| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Wednesday, 10 February 2016 09:30 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อมในเดือนมกราคมลดลงสู่ระดับ 93.9 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2014 จากระดับ 95.2 ในเดือนธันวาคม โดยภาคธุรกิจมีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มระยะใกล้ของภาวะธุรกิจ และการขยายตัวของยอดขาย อย่างไรก็ดี ดัชนีย่อยด้านการจ้างงานได้ปรับตัวขึ้นในเดือนมกราคม นายริชาร์ด ฟิชเชอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาดัลลัสกล่าวว่า Fed ควรจะยุตินโยบายผ่อนคลายทางการเงินในทันที และควรจะเดินหน้าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ นายฟิชเชอร์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวเลขค่าจ้างแรงงานที่เติบโตอย่างเชื่องช้า พร้อมระบุว่าอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นเมื่อใดก็ตามที่ราคาพลังงานเข้าสู่เสถียรภาพ ทั้งนี้ นายฟิชเชอร์เคยกล่าวเรียกร้องมาแล้วหลายครั้งให้ Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเวลาอันรวดเร็ว ขณะที่เขากำลังจะลงจากตำแหน่งประธานเฟดสาขาดัลลัสในเดือนนี้ หลังจากทำงานในเฟดมานาน 10 ปี ซึ่งถ้อยแถลงของเขาเมื่อวานนี้ถือเป็นถ้อยแถลงครั้งสุดท้ายของเขาในตำแหน่งนี้ สต็อกสินค้าภาคค้าส่งในเดือนธันวาคมลดลง 0.1% ขณะที่ยอดขายส่งลดลง 0.3% ขณะที่ นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า สต็อกสินค้าภาคค้าส่งอาจลดลง 0.2% หลังจากลดลง 0.4% ในเดือนพฤศจิกายน และยอดค้าส่งอาจลดลง 0.4% หลังจากลดลง 1.3% ในเดือนก่อนหน้า
ยุโรป: เยอรมนี กระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนี รายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีในเดือนธันวาคมลดลง 1.2% (m-o-m) ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2014 ขณะที่ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมอาจเพิ่มขึ้น 0.4% การลดลงดังกล่าวนับว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีซึ่งใหญ่ที่สุดของยุโรปอ่อนแอลงในช่วงสิ้นปี 2015 สำนักงานสถิติของรัฐบาลกลางเยอรมนี รายงานว่า ยอดส่งออกที่มีการปรับตามฤดูกาลในเดือนธันวาคมลดลง 1.6% ขณะที่การนำเข้าร่วงลง 1.6% เช่นกัน ส่งผลให้ยอดเกินดุลการค้าลดลงเหลือ 1.88 หมื่นล้านยูโรในเดือนธันวาคม นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า ยอดส่งออกอาจเพิ่มขึ้น 0.5% และยอดนำเข้าอาจลดลง 0.5% สำหรับตลอดทั้งปี 2015 เยอรมนีมียอดเกินดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 2.478 แสนล้านยูโร เพิ่มขึ้นจาก 2.136 แสนล้านยูโรในปี 2014
ฝรั่งเศส กระทรวงการคลังฝรั่งเศสรายงานว่า ตัวเลขขาดดุลงบประมาณของฝรั่งเศสได้ลดลง 17.6% สู่ระดับ 7.05 หมื่นล้านยูโร (7.914 หมื่นล้านดอลลาร์) ในปี 2015 ลดลงจากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 7.44 หมื่นล้านยูโร ซึ่งการลดลงของตัวเลขขาดดุลงบประมาณเกิดจากการใช้จ่ายของรัฐบาลที่ลดลง 1.56% สู่ระดับ 3.718 แสนล้านยูโรในปีที่แล้ว นอกจากนี้ รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีที่เพิ่มขึ้น 6.3 พันล้านยูโร สู่ระดับ 2.945 แสนล้านยูโร ขณะเดียวกัน รัฐบาลคาดว่าตัวเลขขาดดุลงบประมาณจะมีสัดส่วน 3.3% ของจีดีพีในปีนี้ และสู่ระดับ 2.8%ในปีหน้า
อังกฤษ สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) รายงานว่า อังกฤษมียอดขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว สู่ระดับ 1.0352 หมื่นล้านปอนด์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2015 จากระดับ 8.575 พันล้านปอนด์ในไตรมาส 3 อย่างไรก็ดี ยอดขาดดุลการค้าในเดือนธันวาคมลดลงสู่ระดับ 2.709 พันล้านปอนด์ จาก 4.031 พันล้านปอนด์ โดยได้ปัจจัยบวกจากมูลค่าการนำเข้าน้ำมันที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2009 ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกทรุดตัวลง นอกจากนี้ ONS ยังระบุว่า การขาดดุลในภาคสินค้าตลอดทั้งปี 2015 แตะระดับ 1.25028 แสนล้านปอนด์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 1.23143 แสนล้านปอนด์ในปี 201
เอเชีย:จีน สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างสมาคมถ่านหินแห่งชาติของจีน (CNCA) ว่าอุปสงค์ถ่านหินในจีนจะชะลอตัวลงในช่วง 5 ปีข้างหน้า และอุตสาหกรรมถ่านหินควรจะมุ่งความสนใจไปยังการปรับโครงสร้างและการยกระดับการผลิตนายเจียง จีหมิน รองประธาน CNCA กล่าวต่อสำนักข่าวซินหัวว่าปัจจุบันนี้ภาคบริการถือเป็นภาคหลักที่กระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจจีน และเขากล่าวเสริมว่ารัฐบาลจีนกำลังหันมาใช้เชื้อเพลิงสะอาดที่ไม่ได้มาจากซากฟอสซิลมากยิ่งขึ้น โดยใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวแทนที่ถ่านหิน นายเจียงกล่าวว่าในช่วงเวลาที่มีการดำเนินการตามแผน 5 ปีฉบับที่ 13 (ที่ครอบคลุมปี 2016-2020) นั้น อุตสาหกรรมถ่านหินควรจะมุ่งความสนใจไปยังการส่งเสริมการปรับโครงสร้างและการยกระดับ ซึ่งสิ่งนี้ครอบคลุมการขจัดกำลังการผลิตส่วนเกิน, การสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้น และการส่งเสริมการพัฒนากิจกรรมขั้นปลายน้ำ อย่างไรก็ดี นายเจียงกล่าวว่า ถ่านหินยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลักของจีน และแนวโน้มในการขยายเขตเมืองและในการขยายภาคอุตสาหกรรมจะช่วยหนุนการเติบโตของอุปสงค์พลังงาน
อินโดนีเซีย เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอินโดนีเซียเปิดเผยว่า อัตราแลกเปลี่ยนรูเปียห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบันยังคงมีค่าต่ำเกินไปเล็กน้อยในแง่ของปัจจัยพื้นฐาน นายจูดา เอกัง ผู้อำนวยการบริหารด้านนโยบายเศรษฐกิจและการคลังของธนาคารกลางอินโดนีเซียเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเรามีความเชื่อมั่นว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียจะยังคงอยู่ในระดับสูงในปีนี้ โดยแนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วในไตรมาส 4 ที่ผ่านมาอันเป็นผลจากการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น
อินเดีย เศรษฐกิจอินเดียชะลอการเติบโตลงในไตรมาส 4/2015 และรายงานตัวเลขนี้จะกระตุ้นให้รัฐบาลอินเดียของนายกรัฐมนตรีนาเรนดรา โมดีเร่งรัดการปฏิรูปในสมัยประชุมถัดไปของรัฐสภาอินเดีย โดยรัฐบาลอินเดียจะนำเสนองบประมาณประจำปีต่อรัฐสภาในวันจันทร์ที่ 29 ก.พ.นี้ รัฐบาลอินเดียรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอินเดียเติบโต 7.3% ต่อปีในไตรมาสเดือนต.ค.-ธ.ค. ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ในโพลล์รอยเตอร์ แต่ชะลอตัวลงจากอัตราการเติบโตที่ 7.7% ในไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย. 2015 เศรษฐกิจอินเดียเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจจีนในไตรมาสเดียวกัน เพราะเศรษฐกิจจีนเติบโตเพียง 6.8% ในไตรมาส 4/2015 อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์หลายรายกล่าวว่า ตัวเลขของทางการอินเดียยังคงระบุอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงเกินความเป็นจริง และมีหลักฐานบ่งชี้ถึงความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงบัญชียอดสั่งซื้อที่ทรงตัว และตัวเลขที่อ่อนแอหลายตัว อย่างเช่นตัวเลขยอดส่งออก, การขนส่งสินค้าทางรถไฟ, การผลิตปูนซีเมนต์ และการลงทุน รัฐบาลอินเดียคาดว่าจีดีพีอาจเติบโต 7.6% ในปีงบประมาณ 2015/2016 โดยเร่งความเร็วขึ้นจากอัตราการเติบโตที่ 7.2% ในปีงบประมาณ 2014/2015 อย่างไรก็ดีการคาดการณ์ของรัฐบาลอินเดียจะกลายเป็นความจริงได้ก็ต่อเมื่อ เศรษฐกิจอินเดียเติบโต 7.8% ในไตรมาสเดือนม.ค.-มี.ค. 2016
ไทย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) มีมติให้ภาครัฐเจรจาเข้าร่วมข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก(TPP) โดยเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ในการผลักดันผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ของไทย เพราะประเทศสมาชิกของ TPP ส่วนใหญ่เป็นคู่ค้าหลักของไทย กกร.มองด้วยว่า หากไทยไม่เข้าร่วม TPP ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนจากต่างชาติในอนาคต
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 9 ก.พ.) บาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับเงินเอเซียหลายสกุลที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯโดยแรงขายดอลลาร์สหรัฐฯและซื้อเยนส่งผลกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงนี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนก็จับตาการแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐเกี่ยวกับนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมการบริการการเงินสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันพุธนี้และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐในวันพฤหัสบดีนี้ - เยน/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 9 ก.พ.) เยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันจันทร์จากการที่ความต้องการเยนมีมากขึ้นในภาวะที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงการถือสินทรัพย์เสี่ยง ขณะเดียวกันดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯช่วงหลังๆที่ชี้ว่าอัตราการขยายตัวมีแนวโน้มชะลอลงก็ส่งผลให้นักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯโดยนักลงทุนมองว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯในปีนี้อาจจะใม่มากเท่ากับที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยนักลงทุนรอดูการแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐเกี่ยวกับนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมการบริการการเงินสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันพุธนี้และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐในวันพฤหัสบดีนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 9 ก.พ.) ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้อย่างไรก็ดีนับจากช่วงต้นเดือนเป็นต้นมาดอลลาร์สหรัฐฯก็ได้มีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักทั้งยูโรและเยนเนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์มากขึ้นเกี่ยวกับการชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯโดยเฉพาะหลังจาก นายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯสาขานิวยอร์คกล่าวเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาถึงสภาวะการเงินที่ตึงตัวมากขึ้นหลังการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯในเดือนธันวาคม 2558 ขณะที่ในสัปดาห์นี้นักลงทุนจับตาการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐในวันพุธและวันพฤหัสบดี
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร ( 9 ก.พ.)ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงเล็กน้อยหลังการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่การทะยานขึ้นในช่วงท้ายตลาดของหุ้นกลุ่มวัสดุและกลุ่มเฮลธ์แคร์ช่วยชดเชยการร่วงลงของราคาน้ำมัน ตลาดจะรอฟังนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงนโยบายการเงินต่อสภาคองเกรสในวันพุธและพฤหัสบดีนี้ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.08% สู่ 16,014.38, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.07% สู่ 1,852.21 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.35% สู่ 4,268.76 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร ( 9 ก.พ.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้ในขณะที่หลายตลาดยังปิดทำการเนื่องในเทศกาลตรุษจีน โดยดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดลดลงถึง 5.40% ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการที่เงินเยนกลับมามีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งทำให้แนวโน้มการส่งออกของญี่ปุ่นน่าจะขยายตัวได้ยากขึ้นไปอีกและทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มช้าออกไป นอกจากนี้ภาวะที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงเนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนมากขึ้นก็ส่งผลให้นักลงทุนขายหุ้นและซื้อพันธบัตรรัฐบาลมากขึ้น - ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร ( 9 ก.พ.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงตามทิศทางของตลาดหุ้นเอเชียโดยรวมเนื่องจากภาวะความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ลดลง ขณะที่นักลงทุนรอดูการแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐเกี่ยวกับนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมการบริการการเงินสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันพุธนี้และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐในวันพฤหัสบดีนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 3.61 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 10 ก.พ. 2559
|






![]() | Today | 663 |
![]() | All days | 663 |
Comments