยูโร/ดอลลาร์ วันศุกร์-จันทร์ (2-5 ธ.ค.) ยูโรแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันศุกร์สอดคล้องตามการอ่อนค่าเล็กน้อยของดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆก่อนที่จะมีการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯในช่วงค่ำวันศุกร์ ขณะที่รายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนพฤศจิกายน 2559 เพิ่มขึ้น 178,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.6% ซึ่งส่งผลให้มีการคาดการณ์มากขึ้นเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ สำหรับทางด้านยุโรปผลการลงประชามติในอิตาลีส่งผลให้มีความไม่แน่นอนมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจอิตาลีซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อค่าเงินยูโร ขณะที่การประชุม ECB วันที่ 8 พย.นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าธนาคารกลางยุโรปจะประกาศต่ออายุมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ออกไปอีก
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันศุกร์-จันทร์ (2-5 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ โดยดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ขณะที่ข้อมูลภาคบริการบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.24% สู่ระดับ 19,216.24, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.58% สู่ระดับ 2,204.71 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 1.01% สู่ระดับ 5,308.89 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันศุกร์(2 .ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงในวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังจากดัชนีเพิ่มขึ้นในวันพฤหัสจากผลของการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ตกลงที่จะปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน อย่างไรก็ดีแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯยังเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นเอเชีย โดยมีการรายงานว่าตลาดหุ้นเอเชียเผชิญกับเงินทุนต่างประเทศไหลออกปริมาณมากในเดือนพ.ย. เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนได้ปรับตัวรับคาดการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐจากแนวโน้มการดำเนินนโยบายการคลังเชิงขยายภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่วันนี้นักลงทุนรอดูข้อมูลการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนพฤศจิกายน 2559 รวมทั้งมีความกังวลกับการทำประชามติในอิตาลีในวันที่ 4 ธ.คโดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 0.88% ทั้งนี้นักลงทุนมีความวิตกเรื่องสภาพคล่องทางการเงินในจีน ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดลดลง 1.37% และดัชนีนิกเกอิปิดลดลง 0.47% - ตลาดหุ้นไทย วันศุกร์ (2 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงหลังจากที่เพิ่มขึ้นเมื่อวานนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯในคืนนี้ โดยมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มพลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พาณิชย์ และกลุ่มขนส่ง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 10.72 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 6 ธ.ค. 2559
|
Comments