Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 17 October 2016 09:33

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ รายงานว่า สหรัฐมียอดขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 30 กันยายน เนื่องมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรผู้สูงอายุ ส่งผลให้รัฐบาลมีค่าใช้จ่ายและหนี้สินเพิ่มขึ้น โดยรายงานระบุว่า สหรัฐมีงบประมาณค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ 5.874 แสนล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลาดังกล่าว เมื่อเทียบกับ 4.391 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2558 อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับประมาณการของสำนักงานงบประมาณของรัฐสภาที่คาดการณ์ไว้เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ว่า ยอดขาดดุลงบประมาณจะอยู่ที่ 5.88 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้นเป็น 3.2% จาก 2.5% ในปีก่อน และเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2552 ทั้งนี้ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของยอดขาดดุลงบประมาณมีขึ้นหลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกมาเตือนในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐมีความเสี่ยงเกี่ยวกับภาระหนี้สินในระดับที่สูงขึ้น

นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กล่าวต่อที่ประชุม Fed ในเมืองบอสตันว่า มี “วิธีที่เป็นไปได้" ในการบริหารเศรษฐกิจที่กำลังร้อนแรงของสหรัฐที่สามารถช่วยฟื้นฟูความเสียหายจากภาวะถดถอยได้ นางเยลเลนกล่าวต่อที่ประชุมซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อตรวจสอบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจว่า “การปรับตัวเพิ่มขึ้นของยอดขายของภาคธุรกิจจะส่งผลให้เศรษฐกิจมีศักยภาพด้านการผลิตที่สูงขึ้นและกระตุ้นการใช้จ่ายด้านทุนเพิ่มเติม ในขณะที่ตลาดแรงงานที่ตึงตัวจะดึงดูดแรงงานที่ส่วนใหญ่กำลังทำงานที่ไม่ตรงกับทักษะของตนเองได้เพิ่มขึ้น" ทั้งนี้ นางเยลเลนเชื่อว่า “เศรษฐกิจแรงกดดันสูง" สมารถฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากวิกฤตได้ ซึ่งรวมไปถึงการปรับตัวลดลงของค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและอัตราการมีส่วนร่วมของแรงงาน

ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนตุลาคมลดลงสู่ระดับ 87.9 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2015 ขณะที่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 92 และต่ำกว่าระดับ 89.8 ในเดือนกันยายน นักวิเคราะห์ระบุว่า การดิ่งลงของดัชนีความเชื่อมั่น เกิดจากความไม่แน่นอนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนหน้า ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้มีรายได้ต่ำ ดัชนีดังกล่าวเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ฐานะการเงินส่วนบุคคล, ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาล

ยอดค้าปลีกในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.6% ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ส่งผลให้ในช่วง 9 เดือนแรก ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ยอดค้าปลีกได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงาน และยอดซื้อรถยนต์

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่ราคาพลังงาน และอาหารปรับตัวขึ้น เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 0.7% ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหาร, พลังงาน และภาคบริการ เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนกันยายน 2014

 

ยุโรป:

คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนายมัตทิโอ เรนซี นายกรัฐมนตรีอิตาลีได้อนุมัติร่างงบประมาณปี 2560 แล้ว ซึ่งประกอบด้วยมาตรการต่างๆเพื่อกระตุ้นการขยายตัวที่อ่อนตัวลงของประเทศ ทั้งนี้ งบประมาณดังกล่าวมีมูลค่า 2.65 หมื่นล้านยูโร หรือ 2.92 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยครม.ระบุว่า ร่างงบประมาณนี้ส่วนใหญ่จะครอบคลุมมาตรการกระตุ้นความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ นายเรนซี กล่าวแถลงข่าวภายหลังการประชุมครม.ว่า โครงสร้างของงบประมาณประกอบด้วย 6 บท และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเราได้จัดสรรงบประมาณ 2 หมื่นล้านยูโรเพื่อให้ครอบคลุมระยะเวลาหลายปี

 

เอเชีย :  จีน

ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางหยวนแข็งค่าเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 สัปดาห์ แต่เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์เตือนถึงแรงกดดันต่อเนื่องต่อค่าเงินหยวนจากดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่า และรายได้การส่งออกที่ลดลง ในสัปดาห์นี้หยวนอ่อนค่า 0.76% แล้ว ซึ่งเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯนับตั้งแต่เดือนมกราคม ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางที่ 6.7157 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯก่อนเปิดตลาด แข็งค่าจากค่ากลางเมื่อวันพฤหัสที่ 6.7296 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ดัชนีราคาผู้ผลิตของจีนปรับขึ้นอย่างพลิกความคาดหมายในเดือนกันยายนและถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยรายงานตัวเลขนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับรัฐบาลจีน ในขณะที่รัฐบาลจีนพยายามปรับลดหนี้ภาคเอกชน สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับขึ้น 0.1 % ในเดือนกันยายนเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน หลังจากลดลง 0.8 % ต่อปีในเดือนสิงหาคม ส่วนนักวิเคราะห์ในโพลล์รอยเตอร์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนี PPI อาจลดลง 0.3 % ต่อปีในเดือนกันยายน

อัตราเงินเฟ้อราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นสู่ 1.9 % ต่อปีในเดือนกันยายน ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงเกินคาด โดยเป็นผลจากการพุ่งขึ้นของราคาอาหาร โดยก่อนหน้าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ได้ปรับขึ้น 1.3 % ต่อปีในเดือนสิงหาคม ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดรอบ 10 เดือน ทางด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนี CPI อาจปรับขึ้นเพียง 1.6 % ต่อปีในเดือนกันยายน โดยราคาอาหารพุ่งขึ้น 3.2 % ต่อปีในเดือนกันยายน หลังจากปรับขึ้น 1.3 % ต่อปีในเดือนสิงหาคม

นายซุน ซือกง รองอธิบดีกรมการคลังและการเงินในคณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ของจีนกล่าวว่า จีนจะมีความพึงพอใจต่อการที่กองทุนและบริษัทด้านการลงทุนของต่างชาติเข้าร่วมในความพยายามปรับลดหนี้ของจีน จีนเพิ่งเปิดเผยแนวปฏิบัติในสัปดาห์นี้ในการปรับลดหนี้เอกชนที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่นักวิเคราะห์บางรายกังวลว่าหนี้ดังกล่าวอาจทำลายเสถียรภาพของเศรษฐกิจจีน โดยหนึ่งในมาตรการที่จะใช้ในการปรับลดหนี้ในครั้งนี้คือการแปลงหนี้เป็นทุน นายซุนกล่าวว่าเราขอต้อนรับบริษัทการลงทุนจากต่างประเทศและกองทุนการลงทุนจากต่างประเทศ ให้เข้าร่วมในกระบวนการปรับลดหนี้ นายซุนกล่าวว่าในขั้นแรกนั้นมาตรการแปลงหนี้เป็นทุนนี้จะใช้กับอุตสาหกรรม "วัฏจักร" ของจีน เพราะบริษัทกลุ่มนี้เผชิญกับความยากลำบากในการดำเนินงานมากกว่าบริษัทอื่นๆ อุตสาหกรรมวัฏจักรนี้ครอบคลุมภาคเหล็กกล้าและภาคถ่านหิน

 

สิงคโปร์

ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ลงมติคงนโยบายการเงินไม่เปลี่ยนแปลงในการประชุมวันศุกร์ที่ผ่านมาตามความคาดหมาย โดยระบุว่าช่วงนโยบายในปัจจุบันสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์มีความยืดหยุ่นต่อการรับมือกับความอ่อนแอในระยะใกล้ของอัตราเงินเฟ้อและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ MAS ยังคงรักษาความกว้างของช่วงนโยบายและระดับค่ากลางของดอลลาร์สิงคโปร์ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งจะทำให้อัตราการแข็งค่าของช่วงนโยบายของดอลลาร์สิงคโปร์อยู่ที่ 0%  MAS ประเมินว่า จุดยืนด้านนโยบายที่เป็นกลางจะยังคงเป็นสิ่งจำเป็นไปอีกระยะหนึ่งเพื่อรับประกันเสถียรภาพราคาในระยะกลาง ทั้งนี้ MAS ดำเนินนโยบายการเงินโดยการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน โดยจะทำให้ดอลลาร์สิงคโปร์ปรับตัวขึ้นหรือลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆของคู่ค้าที่สำคัญ

เศรษฐกิจของสิงคงโปร์หดตัว 4.1% ในไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย.จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ นักวิเคราะห์คาดว่าเศรษฐกิจจะหดตัวลง 0.3%

 

ฟิลิปปินส์

นางเรจินา โลเปซ รมว.สิ่งแวดล้อมของฟิลิปปินส์กล่าวว่า เขาต้องการห้ามเหมืองใหม่ และจะระงับใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมของเหมืองนิกเกิลที่ตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่หวงห้าม 2 แห่ง เขากล่าวกับรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ว่า ใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมของเหมืองนิกเกิลบางแห่งจะถูกระงับ เนื่องจากเหมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาฮามิกิตัน ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกของยูเนสโก และอ่าวปูจาดา ซึ่งเป็นพื้นที่หวงห้ามทางทะเล

 

ไทย

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เผยในขณะนี้ตลาดการเงิน ทั้งตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและตลาดพันธบัตรยังเคลื่อนไหวมีเสถียรภาพค่อนข้างดี แม้ว่าจะมีความผันผวนบ้างในบางช่วง โดยธปท.จะติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของตลาดการเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าสถานการณ์ด้านการเงินเป็นไปด้วยความราบรื่น เขายืนยันด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่พบการเก็งกำไรที่ผิดปกติในตลาดการเงิน แต่ธปท.ก็พร้อมที่จะเสริมสภาพคล่องของทั้งเงินบาทและเงินดอลลาร์สหรัฐฯเข้าสู่ระบบอย่างเต็มที่เพื่อให้มั่นใจว่าตลาดเงินจะไม่มีปัญหา พร้อมกันนี้ ธปท.ยังได้ขอความร่วมมือจากสถาบันการเงิน ในการช่วยดูแลเสถียรภาพของระบบการเงิน และให้คำแนะนำแก่ลูกค้าในการทำธุรกรรม เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก รวมทั้งขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการช่วยกรองการนำเสนอข่าวสารที่ออกมาในขณะนี้ เนื่องจากมีหลายข่าวที่ไม่เป็นความจริง ซึ่งอาจจะกระทบต่อการเคลื่อนไหวของตลาดเงินและตลาดทุน

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันศุกร์ (14 ตค.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ขณะที่ค่าเงินของประเทศในภูมิภาคอาเซียนเช่น เงินริงกิตของมาเลเซีย และเงินรูเปียของอินโดนีเซียก็แข็งค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนทางด้านเงินหยวนของจีนวันนี้ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางหยวนแข็งค่าเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 สัปดาห์ แต่เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์เตือนถึงแรงกดดันต่อเนื่องต่อค่าเงินหยวนจากดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่า และรายได้การส่งออกที่ลดลง ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางที่ 6.7157 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯก่อนเปิดตลาด แข็งค่าจากค่ากลางเมื่อวันพฤหัสที่ 6.7296 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดีในส่วนของรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯนั้นล่าสุดยังออกมาดีอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 8 ตุลาคมทรงตัวที่ 246,000 ราย ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าซึ่งมีการปรับแก้ไขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลง 3,000 ราย จาก 249,000 ราย สู่ 246,000 ราย ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดรอบ 43 ปี รายงานตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐอยู่ในภาวะแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง และอาจเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ขณะที่นักลงทุนรอดูตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐ และรอฟังถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ

- ดอลลาร์/เยน วันศุกร์ (14 ตค.)   เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนรอดูตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐที่จะออกมาในคืนนี้ และรอฟังการแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯในคืนนี้ ขณะที่นายเอริค โรเซนเกรน ประธานเฟดสาขาบอสตันมีกำหนดจะกล่าวแถลงในวันนี้ด้วย  ก่อนหน้านี้รายงานการประชุมเฟดวันที่ 20-21 กันยายนที่ออกมาในวันพุธที่ผ่านมากระตุ้นให้นักลงทุนปรับเพิ่มการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธันวาคม

- ยูโร/ดอลลาร์ วันศุกร์ ( 14 ตค.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ ขณะที่วันนี้นักลงทุนรอดูตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯและรอฟังการแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯในคืนนี้

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันศุกร์ ( 14 ตค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ โดยตลาดลดช่วงบวกลงหลังนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงความเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐ นางเยลเลนกล่าวว่า เฟดมีความวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ขณะที่บรรดาเทรดเดอร์ยังคงคาดว่า มีโอกาส 67% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.22%

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันศุกร์ ( 14 ตค.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในวันนี้ โดยดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้นท่ามกลางภาวะซื้อขายผันผวนในวันนี้ ทั้งนี้ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.49% หลังจากที่ปรับตัวลงในช่วงแรก หุ้นฟาสต์ รีเทลลิ่งพุ่งขึ้น 5% หลังจากบริษัทคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น 38% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.75 แสนล้านเยน (1.70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในรอบปีสิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2017 ) สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดเพิ่ม 0.08% มาที่ 3,063.73 ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำไตรมาส 3 ในสัปดาห์หน้า ขณะที่วันนี้รายงานดัชนีราคาผู้ผลิตของจีนปรับขึ้นอย่างพลิกความคาดหมายในเดือนกันยายนและถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับขึ้น 0.1 % ในเดือนกันยายนเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน หลังจากลดลง 0.8 % ต่อปีในเดือนสิงหาคม ส่วนอัตราเงินเฟ้อราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นสู่ 1.9 % ต่อปีในเดือนกันยายน ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงเกินคาด โดยเป็นผลจากการพุ่งขึ้นของราคาอาหาร

- ตลาดหุ้นไทย วันศุกร์ ( 14 ตค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นหลังจากดัชนีลดลงมากในช่วงต้นสัปดาห์ นำโดยหุ้นในหมวดธุรกิจเทคโนโลยี และหมวดธุรกิจบริการ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 64.79 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 17 ต.ค. 2559

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday871
mod_vvisit_counterAll days871

We have: 871 guests online
Your IP: 216.73.217.40
Mozilla 5.0, 
Today: May 08, 2026

4207584