| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Friday, 25 November 2016 09:39 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา ไม่มีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากหน่วยงานราชการและตลาดการเงินสหรัฐปิดทำการเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า
ยุโรป: ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า เสถียรภาพทางการเงินในยูโรโซนเผชิญความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น และอาจจะมีความกังวลกันว่า บางประเทศในยูโรโซนจะสามารถชำระหนี้ได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ โดยความกังวลดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศที่มีเศรษฐกิจอ่อนแอในยูโรโซน พร้อมกันนี้ ECB ยังประกาศเตือนว่า ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทั่วโลก ซึ่งรวมถึงรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐ อาจจะส่งผลให้ราคาสินทรัพย์แกว่งตัวผันผวนอย่างฉับพลัน และกระแสเงินลงทุนเปลี่ยนทิศทาง ในขณะที่เศรษฐกิจเผชิญความเสี่ยงอยู่แล้วจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ทั้งนี้ ECB ระบุในรายงานทบทวนเสถียรภาพว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น อาจจะส่งผลให้มีการออกนโยบายที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจ และนโยบายที่เน้นกิจการภายในประเทศมากยิ่งขึ้น พร้อมยังระบุว่า สิ่งนี้อาจจะสร้างความล่าช้าให้แก่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างและการปฏิรูปทางการคลังที่จำเป็น และในกรณีที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้นั้น สิ่งนี้อาจจะเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศที่มีเศรษฐกิจอ่อนแอ ทั้งนี้ ความกังวลเรื่องความสามารถในการชำระหนี้อย่างยั่งยืนอาจจะปะทุขึ้นมาได้อีกครั้ง ถึงแม้สถานการณ์ในตลาดการเงินอยู่ในภาวะที่ดี นอกจากนี้ ยังระบุว่า ยังคงมีความเสี่ยงสูงที่ราคาสินทรัพย์จะปรับฐานต่อไป และความเสี่ยงนี้อาจจะเพิ่มสูงขึ้นไปอีก เพราะว่าราคาสินทรัพย์แต่ละประเภทปรับตัวสอดคล้องกันเป็นอย่างมาก
เยอรมนี Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีในเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ระดับ 110.4 เท่ากับเดือนตุลาคมที่มีปรับทบทวนลงเล็กน้อยจากรายงานเบื้องต้นที่ระดับ 110.5 ขณะที่ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือนพฤศจิกายนจะอยู่ที่ระดับ 110.5 ทั้งนี้ ดัชนีการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มทางธุรกิจลดลงสู่ระดับ 105.5 จากระดับ 105.9 ในเดือนตุลาคม ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อภาวะทางธุรกิจในปัจจุบันเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 115.6 จากระดับ 115.1 ในเดือนก่อน ทั้งนี้ ผลสำรวจความเชื่อมั่นล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ภาคธุรกิจของเยอรมนียังคงมีมุมมองที่เป็นบวกเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ แม้สถานการณ์ทางการเมืองกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี (Destatis) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 3 ขยายตัว 0.2% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากการประมาณการครั้งก่อน และสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้โดยการอุปโภคบริโภคในภาครัฐเพิ่มขึ้น 1% ในไตรมาส 3 หลังจากรัฐบาลนำงบประมาณไปใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือผู้อพยพจำนวนมาก ส่วนการอุปโภคบริโภคในภาคครัวเรือน ปรับตัวขึ้น 0.4% โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานและค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ GDP ไตรมาส 3 ขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 1 ปี โดยมีสาเหตุมาจากการชะลอตัวของยอดส่งออกและการลงทุนด้านอุปกรณ์และเครื่องจักร นายซิกมาร์ กาเบรียล รมว.เศรษฐกิจเยอรมนี ระบุว่า การปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลในยุโรปอันเนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นในอังกฤษนั้น จะเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยง ทางด้านโฆษกของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลได้ร่างรายละเอียดของมาตรการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล สู่ระดับ 17% ภายในปี 2020
รัสเซีย นายอเล็กซานเดอร์ โนแวค รมว.พลังงานรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียอาจจะปรับทบทวนแผนผลิตน้ำมันประจำปี 2017 ให้ต่ำลงจากเดิม ถ้าหากข้อตกลงตรึงปริมาณการผลิตน้ำมันทั่วโลกมีผลบังคับใช้ โดยระบุว่า "แผนการของรัสเซียระบุว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของรัสเซียจะปรับสูงขึ้นในปีหน้า ทั้งนี้ ถ้าหากตรึงปริมาณการผลิตน้ำมันไว้ที่ระดับปัจจุบัน นั่นก็เท่ากับว่าได้ให้การสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าว และนั่นหมายถึงว่าเราจะปรับลดแผนการผลิตน้ำมันลง 200,000-300,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2017" พร้อมกันนี้ยังได้ระบุว่า แหล่งน้ำมันในรัสเซียที่เริ่มการผลิตน้ำมันในปี 2016 จะยังคงผลิตน้ำมันต่อไปในปี 2017 และกล่าวเสริมว่าจะปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันในแหล่งสีน้ำตาล ซึ่งหมายถึงแหล่งที่ผลิตน้ำมันมาหลายปีแล้ว ทั้งนี้ สมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) มีกำหนดจะประชุมกันในวันที่ 30 พ.ย.เพื่อพยายามกำหนดรายละเอียดในข้อตกลงจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมัน
เอเชีย: ญี่ปุ่น กิจกรรมในภาคการผลิตของญี่ปุ่นขยายตัวในเดือนพ.ย.ในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนต.ค. ขณะที่การขยายตัวของยอดสั่งซื้อใหม่ลดลง ทั้งนี้ มาร์กิต/นิกเกอิเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ขั้นต้นในภาคการผลิตของญี่ปุ่นลดลงสู่ระดับ 51.1 ในเดือนพ.ย. จากระดับ 51.4 ในเดือนต.ค. อย่างไรก็ตาม ดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ที่บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน
จีน ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางหยวนที่ระดับ 6.9085 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯก่อนเปิดตลาดวันพฤหัสที่ผ่านมาซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2008 ขณะที่ค่ากลางครั้งก่อนอยู่ที่ 6.8904 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในตลาดออฟชอร์ หยวนอ่อนค่าทะลุระดับ 6.96 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มการซื้อขายในต่างประเทศในปลายปี 2010 โดยอ่อนค่าลงสู่ 6.9622 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ เวลา 08.22 น.ตามเวลาไทย
เกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่กระทรวงการค้าของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า รัฐบาลจะจับตาการส่งออกไปยังญี่ปุ่นและจีน เนื่องจากความผันผวนของตลาดสกุลเงินยังคงทำให้มูลค่าของวอนลดลง รมช.การค้าของเกาหลีใต้กล่าวว่า การค้าของเกาหลีใต้กับประเทศเพื่อนบ้านจำเป็นต้องมีการจับตาอย่างต่อเนื่อง เพราะความผันผวนของตลาดที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ
สิงคโปร์ รัฐบาลสิงคโปร์ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและยอดส่งออกประจำปี 2016 หลังจากยืนยันว่าเศรษฐกิจหดตัวลงในไตรมาส 3 และมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจอาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ในขณะที่การค้าโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนเมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ระบุในแถลงการณ์ว่า เศรษฐกิจสิงคโปร์มีแนวโน้มเติบโต 1.0-1.5% ในปีนี้ โดยปรับลดลงจากตัวเลขคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 1.0-2.0% กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมระบุว่า เศรษฐกิจสิงคโปร์หดตัวลง 2.0% ในไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย.เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านั้น โดยตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่เทียบแบบเต็มปี ก่อนหน้านี้รัฐบาลสิงคโปร์เคยคาดการณ์ในวันที่ 14 ต.ค.ว่า เศรษฐกิจอาจหดตัวลง 4.1% ในไตรมาส 3 และโพลล์รอยเตอร์เคยคาดว่า เศรษฐกิจอาจหดตัวลง 2.5% ในไตรมาส 3 ในตัวเลขที่เทียบแบบเต็มปี ในส่วนของตัวเลขที่เทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้วนั้น เศรษฐกิจสิงคโปร์เติบโต 1.1% ต่อปีในไตรมาส 3 ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประเมินขั้นต้นที่ 0.6% ต่อปี และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในโพลล์รอยเตอร์ที่ 1.0% ต่อปีในไตรมาส 3 เศรษฐกิจสิงคโปร์ได้รับแรงกดดันจากการลดลงของยอดส่งออก ในขณะที่อุปสงค์ในตลาดโลกอยู่ในภาวะอ่อนแออย่างต่อเนื่อง ทางด้านปริมาณการบริโภคภายในประเทศยังคงอยู่ในภาวะอ่อนแอ โดยห้างสรรพสินค้าบางห้างในสิงคโปร์ประสบภาวะขาดแคลนลูกค้าเป็นอย่างมาก สำนักงานวิสาหกิจระหว่างประเทศของสิงคโปร์คาดว่า ยอดส่งออกยกเว้นน้ำมัน (NODX) ของสิงคโปร์อาจลดลง 5.0-5.5% ในปีนี้ โดยเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ครั้งก่อนที่คาดว่าอาจลดลงเพียง 3.0-4.0% กิจกรรมในภาคการผลิตของสิงคโปร์ลดลง 9.1% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 แต่ตัวเลขนี้ดีกว่าตัวเลขประเมินขั้นต้นที่ -17.4% ภาคการผลิตของสิงคโปร์ยังคงมีแนวโน้มซบเซา ขณะที่ยอดส่งออกลดลงอย่างรุนแรงในเดือนต.ค.
ไทย นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง คาดว่า รัฐบาลจะเสนอมาตรการกระตุ้นการบริโภคช่วงปลายปี ให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาอย่างเร็วสุดในสัปดาห์หน้า หรือในสัปดาห์ถัดไปเป็นอย่างช้า ในไตรมาส 3/59 เศรษฐกิจไทยเติบโต 3.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ต่ำกว่าในไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 3.5% โดยนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจไทยเติบโตชะลอลงในไตรมาส 3 ตามการเติบโตที่ลดลงของการบริโภค และการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันพฤหัส (24 พ.ย.) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ดอลลาร์สหรัฐฯได้แข็งค่ามากเมื่อวานนี้ตามแนวโน้มที่ได้ดำเนินมาค่อนข้างต่อเนื่องในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ ขณะที่รายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่เปิดเผยเมื่อคืนนี้ส่วนใหญ่ก็ยังออกมาดีต่อเนื่องและสนับสนุนแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯในเดือนธันวาคมปีนี้ เช่นยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นเกินคาด 4.8% ในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่ม 0.4% ในเดือนก.ย. บริษัทมาร์กิตเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นของสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ 53.9 ในเดือนพ.ย. จาก 53.4 ในเดือนต.ค. มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐในช่วงท้ายเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ 93.8 จาก 91.6 ในช่วงต้นเดือนพ.ย. ยอดขายบ้านใหม่ในเดือนตุลาคมลดลง 1.9% เมื่อเทียบรายเดือน อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 17.8% (yoy) ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 17 พฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 18,000 ราย สู่ระดับ 251,000 ราย อย่างไรก็ดี ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 90 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1970 ส่วนยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ลดลง 2,000 ราย - ดอลลาร์/เยน วันพฤหัส (24 พ.ย.) เยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้และสอดคล้องกับการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาจากการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาดีต่อเนื่อง - ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส (24 พ.ย.) ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้และสอดคล้องกับการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆส่วนใหญ่ในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาจากการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส (24 พ.ย.) ตลาดหุ้นปิดทำการ เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส (24 พ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯเปิดเผยรายงานการประชุมกำหนดนโยบายประจำวันที่ 1-2 พ.ย. เมื่อคืนนี้โดยรายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายของเฟดมีความเชื่อมั่นในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังทวีความแข็งแกร่งขึ้นในระดับที่มากพอที่จะสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ รายงานนี้สนับสนุนความเห็นของนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ว่าเฟดมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค. อย่างไรก็ดีดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นวันนี้ปิดสูงขึ้นเนื่องจากได้ปัจจัยหนุนจากการที่เงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากการคาดการณ์แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลบวกต่อการส่งออกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.94% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.01% สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดลดลง 0.30% - ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส (24 พ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงในช่วงเช้าสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ขณะที่รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อวันที่ 1-2 พ.ย. ที่เปิดเผยเมื่อคืนนี้รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ประกาศเมื่อคืนนี้และก่อนหน้านี้โดยรวมยังสนับสนุนการคาดการณ์แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯในเดือนธันวาคมปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะส่งผลให้เงินทุนมีแนวโน้มไหลออกจากตลาดเกิดใหม่มากขึ้น โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 6.25จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 25 พ.ย. 2559
|






![]() | Today | 981 |
![]() | All days | 981 |
Comments