| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 11 February 2016 09:32 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กล่าวแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ โดยระบุว่า ปัจจัยจากสภาวะที่ตึงตัวในตลาดการเงินที่มีสาเหตุจากการดิ่งลงของราคาหุ้น, ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน และการประเมินความเสี่ยงด้านสินเชื่อในระดับโลก อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐให้อ่อนแอลง ทั้งนี้ นางเยลเลนกล่าวว่า มีเหตุผลที่ดีที่จะเชื่อว่าสหรัฐจะยังคงมีการขยายตัวปานกลาง ซึ่งจะทำให้ Fed ทำการปรับนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ ประธาน Fed ระบุว่า รายได้และความมั่งคั่งในภาคครัวเรือนกำลังเพิ่มขึ้น ขณะที่การใช้จ่ายในประเทศยังคงดีดตัวขึ้น และการลงทุนทางธุรกิจนอกภาคอุตสาหกรรมน้ำมันได้เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และคาดว่าตลาดแรงงานจะยังคงปรับตัวขึ้น และเงินเฟ้อจะฟื้นตัวขึ้นสู่เป้าหมายของFed แม้มีการปรับตัวลงของคาดการณ์เงินเฟ้อของเจ้าหน้าที่ Fed บางราย นางเยลเลนยังระบุถึงความอ่อนแอในเศรษฐกิจโลก เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และภาวะอุปทานล้นตลาดของสินค้าโภคภัณฑ์ ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกน้ำมัน ซึ่งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนของปัญหาของเศรษฐกิจจีน ได้ทำให้สภาวะทางการเงินของภาคธุรกิจสหรัฐตึงตัวขึ้น อย่างไรก็ดี นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งยังคงเปิดทางเลือกไว้ สำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยระบุว่า เธอไม่คาดว่า Fed จะยกเลิกโครงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มขึ้นในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่ก็ยอมรับถึงภาวะการเงินที่ตึงตัวและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับจีน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน และนายเบอร์นี แซนเดอร์ส จากพรรคเดโมแครต คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ โดบผลการลงคะแนนดังกล่าวสอดคล้องกับที่สถานีโทรทัศน์สหรัฐหลายแห่งคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน และนายเบอร์นี แซนเดอร์ส จากพรรคเดโมแครต จะคว้าชัยชนะไปอย่างขาดลอยในการเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ทั้งนี้ หลังการลงคะแนนเสร็จสิ้นลง สถานีโทรทัศน์สหรัฐรายงานว่า นายทรัมป์ มหาเศรษฐีจากนิวยอร์ก ครองชัยชนะในการเลือกตั้งภายในรัฐดังกล่าว ขณะเดียวกัน นายแซนเดอร์สได้ออกมาประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งไพรมารีในรัฐนิวแฮมป์เชียร์เช่นเดียวกัน สหพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติของสหรัฐคาดการณ์ว่าในปี 2559 นี้ ยอดการใช้จ่ายด้านการค้าปลีกจะขยายตัว 3.1% ซึ่งชะลอตัวจากระดับ 4.1% ที่คาดการณ์ไว้สำหรับปีที่แล้ว ขณะที่มีการทบทวนปรับลดลงสู่ระดับ 3.5% ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ดี ถึงแม้ตัวเลขการขยายตัวในปีนี้จะอยู่ในระดับต่ำลง แต่ก็ยังสูงกว่าระดับเฉลี่ยในรอบ 10 ปีที่ 2.7%
ยุโรป: เยอรมนี หอการค้าของเยอรมนี (DIHK) รายงานว่า บริษัทเยอรมนีมองว่าสถานการณ์ทางธุรกิจอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก และการคาดการณ์การส่งออกกำลังปรับตัวดีขึ้นในภาคอุตสาหกรรม หลังจากที่มีแนวโน้มย่ำแย่ในปลายปีที่แล้ว นอกจากนี้ DIHK ยังคงคาดว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีจะขยายตัว 1.3% ในปีนี้ ต่ำกว่าที่รัฐบาลคาดไว้ที่ 1.7% และถูกทบทวนปรับลดลงในเดือนที่แล้วจาก 1.8% อันมีสาเหตุหลักจากภาวะชะลอตัวของตลาดเกิดใหม่
ฝรั่งเศส สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (INSEE) เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสในเดือนธันวาคมลดลง 1.6% จากเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ 27 คนโดยรอยเตอร์คาดว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้น 0.2% โดยตัวเลขคาดการณ์อยู่ในช่วงเพิ่มขึ้น 0.6% ถึงลดลง 1.0%
เอเชีย:จีน สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) เปิดเผยว่า ธนาคารกลางจีนอาจใช้ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศราว 9.0 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในการแทรกแซงค่าเงินในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีเงินทุนไหลออกสุทธิราว 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯจากจีนในเดือนที่แล้ว IIF ระบุว่า ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวอิงตามข้อมูลทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการและนับเป็นเดือนที่ 22 ติดต่อกันที่มีเงินไหลออกจากจีน IIF ระบุว่า การแทรกแซงด้วยทุนสำรองอย่างเป็นทางการของจีนในเดือนม.ค.มีปริมาณน้อยกว่า1.02 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯที่คาดไว้ในเดือนธ.ค. แต่ก็เตือนว่า ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการณ์ และอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ทันทีที่มีการเปิดเผยข้อมูลดุลการชำระเงินฉบับสมบูรณ์ ซึ่งมักจะออกมา 3 เดือนหลังสิ้นสุดแต่ละไตรมาส สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงการคลังจีนระบุว่า จีนวางแผนจะช่วยเหลือบริษัทต่างๆ ในจีนในการประหยัดเงิน 2.6 หมื่นล้านหยวน (3.96 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปีนี้ โดยจีนจะใช้วิธีสะสางปัญหา และออกกฎควบคุมกองทุนของรัฐบาลซึ่งเป็นกองทุนที่บริษัทจีนต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้รัฐบาลจีนเริ่มจัดตั้งกองทุนเหล่านี้ในทศวรรษ 1980 เพื่อใช้สนับสนุนโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค อย่างเช่นทางรถไฟ อย่างไรก็ดี การกำกับดูแลที่ย่ำแย่ส่งผลให้กองทุนประเภทนี้มีจำนวนพุ่งขึ้นสูงมาก รัฐบาลจีนได้ปรับลดจำนวนกองทุนเหล่านี้ลงสู่ 28 กองในปัจจุบัน จาก 327 กองในปี 2000
ญี่ปุ่น ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยว่า จะขยายโครงการปล่อยกู้พันธบัตรเพื่อลดการขาดแคลนพันธบัตรรัฐบาลที่อาจจะเกิดขึ้นในตลาด ซึ่งอาจจะถูกซ้ำเติมจากนโยบายใหม่ของบีโอเจที่ใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบ บีโอเจเปิดเผยว่า จะปรับจำนวนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ที่สามารถให้กู้แก่โบรกเกอร์และธนาคารต่างๆเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านล้านเยนต่อการขายแต่ละครั้ง เมื่อเทียบกับ 4.0 แสนล้านเยนในขณะนี้ ประกาศดังกล่าวออกมาหลังจากผลตอบแทน JGB อายุ 10 ปีร่วงต่ำกว่า 0% ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ หลังจากบีโอเจตัดสินใจใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ หรือคิดเงินฝากกับเงินที่ฝากไว้กับบีโอเจ ปัจจุบัน บีโอเจซื้อพันธบัตร JGB จำนวน 8-12 ล้านล้านเยนต่อเดือน ซึ่งออกโดยกระทรวงการคลัง ซึ่งทำให้พันธบัตรที่จำหน่ายให้แก่นักลงทุนส่วนบุคคลนั้นมีจำนวนลดลง หลังจากบีโอเจได้ดำเนินมาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่ซึ่งประกอบด้วยการซื้อพันธบัตร JGB และสินทรัพย์อื่นๆ บีโอเจก็ได้ผ่อนคลายกฎการกู้ยืมพันธบัตรหลายครั้งแล้ว
ฟิลิปปินส์ ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ได้ยกเลิกคำสั่งห้ามจัดตั้งธนาคารใหม่ หลังจากมีการใช้คำสั่งห้ามชั่วคราวนี้มาเป็นเวลานาน 16 ปีแล้ว โดยการยกเลิกนี้จะกระทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และจะส่งผลให้ภาคธนาคารของฟิลิปปินส์สามารถดึงดูดความสนใจจากธนาคารขนาดใหญ่ของต่างชาติ ฟิลิปปินส์ออกคำสั่งห้ามจัดตั้งธนาคารใหม่นับตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้สถาบันการเงินภายในประเทศควบรวมกิจการเข้าดัวยกัน เพื่อที่สถาบันการเงินจะได้มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ระบุว่า คำสั่งห้ามนี้จะได้รับการยกเลิกอย่างสมบูรณ์ภายในวันที่ 1 ม.ค. 2018 ขั้นตอนแรกของการอนุมัติจัดตั้งธนาคารใหม่นี้จะครอบคลุมระยะเวลา 2 ปี โดยภายในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ สถาบันเงินออมที่มีอยู่แล้วในฟิลิปปินส์จะสามารถยื่นสมัครขอใบอนุญาตเพื่อแปรรูปกิจการเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือธนาคารที่ให้บริการแบบครบวงจร
ไทย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลรับข้อเสนอของภาคเอกชน ที่สนับสนุนให้ไทยเข้าร่วมข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก(TPP) แต่จะต้องหารือร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาของบางภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ ก่อนจะเดินหน้าเจรจาเข้าร่วม TPP นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ในช่วง 1 ปีครึ่งของทีมเศรษฐกิจรัฐบาลชุดนี้ จะผลักดันให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ให้เป็น "Thailand Spring Up" โดยจะเพิ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่ หรือ Start up เป็น 50% จากปัจจุบันที่มีอยู่ 37-38% เป้าหมายดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและรองรับความผันผวนที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจโลกได้ ขณะที่ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า รัฐบาลออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยผลักดันธุรกิจที่เป็น Start up และเอสเอ็มอี ประเทศจะพัฒนาได้ จะต้องมีผู้ประกอบการเป็นจำนวนมาก เขากล่าวว่า รัฐบาลนี้ต้องการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้เติบโตและเป็นการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันพุธ ( 10 ก.พ.) บาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ขณะที่เงินเอเซียส่วนใหญ่ก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเช่นกันแม้ว่าดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้ ทั้งนี้การที่นักลงทุนคาดการณ์มากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในช่วงนี้ อย่างไรก็ดีเนื่องจากภาวะความเชื่อมั่นของนักลงทุนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกก็ลดลงต่อเนื่องเช่นกันส่งผลให้มีแรงขายหุ้นออกมาต่อเนื่องโดยนักลงทุนมีแนวโน้มถือสินทรัพย์ลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นพันธบัตรรัฐบาลมากขึ้น - เยน/ดอลลาร์ วันพุธ ( 10 ก.พ.) เยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเนื่องจากนักลงทุนถือเยนมากขึ้นและลดการถือสินทรัพย์ลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้การแข็งค่าของเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นลดลงมาอย่างต่อเนื่องเพราะเศรษฐกิจญี่ปุนยังอ่อนแอและเงินเยนที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯส่งผลลบต่อการส่งออกของญี่ปุ่น ซึ่งจากภาวะดังกล่าวทำให้มีแนวโน้มสูงที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะผ่อนคลายนโยบายการเงินลงอีก - ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ ( 10 ก.พ.) ยูโรอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนรอดูการแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐเกี่ยวกับนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมการบริการการเงินสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในคืนนี้และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐในวันพฤหัสบดี ขณะที่ทางด้านยุโรปจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มอ่อนแอและความผันผวนมากขึ้นในตลาดการเงินและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและสถาบันการเงินในยุโรปมากขึ้น
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพุธ ( 10 ก.พ.)ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันพุธ โดยลดแรงบวกลงในช่วงท้ายตลาด ขณะที่นักลงทุนปรับตัวรับความเห็นของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งยังคงเปิดทางเลือกไว้สำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ก็ระบุถึงความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยนางเยลเลนระบุว่า เธอไม่คาดว่าเฟดจะยกเลิกโครงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มขึ้นในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ยอมรับถึงภาวะการเงินที่ตึงตัวและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับจีน ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.62% สู่ 15,914.74, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.02% สู่ 1,851.86 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 0.35% สู่ 4,283.59 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ ( 10 ก.พ.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มอ่อนแอลงยังกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนส่งผลให้นักลงทุนขายหุ้นและถือพันธบัตรรัฐบาลมากขึ้น ขณะเดียวกันความกังวลเรื่องสถาบันการเงินในยุโรปที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์โดยรวม ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 2.31% โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังถูกกระทบจากปัจจัยลบเรื่องเงินเยนที่แข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งส่งผลลบต่อแนวโน้มส่งออกของญี่ปุ่น ส่วนตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงยังปิดทำการในวันนี้ - ตลาดหุ้นไทย วันพุธ ( 10 กพ..) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียเนื่องจากปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลงส่งผลให้นักลงทุนยังขายหุ้นอย่างต่อเนื่องประกอบกับช่วงนี้นักลงทุนกังวลมากขึ้นต่อสถานะของธนาคารในยุโรปซึ่งส่งผลลบต่อราคาหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ทั่วโลก สำหรับในส่วนของอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯนักลงทุนรอดูการแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐเกี่ยวกับนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมการบริการการเงินสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในคืนนี้และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐในวันพฤหัสบดีซึ่งคาดว่าจะช่วยให้นักลงทุนเห็นความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 0.78_จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 11 ก.พ. 2559
|






![]() | Today | 931 |
![]() | All days | 931 |
Comments