Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Wednesday, 27 January 2016 09:18

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์ ระบุว่าดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าระดับ 5.1% ในเดือนกันยายน ส่วนดัชนีราคาบ้านใน 10 เมืองใหญ่เพิ่มขึ้น 5.3% และดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองเพิ่มขึ้น 5.8% โดยเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.1% ส่วนดัชนีราคาบ้านใน 10 เมืองทรงตัว ขณะที่ 20 เมืองเพิ่มขึ้น 0.1% การเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีสาเหตุจากการที่ปริมาณบ้านที่เสนอขายในตลาดมีจำกัด, อัตราดอกเบี้ยจำนองอยู่ในระดับต่ำ และภาวะตลาดแรงงานดีขึ้น ทั้งนี้ เมื่อเทียบรายปีราคาบ้านในพอร์ทแลนด์, ซานฟรานซิสโก และเดนเวอร์เพิ่มขึ้นสูงสุดที่ระดับ 11.1%, 11% และ 10.9% ตามลำดับ

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จัดทำโดย Conference Board ในเดือนมกราคมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 98.1 จากระดับ 96.3 ในเดือนธันวาคม โดยดัชนีประเมินภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันอยู่ในระดับทรงตัว ขณะที่ดัชนีคาดการณ์เศรษฐกิจในอนาคตปรับตัวดีขึ้น

ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาริชมอนด์ รายงานว่า ภาคการผลิตในภูมิภาคแอตแลนติคตอนกลางอยู่ในภาวะซบเซาในเดือนมกราคม โดยดัชนีภาวะธุรกิจในปัจจุบันของภาคการผลิตเนดือนมกราคมลดลงสู่ระดับ 2 หลังจากอยู่ที่ระดับ 6 ในเดือนธันวาคม อันเป็นมาจากการได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และอุปสงค์ที่อ่อนแอ อย่างไรก็ดี ดัชนีที่มีค่าสูงกว่า 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขยายตัวของภาคการผลิต

 

ยุโรป: อังกฤษ

นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ระบุว่า สภาวการณ์ของอังกฤษในขณะนี้ยังไม่เอื้อสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยคำกล่าวของนายคาร์นีย์เป็นการกล่าวย้ำสิ่งที่เขาพูดในสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงซบเซา และเศรษฐกิจอังกฤษขยายตัวปานกลางนับตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา

นางคริสติน ฟอร์บส์ ผู้กำหนดนโยบายในธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) กล่าวว่าการดิ่งลงครั้งล่าสุดของราคาน้ำมันจะเปิดโอกาสให้บีโออีมีเวลานานขึ้นอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะตัดสินใจว่า ตลาดแรงงานอยู่ในภาวะตึงตัวมากพอที่จะสนับสนุนให้บีโออีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ โดยตลาดแรงงานอังกฤษอยู่ในภาวะแข็งแกร่งกว่าสิ่งที่ตัวเลขค่าแรงทั่วไปบ่งชี้ไว้  ในขณะที่ตัวเลขค่าแรงทั่วไปปรับขึ้นอย่างอ่อนแอ อย่างไรก็ดีเขากล่าวเตือนว่าเขาจะลงคะแนนเสียงสนับสนุนให้บีโออีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่า การดิ่งลงของตัวเลขการว่างงานจะส่งผลบวกต่อค่าแรงในแบบเดียวกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจครั้งก่อนๆ ซึ่งการคุมเข้มนโยบายการเงินในปัจจุบันนี้จำเป็นต้องอาศัยความเชื่อมั่นว่า รูปแบบการคาดการณ์ของเราจะทำงานได้ดี และความเชื่อมั่นว่าภาวะตึงตัวในตลาดแรงงานและมาตรวัดการหมุนเวียนในตลาดแรงงาน จะส่งผลให้ค่าแรงทวีความแข็งแกร่งขึ้นในเร็วๆนี้ ซึ่งการร่วงลงครั้งล่าสุดของราคาน้ำมันส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการฟื้นตัวของภาวะเงินเฟ้อ และส่งผลให้บีโออีมีเวลาเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยในการสร้างความเชื่อมั่นดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษระบุว่า ธนาคารของอังกฤษมีสถานะที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะฝ่าฟันความผันผวนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากการที่อังกฤษตัดสินใจออกจากสหภาพยุโรป (EU) ทั้งนี้ ในการแถลงต่อสมาชิกรัฐสภา เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษกล่าวว่า ถึงแม้ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการที่ผู้ลงคะแนนเสียงตัดสินใจให้อังกฤษออกจาก EU ยังคงไม่ชัดเจน แต่ผลจากการทดสอบภาวะวิกฤตต่อระบบธนาคารที่ดำเนินการในปี 2014 ก็น่าจะสร้างความมั่นใจว่าระบบธนาคารของอังกฤษมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ตื่นตระหนก ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จากเครดิตสวิสระบุว่า หากชาวอังกฤษตัดสินใจลงประชามติออกจาก EU ก็จะส่งผลกระทบต่อผลผลิต, กระตุ้นอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยทะยานขึ้น ขณะที่ทำให้ราคาบ้านดิ่งลง

 

ยูโรโซน

นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ให้สัญญาว่า อีซีบีจะหนุนอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนให้สูงขึ้น ถึงแม้อีซีบีได้รับเสียงวิจารณ์เรื่องการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย นอกจากนี้ นายดรากียังกล่าวเสริมว่า อัตราเงินเฟ้อที่ระดับต่ำสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจยูโรโซน นายดรากีกล่าวว่า มาตรการของอีซีบีในการเข้าซื้อสินทรัพย์ขนาด 1.5 ล้านล้านยูโรกำลังประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ และการปล่อยให้ราคาดิ่งลงต่อไปจะส่งผลให้การว่างงานและหนี้สินเพิ่มสูงขึ้น นายดรากีกล่าวว่า ถ้าหากอัตราเงินเฟ้ออยูโรโซนอยู่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของอีซีบีราว 1% ต่อปีเป็นเวลา 5 ปี สถานการณ์ดังกล่าวก็จะส่งผลให้หนี้สินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นราว 7 แสนล้านยูโร อีซีบีมีภาระหน้าที่ในการทำให้อัตราเงินเฟ้อต่อปีอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2% เล็กน้อย แต่อัตราเงินเฟ้อยูโรโซนอยู่ใกล้ 0% ในปัจจุบัน และมีแนวโน้มร่วงลงสู่ระดับติดลบในช่วงหลายเดือนข้างหน้า หลังจากอีซีบีจัดการประชุมกำหนดนโยบายในวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา นายดรากีก็กล่าวว่าอีซีบีอาจจะปรับนโยบายในเดือนมี.ค. และนักลงทุนก็ตีความถ้อยแถลงนี้ว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอีซีบีจะผ่อนคลายนโยบายลงไปอีก

 

กรีซ

นายเคลาส์ เรกลิง ผู้อำนวยการกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) กล่าวว่าไม่มีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับลดหนี้กรีซลง แต่การยืดกำหนดชำระหนี้กรีซและการเลื่อนเวลาในการชำระดอกเบี้ยออกไปถือเป็นทางเลือกที่เจ้าหน้าที่สามารถนำมาใช้ได้ เพื่อจะได้ช่วยเหลือรัฐบาลกรีซในการจัดการกับหนี้สิน นายเรกลิงกล่าวว่า กรีซจำเป็นต้องดำเนินการประเมินครั้งแรกสำหรับความก้าวหน้าของกรีซในการปฏิรูปโครงสร้างให้แล้วเสร็จ ก่อนที่กรีซจะตัดสินใจเรื่องวิธีการปรับโครงสร้างหนี้รัฐบาลของกรีซ นายเรกลิงกล่าวว่า ในการประเมินครั้งแรกสำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือกรีซขนาด  8.6 หมื่นล้านยูโรที่ตกลงกันไว้ในเดือนก.ค. 2015 นั้น การประเมินจะเสร็จสิ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการปฏิรูประบบเงินบำนาญของกรีซ อย่างไรก็ดี การปฏิรูปนี้มีแนวโน้มที่จะสร้างความยากลำบากให้แก่ชาวกรีซ เพราะพลเมืองกรีซบางคนจำเป็นต้องยกเลิกสิทธิในการรับเงินบำนาญของตนเองในอนาคต นายเรกลิงกล่าวว่า กรีซจำเป็นต้องทำการประเมินครั้งแรกให้เสร็จก่อน และสิ่งนี้อาจจะใช้เวลาราว 2 เดือน

 

รัสเซีย

กระทรวงเศรษฐกิจรัสเซีย รายงานว่า เศรษฐกิจรัสเซียในไตรมาส 4 ของปีที่แล้วหดตัว 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2014 โดยได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ รวมทั้งจากการที่ถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตร เพื่อตอบโต้การที่รัสเซียเข้าแทรกแซงในยูเครน นอกจากนี้ การทรุดตัวของค่าเงินรูเบิลก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรัสเซีย

 

เอเชีย: จีน

คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) เปิดเผยว่าปริมาณการขนส่งสินค้าทางรถไฟของจีนร่วงลง 11.9% ในปี 2015 จากปีก่อนหน้า สู่ระดับ 3.36 พันล้านตัน เทียบกับที่ลดลง 3.9% ในปี 2014 ในไตรมาส 4 ปริมาณการขนส่งสินค้าทางรถไฟร่วงลง 13.4% เมื่อเทียบรายปี แต่ NDRC ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลประจำเดือนธ.ค. ข้อมูลที่ย่ำแย่ดังกล่าวซึ่งมักจะถูกมองว่าเป็นดัชนีชี้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจออกมา หลังจากที่จีนได้เปิดเผยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวที่สุดในรอบ 25 ปีในปี 2015

 

ญี่ปุ่น

นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นกล่าวต่อรัฐสภาว่า รัฐบาลและธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะทำงานร่วมกันเพื่อจัดการกับภาวะเงินฝืด, ดำเนินนโยบายต่างๆเพื่อทำให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อไป โดยจะจับตาการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างใกล้ชิด เขากล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นยังคงแข็งแกร่ง แม้ตลาดทั่วโลกมีความผันผวน และเศรษฐกิจของประเทศเกิดใหม่ชะลอตัวลงก็ตาม

 

เวียดนาม

กระทรวงเกษตรเวียดนามเปิดเผยว่า เวียดนามซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก จะส่งออกข้าวราว 495,000 ตันในเดือนนี้ เพิ่มขึ้น 56.7% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว รายได้จากการส่งออกข้าวในเดือนม.ค.จะพุ่งขึ้น 46% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว หนังสือพิมพ์ของทางการเวียดนามรายงานก่อนหน้านี้ว่า เวียดนามมีเป้าหมายเบื้องต้นที่จะส่งออกข้าว 6.5 ล้านตันในปีนี้ ซึ่งไม่รวมข้าวที่จำหน่ายให้แก่จีนผ่านทางการค้าซื้อบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นระดับที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับในปี 2015

 

ไทย

กระทรวงพาณิชย์ เผยตัวเลขการส่งออกของไทย ในเดือนธ.ค. มีมูลค่า1.71 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 8.73% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน ขณะที่โพลล์รอยเตอร์คาดไว้ลดลง 7.2%  ส่วนการนำเข้าในเดือนธ.ค. มีมูลค่า 1.56 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลง 9.23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ไทยเกินดุลการค้าประมาณ 1.49  พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการส่งออกในปี 58 หดตัวลง 5.78% จากปีก่อนหน้า ขณะที่การนำเข้าลดลง 11.02% ส่งผลให้มียอดเกินดุลการค้า 1.17 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบโครงการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก ในวงเงินไม่เกิน 3.5 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาชุมชน โดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ กล่าวกับผู้สื่อข่าว ภายหลังการประชุม ครม.ว่างบประมาณส่วนนี้ลงไปเพื่อสร้างความเจริญให้ชุมชน ก่อนหน้านี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เผยว่าวันที่ 26 มกราคมนี้จะเสนอโครงการดังกล่าว ตามแนวทางประชารัฐ ในวงเงินไม่เกิน 3.5 หมื่นล้านบาท ให้ ครม.พิจารณา ซึ่งจะให้กับ 7 หมื่นหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 5  แสนบาท เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาคเกษตร นายสมคิดระบุว่าในปี 59 จะให้เป็นปีของการปฏิรูปการเกษตร โดยในไตรมาส 1 และ 2 จะมีมาตรการของกองทุนหมู่บ้านชุดใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างฐานการผลิตของชุมชน เช่น การสร้างโครงสร้างพื้นฐานในหมู่บ้าน อย่างอ่างเก็บน้ำ โรงสีชุมชน

 

อื่นๆ

ปริมาณการผลิตเหล็กกล้าดิบทั่วโลกลดลง 2.8% ในปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการลดลงรายปีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009 ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ที่อ่อนแอลงและจากการดิ่งลงของราคาเหล็กกล้า ภาคเหล็กกล้าถือเป็นมาตรวัดความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจโลก โดยภาคเหล็กกล้าได้รับแรงกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาดในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งกดดันราคาเหล็กกล้าให้ดิ่งลงในปีที่แล้วจนลงไปแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2003 และบริษัทเหล็กกล้าหลายแห่งทั่วโลกก็ล้มละลายหรือปรับลดการใช้กำลังการผลิต สมาคมเหล็กกล้าโลกรายงานในวันจันทร์ว่า ปริมาณการผลิตเหล็กกล้าทั่วโลกดิ่งลงสู่ 1.623  พันล้านตันในปี 2015 ในขณะที่ปริมาณการผลิตเหล็กกล้าในจีนดิ่งลง 2.3% สู่ 803.8  ล้านตันในปี 2015 ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 30 ปี โดยจีนถือเป็นประเทศผู้ผลิตและผู้ใช้เหล็กกล้ารายใหญ่ที่สุดในโลก

รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์โลหะ 32 รายเมื่อวันจันทร์ที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา โดยผลสำรวจคาดว่าค่าเฉลี่ยของราคาทองแดงในปีนี้อาจจะดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี โดยได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ทองแดงในจีนที่ปรับขึ้นอย่างอ่อนแอ และจากภาวะอุปทานทองแดงล้นตลาด

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 26 ม.ค.) บาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ช่วงเช้าเช่นเดียวกับค่าเงินเอเซียส่วนใหญ่ที่อ่อนค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์ฯและสอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่และราคาน้ำมันลดลงในวันนี้ โดยวันนี้นักลงทุนกลับมามองที่ปัจจัยหลักที่ว่าเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องและมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจโลกโดยรวมมากกว่าที่คาดไว้หลังจากที่ในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนต่อเนื่องถึงเมื่อวันจันทร์ตลาดตอบรับปัจจัยบวกเรื่องการคาดการณ์แนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นของธนาคารกลางยุโรปในเดือนมีนาคมปีนี้ไปมากแล้ว อย่างไรก็ดีสัปดาห์นี้การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันอังคารและพุธ และการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันพฤหัสและศุกร์ก็มีโอกาสที่จะสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินโลกได้อีกโดยในส่วนของการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯนักลงทุนรอดูการแถลงการณ์หลังการประชุมซึ่งจะชี้แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯว่าจะถูกกระทบมากน้อยแค่ไหนจากภาวะปั่นป่วนในตลาดการเงินรวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจจีน ขณะที่ในส่วนของธนาคารกลางญี่ปุ่นนักวิเคราะห์ก็คาดการณ์ว่าอาจจะมีการปรับลดการคาดการณ์แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้สูงขึ้นที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปช้าลงหรือว่าการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นก็ล้วนถือว่าเป็นปัจจัยที่จะทำให้ค่าเงินเอเชียแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ได้ในระยะสั้น แต่ว่าระยะปานกลางถึงระยะยาวเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแอลงและแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯยังหนุนดอลลาร์แข็งค่าเทียบกับเงินเอเชีย ทั้งนี้ในช่วงตลาดสหรัฐฯบาทได้แข็งค่า

- เยน/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 26 ม.ค.) เยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้เนื่องจากวันนี้นักลงทุนมองปัจจัยหลักในเรื่องแนวโน้มความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจจีนมากขึ้นซึ่งส่งผลบวกต่อค่าเงินเยน อย่างไรก็ดีเยนได้อ่อนค่าในช่วงตลาดสหรัฐฯ

- ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 26 ม.ค.) ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยแม้ว่าแนวโน้มการเพิ่มนโยบายการเงินผ่อนคลายของธนาคารกลางยุโรปจะส่งผลให้ยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าแต่ว่าวันนี้นักลงทุนก็รอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันอังคารและพุธซึ่งอาจจะชี้ถึงแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปของสหรัฐฯว่าจะช้าหรือเร็วอย่างไร

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร( 26 ม.ค.)ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดดีดตัวขึ้นมากกว่า 1%  โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและการเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสที่แข็งแกร่งจากบริษัท 3M, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และพร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล  ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เริ่มการประชุม 2 วัน ขณะที่นักลงทุนไม่คาดว่าจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และนักลงทุนจะรอฟังความเห็นจาก Fed ว่าความปั่นป่วนทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมามีผลกระทบต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในอนาคตหรือไม่   ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 1.78% สู่ 16,167.23, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก  1.41% สู่ 1,903.63 และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น  1.09% สู่ 4,567.67

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร  ( 26 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้หลังจากเพิ่มขึ้นในช่วงสองวันทำการก่อนหน้านี้จากปัจจัยบวกเรื่องแนวโน้มการเพิ่มนโยบายการเงินผ่อนคลายของธนาคารกลางยุโรปในเดือนมีนาคมนี้ อย่างไรก็ดีจากการที่เศรษฐกิจโลกโดยรวมยังอ่อนแอ โดยเฉพาะจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวมากขึ้นและสามารถจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวมได้มากส่งผลให้นักลงทุนขายหุ้นออกมามากในวันนี้หลังจากราคาหุ้นขึ้นไปมากก่อนหน้านี้ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 2.35% ซึ่งความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวทำให้มีแรงเทขายหุ้นกลุ่มชิปปิ้งของญี่ปุ่นอย่างหนัก โดยหุ้นกลุ่มนี้ดิ่งลง 4.6% และเป็นกลุ่มที่ร่วงลงมากที่สุดในวันนี้ ขณะที่เยนซึ่งกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯก็ส่งผลลบต่อกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่น ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 6.38% ซึ่งเป็นไปตามภาวะที่นักลงทุนกังวลมากต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ขณะที่วันนี้ ทางการจีนเปิดเผยว่าปริมาณการขนส่งสินค้าทางรถไฟของจีนร่วงลง 11.9% ในปี 2015 จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็รอดูการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯในวันอังคารและพุธ และการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันพฤหัสและศุกร์ซึ่งมีโอกาสที่จะสร้างความผันผวนให้ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียในสัปดาห์นี้

- ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร( 26 มค..) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เนื่องจากปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวกดดันภาวะความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็รอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันอังคารและพุธซึ่งแถลงการณ์หลังการประชุมอาจจะชี้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ทั้งนี้ดัชนีได้ปรับสูงขึ้นในช่วงบ่ายส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 0.37 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 27 ม.ค.2559

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment