Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 21 October 2016 11:00

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

ยอดขายบ้านมือสองที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) ในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 5.47 ล้านยูนิต ขณะที่ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ยอดขายบ้านมือสองจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.35 ล้านยูนิต โดยเมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 0.6% (yoy) สำหรับสต็อกบ้านมือสองลดลง 6.8% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 2.04 ล้านยูนิต ส่วนราคากลางของบ้านได้เพิ่มขึ้น 5.6% สู่ระดับ 234,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่เพิ่มขึ้น 13,000 ราย สู่ระดับ 260,000 ราย ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้จะลดลงสู่ระดับ 250,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ดี ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่อยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 85 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1970 ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 2,250 ราย สู่ระดับ 251,750 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สำหรับจำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง มีจำนวนเพิ่มขึ้น 7,000 ราย สู่ระดับ 2.06 ล้านราย ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 15 ต.ค. ผลสำรวจผู้ชมการโต้วาทีรอบสุดท้ายของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นระบุว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตชนะการโต้วาทีด้วยคะแนน 52% ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันได้คะแนน 39%

ข้อมูลจาก TargetSmart ซึ่งเป็นบริษัทจัดหาข้อมูลด้านการเมืองของสหรัฐระบุว่า ชาวอเมริกันกว่า 200 ล้านคนได้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีนี้ ซึ่งนับเป็นจำนวนสูงสุดในประวัติศาสตร์ของประเทศรายงานยังระบุด้วยว่า มีผู้ลงทะเบียนหน้าใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 50 ล้านคนจากการเลือกตั้งเมื่อ 8 ปีที่แล้ว โดยการเลือกตั้งในปี 2551 ที่นายบารัค โอบามาได้ตำแหน่งประธานาธิบดีไปครองนั้น มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เพียง 1.463 ร้อยล้านคน ทั้งนี้ ผลสำรวจพบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน้าใหม่กว่า 42.6% มีแนวโน้มที่จะลงคะแนนให้พรรคเดโมแครต ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 29% มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนพรรครีพับลิกัน และ 28.4% สนับสนุนผู้สมัครอิสระ อย่างไรก็ดี การชี้ขาดผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย. ยังเป็นเรื่องยาก เนื่องจากมีการหยิบยกประเด็นด้านลบมาใช้เป็นเครื่องมือในการหาเสียงอย่างดุเดือดในช่วงสัปดาห์ท้ายๆ

 

ยุโรป: ยูโรโซน

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้จัดการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ และที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์  พร้อมกันนี้ ECB ยังได้คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.4% นอกจากนั้นยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25% ขณะเดียวกัน ECB ได้ประกาศคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ระดับ 8 หมื่นล้านยูโร/เดือน ไปจนถึงเดือนมีนาคม 2560 และจะมีการขยายช่วงเวลาดังกล่าวออกไปหากมีความจำเป็น

นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณ ECB ไม่แนวโน้มที่จะยกเลิกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดยที่ไม่ได้ปรับลดขนาดของ QE ลงก่อน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ ECB จะขยายระยะเวลาของมาตรการ QE ออกไปอีกภายหลังเดือนมีนาคม 2560 โดยระบุว่า ไม่มีแนวโน้มที่จะยกเลิกการซื้อพันธบัตรในทันที และยังคงมีพันธกิจในการอำนวยความสะดวกทางการเงินในระดับที่สำคัญมากอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังระบุว่า ที่ประชุมสภาสภาบริหารของ ECB ไม่ได้หารือในเรื่องการขยายระยะเวลาหรือการปรับลดขนาดของโครงการลงในการประชุมนโยบายในเดือนนี้ โดยแสดงความเห็นว่า การเปิดเผยคาดการณ์ข้อมูลเศรษฐกิจในเดือนธ.ค.และผลการศึกษาภายในเกี่ยวกับทางเลือกในการหลีกเลี่ยงการขาดแคลนพันธบัตรจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินของที่ประชุมในเดือนธันวาคม ทั้งนี้ ที่ประชุม ECB ได้ประกาศคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ที่ระดับ 8 หมื่นล้านยูโร/เดือน ไปจนถึงเดือนมี.ค.2560 และจะมีการขยายช่วงเวลาดังกล่าวออกไปหากมีความจำเป็น

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) รายงานว่า  ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของยูโรโซนในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.97 หมื่นล้านยูโร จากระดับ 2.77 หมื่นล้านยูโรในเดือนกรกฎาคม ขณะที่การลงทุนโดยตรง และการลงทุนในพอร์ททรงตัวที่ 7.98 หมื่นล้านยูโร ขณะที่การลงทุนในพอร์ทสุทธิลดลงอย่างมากสู่ระดับ 3.40 หมื่นล้านยูโร จาก 5.91 หมื่นล้านยูโรในเดือนกรกฎาคม แต่การลดลงดังกล่าวถูกชดเชยได้เกือบทั้งหมดจากการลงทุนโดยตรงที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้  ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของยูโรโซนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.3% ของGDp จาก 3.1% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

 

อังกฤษ

สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) รายงานว่า ยอดค้าปลีกเดือนกันยายนทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากอากาศที่อบอุ่นกว่าค่าเฉลี่ยในเดือนกันยายนปีนี้ ทำให้ประชาชนชะลอการจับจ่ายเสื้อผ้าแฟชั่นฤดูใบไม้ร่วง โดยก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ยอดค้าปลีกจะเพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่เมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 4.1% ด้านนางเคต เดวีส์ นักสถิติของ ONS ระบุว่า ข้อมูลที่ออกมาสะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับคงที่นับตั้งแต่อังกฤษจัดการลงประชามติเพื่อถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในเดือนมิ.ย

 

เอเชีย: จีน

คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ของจีนประกาศว่า NDRC จะปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน 355 หยวน/ตัน (52.70 ดอลลาร์) และขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล 340 หยวน/ตัน โดยการปรับขึ้นราคาดังกล่าวเป็นอัตราการปรับขึ้นมากที่สุดตั้งแต่เดือนก.พ.2015 และเป็นการขึ้นครั้งที่ 7 นับตั้งแต่ NDRC ได้ใช้กลไกกำหนดราคาใหม่ในเดือนม.ค.ปีนี้  ทั้งนี้  การขึ้นราคาเกิดขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี ท่ามกลางความหวังว่า ผู้ผลิตในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะเห็นด้วยกับแผนการลดการผลิตน้ำมัน

 

เวียดนาม

นายเหงียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนามคาดว่า เศรษฐกิจของเวียดนามจะขยายตัว 6.3-6.5% ในปีนี้ โดยชะลอตัวลงจาก 6.68% ในปี 2015  พร้อมระบุตั้งเป้าหมายในการทำให้เศรษฐกิจเติบโต 6.7% ต่อปีในปีหน้า  ส่วนอัตราเงินเฟ้อในปีหน้าอาจอยู่ที่ 4% ขณะที่ยอดส่งออกของเวียดนามอาจเติบโต 6-7% ในปีหน้า

 

อินโดนีเซีย

ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย reverse repurchase ระยะ 7 วันลง 0.25% สู่ระดับ 4.75%  ซึ่งเป็นการลดครั้งที่ 6 ในปีนี้ ทั้งยังได้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทข้ามคืนของธนาคารพาณิชย์ และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ที่ฝากไว้กับ BI ลง 0.25% สู่ระดับ 4.00% และ 5.50% ตามลำดับ ก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์ 13 คนจาก 17 คนในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่า BI จะคงอัตราดอกเบี้ยทุกประเภท ส่วนอีก 4 รายคาดว่า BI จะลดดอกเบี้ย 0.25%  ทั้งนี้ BI ลดอัตราดอกเบี้ยรวม 1.50% แล้วในปีนี้เพื่อช่วยส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันอินโดนีเซียได้เปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านั้น BI ใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง 12 เดือน

ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) คาดว่าการลดอัตราดอกเบี้ยฯ จะช่วยกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดย BI คาดว่า ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 3 จะต่ำกว่า 2% ของ GDp เทียบกับที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 2.4%  ของ

 

มาเลเซีย

นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคของมาเลเซียคาดว่าเศรษฐกิจของมาเลเซียจะปรับตัวดีขึ้นอีกในปีหน้า โดยเศรษฐกิจจะขยายตัวในอัตราถึง 5%  อันเป็นผลมาจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของมาเลเซียยังคงฟื้นตัวและแข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงนโยบายด้านเป้าหมายยอดขาดดุล, กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และภาวะของระบบการเงินในระยะยาว พร้อมกันนี้ยังคาดว่า เศรษฐกิจมาเลเซียจะขยายตัว 4-4.5% ในปีนี้  นอกจากนี้ ยังระบุว่าจะทำการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการโครงสร้างพื้นฐาน, การพัฒนา, การขนส่งสาธารณะ และสาธารณสุข, มาตรการจูงใจทางการคลังสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และทุนด้านมนุษย์ และการฝึกอบรมทักษะในงบประมาณปี 2017

 

ไทย

ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส(AREA) คาดยอดเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ในปี 59 จะลดลงจากปีก่อน ทั้งในแง่จำนวนหน่วยและมูลค่าโครงการ หลังยอดเปิดตัวในช่วง 9 เดือนแรกปรับลดลงจากปีก่อน และมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงได้ในไตรมาสสุดท้าย โดยคาดว่าในปี 2559 นี้ จำนวนหน่วยขายที่อยู่อาศัยใหม่จะลดลง 14% มูลค่าการพัฒนาจะลดลง 25% ราคาเฉลี่ยจะลดลง 12% อย่างไรก็ตาม คาดว่า ในปี 60 สถานการณ์การเปิดโครงการที่อยู่อาศัย จะกระเตื้องขึ้นกลับมาเท่ากับปี 58 ได้ ทั้งนี้ ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 40 โครงการ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 2 โครงการ และมีมูลค่ารวม 3.64 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 19% แต่จำนวนหน่วยขายกลับลดลง 6% มาที่ 7,966 หน่วย เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่ที่เปิดขาย เป็นบ้านแนวราบที่มีราคาปานกลางถึงระดับราคาสูง  สำหรับในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ มีจำนวนโครงการที่เปิดใหม่รวม 311 โครงการ ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีจำนวนหน่วยขายรวม 71,841 หน่วย ลดลงประมาณ 14% และมีมูลค่ารวม 2.45 แสนล้านบาท ลดลง 25%

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท- วันพฤหัสบดี (20 ต.ค.) เงินบาทในอ่อนค่าเล็กน้อย ขณะที่ตลาดขาดปัจจัยชี้นำที่ชัดเจน โดยนักลงทุนยังรอดูทิศทางนโยบายการเงินของประเทศหลักๆ ต่อไป ด้านเงินสกุลเอเชียส่วนใหญ่ปิดปรับตัวแข็งค่าขึ้น โดยริงกิตบวกตามราคาน้ำมัน ขณะที่รูเปียห์ทรงตัว ขณะที่ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย reverse repurchase ระยะ 7 วันลง 0.25% สู่ระดับ 4.75%  ซึ่งเป็นการลดครั้งที่ 6 ในปีนี้ ทั้งยังได้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทข้ามคืนของธนาคารพาณิชย์ และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ที่ฝากไว้กับ BI ลงอีกด้วย

- ดอลลาร์/เยน วันพฤหัสบดี (20 ต.ค.) เงินเยนอ่อนค่าลงเล็กน้อย ขณะที่นักลงทุนรอดูแถลงการภายหลังการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขณะที่ สกุลเงินสำคัญแสดงปฏิกิริยาเพียงในวงจำกัดต่อการโต้วาทีนัดที่สาม ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายระหว่างนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัสบดี (20 ต.ค.) ยูโรร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี และดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือนหลังธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เปิดโอกาสสำหรับการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นในเดือนธ.ค. นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบีเปิดกว้างสำหรับทางเลือกต่างๆ และย้ำการคาดการณ์ที่ว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นอย่างมาก ซึ่งเท่ากับเป็นการปฏิเสธข่าวที่ว่า อีซีบีจะปรับลดโครงการซื้อสินทรัพย์วงเงิน 1.7 ล้านล้านยูโร (1.9 ล้านล้านดอลลาร์)

 

Capital Market

ตลาดสหรัฐฯวันพฤหัสบดี (20 ต.ค.)ดัชนีตตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงเล็กน้อย หลังการซื้อขายผันผวน ขณะที่นักลงทุนปรับตัวรับการเปิดเผยผลประกอบการล่าสุด โดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ได้ช่วยชดเชยการร่วงลงอย่างหนักของหุ้นกลุ่มเทเลคอม ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ  0.22% สู่ 18,162.35, ดัชนี S&p 500 ปิดลดลง 0.14% สู่ 2,141.34 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง  0.09% สู่ 5,241.83

ตลาดหุ้นเอเชียวันพฤหัสบดี (20 ต.ค.)ดัชนีตลาดหุ้นหลักของเอเชียปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนได้ปรับตัวรับผลการโต้วาทีชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐนัดสุดท้าย ซึ่งผลสำรวจความเห็นพบว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตชนะการโต้วาที ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นมาที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 เดือนที่ 236.59 จุดหรือ 1.39% ที่ 17,235.50 ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.  ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งฮ่องกงปิดที่ 23374.40 บวก 69.43 จุดหรือ +0.30%

ตลาดหุ้นไทยวันพฤหัสบดี (20 ต.ค.)ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,492.73 บวก 6.45 จุดโดยได้รับปัจจัยหนุนจากหุ้นขนาดใหญ่ อย่างหุ้นในกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดขาดปัจจัยชี้นำที่ชัดเจน โดยนักลงทุนยังรอดูทิศทางนโยบายการเงินของประเทศหลักๆ ต่อไป โดยเฉพาะทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 21 ต.ค. 2559

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday764
mod_vvisit_counterAll days764

We have: 763 guests online
Your IP: 216.73.217.40
Mozilla 5.0, 
Today: May 08, 2026

4201488