| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Wednesday, 18 May 2016 09:24 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) 2 รายกล่าวว่า Fed ยังคงมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2-3 ครั้งในปีนี้ โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้แก่ นายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ประธาน Fed สาขาแอตแลนตา ระบุว่ายังคงเชื่อว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2-3 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ นายจอห์น วิลเลียม ประธาน Fed สาขาซาน ฟรานซิสโก กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2-3 ครั้งในปีนี้เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล ส่วนนายเจฟฟรีย์ แลคเกอร์ ประธาน Fed สาขาริชมอนด์ ได้แสดงความเห็นก่อนหน้านี้ว่า Fed ควรพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า ขณะที่อัตราเงินเฟ้อกำลังปรับตัวไปสู่ระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของ Fed และตลาดแรงงานอยู่ในภาวะตึงตัว ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนเมษายนปรับตัวขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน จากที่เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2013 จากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน และอาหาร ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 1.1% (yoy) หลังจากเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนมีนาคม และเพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานขยับขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมีนาคม เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานพุ่งขึ้น 2.1% ในเดือนเมษายน หลังจากเพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นเกินคาดของดัชนี CPI บ่งชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนเมษายนปรับตัวขึ้น 0.7% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 0.3% โดยได้แรงหนุนจากการผลิตเครื่องจักร และรถยนต์ ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.5% สู่ระดับ 75.4% ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเป็นการประเมินผลผลิตในภาคการผลิต ภาคสาธารณูปโภค และภาคเหมืองแร่ของสหรัฐ ยอดการเริ่มต้นสร้างบ้านในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 6.6% สู่ระดับ 1.17 ล้านยูนิต ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.13 ล้านยูนิต โดยตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวเพิ่มขึ้น 3.3% สู่ระดับ 778,000 ยูนิต ขณะที่การก่อสร้างบ้านหลายครอบครัว ซึ่งรวมถึงอพาร์ทเมนท์และคอนโดมิเนียม พุ่งขึ้น 13.9% สู่ระดับ 394,000 ยูนิต ด้านยอดการขออนุญาตก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 3.6% สู่ระดับ 1.12 ล้านยูนิต สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงาน (EIA) ของสหรัฐฯ รายงานว่า การผลิตน้ำมันจากหินน้ำมันของสหรัฐจะลดลงเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันในเดือนมิถุนายนนี้ โดย EIA เปิดเผยรายงานประสิทธิภาพการขุดเจาะน้ำมันพบว่า การผลิตทั้งหมดจะลดลงเกือบ 113,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 4.85 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าการผลิตในแหล่ง Bakken ในนอร์ธ ดาโกต้าจะลดลง 27,000 บาร์เรลต่อวัน ส่วนการผลิตจากแหล่ง Eagle Ford จะลดลง 58,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะเดียวกัน คาดว่าการผลิตจากแหล่ง Permian Basin ในรัฐเวสต์ เท็กซัสจะลดลง 10,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ราคาน้ำมันดิ่งลงเกือบ 60% แล้วจากระดับสูงสุดในช่วงกลางปี 2014 ซึ่งทำให้ผู้ผลิตลดงบรายจ่ายด้านทุน และปลดพนักงานออกนับพันคน กระทรวงการคลังสหรัฐ รายารงานว่า จีน ซึ่งเป็นประเทศผู้ถือครองหลักทรัพย์ของกระทรวงการคลังสหรัฐรายใหญ่ที่สุด ได้ปรับลดการถือครองพันธบัตรของสหรัฐลง 7.7 พันล้านดอลลาร์ มาอยู่ที่ 1.2466 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมีนาคมหลังจากที่ปรับลดการถือครองลง 1.44 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศผู้ถือครองหลักทรัพย์รายใหญ่อันดับสองของสหรัฐนั้น ได้ถือครองพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้น 4 พันล้านดอลลาร์ แตะที่ 1.1371 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม สำหรับยอดการถือครองพันธบัตรสหรัฐโดยประเทศต่างๆโดยรวมนั้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.287 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม จากระดับ 6.2362 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมของวันที่ 26-27 เมษายน
ยุโรป: สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานว่า ยอดการส่งออกของยูโรโซนในเดือนมีนาคม ลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 1.778 แสนล้านยูโร (2.013 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ขณะที่ยอดการนำเข้าของยูโรโซนลดลง 8% สู่ระดับ 1.492 แสนล้านยูโร ส่งผลให้ในเดือนมีนาคมนี้ยูโรโซนมียอดเกินดุลการค้า 2.86 หมื่นล้านยูโร เทียบกับระดับ 1.99 หมื่นล้านยูโรในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาทั้งไตรมาส 1 การส่งออกของยูโรโซนลดลง 1% สู่ระดับ 4.858 แสนล้านยูโร เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่การนำเข้าลดลง 3% สู่ระดับ 4.320 แสนล้านยูโร จับตาดูตัวเลขอัตราว่างงานเดือนมีนาคมของอังกฤษ และอัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนของ EU
เอเชีย: จีน หนังสือพิมพ์ไชน่า ซีเคียวริตีส์ เจอร์นัลรายงานว่า จีนจะคุมเข้มกฎระเบียบเรื่องการแขวนป้าย SP หุ้นบริษัทจดทะเบียนและเรื่องการเปิดให้ซื้อขายหุ้นอีกครั้งในสัปดาห์หน้า โดยการคุมเข้มนี้มีจุดประสงค์เพื่อปราบปรามการฉ้อโกงและเพื่อปรับปรุงความเป็นระเบียบของตลาด ในขณะที่บริษัท MSCI พิจารณาเรื่องการบรรจุหุ้นจีนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีตลาดเกิดใหม่ของ MSCI กฎใหม่นี้จะได้รับการเผยแพร่โดยตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้น และกฎนี้ตั้งเป้าที่จะสกัดกั้นบริษัทจดทะเบียนจากการใช้แผนการในการปรับโครงสร้างหรือแผนการอื่นๆ ในการหนุนราคาหุ้นให้พุ่งขึ้น โดยที่ทางบริษัทกลับประกาศในเวลาต่อมาว่าแผนริเริ่มดังกล่าวถูกยกเลิกแล้ว ถ้าหากหุ้นจีนได้รับการบรรจุไว้ในดัชนีตลาดเกิดใหม่ของ MSCI สิ่งนี้ก็จะส่งผลดีต่อชื่อเสียงของจีนในตลาดหุ้นโลก และจะส่งผลให้กองทุนที่ลงทุนตามดัชนีหุ้นจำเป็นต้องเข้าซื้อหุ้นจีนไม่ว่าทางกองทุนจะมีความเห็นอย่างไรต่อหุ้นจีนก็ตาม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนกล่าวว่า จีนจะผลักดันการปฏิรูปภาคอุปทานและจะปรับเพิ่มจำนวนผู้มีรายได้ปานกลาง หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจจีนประจำเดือนเม.ย.ทำให้เกิดความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีน ถ้อยแถลงของปธน.สีในครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญและแรงกดดันในการจัดการกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของจีน ในขณะที่เศรษฐกิจจีนเติบโตในอัตราต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี การลงทุน, ผลผลิตภาคโรงงาน และยอดค้าปลีกของจีนต่างก็เติบโตในอัตราที่ช้าเกินคาดในเดือนเม.ย. สำนักข่าวซินหัวรายงานถ้อยแถลงของปธน.สีที่ว่า การผลักดันหลักคือการปรับลดอุปทานที่ไม่มีประสิทธิภาพ และการปรับเพิ่มอุปทานที่มีประสิทธิภาพ รัฐบาลจีนเคยกำหนดให้การปรับลดกำลังการผลิตที่สูงเกินไปถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุดสำหรับรัฐบาลจีน
ญี่ปุ่น รายงาน Energy White Paper ของรัฐบาลญี่ปุ่นพบว่า การลงทุนของบริษัทขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นในการพัฒนาน้ำมันและก๊าซขั้นต้นน้ำมีแนวโน้มลดลงราว 40% สู่ระดับ 1.2 ล้านล้านเยน (1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปี 2016/2017 เนื่องจากราคาที่ระดับต่ำในขณะนี้ ทั้งนี้กระทรวงการค้าของญี่ปุ่นเปิดเผยว่าการลงทุนขั้นต้นน้ำของบริษัท 10 แห่งลดลงจากระดับ 2.1 ล้านล้านเยนในปี 2014/2015 สู่ระดับ 1.9 ล้านล้านเยนในรอบปีสิ้นสุดเดือนมี.ค.บริษัทน้ำมันระดับชั้นนำทั่วโลกประสบความยากลำบากในการรับมือกับการดิ่งลงของราคาน้ำมันซึ่งทำให้มีการลดงบรายจ่ายของแหล่งน้ำมันและโครงการใหม่ๆ ลงเป็นระลอกเพื่อเก็บเงินสดไว้
มาเลเซีย: ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่า ธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.25% ในการประชุมวันพฤหัสบดีนี้จากการคาดการณ์ที่ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวมากขึ้นในอีกไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 11 คนในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่า BNM จะคงอัตราดอกเบี้ย แม้เศรษฐกิจในไตรมาสแรกขยายตัวต่ำสุดในรอบเกือบ 7 ปีก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่า BNM จะคงสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (SRR) ด้วย ซึ่ง BNM ได้ปรับลดสัดส่วน SRR ลงในเดือนม.ค. สู่ระดับ 3.5% จาก 4.0% เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง เศรษฐกิจมาเลเซียขยายตัว 4.2% ในไตรมาสแรกจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ลดลงจาก 4.5% ในไตรมาสก่อน ในเดือนม.ค. รัฐบาลได้ทบทวนจีดีพีในปีนี้ลงเป็นขยายตัวในอัตรา 4.0-4.5% จาก 4.0-5.0% ที่คาดไว้เบื้องต้นจากการคาดการณ์ที่ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกำลังชะลอตัวลงเช่นกัน โดยดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 2.6% จาก 4.2% ในเดือนก.พ.
อินโดนีเซีย: ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันพฤหัสบดีนี้ แม้เศรษฐกิจในไตรมาสแรกขยายตัวต่ำกว่าคาดก็ตาม จากการสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ 22 คนในผลสำรวจของรอยเตอร์พบว่า นักวิเคราะห์ 21 คนคาดว่า BI จะคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะ 12 เดือนที่ 6.75% และจะคงอัตราดอกเบี้ย reverse repurchase rate ระยะ 7 วันที่ 5.50% ส่วนนักวิเคราะห์รายเดียวคาดว่า BI จะลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลง 0.25% จับตาการรายงานตัวเลขจีดีพีญี่ปุ่นไตรมาสแรก ( มกราคม-มีนาคม) 2559 ในวันพุธที่ 18 พฤษภาคม 2559
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 17 พ.ค.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่เงินเอเชียส่วนใหญ่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯและดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในวันนี้เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายของตลาดเอเชียเงินบาทได้กลับอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งสวนทางค่าเงินเอเชียส่วนใหญ่ที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งในในช่วงค่ำวันอังคารต่อเนื่องถึงเช้าวันพุธเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯสอดคล้องกับค่าเงินภูมิภาคหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาดี - เยน/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 17 พ.ค.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้โดยการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเอเซียในวันนี้และทำให้ความต้องการเยนซึ่งถือว่าเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำลดลง ขณะที่นักลงทุนรอดูการรายงานตัวเลขจีดีพีของญี่ปุ่นไตรมาสล่าสุดในวันพุธนี้ซึ่งหากเศรษฐกิจยังหดตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้าก็จะทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมรวมทั้งอาจต้องแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อให้เงินเยนกลับมาอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 17 พ.ค.) เงินยูโรอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนที่จะกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงบ่ายของตลาดเอเชีย ขณะที่หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เปิดเผยว่าภาคธนาคารของยูโรโซนกำลังประสบกับผลกระทบรุนแรงด้านความสามารถในการทำกำไร โดยระบุถึงต้นทุนสูง, หนี้เสียที่มีปริมาณมากเกินไปในบางประเทศ และการขาดการรวมตัวกันให้แข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้เงินยูโรได้ปรับแข็งค่าเล็กน้อยในช่วงตลาดสหรัฐฯ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร ( 17 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันอังคาร ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และแรงขายทำกำไรหุ้นโฮม ดีโปท์ถ่วงตลาดลงหลังการเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาส ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลดลง 1.02% สู่ 17,529.98, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.94% สู่ 2,047.21 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 1.25% สู่ 4,715.73 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร ( 17 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่วันนี้สูงขึ้นตามทิศทางดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ปรับตัวขึ้นเมื่อวานนี้จากผลของราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น โดยดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.13% โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่เยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.25% โดยท่ามกลางภาวะซื้อขายเบาบางในวันนี้ ขณะที่มีความวิตกว่าจีนอาจจะชะลอมาตรการกระตุ้นทางการเงิน ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มการปฏิรูปทางโครงสร้างและทางการเงิน ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.18% - ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร ( 17 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สูงขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนนี้และดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ในวันนี้จากการที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้นซึ่งส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน ขณะเดียวกันก็มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 8.94จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 18 พ.ค. 2559
|






![]() | Today | 956 |
![]() | All days | 956 |
Comments