| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Wednesday, 03 August 2016 09:18 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนมิถุนายนโดยปรับตัวขึ้น 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% เช่นกันในเดือนพฤษภาคม นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อพิจารณาปรับค่าตามเงินเฟ้อ การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมิถุนายน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.5% ในไตรมาสแรก รายได้ส่วนบุคคลของชาวสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนพฤษภาคม ส่วนปริมาณการออมร่วงลงสู่ระดับ 7.32 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม2015 ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ให้ความสำคัญ ในเดือนมิถุนายนปรับตัวขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากขยับขึ้น 0.2% ในเดือนพฤษภาคม และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พื้นฐานเพิ่มขึ้น 1.6% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.6% เช่นกันในเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ดี การขยับขึ้นของดัชนี PCE ยังคงห่างจากเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% ของ Fed ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ระบุจะผลักดันให้สภาคองเกรสอนุมัติข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค (TPP) ถึงแม้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน และนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ซึ่งต่างก็มีโอกาสเป็นผู้นำสหรัฐคนต่อไป จะมีท่าทีคัดค้านข้อตกลงนี้ก็ตาม ทั้งนี้ ปธน.โอบามาต้องการให้สภาคองเกรสอนุมัติข้อตกลง TPP ก่อนที่เขาจะอำลาตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค.2017 สำหรับประเทศที่อยู่ในข้อตกลง TPP ได้แก่ ออสเตรเลีย บูรไน แคนาดา ชิลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ เปรู สิงคโปร์ สหรัฐ และเวียดนาม
ปัจจัยที่ควรติดตาม สำหรับวันนี้มีตัวเลขและดัชนีที่สำคัญทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจได้แก่ การเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐเดือนกรกฎาคม ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนกรกฎาคมของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และ Markit
ยุโรป: เยอรมนี แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ใหม่ในเยอรมนีลดลงประมาณ 3.9% ในเดือนก.ค.สู่ระดับ 280,000 คัน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ ยอดขายรถยนต์นั่งในเยอรมนีเพิ่มขึ้นประมาณ 5.3% สู่ระดับกว่า 2 ล้านคัน ข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์ KBA ของเยอรมนีระบุว่า ยอดขายรถยนต์ในเยอรมนีลดลงเมื่อเทียบรายเดือนครั้งล่าสุดในเดือนพ.ค.ปีที่แล้ว โดยลดลง 6.7% ยอดขายรถยนต์ที่ลดลงในเยอรมนีเพิ่มภาพรวมที่ไร้ทิศทางสำหรับตลาดรถยนต์อื่นๆในยุโรป โดยยอดขายรถยนต์นั่งในเดือนก.ค.ลดลงในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่สุดเป็นอันดับ 3 ของยุโรป แต่เพิ่มขึ้นในอิตาลี และสเปน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่สุดเป็นอันดับ 4 และอันดับ 5 ของยุโรป
อังกฤษ ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009 เพื่อสกัดกั้นไม่ให้การลงประชามติถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปหรือ Brexit ส่งผลให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย BOE จะประกาศมติอัตราดอกเบี้ยในเวลา 18.00 น.ตามเวลาไทยในวันพฤหัสบดีนี้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า BOE จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อยที่สุด 0.25% สู่ระดับ 0.25% และจะเริ่มดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณอีกครั้งด้วยโครงการซื้อพันธบัตรซึ่งระงับไปตั้งแต่ปลายปี 2012
ปัจจัยที่ควรติดตาม จับตาการประชุมธนาคารกลางอังกฤษในวันพฤหัสที่ 4 สิงหาคมนี้ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่าธนาคารกลางอังกฤษจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อยที่สุด 0.25% สู่ระดับ 0.25% และจะเริ่มดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณอีกครั้ง
เอเชีย : จีน ราคาบ้านยังคงปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในเมืองขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ของจีน แต่อาจแตะระดับสูงสุดไปแล้วในเมืองเสิ่นเจิ้นซึ่งอยู่ทางภาคใต้ บริษัท China Index Academy ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยเปิดเผยว่า ราคาบ้านใหม่ในเมือง 100 เมืองของจีนพุ่งขึ้น 12.39% ในเดือนก.ค.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมากกว่าในเดือนมิ.ย. ราคาบ้านโดยเฉลี่ย ใน 100 เมือง เพิ่มขึ้น 1.63% จากเดือนมิ.ย. และเทียบกับที่เพิ่มขึ้น 1.32% ในเดือนมิ.ย.
เกาหลีใต้ ชอย ซัง-ม็อก รมช.คลังเกาหลีใต้กล่าวว่า เกาหลีใต้จะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐฯ/วอน หากตลาดปรับตัวไปทางหนึ่งทางใดมากเกินไป นายชอยกล่าวในการประชุมกับผู้สื่อข่าวในเมืองเซจองว่าเราวิตกเกี่ยวกับอัตราการแข็งค่าของวอน ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าโดยรวม วอนแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. ขณะที่นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ โดยวอนแข็งค่าเกือบ 6% แล้วนับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อกลุ่มผู้ส่งออกและเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ที่ต้องพึ่งพาการค้าต่างประเทศ
ญี่ปุ่น คณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นอนุมัติมาตรการทางการคลังมูลค่า 13.5 ล้านล้านเยน (1.3204 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวด้วยการแจกเงินสดให้แก่ผู้มีรายได้ต่ำ และเพิ่มงบรายจ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะรวมงบรายจ่ายมูลค่า 7.5 ล้านล้านเยนของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น และจะจัดสรรงบ 6 ล้านล้านเยนจากโครงการการลงทุนและสินเชื่อด้านการคลัง ซึ่งไม่ได้ถูกรวมในงบประมาณทั่วไปของรัฐบาล นายอาเบะกล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรี และผู้บริหารพรรคร่วมรัฐบาลที่จัดขึ้นในช่วงเช้าว่าเราได้รวบรวมร่างมาตรการเศรษฐกิจที่เข้มแข็งในวันนี้ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อดำเนินการด้านการลงทุนในอนาคต ด้วยมาตรการฉบับนี้ เราจะเดินหน้ากระตุ้นอุปสงค์ และจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างยั่งยืนโดยมีอุปสงค์ของภาคเอกชนเป็นตัวนำ คาดว่าตัวเลขสำหรับมาตรการนี้ซึ่งรวมการร่วมมือของภาครัฐและเอกชน และวงเงินอื่นๆที่ไม่ใช่งบโดยตรงของรัฐบาล และอาจจะไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในทันที จะอยู่ที่ระดับ 28.1 ล้านล้านเยน นายโนบุเทรุ อิชิฮาระ รมว.เศรษฐกิจของญี่ปุ่นกล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) และรัฐบาลต้องร่วมมือกันในด้านนโยบายเศรษฐกิจ เขากล่าวหลังจากที่รัฐบาลได้สรุปมาตรการรายจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีงบรายจ่าย 7.5 ล้านล้านเยนของรัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมอุปสงค์ในประเทศ ด้านนายโยชิฮิเดะ ซูกะ หัวหน้าโฆษกคณะรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญที่บีโอเจและรัฐบาลต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อจัดการกับภาวะเงินฝืด
ออสเตรเลีย ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 1.50% โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 ส.ค. 2559 เป็นต้นไป ทั้งนี้เพื่อจัดการกับการชะลอตัวของเงินเฟ้อ และดอลลาร์ออสเตรเลียที่แข็งค่า โดยการปรับลดครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในปีนี้หลังจากที่ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2559 ธนาคารกลางออสเตรเลียได้ลดอัตราดอกเบี้ย 0.25%
มาเลเซียและอินโดนีเซีย นายมูเลียมาน ฮาดัด ประธานสำนักงานบริการทางการเงินอินโดนีเซีย (OJK) และนายมูฮัมหมัด อิบราฮิม ผู้ว่าการธนาคารกลางมาเลเซียได้ลงนามในข้อตกลงที่จะเพิ่มช่องทางของธนาคารในการเข้าถึงตลาดซึ่งกันและกัน OJK เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า พวกเขาได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าวที่ทำเนียบในกรุงจาการ์ตา ข้อตกลงฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดภาวะไม่สมดุลในช่องทางเข้าถึงตลาด และกิจกรรมด้านธนาคารของทั้ง 2 ประเทศผ่านการเปิดตลาดภาคธนาคาร ซึ่งจะเป็นไปตามเงื่อนไขบางข้อในขอบเขตอำนาจศาลของแต่ละประเทศ โดยอิงตามหลักปฏิบัติต่างตอบแทน
ไทย นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จะเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(กองทุนฟื้นฟูฯ) เป็นองค์กรสำหรับรองรับการแก้ปัญหาวิกฤติสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะมีการนำประสบการณ์การแก้ปัญหาสถาบันการเงินที่เกิดขึ้นในยุโรปและสหรัฐอเมริกา เข้ามาปรับบทบาทใหม่ของกองทุนฟื้นฟูฯ จากในอดีตที่ทำหน้าที่เพียงเข้าไปซื้อหนี้ของสถาบันการเงินเท่านั้น ตอนนี้มีข้อสรุปแล้วว่า จะให้กองทุนฟื้นฟูฯเข้ามาเป็นหน่วยงานที่จะใช้เป็นกลไกในการแก้ปัญหาวิกฤติสถาบันการเงิน ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะมีการแก้พ.ร.บ.ธปท. เพื่อปรับบทบาทของกองทุนฟื้นฟู เขายกตัวอย่างแนวทางที่จะมีการปรับบทบาทของกองทุนฟื้นฟูฯ เช่น ให้สามารถตั้งสถาบันการเงิน เพื่อทำหน้าที่แยกหนี้ดีและหนี้เสียของสถาบันการเงินที่มีปัญหาได้ ตลอดจนเปิดโอกาสให้สามารถเรียกเงินสมบทจากสถาบันการเงิน ให้สูงขึ้นกว่าอัตราที่จัดเก็บในปัจจุบันที่ 0.4% ของเงินฝากได้ ในกรณีที่เกิดวิกฤติและความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อลดภาระการใช้เงินงบประมาณในการเข้าไปดูแลวิกฤติสถาบันการเงิน หรือกำหนดว่าผู้ถือหุ้นกู้ของสถาบันการเงินจะต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย เขายืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับในอนาคต ไม่ได้หมายความว่าสถาบันการเงินไทยจะมีปัญหาเกิดขึ้นในขณะนี้ โดยยืนยันว่าระบบสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์ไทยมีความแข็งแกร่งและมั่นคง ขณะเดียวกันยังเตรียมจะให้สถาบันการเงินไทยเข้าสู่โครงการประเมินภาคการเงิน (Financial Sector Assessment Program:FSAP) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก ซึ่งเป็นการประเมินเพื่อช่วยให้ทราบจุดอ่อนจุดแข็งในภาคการเงินของแต่ละประเทศ โดยมีการประเมินด้วยมาตรฐานสากล ซึ่งสถาบันการเงินไทยเข้าสู่การประเมินดังกล่าวหลังสุดเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ธปท.จะให้สถาบันการเงินไทย เข้าสู่การประเมิน FSAP ในปี 2561 คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย โดยให้กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ไปหารือในรายละเอียด เกี่ยวกับการยกเว้นภาษีนำเข้า และสิทธิประโยชน์อื่นๆ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการแถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.ได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ตามแนวทางประชารัฐ โดยให้ธนาคารออมสิน เป็นผู้รับผิดชอบ มาตรการช่วยเหลือดังกล่าว จะมีการให้สินเชื่อแก่ผู้มีรายได้น้อย ในวงเงินต่อรายไม่เกิน 5 หมื่นบาท อัตราดอกเบี้ยปีแรก 0% และในปีที่ 2-5 คิดอัตราดอกเบี้ย 1% แต่หากเคยกู้เงินจากธนาคารออมสินอยู่แล้ว จะกำหนดวงเงินกู้รวมกับมาตรการนี้ไว้ไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะขอสินเชื่อตามมาตรการนี้ ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป และเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เช่น พ่อค้า แม่ค้า รถรับจ้าง แม่บ้าน หรือผู้รับจ้างทั่วไป โดยจะให้กู้ได้ถึงสิ้นปี 59 ซึ่งจากการสำรวจพบว่า กลุ่มผู้มีรายได้น้อยในเมือง มีจำนวนประมาณ 9 ล้านคน
ปัจจัยที่ควรติดตาม จับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 3 สิงหาคม 2559
Money Market - ดอลลาร์/บาท วันอังคาร (2 สค.) เงินบาททรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินในภูมิภาคจากผลต่อเนื่องของการที่ตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาสสองออกมาต่ำกว่าที่คาดมาก ขณะที่คืนนี้จะมีการรายงานตัวเลขรายได้และการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐฯในเดือนมิถุนายน 2559 หลังจากตัวเลขในเดือนพฤษภาคมก็ชี้ถึงภาวะขยายตัวที่ชะลอลงมากจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ผ่านมาที่ขี้ถึงการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐฯในปีนี้ลง - ดอลลาร์/เยน วันอังคาร ( 2 สค.) เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยเยนมีแนวโน้มแข็งค่ามาตั้งแต่เมื่อวันศุกร์เนื่องจากธนาคารกลางญี่ปุ่นผ่อนคลายนโยบายการเงินน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้มากในวันศุกร์ที่ผ่านมารวมทั้งเป็นผลจากตัวเลขจีดีพีสหรัฐฯที่ขยายตัวน้อยกว่าที่คาดด้วย โดยในส่วนของธนาคารกลางญี่ปุ่นล่าสุดหนังสือพิมพ์นิกเกอิรายงานว่า นายทาโร่ อาโซะ รมว.คลังและนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะจัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อยืนยันความร่วมมือด้านนโยบายการเงินและการคลัง ส่วนทางด้านรัฐบาลญี่ปุ่นล่าสุดคณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นได้อนุมัติมาตรการทางการคลังมูลค่า 13.5 ล้านล้านเยน (1.32 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) แล้วในวันนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 2 สค.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ตามภาวะที่ช่วงนี้ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆส่วนใหญ่หลังรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาสสองต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ทั้งนี้สัปดาห์นี้นักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางอังกฤษในวันพฤหัสนี้ โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่าธนาคารกลางอังกฤษจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อยที่สุด 0.25% สู่ระดับ 0.25% และจะเริ่มดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณอีกครั้ง
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร( 2 สค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันอังคาร โดยดัชนีหุ้นสำคัญลดลงมากที่สุดในรอบ 1 เดือน ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจและยอดขายรถยนต์ที่อ่อนแอเกินคาด ทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.49% สู่ 18,313.77, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.64% สู่ 2,157.03 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.90% สู่ 5,137.73 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร ( 2 สค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้แม้ว่าแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปนั้นจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเอเซียจากปัจจัยเรื่องการไหลเข้าของเงินทุนแต่ว่าการที่เศรษฐกิจของแต่ละประเทศล้วนชะลอตัวก็เป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นในขณะนี้เช่นกัน อีกทั้งค่าเงินอเซียที่กลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯก็ส่งผลลบต่อการส่งออกของภูมิภาคด้วย โดยเฉพาะเงินเยนที่แข็งค่าอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 1.47% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.59% โดยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีราคาเพิ่มขึ้นจากรายงานราคาบ้านที่ปรับตัวขึ้น ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกงระงับการซื้อขายวันนี้ เนื่องจากพายุไต้ฝุ่นพัดกระหน่ำฮ่องกง ซึ่งทำให้ต้องปิดพื้นที่ส่วนใหญ่ของฮ่องกง - ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร ( 2 สค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงในช่วงเปิดตลาดก่อนที่จะปรับตัวสูงขึ้นในเวลาต่อมาและปรับลดลงอีกครั้งในช่วงบ่าย ทั้งนี้การลดลงของดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมเนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจของแต่ละประเทศที่ออกมาช่วงนี้ส่วนใหญ่ยังชี้ว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวมยังไม่ฟื้นตัว โดยแม้จะมีปัจจัยบวกจากการคาดการณ์การชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ การผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มขึ้นของธนาคารกลางประเทศอื่นๆ แต่นักลงทุนก็ยังระมัดระวังในเรื่องความเสี่ยงมากกว่าในภาวะปกติ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 15.11 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 3 ส.ค. 2559
|






![]() | Today | 1199 |
![]() | All days | 1199 |
Comments