| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 03 March 2016 09:11 | |||
|
สหรัฐอเมริกา ฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครต และโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกัน ต่างคว้าชัยชนะได้แล้วใน 5 รัฐของศึกหยั่งเสียงขั้นต้นครั้งใหญ่ "ซูเปอร์ทิวสเดย์" ของสหรัฐที่เปิดฉากขึ้นเมื่อวานนี้ โดยฮิลลารีได้รับชัยชนะในรัฐเวอร์จิเนีย จอร์เจีย อะลาบามา เทนเนสซี และอาร์คันซอส์ ขณะที่ทรัมป์มีชัยชนะในรัฐเวอร์จิเนีย จอร์เจีย อะลามาบา เทนเนสซี และแมสซาชูเซทส์ ทั้งนี้ การหยั่งเสียง ซึ่งเรียกว่า "ซูเปอร์ทิวสเดย์" ถือเป็นการลงคะแนนหยั่งเสียงครั้งใหญ่ที่สุดภายในวันเดียวสำหรับการคัดเลือกผู้สมัครของแต่ละพรรคเพื่อเป็นตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย. แทนประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง ผลการสำรวจของ Automatic Data Processing Inc. (ADP) ระบุว่า ภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 214,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 190,000 ตำแหน่ง โดยภาคการผลิตมีการจ้างงานลดลง 9,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการปรับลดลงมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในรอบ 5 ปี ส่วนภาคการเงินมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 8,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2015 ขณะเดียวกัน ADP ได้ทบทวนปรับลดตัวเลขการจ้างงานในเดือนมกราคมสู่ระดับ 193,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 205,000 ตำแหน่ง จับตามองตัวเลขที่จะประกาศออกมา ซึ่งได้แก่ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ ตัวเลขประสิทธิภาพการผลิต-ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยขั้นสุดท้ายในไตรมาส 4/2558 ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการ รวมถึงยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนม.ค.
ยุโรป: ยูโรโซน สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานว่าว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซน และสหภาพยุโรป (EU) ในเดือนมกราคมลดลง 1% เมื่อเทียบรายเดือน จากที่ลดลง 0.8% ในเดือนธันวาคม โดยมีสาเหตุจากการลดลง 3.2% ของราคาพลังงาน หากเทียบรายปี ดัชนี PPI ในยูโรโซน และ EU ปรับตัวลง 2.9% ในเดือนมกราคม เมื่อเทียบรายประเทศ ดัชนี PPI ปรับตัวลงมากที่สุดในเนเธอร์แลนด์ (-3.1%) กรีซ (-2.9%) เบลเยียม (-2.7%) ส่วนเอสโทเนียเพิ่มขึ้นมากที่สุด (4.5%) ตามด้วยเดนมาร์ก (1.7%) นายฟรองซัวร์ วิลเลอร์รอย เดอ กัลฮอ หนึ่งในกรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนมีแนวโน้มปรับตัวเป็นบวกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่ภารกิจของ ECB ในการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อต่ำก็ยังคงไม่สิ้นสุดลง โดยยืนยันว่า ยูโรโซนไม่ได้ตกอยู่ในภาวะเงินฝืด ถึงแม้อัตราเงินเฟ้อติดลบในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นผลจากการที่ราคาน้ำมันดิ่งลง ซึ่งเมื่อราคาน้ำมันมีเสถียรภาพ อัตราเงินเฟ้อก็จะมีค่าเป็นบวกในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมยังระบุว่า คณะกรรมการของ ECB จะจับตาอย่างใกล้ชิดต่อสัญญาณที่บ่งชี้ว่าภาวะราคาน้ำมันต่ำได้ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและบริการหรือไม่ ขณะที่ ECB จัดการประชุมในวันที่ 10 มี.ค. เพื่อพิจารณาว่าจะมีการซื้อพันธบัตรเพิ่มเติมหรือไม่เพื่อกระตุ้นเงินเฟ้อ
จับตามองตัวเลขที่จะประกาศออกมา ซึ่งได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของยูโรโซน ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี อังกฤษ
Global: OECD องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รายงานว่า มูลค่าการค้าโลกได้ชะลอตัวลงในปี 2558 โดยมีการส่งออกลดลง 11.3% ขณะที่นำเข้าลดลง 13.0% โดยเป็นการลดลงในกลุ่ม G20 ทุกประเทศ ขณะที่ซาอุดิอาระเบียมียอดส่งออกหดตัวลงหนักสุด ขณะที่รัสเซียมียอดนำเข้าลดลงในอัตรามากที่สุด ขณะที่มูลค่าการค้าต่างประเทศของกลุ่ม G20 ทั้งหมดในไตรมาส 4/2558 ยังคงหดตัวต่อเนื่อง โดยยอดการส่งออกลดลง 1.6% เป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน ขณะที่การนำเข้าลดลง 1.9% เป็นไตรมาสที่ 7 ติดต่อกัน ขณะที่ในกลุ่ม G20 นี้ มีเพียงจีนและตุรกีที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 โดยขยายตัว 0.3% และ 3.3% ตามลำดับ ขณะที่การนำเข้าก็ขยายตัวเช่นกัน โดยขยายตัว 1.0% และ 4.3% ตามลำดับ นอกจากนี้ การส่งออกของกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ รวมถึงแคนาดา รัสเซีย อินโดนีเซีย และซาอุดิอาระเบีย ได้ปรับตัวลดลงอย่างมาก ซึ่งสะท้อนถึงภาวะราคาน้ำมันตกต่ำ ประกอบกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกัน ยอดการนำเข้าของแอฟริกาใต้และบราซิลยังคงหดตัวต่อเนื่อง 6.2% และ 9.2% ตามลำดับ ทำสถิติเกือบต่ำสุดในรอบ 6 ปี ส่วนการนำเข้าของอินเดียก็หดตัวลงอย่างหนักถึง 8.1% ส่วนสหรัฐอเมริกาก็หดตัวลง 2.7% ซึ่งลดลงเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน นอกจากนี้ ยอดส่งออกและนำเข้าของสหภาพยุโรปในไตรมาส 4 ก็ปรับตัวลดลงเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน โดยปรับตัวลดลง 1.0% และ 1.4% ตามลำดับ สำหรับประเทศที่มีการส่งออกลดลงนั้นได้แก่ฝรั่งเศส (0.3%) เยอรมนี (2.3%) และสหราชอาณาจักร (1.4%) ส่วนอิตาลีมีการค้าทรงตัว อย่างไรก็ดี ในแง่ของการนำเข้าแล้ว ฝรั่งเศสมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น 0.9% และสหราชอาณาจักร 0.3%
เอเชีย:จีน มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของจีนลงสู่ "มีแนวโน้มเชิงลบ" จาก "มีเสถียรภาพ" โดยให้เหตุผลว่าฐานะการคลังของรัฐบาลจีน อยู่ในภาวะอ่อนแอ และมีความไม่แน่นอนในเรื่องความสามารถของรัฐบาลจีนในการดำเนินมาตรการปฏิรูป มูดี้ส์ระบุว่าถ้าหากไม่มีการปฏิรูปที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีนก็จะเติบโตอย่างเชื่องช้ามากจนเห็นได้ชัด ในขณะที่ภาระหนี้สินที่ระดับสูงส่งผลลบต่อการลงทุนทางธุรกิจ และสัดส่วนประชากรปรับตัวไปในทางที่ไม่น่าพึงพอใจมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้หนี้สินของรัฐบาลจีนก็จะพุ่งขึ้นมากกว่าที่เราคาดการณ์กันไว้ในปัจจุบันด้วย อย่างไรก็ดีมูดี้ส์ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของจีนไว้ที่ Aa3 ต่อไป โดยให้เหตุผลว่าจีนมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศและทุนสำรองทางการคลังในระดับสูง สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนระบุว่า การที่จีนปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) บ่งชี้ว่านโยบายการเงินแบบ "รอบคอบ" ของจีนมีความโน้มเอียงไปในทางผ่อนคลายเล็กน้อย แต่ไม่ได้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า จีนกำลังจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเร็วๆนี้ สำนักข่าวซินหัวแสดงความเห็นดังกล่าว หลังจากหลายคนในตลาดคาดการณ์กันว่า จีนอาจจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เหมือนกับที่จีนเคยทำไปแล้วในช่วงที่เกิดวิกฤติการเงินโลก โดยในช่วงปลายปี 2008 จีนได้ประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาด 4 ล้านล้านหยวน (6.10 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซินหัวระบุว่า การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นในปัจจุบัน เพราะว่าจีนยังคงมีเครื่องมือในนโยบายการเงินที่สามารถนำมาใช้ได้ และเศรษฐกิจจีนกำลังเติบโตในอัตราที่สมเหตุสมผล ฟิทช์ เรทติงส์ระบุว่า การลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ของจีน และการขยายตัวของการปล่อยสินเชื่ออาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อภาคธนาคารของจีน ฟิทช์คาดว่าการขยายตัวของสินเชื่อในจีนจะยังคงชะลอตัวในปีนี้สู่ระดับ 13% ธนาคารกลางจีนได้ปรับลดสัดส่วน RRR ลงสู่ระดับ 17% ขณะที่ฟิทช์คาดว่าการดำเนินการดังกล่าวเท่ากับเป็นการอัดฉีดสภาพคล่อง 6.88 แสนล้านหยวน (1.05 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เข้าสู่ระบบการเงิน ฟิทช์ระบุว่า การปล่อยสินเชื่อที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วอีกครั้งของธนาคารของจีนจะเป็นปัจจัยลบต่ออันดับเครดิต เนื่องจากหนี้ในจีนอยู่ในระดับที่สูงแล้ว
เกาหลีใต้ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ลดลง 1.8% ต่อเดือนในเดือนม.ค.ซึ่งถือเป็นอัตราการลดลงมากที่สุดในรอบหนึ่งปี ในขณะที่การผลิตสินค้าส่งออกสำคัญซึ่งรวมถึงเซมิคอนดักเตอร์และรถยนต์ลดลง โดยรายงานตัวเลขนี้ช่วยสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกครั้งในเร็วๆนี้ ก่อนหน้านี้โพลล์รอยเตอร์เคยคาดว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้อาจลดลงเพียง 0.6% ในเดือนม.ค.
ออสเตรเลีย เศรษฐกิจออสเตรเลียขยายตัวในไตรมาส 4 ปีที่แล้วดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ทั้งหมด ขณะที่ความแข็งแกร่งของการใช้จ่ายของผู้บริโภคและรัฐบาลได้ชดเชยผลกระทบที่รุนแรงจากการดิ่งลงของเหมืองทั่วโลก ข้อมูลที่สดใสดังกล่าวทำให้นักลงทุนได้ปรับลดคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก ขณะเดียวกันก็เป็นปัจจัยหนุนทางการเมืองให้แก่รัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูลของออสเตรเลีย ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 0.6% ในไตรมาส 4 จากไตรมาส 3 ซึ่งจีดีพีขยายตัว 1.1% และนั่นทำให้จีดีพีทั้งปี 2015 ขยายตัว 3% ซึ่งสูงกว่าที่ทั้งนักวิเคราะห์และ RBA คาดไว้ว่าจะขยายตัว 2.5% RBA มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนพ.ค.ปีที่แล้ว และคงอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ โดยระบุว่า RBA มองเห็น "แนวโน้มที่สมเหตุสมผล" ที่เศรษฐกิจจะขยายตัว นายเกลนน์ สตีเวนส์ ผู้ว่าการ RBA ไม่ได้ระบุว่าจะมีโอกาสผ่อนคลายนโยบายลงอีกหรือไม่ เมื่อดูจากอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำต่อไป และนักลงทุนบางส่วนก็ยังคงคาดว่าเขาจะต้องดำเนินการในที่สุดเมื่อพิจารณาจากปัญหาต่างๆที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญอยู่
จีน จับตาการรายงานดัชนี PMI ภาคบริการของจีนเดือนกุมภาพันธ์หลังดัชนี PMI ภาคการผลิตจากการจัดทำของเอกชนชี้ถึงการหดตัวเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน
ไทย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ยืนยันระดับหนี้ครัวเรือนของไทยที่ 80.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ไม่ได้อยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นหนี้มีหลักประกัน และสามารถที่จะสร้างรายได้เพื่อนำมาชำระหนี้ได้ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สศค.กล่าวว่า ในจำนวนหนี้ครัวเรือนทั้งหมด จะมีสัดส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัย อยู่ที่ 27.4% และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 15.1% ซึ่งสินเชื่อทั้ง 2 ประเภท มีหลักประกันที่คุ้มกับมูลหนี้ และ มีโอกาสเป็นหนี้เสียค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัย นอกจากนี้อีก 17.5% เป็นสินเชื่อที่กู้ยืมเพื่อการประกอบธุรกิจ ซึ่งมีความมั่นคงในตัวเอง และสามารถสร้างรายได้เพื่อนำมาชำระหนี้ในอนาคตได้ ประมาณเกือบ 60% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมดเป็นหนี้ที่มีหลักประกันอยู่ และหนี้บางส่วนก็สร้างให้เกิดรายได้ที่สามารถดูแลตัวหนี้นั้นได้ ซึ่งสัดส่วนเกือบ 60% ถือว่าค่อนข้างสูงในหนี้ครัวเรือนทั้งหมด เพราะฉะนั้นหนี้ครัวเรือนของไทยจึงไม่น่าเป็นห่วงในขณะนี้
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันพุธ ( 2 มี.ค.) เงินบาทและหลายสกุลเงินในเอเซียอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้โดยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่รายงานออกมาเมื่อคืนนี้ออกมาดีส่งผลบวกต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็ยังส่งผลให้มีแรงซื้อในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นในวันนี้ซึ่งส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาดีเช่นการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 1.5% จากที่เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนธันวาคม และเมื่อเทียบรายปีการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 10.4% (yoy) ขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ระดับ 49.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2015 อย่างไรก็ดีดัชนียังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการหดตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยดัชนีอยู่ในภาวะหดตัวติดต่อกัน 5 เดือนแล้ว อย่างไรก็ดีบาทได้แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงตลาดสหรัฐฯ - เยน/ดอลลาร์ วันพุธ ( 2 มี.ค.) เยนแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากอ่อนค่ามากในวันอังคารจากการที่นักลงทุนซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นหลังจากธนาคารกลางจีนลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 0.50% ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาดีเมื่อคืนวันอังคารก็ส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทำให้ความต้องการเยนลดลง - ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ ( 2 มี.ค.) ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้โดยหลายปัจจัยยังกดดันยูโรให้มีแนวโน้มอ่อนค่าทั้งจากเศรษฐกิจของยูโรโซนที่ยังไม่ฟื้นตัวแข็งแกร่งเพียงพอโดยธนาคารกลางยุโรปยังจำเป็นต้องขยายมาตรการผ่อนคลายทางการเงินอยู่ ขณะที่ยังมีประเด็นความเสี่ยงเพิ่มเติมจากการที่สหราชอาณาจักรอาจจะออกจากสหภาพยุโรป ขณะที่ล่าสุดนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรปกล่าวในวันอังคารว่าอัตราเงินเฟ้อและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของยูโรโซนมีแนวโน้มอ่อนแอลง และการตัดสินใจกำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 10 มีนาคมนี้จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องแนวโน้มที่แย่ลงนี้ด้วย
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพุธ ( 2 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพุธ นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคาร ขณะที่ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนที่แข็งแกร่งช่วยคลายความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.2% สู่ 16,899.32 ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.41% สู่ 1,986.45 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.29% สู่ 4,703.42 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ ( 2 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคาร โดยวันนี้ตลาดหุ้นได้ปัจจัยหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่รายงานออกมาเมื่อคืนนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 4.11% ทั้งนี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้ปัจจัยหนุนจากการที่เงินเยนกลับมาอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาดีและการที่นักลงทุนหันมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 4.24% แม้ว่าข้อมูลเศรษฐกิจโดยรวมยังออกมาไม่ดีอย่างต่อเนื่องอีกทั้งมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของจีนลงสู่ "มีแนวโน้มเชิงลบ" จาก "มีเสถียรภาพ" โดยให้เหตุผลว่าฐานะการคลังของรัฐบาลจีนอยู่ในภาวะอ่อนแอ และมีความไม่แน่นอนในเรื่องความสามารถของรัฐบาลจีนในการดำเนินมาตรการปฏิรูป ขณะที่ฟิทช์ เรทติงส์ระบุว่า การลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ของจีน และการขยายตัวของการปล่อยสินเชื่ออาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อภาคธนาคารของจีน - ตลาดหุ้นไทย วันพุธ ( 2 มีค..) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สูงขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนวันอังคารออกมาดีทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในการลงทุนมากขึ้น โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 18.36 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 3 มี.ค. 2559
|






![]() | Today | 1054 |
![]() | All days | 1054 |
Comments