Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 28 June 2016 11:35

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

Markit รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นของสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนทรงตัวที่ระดับ 51.3  ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนพฤษภาคม

นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ได้ประกาศถอนตัวจากการเสวนาในการประชุมสุดยอดของธนาคารกลางระดับโลก โดยการถอนตัวของนางเยลเลนมีขึ้น หลังจากที่นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ประกาศถอนตัวก่อนหน้านี้ หลังจากที่อังกฤษลงประชามติแยกตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (Brexit) เมื่อวันศุกร์ ทั้งนี้ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เป็นผู้จัดการประชุมดังกล่าว โดยมีกำหนดจัดขึ้นทุกปีที่เมืองซินตรา ประเทศโปรตุเกส

 

ยุโรป:  อังกฤษ

ธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ (BAML) และธนาคารโกลด์แมน แซคส์ ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ระยะใกล้สำหรับค่าเงินปอนด์ลง และระบุว่าปอนด์อาจร่วงลงเพียงในวงจำกัดภายในช่วงสิ้นปีนี้ หลังจากชาวอังกฤษโหวตเลือกถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ในสัปดาห์ที่แล้ว โดย BAML ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ลงถึง 29 เซนต์ สู่ 1.30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสิ้นปี 2016 โดยปรับลดลง จากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ 1.59 ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมคาดว่าเงินยูโรอาจอยู่ที่ 1.05 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสิ้นปีนี้ จากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ 1.08 ดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าเงินเยนจะอยู่ที่ 105 เยนในช่วงสิ้นปีนี้ จากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ 110 เยน  ทางด้านโกลด์แมน แซคส์คาดว่า ปอนด์อาจจะปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในช่วง 3 เดือนข้างหน้า  ปอนด์อาจจะอยู่ที่ 1.32 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 1.47 ดอลลาร์ อย่างไรก็ดี โกลด์แมน แซคส์คาดว่า ปอนด์ อาจจะฟื้นตัวขึ้นมาในระยะกลางโดยคาดว่าขยับขึ้นสู่ 1.34 ดอลลาร์ก่อนสิ้นปีนี้  พร้อมระบุว่า ภาวะไม่แน่นอนทางการเมืองในครั้งนี้จะส่งผลกระทบที่ร้ายแรงมากเท่ากับเหตุการณ์ เลห์แมน บราเธอร์สล้มละลาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าภายหลังสหราชอาณาจักรถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียู โดยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทาง การเงิน “มูดีส์” ได้ปรับลดค่าความน่าเชื่อถือของสหราชอาณาจักร จาก “Aa1” เป็น “Aa1-” เนื่องจากทางบริษัทคาดคะเนว่า ในช่วงเวลา 2-3 ปีนี้ ที่สหราชอาณาจักรต้องเจรจาเงื่อนไขข้อตกลงการค้ารอบใหม่กับสหภาพยุโรปจะส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของประเทศ ทำให้เกิดปัจจัยความไม่แน่นอนสูง จนเกิดให้สูญเสียความเชื่อมั่น และส่งผลไปยังการลงทุนและการใช้จ่ายในประเทศที่ลดลง ขณะที่ประเทศสมาชิกก่อตั้งสหภาพยุโรป 6 ชาติ ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์ ก็ได้เข้าประชุมหารือวาระเร่งด่วนที่กรุงเบอร์ลินของเยอรมนี โดยเป็นการพิจารณากระบวนการถอนสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกEU พร้อมหาแนวทางรับมือไม่ให้ประเทศอื่นๆ ถอนตัวอีก ซึ่งนายณอง โคลด-ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปได้กล่าวย้ำว่า การแยกตัวของสหราชอาณาจักรครั้งนี้ ถือเป็นการหย่าร้าง(จบ)กันอย่างไม่ค่อยดี ดังนั้น จึงเป็นเรื่องไม่สมเหตุผลที่จะรอไปเจรจาการแยกตัวในเดือนตุลาคม รอนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ ขณะที่นายมาร์ติน ชูลซ์ ประธานรัฐสภายุโรป ระบุว่า เรื่องนี้เกิดจากความแตกแยกภายในพรรคอนุรักษนิยมของนายคาเมรอน แต่กลับจับยุโรปมาเป็นตัวประกัน ทั้งนี้ อียูยังเตรียมจัดการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปในวันที่ 29 มิถุนายนนี้  ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศจาก 6 ภาคีสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ได้ออกมาเรียกร้องให้อังกฤษดำเนินการถอนตัวจาก EU โดยเร็ว

หลังจากผลการจัดทำประชามติออกมา ได้มีประชาชนเข้าไปร่วมลงรายชื่อในเว็บไซต์ของรัฐสภาอังกฤษ ขอให้รัฐบาลจัดทำประชามติใหม่อีกครั้งโดยภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง มีคนเข้าไปร่วมลงนามมากกว่า 1 ล้านชื่อ ซึ่งตามปกติแล้วประเด็นใดที่มีผู้ลงรายชื่อมากกว่า 100,000 คน จะต้องนำไปพิจารณากันในสภา นอกจากนี้ ในเว็บไซต์ Change.org สำหรับรวบรวมรายชื่อรณรงค์สร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม ได้มีผู้ตั้งประเด็นเรียกร้องให้นายซาดิก นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน แยกกรุงลอนดอนเป็นเอกราช และสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปรวมถึงเขตเศรษฐกิจเชงเกนโซนด้วย โดยมีผู้ร่วมลงรายชื่อแล้วมากกว่า 100,000 คน

นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร Goldman Sache ระบุว่า อังกฤษมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยภายในเวลาหนึ่งปีข้างหน้า จากการตัดสินใจ  ถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit   โดยคาดว่า ผลการลงประชามติในสัปดาห์ที่แล้วจะส่งผลลบราว 2.75% ต่อมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษในช่วง 18 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ ยังคาดว่า Brexit จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปด้วย โดยโกลด์แมน แซคส์คาดว่า  GDP ยูโรโซนอาจเติบโตเฉลี่ย 1.25% ในช่วงสองปีข้างหน้า  จาก 1.5% ที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนการลงประชามติ  และคาดว่า GDP สหรัฐอาจเติบโต 2% ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยลดลงจากระดับ 2.25% ที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ โกลด์แมน แซคส์ระบุถึงความเสี่ยงสำคัญ 3 ประการที่เป็นผลจากการโหวตในครั้งนี้ ซึ่งได้แก่  อัตราการค้าที่มีแนวโน้มจะลดต่ำลง, การที่ภาคเอกชนมีแนวโน้มที่จะปรับลดการลงทุน โดยเป็นผลจากความไม่แน่นอน และสถานการณ์ทางการเงินที่จะตึงตัวมากยิ่งขึ้น โดยเป็นผลจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และเป็นผลจากความอ่อนแอของราคาสินทรัพย์เสี่ยงซึ่งรวมถึงหุ้นและจังค์บอนด์

Goldman Sache ปรับตัวเลขคาดการณ์ราคาเฉลี่ยของทองสูงขึ้น โดยปรับเพิ่มตัวเลขเป้าหมายราคาทองระยะ 3 เดือน สู่ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์จากเดิมที่คาดไว้ที่ 1,200 ดอลลาร์ฯ และปรับเพิ่มตัวเลขเป้าหมายระยะ 6 เดือน สู่  1,280 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากเดิมที่ 1,180 ดอลลาร์สหรัฐฯ และเป้าหมายระยะ 12 เดือนสู่ 1,250 ดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 1,150 ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ราคาเฉลี่ยของทองประจำปีนี้สู่ 1,260 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากเดิมที่ 1,202 ดอลลาร์สหรัฐฯ และปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ประจำปีหน้าสู่ 1,261 ดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 1,150 ดอลลาร์สหรัฐฯ รวมทั้งปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ปี 2018 สู่ 1,250 ดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 1,150 ดอลลาร์สหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่สหภาพยุโรป (อียู) กล่าวในวันอาทิตย์ว่า เตรียมที่จะโยกย้ายที่ตั้งของสำนักงานการธนาคารยุโรป (EBA) ออกจากกรุงลอนดอน หลังจากชาวอังกฤษโหวตเลือกที่จะถอนตัวออกจากอียูหรือ Brexit ในขณะที่กรุงปารีสของฝรั่งเศสกับนครแฟรงค์เฟิร์ตของเยอรมนีเริ่มแข่งขันกันในการเป็นเจ้าภาพแห่งใหม่ของ EBA ขณะที่ ในวันเสาร์ที่ผ่านมานายโจนาธาน ฮิลล์ซึ่งเป็นชาวอังกฤษ ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริการทางการเงินของอียู และได้มีการแต่งตั้งนายวาลดิส ดอมบรอฟสกิส หรือ "มิสเตอร์ ยูโร"  ให้ดำรงตำแหน่งนี้แทน ขณะที่ บริษัทเจพีมอร์แกนของสหรัฐ และบริษัทการเงินขนาดใหญ่บางแห่งที่มีสำนักงานในอังกฤษ ก็กำลังพิจารณาเรื่องการโยกย้ายเทรดเดอร์, นักการธนาคาร และใบอนุญาตทางการเงินออกจากอังกฤษ เพื่อไปจัดตั้งในประเทศอื่นๆ ในยุโรปแทน ทั้งนี้  EBA ได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี 2011 โดยมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงด้านกฎระเบียบหลังจากเกิดวิกฤติการเงินโลก

 

สเปน

นายการ์เซีย มาร์กาลโล รักษาการ รมว.ต่างประเทศสเปน ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลอังกฤษ ขอมีอธิปไตยร่วมเหนือเขตปกครองยิบรอลตา ทางตอนใต้ของสเปน หลังผลประชามติเขตยิบรอลตาปรากฏว่าสนับสนุนให้อยู่กับอียู 95.9 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เขตยิบรอลตาถือเป็นเขตปกครองของสหราชอาณาจักรมาตั้งแต่ พ.ศ.2256 แต่รัฐบาลสเปนยังอ้างสิทธิอธิปไตยเหนืออาณาเขต

 

เอเชีย: เกาหลีใต้

นายลี จู-ยอล ผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ธนาคารกลางจะรับประกันว่ามีสภาพคล่องที่เพียงพอในตลาด หลังอังกฤษลงประชามติเลือกออกจากสหภาพยุโรปหรือ Brexit   พร้อมกล่าวเสริมว่า ผู้ว่าการธนาคารกลางอื่นๆ รวมถึงตัวเขาเชื่อว่า ตลาดกำลังปรับตัวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

 

จีน

นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีนกล่าวว่า จีนจะสามารถรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพในปีนี้และในระยะยาว และระบุว่า เศรษฐกิจจีนจะไม่เผชิญกับภาวะชะลอตัวที่รุนแรง ซึ่งในการกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมเศรษฐกิจโลก (WEF) ที่เมืองเทียนจินทางเหนือของจีนนั้น  ทั้งนี้ นายหลี่ระบุว่า จีนจะเดินหน้าการปฏิรูปด้านการเงินและการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ นายหลี่ยังกล่าวว่า จีนไม่สามารถเพิกเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจโลกและความเสี่ยงในเศรษฐกิจจีน และได้ระบุย้ำว่า จีนมีเครื่องมือด้านนโยบายที่จะรับมือกับความท้าทายต่างๆ และสามารถดำเนินการสนับสนุนด้านนโยบายการคลังต่อเศรษฐกิจด้วย

 

ไทย

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ  รมว.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) วิเคราะห์ถึงผลกระทบจากที่กรณีประเทศอังกฤษลงประชามติออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป (British Exit - Brexit) โดยพบว่า ในด้านการค้าระหว่างประเทศ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเกษตรของไทย ในระยะสั้นอาจจะยังไม่ส่งผลกระทบทางตรงมากนัก แต่อาจจะส่งผลกระทบในระยะยาว ซึ่งในปี 58 ไทยส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์รวมมูลค่า 1.21 ล้านล้านบาท ซึ่งไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ไปยังสหภาพยุโรป (EU) มูลค่า 115,748 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.56% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์รวมทั้งหมด และไทยส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ไปยังอังกฤษ มูลค่า 34,850 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.88% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์รวมทั้งหมด ขณะที่ด้านการลงทุน การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Inflow) ในไทยในปี 2558 พบว่า สหภาพยุโรปมีเงินลงทุน มูลค่า 298,754.38 ล้านบาท แยกเป็นประเภทธุรกิจด้านเกษตร มูลค่า 112.93 ล้านบาท โดยอังกฤษมีการลงทุนในไทย มูลค่า 37,134.61 ล้านบาท แยกเป็นประเภทธุรกิจด้านเกษตร มูลค่า 0.62 ล้านบาท และเงินลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (Outflow) ของไทย มีมูลค่า 310,008.32 ล้านบาท แยกเป็นประเภทธุรกิจด้านเกษตร มูลค่า 37.81 ล้านบาท โดยมีในอังกฤษ มูลค่า 36,797.63 ล้านบาท เป็นธุรกิจด้านเกษตร 0.21 ล้านบาท

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ วันจันทร์ ( 27 มิ.ย.) เงินบาทอ่อนค่า สอดคล้องกับสกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ส่วนใหญ่ในเอเชียร่วงลงต่อ ในขณะที่นัก

ลงทุนบางรายคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางในเอเชียอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อชดเชยความเสียหายที่ภาคส่งออก โดยนักวิเคราะห์ของธนาคารเครดิต สวิสระบุว่า ไทย, เกาหลีใต้ และไต้หวันอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงกว่า 0.25% ในขณะที่นักลงทุนกังวลว่า ทางการของบางประเทศอาจจะเข้ามาแทรกแซงตลาดเพื่อหนุนสกุลเงินของตนเอง ด้านสกุลเงินหยวนของจีนดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีครึ่งเทียบดอลลาร์  โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ใช้วิธีปรับลดค่ากลางของหยวนลงอย่างรุนแรงในวันนี้ และงดเว้นจากการเข้าแทรกแซงตลาด ขณะที่ ธนาคารกลางจีนได้ปรับลดค่ากลางของหยวนลงสู่ 6.6375 หยวนต่อดอลลาร์  ซึ่งการปรับลดค่ากลางในครั้งนี้ถือเป็นการปรับลดค่ากลางครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2015

- เยน/ดอลลาร์ วันจันทร์ ( 27 มิ.ย.) เยนปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แม้มีการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อยุติการปรับตัวขึ้นของเยน

- ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ ( 27 มิ.ย.) เงินดอลลาร์ยังแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับยูโรและปอนด์  โดยปอนด์ยังคงได้รับแรงกดดันในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ที่ตลาดเอเชีย โดยปอนด์ดิ่งลงเข้าใกล้ จุดต่ำสุดรอบ 31 ปี หลังจากอังกฤษเลือกที่จะถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) และเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดโลกขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าปอนด์รวมทั้งยูโรจะอ่อนค่าลงอีกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์ ( 27 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงต่อเนื่องในวันจันทร์ อันเป็นผลมาจากความวิตกหลังการที่อังกฤษลงมติออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)  อาจกระทบการใช้จ่ายด้านการลงทุนในภาคเทคโนโลยี ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลดลง 1.50% สู่ 17,140.24  ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 1.81% สู่ 2,000.54 และดัชนี Nasdaq  ปิดลดลง  2.41% สู่ 4,594.44

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ ( 27 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียปรับฟื้นตัวหลังจากร่วงลงอย่างหนักในวันศุกร์ โดยดัชนีนิกเกอิปิดพุ่งขึ้น 357.19 จุดหรือ 2.39% สู่ระดับ 15,309.21ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลเตือนว่า อาจเข้าแทรกแซงตลาดสกุลเงินเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับเยน หลังจากอังกฤษลงประชามติเลือกออกจากสหภาพยุโรปหรือ Brexit  ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดขยับลงเล็กน้อย หลังจากดิ่งลงอย่างรุนแรงในวันศุกร์ จากกระแสความตื่นตระหนกจากการที่อังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ได้ปรับลดลง โดยดัชนีฮั่งเส็งของตลาดหุ้นฮ่องกงขยับลง 0.16 % สู่ 20,227.30 ด้านดัชนีคอมโพสิตเกาหลีใต้ปิดที่ 1926.85 บวก 1.61 จุดหรือ +0.08%

- ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์ ( 27 มิ.ย.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับฟื้นตัวหลังจากร่วงลงอย่างหนักในวันศุกร์ จากกระแสความตื่นตระหนกจากการที่อังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ได้ปรับลดลง  โดยดัชนี SET ปิดตลาดที่ 1,424.31 บวก 11.12 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 28 มิ.ย. 2559

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday869
mod_vvisit_counterAll days869

We have: 868 guests, 1 members online
Your IP: 216.73.217.40
Mozilla 5.0, 
Today: May 10, 2026

4205272